The Conjuring หลอนขึ้นแท่น Turbo กระดึ๊บเป็นทาก ไรอัน เรย์โนลด์สช้ำยกกำลังสอง

US Box Office July 19-21, 2013

(ข้อมูล/แปล-เรียบเรียงจาก www.boxofficemojo.com แวะไปคลิก Like ให้ได้ที่ www.facebook.com/Sadaos ด้วยนะครับ)

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีหนังเข้าใหม่เปิดฉายในวงกว้างที่อเมริการวม 4 เรื่อง และหนังที่ทุนสร้างต่ำที่สุดคือผู้คว้าชัย ขึ้นแป้นอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ ทั้งที่มาพร้อมทุนสร้างที่ต่ำกว่าหนังเรื่องอื่นๆ ถึง 1 ใน 4 แต่ หนังสยองเรื่องราวเหนือธรรมชาติ The Conjuring ของเจมส์ ว่าน ก็ทำเงินไปได้อย่างงดงามถึง 41.9 ล้านเหรียญ ส่วน Turbo กับ Red 2 ถึงว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ส่วน R.I.P.D. คือหายนะเรื่องล่าสุดของซัมเมอร์นี้

สำหรับหนังใน 12 อันดับแรกประจำสัปดาห์ทำเงินรวมกัน 181.1 ล้านเหรียญน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 19% ซึ่งในตอนนั้นแค่ The Dark Knight Rises เรื่องเดียวก็ฟันรายได้ไปแล้ว 160 ล้านเหรียญ

รายได้เปิดตัว 41.9 ล้านเหรียญของ The Conjuring ถือเป็นสถิติใหม่สำหรับหนังสยองเรท อาร์ ที่ไม่่ใช่หนังภาคต่อ เอาชนะ 34.1 ล้านเหรียญของ The Purge แชมป์เก่าเมื่อเดือนก่อนไปได้ และเป็นหนังสยองเหนือธรรมชาติเปิดตัวสูงสุด เมื่อทำได้ดีกว่า Paranormal Activity 2 (40.7 ล้านเหรียญ) สำหรับวอร์เนอร์ ที่จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ รายได้ของ The Conjuring สูงกว่ารายได้เปิดตัวของ Pacific Rim เมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งๆ ที่ทุนสร้างของ Pacific Rim มากกว่า The Conjuring เป็นสิบเท่า และเปิดตัวได้ดีกว่า The Lone Ranger และ After Earth ที่ต่ำกว่า 30 ล้านเหรียญทั้งคู่ ก่อนฉายมีการประมาณการณ์ว่าหนัวน่าจะทำรายได้ราวๆ 26 - 32 ล้านเหรียญ

ตามหน้าเสื่อ The Conjuring ถือว่ามีของครบ เพราะเรื่องสยองเหนือธรรมชาติเป็นทางหนังที่นิยมกันอยู่แล้ว และมุมมองของเรื่องที่ว่า "สร้างจากเรื่องจริง" ก็ทำให้น่าสนใจมากขึ้น แม้จะไม่มีดาราตัวท็อปๆ (ถึงเวรา ฟาร์มิก้า, แทริค วิลสัน, ลิลี่ เทย์เลอร์ จะเป็นดารามีชื่อ แต่ไม่ใช่นักแสดงที่เรียกรายได้ได้) แถมคู่แข่งอย่าง The Purge ก็ลาโรงเรียบร้อย ทำให้ไม่มีตัวตัดรายได้ แล้วที่ทำให้หนังไปได้ดีขนาดนี้ก็คือแผนการตลาดที่โน้มน้าวใจได้อย่างเหมาะเหม็ง โดยแสดงให้เห็นว่านี่คือหนังที่หลอนได้อย่างถึงใจจริงๆ ไม่ใช้ตัวอย่าง แต่ใช้คลิปจากหนังแทน แล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของคนดู ซึ่ง 53% เป็นผู้หญิง และ 59% อายุมากกว่า 25 ปี

ขณะที่หนังสยองทั้งหลายจะตกอันดับอย่างรวดเร็วหลังสัปดาห์เปิดตัว แต่กับ The Conjuring มีเค้าว่าหนังน่าจะทำได้ดีกว่านั้น เมื่อได้คะแนน A- จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งแทบเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับหนังแนวนี้ แถมกับการไม่มีคู่แข่งตรงๆ มาชน บวกกับปากต่อปากที่ดี The Conjuring น่าจะปิดตัวได้ที่รายได้ในระดับ หรือใกล้เคียง 100 ล้านเมื่อจบโปรแกรม

