ผมขอรบกวนขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ เรื่องการเลือกงาน ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ เข้าทำนอง รักพี่เสียดายน้องครับ และขอความคิดเห็น แบบฟันธงไปเลยครับ เรื่องนี้เริ่มจาก ผมได้งานที่หนึ่ง เป็นบริษัท ญี่ปุ่น ทำธุรกิจ Logistics สมมุติว่า เป็นคนพี่ ทำมาได้ 1 เดือน และอีกบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัท คนไทย สมมุติให้เป็น น้อง สัมภาษณ์ผ่านแล้ว ให้เวลาผมตัดสินใจ ไม่เกิน 1 อาทิตย์ ทั้ง 2 มีดีคนละอย่าง ดังมีข้อเปรียบเทียบ ดังนี้ครับ
1. ฐานะความมั่นคง มันใกล้เคียงกัน กันครับ
บริษัท ญี่ปุ่น ทำธุรกิจ เกี่ยวกับ Logistic มา ตั้งสาขาในไทย ได้ประมาณ 5 ปี บริษัทแม่อยู่ที่ ญี่ปุ่น เป็นบริษัทระดับกลาง ในญี่ปุน ทำธุกิจ logistic แบบครบวงจร มีท่าเรือ และเรือขนสินค้า รถขนส่ง เครื่องบินขนสินค้า เป็นของตนเอง และก่อตั้งมายาวนานมาก คือ 212 ปี (สองร้อยสิบสองปี)
สำหรับ บริษัท น้อง เป็นบริษัท คนไทย ทำธุรกิจ เกี่ยวกับ สารเคมี รับจ้างผลิต น้ำมันหล่อลื่น และผลิปุ๋ย เป็นจำกัด มหาชน ธุรกิจกำลังขยายตัว
2.ทางด้านสวัสดิการ และรายได้
สวัสดิการใกล้เคียงกัน ระยะทางไปทำงานเท่ากัน รายได้ต่างกัน เวลาทำงานต่างกัน
บริษัท ญี่ปุ่น เงินเดือน 26,000 บาท O.T ประมาณ 9000 บาท รวมแล้วประมาณ 35,000 บาท แต่เวลาทำงาน หนัก ไม่ค่อยมีเวลาได้พัก เสาร์อาทิตย์ ก็ทำ ถ้ามีงาน ถึงแม้เวลาทำงาน จะวันเสาร์ครึ่งวัน และทำเสาร์เว้นเสาร์ด้วย แต่มักจะมีO.T วันเสาร์และวันอาทิตย์ เสมอๆ
สำหรับ บริษัท คนไทย เงินเดือน 31,000 เวลาทำงาน 8.00-16.30 หยุด เสาร์ อาทิตย์
3. ความก้าวหน้า และทิศทางการเติบโตของบริษัท
ตำแหน่งทั้งสอง บริษัท คือตำแหน่งเดียวกัน คือ Supervisor
ความก้าวหน้า บริษัทญี่ปุ่น จะมีโอกาสมากกว่า เนื่องจาก มีการขยายสาขา อย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฯ ต่อไป
สำหรับ บริษัทคนไทย กำลังขยายงานมีการสร้างคลังใหม่ และนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งปัจจุบันเป็น ระบบ manual ล้วนๆ ตำแหน่งอาจจะเติบโตไปเรี่อยๆ แต่ไม่แน่เหมือนกัน อาจจะมีการเปลี่ยนโครงสร้างในอนาคตก็ได้ ครับ
4.วัฒนธรรมองค์กร ระบบการทำงาน และความท้าทายในงาน
บริษัท ญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่ ทุกคนในองกรณ์ต้องขยัน ระบบงาน มีเทคโนโลยี คอยsupport ให้ และดำเนินธุรกิจเป็น ศูนยกระจายสินค้า ให้กับลูกค้า บรรยากาศในการทำงานดีครับ ส่วนความท้าทายคือ นายญี่ปุ่น MD จะให้ผมทำรายงานประจำวันว่า ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน เป็นภาษาอังกฤษ จนกว่าจะผ่านโปร 4 เดือน ซึ่งผมมองเห็นความก้าวหน้าของ ตนเองในเรื่องภาษาอังกฤษ แต่ก่อนผมพูดภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยเก่ง