ไม่ได้แน่นอน เพราะบาตรพระ ไม่ใช่กะลาขอทาน
การบิณฑบาตของพระสงฆ์เพียงเพื่อได้อาหารมาประทัง ให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ ในการเรียนรู้และปฏิบัติให้เกิดความก้าวหน้าในธรรม
ไม่ได้มาขอทาน แต่เป็นการโปรดญาติโยม เป็นการให้โอกาสไ้ด้มีส่วนในการบำรุงสืบทอดพระศาสนา
พระหุงหาอาหารเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาเงินไปซื้อได้
การเอาเงินใส่บาตร เป็นการทำลายศาสนาที่แยบยล ทั้งทางตรง ทางอ้อม ทางลับ ทางแจ้ง ทางโค้ง และทุกๆทาง
1. ทำให้พระอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ คืออาบัติในทุกกฎ เป็นอาบัติที่ปลงไม่ตก ซื้อของฉันก็อาบัติ ซื้อผ้าใส่ก็อาบัติ อาบัติตลอดเวลาที่ใส่ผ้า อาบัติทุกคำที่ฉัน เป็นอาบัติที่ปลงไม่ได้ ต้องสละเท่านั้น
2. ทำให้พระติดใจในอามิส บิณฑบาตทุกครั้ง แทนที่เพื่อจะนำภัตตาหารมาฉันให้ชีวิตอยู่ได้ กลายเป็นนับเงินแข่งกัน สายไหนได้เยอะกว่า สายไหนได้น้อยกว่า แล้วจะเกิดการแบ่งสาย แย่้งชิงกัน ซึ่งเป็นการทำลายพระโดยตรง
3. ทำให้โยมเป็นบาปหนัก ที่เป็นต้นเหตุให้พระศาสนามัวหมอง ทำให้พระเป็นอาบัติ
4. ทำให้โยมเป็นคนหยาบในการทำทาน ไม่มีความปราณีต ไม่มีการเตรียมพร้อม เป็นการทำทานแบบมักง่าย และไม่ได้บุญ
คนสมัยก่อนตื่นตี 4 เตรียมอาหารคาวหวาน ด้วยจิตที่ปราณีต ด้วยใจที่ศรัทธา ทำให้อานิสงส์ของการให้ทานมีผลมาก
ซึ่งผิดกับยุคนี้ที่ให้ทานแบบสักแต่ว่าทำ โดยคุณภาพใจไม่มี ซื้ออาหารปากซอยที่บางร้านเราเองยังกินไม่ลง และีที่หนักกว่านั้นคือ การเอาเงินใส่บาตร ดูทำง่ายๆ แต่ไม่ได้กุศล
ไม่ทราบแน่ชัีดว่าวิธีใส่บาตรแบบนี้มาได้อย่างไร ใครเป็นคนต้นคิด ที่สำคัญพระบางรูปเริ่มติดแล้ว อันนี้น่าห่วง ห่วงว่าอนาคตของพุทธศาสนา จะไปเร็วกว่าที่คิด เพราะความหลงผิดของโยมที่เอาง่ายไว้ก่อนนี่แหละ
เอาเงินใส่บาตรได้หรือไม่
การบิณฑบาตของพระสงฆ์เพียงเพื่อได้อาหารมาประทัง ให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ ในการเรียนรู้และปฏิบัติให้เกิดความก้าวหน้าในธรรม
ไม่ได้มาขอทาน แต่เป็นการโปรดญาติโยม เป็นการให้โอกาสไ้ด้มีส่วนในการบำรุงสืบทอดพระศาสนา
พระหุงหาอาหารเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาเงินไปซื้อได้
การเอาเงินใส่บาตร เป็นการทำลายศาสนาที่แยบยล ทั้งทางตรง ทางอ้อม ทางลับ ทางแจ้ง ทางโค้ง และทุกๆทาง
1. ทำให้พระอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ คืออาบัติในทุกกฎ เป็นอาบัติที่ปลงไม่ตก ซื้อของฉันก็อาบัติ ซื้อผ้าใส่ก็อาบัติ อาบัติตลอดเวลาที่ใส่ผ้า อาบัติทุกคำที่ฉัน เป็นอาบัติที่ปลงไม่ได้ ต้องสละเท่านั้น
2. ทำให้พระติดใจในอามิส บิณฑบาตทุกครั้ง แทนที่เพื่อจะนำภัตตาหารมาฉันให้ชีวิตอยู่ได้ กลายเป็นนับเงินแข่งกัน สายไหนได้เยอะกว่า สายไหนได้น้อยกว่า แล้วจะเกิดการแบ่งสาย แย่้งชิงกัน ซึ่งเป็นการทำลายพระโดยตรง
3. ทำให้โยมเป็นบาปหนัก ที่เป็นต้นเหตุให้พระศาสนามัวหมอง ทำให้พระเป็นอาบัติ
4. ทำให้โยมเป็นคนหยาบในการทำทาน ไม่มีความปราณีต ไม่มีการเตรียมพร้อม เป็นการทำทานแบบมักง่าย และไม่ได้บุญ
คนสมัยก่อนตื่นตี 4 เตรียมอาหารคาวหวาน ด้วยจิตที่ปราณีต ด้วยใจที่ศรัทธา ทำให้อานิสงส์ของการให้ทานมีผลมาก
ซึ่งผิดกับยุคนี้ที่ให้ทานแบบสักแต่ว่าทำ โดยคุณภาพใจไม่มี ซื้ออาหารปากซอยที่บางร้านเราเองยังกินไม่ลง และีที่หนักกว่านั้นคือ การเอาเงินใส่บาตร ดูทำง่ายๆ แต่ไม่ได้กุศล
ไม่ทราบแน่ชัีดว่าวิธีใส่บาตรแบบนี้มาได้อย่างไร ใครเป็นคนต้นคิด ที่สำคัญพระบางรูปเริ่มติดแล้ว อันนี้น่าห่วง ห่วงว่าอนาคตของพุทธศาสนา จะไปเร็วกว่าที่คิด เพราะความหลงผิดของโยมที่เอาง่ายไว้ก่อนนี่แหละ