อันดับ 2 เป็น Despicable Me 2 ที่รายได้ตกลงแค่ 43% ทำเงินมาอีก 24.9 ล้านเหรียญ ซึ่งมากพอที่จะทุบหนังแอนิเมชั่นเข้าใหม่ในสัปดาห์นี้อย่าง Turbo รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าชื่อของ Despicable Me มีความแข็งแรงขนาดไหนในกลุ่มผู้ชมหนังครอบครัว ตอนนี้หนังเก็บรายได้รวมไปแล้ว 276 ล้านเหรียญ เป็นหนังแอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับ 8 และเป็นแอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดนับตั้งแต่ Toy Story 3 เมื่อปี 2010

หนังหอยทากซิ่ง Turbo ของดรีมเวิร์คส์ สตาร์ทไม่สวยเมื่อได้เงินเพียง 21.3 ล้านเหรียญในสัปดาห์เปิดตัว กลายเป็นแอนิเมชั่นเปิดตัวน้อยที่สุดของค่ายนับตั้งแต่ Flushed Away เมื่อปี 2006 และถ้ารวมรายได้ในวันพุธกับพฤหัสฯ หนังจะทำเงินไป 31 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่าหนังแอนิเมชั่นดรีมเวิร์คส์ที่ออกตัวแย่ที่สุดจากการฉาย 5 วัน  Rise of the Guardians (32.3 ล้านเหรียญ) ด้วยซ้ำไป

มองกันว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Turbo ออกตัวได้แย่ขนาดนี้ ก็เพราะกำหนดฉายที่ไม่เอื้อให้หนัง เมื่อเปิดตัวหลัง Monsters University และ Despicable Me 2 สองหนังแอนิเมชั่นระดับบิ๊ก ที่เป็นงานภาคต่อเพียงแค่เดือนเดียว โดยหนังทั้ง 2 เรื่องทำเงินรวมกันไปถึงเกือบ 600 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้กำหนดฉายของ Turbo เป็นเรื่องเสี่ยง บวกกับการตลาดที่ไม่โดนมากพอจะทำให้หนังหลุดจากเงาของหนังทั้งสองเรื่องที่ว่า คนดูของหนังแบ่งเป็นชาย-หญิงพอๆ กัน แต่ 55% อายุต่ำกว่า 25 หนังได้คะแนน A จากซีนีม่าสกอร์ ซึ่งน่าจะทำได้ดีในสัปดาห์ต่อๆ ไป แต่ก็น่าจะเป็นแค่สัปดาห์เดียว เพราะอีก 2 สัปดาห์ถัดไป The Smurfs 2 ก็มาจ่อคอหอยรอแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะเป็นเรื่องยากกับการทำรายได้ในระดับ 100  ล้านเหรียญ

กับการฉายในสัปดาห์ที่ 2 หนังเบาสมองของอดัม แซนด์เลอร์ Grown Ups 2 รายได้ตก 52% ได้เงินเพิ่มอีก 19.9 ล้านเหรียญ เทียบกับหนังภาคแรกแล้ว ถือว่ารายได้ตกน้อยกว่านิดหน่อยเท่านั้น รายได้รวมของหนังอยู่ที่ 79.4 ล้านเหรียญ และสุดสัปดาห์นี้น่าจะทำรายได้ผ่าน 100 ล้านเหรียญ

ด้วยโรงฉาย 3,016 โรง Red 2 เปิดตัวในอันดับ 5 ด้วยรายได้ 18.05 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าภาคแรกที่ทำไว้ 21.8 ล้านเหรียญ เมื่อเดือนตุลาคม 2010 ซึ่งในตอนนั้นหนังเจอกับคู่ปรับอย่างหนังภาคต่อ The Expendables 2 ที่เป็นหนังแอ็คชั่นเหมือนๆ กัน แต่กับหนังภาคนี้ที่ดูไม่มีอะไรแตกต่างไปจากหนังภาคแรกที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้หนังไม่น่าไปได้ในระดับเดียวกับหนังภาคแรก สำหรับคนดูนั้นเป็นไปตามคาด 67% อายุมากกว่า 35 และเป็นชาย 52% Red ภาคแรกได้แรงส่งจากปากต่อปากทำให้หนังไปได้สวยจนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ภาคนี้คะแนน B+ จากซีนีมาสกอร์ แสดงให้เห็นว่าหนังไม่น่าไปได้ขนาดนั้น