เขียนภาษาอังกฤษ ได้ไม่เกิน 2 บรรทัด และไม่ชอบอ่านหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ แม้เวลาไม่ถึง 1 เดือน ผมพูดภาษาอังกฤษ ดีขึ้น เขียนภาษาอังกฤษดีขึ้น 20-30 บรรทัด ความรู้ในด้าน Logistics และsupply chain เพิ่มมากขึ้น เพราะในรายงานทุกวัน นั้นผมจะเขียน สอดแทรก ด้วยบทวิเคราะห์ ที่จะพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างไร ซึ่งเกิดจากการค้นคว้า ซึ่งในวันหยุด ผมจะเข้าห้องสมุดมหาวิทยาลัย ค้นคว้าตำราภาษาอังกฤษ หรือ E jurnal เอามาเขียนมาสรุป ในรายงานให้นายญี่ปุ่นเห็น
ซึ่งนายญี่ปุ่น ชอบมาก และมักมอบหมายงานตั้งโจทย์ให้ ซึ่งผมยอมรับว่ามันยาก เพราะถ้าให้เขียนแนวทางพัฒนามันไม่ยาก แต่สิ่งที่เขาต้องการคือ ทำได้จริงและวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขให้เห็น ซึ่งมันต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน คณิตศาสตร์สถิติชั้นสูง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาออกมาชมต่อหน้าผู้จัดการ ว่าผมเป็นคนฉลาดและขยัน
สำหรับบริษัท ที่ 2 บริษัทคนไทย คือมีคนฝากให้ เขารอการตัดสินใจจากผมโดยด่วน บรรยากาศการทำงานยังไม่ทราบ แต่ที่ได้พูดคุย 5 นาที ในฝ่ายดูเหมือนน้องๆ ในแผนกเป็นมิตรดี วัฒนธรรมในองค์กร มีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ รูปแบบการทำงานจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยม พนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลง บทบาทของงานคลังสินค้าเป็นหน่วยที่Support ฝ่ายผลิตเท่านั้น ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ระบบเป็นแบบ แมนนวล อยู่ มันจัดเรียงแบบตามใจฉัน ไม่มีระบบคอมพิวเตอร์รองรับ การทำงานลำบาก แต่ที่ถ้าทายสำหรับผม คือ ที่นี้เสมือนว่า ผมไปบุกเบิกและพัฒนาระบบมันขึ้นมาถ้าผมทำสำเร็จมันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ พี่ที่จะเกษียร ที่จะรับผมเข้ามาแทนเขาบอกว่า กำลังสร้างคลังใหม่ และมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุม แต่สิ่งที่ลำบาก คือการเปลี่ยนวิถีชิวิต จากแบบเดิมของที่นี่ ทำงานแบบให้อยู่รอดไปวันๆ ไม่ค่อยรับสิ่งใหม่ๆ พี่เขาบอกว่า ไม่ต้องกลัว ที่นี่ไม่มีอะไรมาก คือดูแลน้องๆ ในฝ่าย ดึงรายงาน ดูแลงบประมาณ เข้าประชุม งานสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำงาน 8โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น แต่ผมเป็นคนที่ชอบพัฒนา แบบก้าวกระโดด มันดูจะขัดกัน ถ้าเข้าไปคงต้องค่อยๆ เปลี่ยน แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้คงต้องปล่อยไปตามน้ำ
สรุป เลยครับ เนื่องจากผมลังเล และมีเวลาตัดสินใจน้อย ผมขอถามเลยครับ 1.ถ้าเพื่อน ๆเลือกบริษัทพี่ สัญชาติญี่ปุ่น เพราะอะไร ถึงเลือก
2. ถ้าเพื่อนๆเลือกบริษัท น้อง บริษัทคนไทย เพราะอะไรครับ