หลังเปิดตัวได้อย่างน่าผิดหวัง Pacific Rim ยังพอมีความหวังริบหรี่ เมื่อรายได้ในสัปดาห์ที่สองตกแค่ 57% ทำเงินมาได้อีก 16 ล้านเหรียญ เป็นอัตราตกและรายได้ที่พอๆ กับ Cowboys & Aliens ซึ่งยังเป็นหนังที่ีมีกระแสมาหลายปีก่อนออกฉายไม่ต่างกัน และทำรายได้รวมต่ำกว่าการคาดหมายจากกระแสเหมือนๆ กันโชคยังดีที่ Pacific Rim ทำรายได้นอกอเมริกาดีกว่า Cowboys & Aliens ผ่าน 10 วันหนังได้เงินไปแล้ว 68.3 ล้านเหรียญ และน่าจะทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญ เมื่อสิ้นสุดการฉาย

ไล่ลงมาที่อันดับ 7 เป็นหายนะอีกเรื่องของซัมเมอร์นี้ R.I.P.D. เปิดตัวแค่ 12.7 ล้านเหรียญจาก 2,852 โรง ซึ่งพอๆ กับหนังไซ-ไฟ, แอ็คชั่นปนตลกของซัมเมอร์ก่อน The Watch ทำไว้ 12.8 ล้านเหรียญ และเป็นหายนะหนึ่งในซัมเมอร์ที่แล้ว ถือเป็นรายได้เปิดตัวต่ำสุดของปีนี้สำหรับหนังทุนสร้างเกิน 100 ล้านเหรียญ หนังได้คนดู 53% เป็นชาย และอายุมากกว่า 25 ปี 57% ส่วนคะแนนซีนีมาสกอร์มาแค่ C+ เมื่อดูจากคำวิจารณ์ที่แย่และเสียงบอกปากต่อปากไม่ดี R.I.P.D. น่าจะหายสาปสูญไปจากโรงอย่างรวดเร็ว ทำให้รายได้ของยูนิเวอร์แซลจาก Fast & Furious 6 กับ Despicable Me 2 ที่ทำไว้ราวๆ พันล้านเหรียญจากทั่วโลก ต้องโดนแบ่งมาลบตัวแดงของ R.I.P.D. โดยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รายได้รวมของหนังยูนิเวอร์แซลประจำปีนี้ในอเมริกาทะลุพันล้านไปแล้วเรียบร้อย ถือเป็นสถิติใหม่ของค่าย เพราะสถิติเก่าที่ทำไว้เมื่อปีกลาย กว่าจะได้ขนาดนี้ต้องรอถึงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม

ด้วยรายได้เปิดตัวที่ต่ำกว่าคาดหมายของ Turrbo และที่เป็นหายนะของ R.I.P.D. ทำให้ไรอัน เรย์โนลด์ส ที่มีส่วนในหนังทั้ง 2 เรื่องเป็นคนช้ำประจำสัปดาห์  เมื่อดูจากรายได้และทุนสร้างของหนัง 135 และ 130 ล้านตามลำดับ งานนี้คงต้องมีการติดหนักหากจะเอาเรย์โนลด์สมาเล่นหนัง (โดยที่ไม่ต้องไปนึกถึง Green Lantern ด้วยซ้ำ)
กับการฉายในวงจำกัด The Way, Way Back ทำรายได้มา 2.2 ล้านเหรียญจาก 304 โรง ซึ่งถือว่าดีมากๆ ตอนนี้หนังฮิตจากเทศกาลหนังซันแดนซ์ฟันรายได้รวมไป 4.6 ล้านเหรียญ สุดสัปดาห์นี้หนังจะเพิ่มโรงเป็น 650 โรง ส่วน Fruitvale Station ที่ฉายมาเป็นสัปดาห์ที่สอง ทำรายได้สัปดาห์ที่ผ่านมาไป 739,484 เหรียญจาก 34 โรง คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 21,750 เหรียญต่อโรง หนังได้คำวิจารณ์ที่ดี และปากต่อปากที่แข็งแรง ทำให้การเปิดตัวในวงกว้าเดือนหน้าน่าจะไปได้สวย