3.ถ้าเลื่อกบริษัท คนไทย แล้วเราจะบอก นายญี่ปุ่น อย่่างไรดีครับ ที่ไม่ทำให้เขาเสียความรู้สึก ครับ
สุดท้าย นี้ ขออำนาจพรพระศรีรัตนตรัยอวยพรให้เพื่อนที่ให้ความกรุณาตอบกระทู้นี้ มีความสุขตลอดไป ครับ
ตัดสินใจเลือกงาน ถ้าเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง
1. ฐานะความมั่นคง มันใกล้เคียงกัน กันครับ
บริษัท ญี่ปุ่น ทำธุรกิจ เกี่ยวกับ Logistic มา ตั้งสาขาในไทย ได้ประมาณ 5 ปี บริษัทแม่อยู่ที่ ญี่ปุ่น เป็นบริษัทระดับกลาง ในญี่ปุน ทำธุกิจ logistic แบบครบวงจร มีท่าเรือ และเรือขนสินค้า รถขนส่ง เครื่องบินขนสินค้า เป็นของตนเอง และก่อตั้งมายาวนานมาก คือ 212 ปี (สองร้อยสิบสองปี)
สำหรับ บริษัท น้อง เป็นบริษัท คนไทย ทำธุรกิจ เกี่ยวกับ สารเคมี รับจ้างผลิต น้ำมันหล่อลื่น และผลิปุ๋ย เป็นจำกัด มหาชน ธุรกิจกำลังขยายตัว
2.ทางด้านสวัสดิการ และรายได้
สวัสดิการใกล้เคียงกัน ระยะทางไปทำงานเท่ากัน รายได้ต่างกัน เวลาทำงานต่างกัน
บริษัท ญี่ปุ่น เงินเดือน 26,000 บาท O.T ประมาณ 9000 บาท รวมแล้วประมาณ 35,000 บาท แต่เวลาทำงาน หนัก ไม่ค่อยมีเวลาได้พัก เสาร์อาทิตย์ ก็ทำ ถ้ามีงาน ถึงแม้เวลาทำงาน จะวันเสาร์ครึ่งวัน และทำเสาร์เว้นเสาร์ด้วย แต่มักจะมีO.T วันเสาร์และวันอาทิตย์ เสมอๆ
สำหรับ บริษัท คนไทย เงินเดือน 31,000 เวลาทำงาน 8.00-16.30 หยุด เสาร์ อาทิตย์
3. ความก้าวหน้า และทิศทางการเติบโตของบริษัท
ตำแหน่งทั้งสอง บริษัท คือตำแหน่งเดียวกัน คือ Supervisor
ความก้าวหน้า บริษัทญี่ปุ่น จะมีโอกาสมากกว่า เนื่องจาก มีการขยายสาขา อย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฯ ต่อไป
สำหรับ บริษัทคนไทย กำลังขยายงานมีการสร้างคลังใหม่ และนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งปัจจุบันเป็น ระบบ manual ล้วนๆ ตำแหน่งอาจจะเติบโตไปเรี่อยๆ แต่ไม่แน่เหมือนกัน อาจจะมีการเปลี่ยนโครงสร้างในอนาคตก็ได้ ครับ
4.วัฒนธรรมองค์กร ระบบการทำงาน และความท้าทายในงาน
บริษัท ญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่ ทุกคนในองกรณ์ต้องขยัน ระบบงาน มีเทคโนโลยี คอยsupport ให้ และดำเนินธุรกิจเป็น ศูนยกระจายสินค้า ให้กับลูกค้า บรรยากาศในการทำงานดีครับ ส่วนความท้าทายคือ นายญี่ปุ่น MD จะให้ผมทำรายงานประจำวันว่า ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน เป็นภาษาอังกฤษ จนกว่าจะผ่านโปร 4 เดือน ซึ่งผมมองเห็นความก้าวหน้าของ ตนเองในเรื่องภาษาอังกฤษ แต่ก่อนผมพูดภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยเก่ง เขียนภาษาอังกฤษ ได้ไม่เกิน 2 บรรทัด และไม่ชอบอ่านหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ แม้เวลาไม่ถึง 1 เดือน ผมพูดภาษาอังกฤษ ดีขึ้น เขียนภาษาอังกฤษดีขึ้น 20-30 บรรทัด ความรู้ในด้าน Logistics และsupply chain เพิ่มมากขึ้น เพราะในรายงานทุกวัน นั้นผมจะเขียน สอดแทรก ด้วยบทวิเคราะห์ ที่จะพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างไร ซึ่งเกิดจากการค้นคว้า ซึ่งในวันหยุด ผมจะเข้าห้องสมุดมหาวิทยาลัย ค้นคว้าตำราภาษาอังกฤษ หรือ E jurnal เอามาเขียนมาสรุป ในรายงานให้นายญี่ปุ่นเห็น
ซึ่งนายญี่ปุ่น ชอบมาก และมักมอบหมายงานตั้งโจทย์ให้ ซึ่งผมยอมรับว่ามันยาก เพราะถ้าให้เขียนแนวทางพัฒนามันไม่ยาก แต่สิ่งที่เขาต้องการคือ ทำได้จริงและวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขให้เห็น ซึ่งมันต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน คณิตศาสตร์สถิติชั้นสูง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาออกมาชมต่อหน้าผู้จัดการ ว่าผมเป็นคนฉลาดและขยัน
สำหรับบริษัท ที่ 2 บริษัทคนไทย คือมีคนฝากให้ เขารอการตัดสินใจจากผมโดยด่วน บรรยากาศการทำงานยังไม่ทราบ แต่ที่ได้พูดคุย 5 นาที ในฝ่ายดูเหมือนน้องๆ ในแผนกเป็นมิตรดี วัฒนธรรมในองค์กร มีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ รูปแบบการทำงานจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยม พนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลง บทบาทของงานคลังสินค้าเป็นหน่วยที่Support ฝ่ายผลิตเท่านั้น ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ระบบเป็นแบบ แมนนวล อยู่ มันจัดเรียงแบบตามใจฉัน ไม่มีระบบคอมพิวเตอร์รองรับ การทำงานลำบาก แต่ที่ถ้าทายสำหรับผม คือ ที่นี้เสมือนว่า ผมไปบุกเบิกและพัฒนาระบบมันขึ้นมาถ้าผมทำสำเร็จมันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ พี่ที่จะเกษียร ที่จะรับผมเข้ามาแทนเขาบอกว่า กำลังสร้างคลังใหม่ และมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุม แต่สิ่งที่ลำบาก คือการเปลี่ยนวิถีชิวิต จากแบบเดิมของที่นี่ ทำงานแบบให้อยู่รอดไปวันๆ ไม่ค่อยรับสิ่งใหม่ๆ พี่เขาบอกว่า ไม่ต้องกลัว ที่นี่ไม่มีอะไรมาก คือดูแลน้องๆ ในฝ่าย ดึงรายงาน ดูแลงบประมาณ เข้าประชุม งานสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำงาน 8โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น แต่ผมเป็นคนที่ชอบพัฒนา แบบก้าวกระโดด มันดูจะขัดกัน ถ้าเข้าไปคงต้องค่อยๆ เปลี่ยน แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้คงต้องปล่อยไปตามน้ำ
สรุป เลยครับ เนื่องจากผมลังเล และมีเวลาตัดสินใจน้อย ผมขอถามเลยครับ 1.ถ้าเพื่อน ๆเลือกบริษัทพี่ สัญชาติญี่ปุ่น เพราะอะไร ถึงเลือก
2. ถ้าเพื่อนๆเลือกบริษัท น้อง บริษัทคนไทย เพราะอะไรครับ
3.ถ้าเลื่อกบริษัท คนไทย แล้วเราจะบอก นายญี่ปุ่น อย่่างไรดีครับ ที่ไม่ทำให้เขาเสียความรู้สึก ครับ
สุดท้าย นี้ ขออำนาจพรพระศรีรัตนตรัยอวยพรให้เพื่อนที่ให้ความกรุณาตอบกระทู้นี้ มีความสุขตลอดไป ครับ