กับ 353 โรง Girl Most Likely ทำรายได้ไปแค่ 736,000 เหรียญ ถือว่าน่าผิดหวัง เมื่อมองดูความสำเร็จก่อนๆ หน้าของคริสเทน วิก ที่น่าจะเปิดตัวได้สักในระดับเกินล้าน กับคำวิจารณ์ที่ไม่ดี ปากต่อปากที่แย่ (แต่ดีกว่า R.I.P.D. นิดหนึ่ง) สมควรแล้วที่หนังเปิดตัวในวงจำกัดแบบนี้ ขณะที่ Only God Forgives หนังไรอัน กอสลิง/นิโคลาส วินดิ้ง เรฟฟน์  คู่หูจาก Drive เปิดตัวด้วยรายได้ 313,958 เหรียญจาก 78 โรง ซึ่งถือว่าไม่ดี แต่หนังก็มีรายได้จากการขายแบบสตรีมมิ่งที่ออกฉายไปพร้อมๆ กันมาชดเชย

สำหรับตลาดนอกอเมริกา Despicable Me 2 ยึดแป้นอันดับ 1 ด้วยรายได้ 35.4 ล้านเหรียญ ตอนนี้รายได้รายพุ่งไปถึง 308.4 ล้านเหรียญ แซงรายได้ปิดตัวของภาคแรก 293 ล้านเหรียญไปแล้ว หนังกำลังจะกลายเป็นหนัง 600 ล้านเหรีญจากรายได้ทั่วโลกในอีกไม่นาน และน่าจะทำรายได้รวมหลังจบโปรแกรมผ่าน 700 ล้านเหรียญแน่ๆ

Pacific Rim มาเป็นที่ 2 ในสัปดาห์นี้ด้วยรายได้ 34.8 ล้านเหรียญจาก 48 ประเทศ โดยเปิดตัวอันดับ 1 ในฝรั่งเศส 3.8 ล้านเหรียญ และเปิดตัว 2 ล้านเหรียญในเยอรมันนี ตอนนี้หนังทำเงินไปแล้ว 110.3 ล้านเหรียญ โดยยังไม่เปิดตัวในจีน, สเปน, บราซิล และญี่ปุ่น

ที่เปิดตัวพร้อมอเมริกาก็คือ Turbo กับรายได้ 22.6 ล้านเหรียญจาก 28 ตลาด (ประมาณ 25% ของตลาดนอกอเมริกา) ซึ่งเป็นรายได้เปิดตัวที่ดีสำหรับตลาดหนังรถแข่งที่ไม่ใช่หนังภาคต่อ เช่น Cars ที่ทำรายได้ไปถึง 217.9 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ Turbo น่าจะทำได้ หนังเปิดตัวได้ดีที่รัสเซียกับรายได้ 8.4 ล้านเหรียญ และทำเงินเป็นกอบเป็นกำในเม็กซิโก 3.4 ล้านเหรียญ รวมไปถึงบราซิล 1.85 ล้านเหรียญ

Monsters University เก็บเงินมาเพิ่มอีก 20.7 ล้านเหรียญ รายได้รวมตอนนี้อยู่ที่ 283.9 ล้านเหรียญ เป็นหนังเรื่องที่ 7 ของพิกซาร์ที่ผ่าน 500 ล้านเหรียญทั่วโลก ซึ่งเป็นความสำเร็จที่งดงามมากๆ ของสตูดิโอนี้ หนังยังไม่เปิดตัวที่อิตาลี กับจีน โดยรายได้รวมเมื่อปิดโปรแกรมนั้นมองกันไว้ที่ 600 ล้านเหรียญ

World War Z ทำเงินมาอีก 12 ล้านเหรียญจาก 61 ตลาด รายได้รวมนอกอเมริกาเท่ากับ 269.5 ล้านเหรียญ หนังยังไม่เปิดตัวที่สเปนกับญี่ปุ่น รายได้รวมทั่วโลกของหนังอยู่ที่ 456.4 ล้านเหรียญแซงหน้า Star Trek Into Darkness (448.6 ล้านเหรียญไปแล้วเรียบร้อย)

Red 2 เปิดตัว 7.6 ล้านเหรียญ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากเกาหลีใต้ 5.2 ล้านเหรียญ ส่วน R.I.P.D. เปิดตัวไป 6.8 ล้านเหรียญ โดยรายได้หลักมาจากการเปิดตัวที่รัสเซีย 6.4 ล้านเหรียญ ขณะที่ The World's End ของเอดการ์ ไรท์ เปิดตัวไป 3.3 ล้านเหรียญในอังกฤษ ก่อนจะขยายไปที่ประเทศอื่นๆ ก่อนจะบุกอเมริกาในวันที่ 23 สิงหาคม

ติดตามข่าวสาร, อ่านเรื่องราว บทวิจารณ์หนัง-เพลงมากมายได้ที่ www.sadaos.com
อันดับหนังทำเงินในบ้านเรา คลิกชมได้ที่ http://www.sadaos.com/tag/thailand-box-office-2013/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่