เหนือตะวัน ตอนที่ 22

กระทู้สนทนา
ตอนที่  22  การเปลี่ยนแปลง


เมื่อทั้งสองมาที่ห้องพัก รักษาตัว  ศิริศรโผเข้ากอดธนูอย่างดีใจ  น้ำตาของความปลื้มปิติไหลนอง

"คุณพ่อขา.... หนูคิดว่าจะไม่ได้คุยกับคุณพ่อแล้ว...."
ธนูแย้มยิ้มก่อนดันตัวศิริศรออก ใช้มือขวา บีบจมูกเธออย่างแผ่วเบา

"แกนี่ยังไง...พ่อแข็งแรงขนาดนี้  เรื่องแค่นี้ ทำอะไรพ่อไม่ได้หรอก...ยังไงพ่อต้องอยู่ทะเลาะกับแก
อีกนาน.....หึ..ๆ..."
สายตาของธนูเหลือบมองมายังเอก สีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"เอก...ทำไมยืนตรงนั้น...มานี่สิ!!...เข้ามา..ๆ..."
เอกยังคงปั้นหน้าเศร้าสลด  ก่อนเดินเข้าไปหาธนู ที่ใช้สายตาเข้มจ้องมายังเอก

"อาเจ็ก...ผมขอโทษ...ที่ผมไม่รอบคอบกว่านี้...จนทำให้อาเจ็กบาดเจ็บแบบนี้..."
เอกยืนข้างเตียง  ธนูสายตากร้าวสบัดมือตบที่หน้าของเอก...ดังเผี๊ยะ!!!...

"นี่คือการลงโทษ ที่แกทำพลาด จนทำให้ฉันบาดเจ็บ...ต่อไปอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก จำไว้....
ตอนนี้อาเจ็กลงโทษแกแล้ว...เราหายกัน..."

ธนูแย้มยิ้ม  ดึงตัวเอกเข้ามากอด  ถึงใบหน้าของเอกจะชาด้วยฤทธิ์ฝ่ามือที่ตวัดอย่างรวดเร็ว
แต่เอกสังเกตเห็นอีกอย่าง  คือความเปลี่ยนแปลงของธนู ที่ใช้วิธีการลงโทษแบบนี้ ศิริศรก็ตกใจ
เช่นเดียวกัน ที่ธนูใช้กำลังแบบนั้นกับเอก  เพราะมันมิใช่นิสัยส่วนตัวของ...ธนู....

ธนูดูรายงานเรื่องอาการบาดเจ็บของตน รวมทั้งรายงานการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนูปา
รายงานเหล่านั้นลงบนพื้นอย่างอารมณ์เสีย สบถออกมาให้เอกฟังอย่างเคียดแค้น

"ไอ้ชั่ว...มันกล้าหักหลังฉันเชียวหรือ...อุตส่าห์ปลดหนี้ให้มัน...ยังมาแว้งกัด...คนอย่างมัน
ติดคุกอย่างเดียวก็ไม่สาสม...เอกแกว่าฉันควรทำอย่างไรกับมันดี..."
เอกใช้ความคิดสักครู่  ก่อนจะเอ่ยออกมา  

"ตอนนี้บันเทิงติดคุกอยู่...ผมว่าเขาได้รับโทษแล้ว...อย่าไปแก้แค้นให้มันวุ่นวายเลยครับ...อาเจ็ก..."
เอกยังคงรักษาภาพพจน์เสมอต้น เสมอปลาย

"เอก...แกมันเป็นคนดีเกินไป...ตอนนี้ฉันรู้ซึ้งแล้วว่า  ถ้าจะทำอะไร เราต้องเด็ดขาด...ถ้าถึงบทโหด...
เราก็ต้องโหด...ที่แล้วมา อาเจ็กใช้แต่พระคุณ ถึงได้พลาดให้คนเลวอย่างไอ้บันเทิงไง...เอกต้องจำ
บทเรียนนี้นะ...ว่าถ้าคนที่จะเป็นใหญ่ได้...ต้องเด็ดขาด.."

สายตาของธนูนั้นกลายเป็นคนอีกประเภทไปแล้ว เอกได้แต่แอบกระหยิ่มในใจ  แต่ก็อดหวั่นใจใน
ตัวยาของนฤมลไม่ได้  เพราะถ้านฤมลเกิดแว้งมาใช้ยาตัวนี้กับเขา... ตอนนี้คงต้องร่วมมือกับ นฤมล
ไปก่อน ถึงภายในใจเขารู้สึกเกลียดชัง สิทธิชัย แล้วนฤมลเองก็เหมือน จะให้การปกป้องสิทธิชัย
เขาคิดไว้  ถ้าเขาขึ้นเป็นใหญ่  ต้องหาทางกำจัด นฤมลก่อน  แล้วค่อยจัดการ สิทธิชัยภายหลัง....
...............................................

ธนูได้ให้ศิริศรให้นำเสื้อผ้า มาให้เปลี่ยน  เพื่อออกจากโรงพยาบาล  ศิริศรต้องการให้ธนูอยู่โรงพยาบาล
เพื่อล้่างพิษยา  แต่ธนูไม่ยอม  พร้อมทั้งให้ศิริศรเบิกเงินสดให้เขา จำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้จ่ายในตอนนี้  
ศิริศรจึงนำเงินสดจำนวนหนึ่งมาให้  ธนูขับรถ ที่ศิริศรเตรียมมาให้ โดยมิให้ศิริศรไปด้วย  เธอจึงให้เอก
ไปส่งเธอที่ สำนักงาน  ศิริศรได้แต่วิเคราะห์อาการของธนูเงียบๆ...ไม่ปรึกษาแม้กระทั่งเอก...

ศิริศรเข้าใจคำสั่งที่สองของธนูแล้ว  เพราะคำสั่งที่ให้เธอ เป็นประธานฝ่ายบริหาร ต้องเป็นจนครบ
สองปี โดยห้ามคืนตำแหน่งให้ กับประธานคนเดิม  ต้องรอครบวาระก่อนจึงจะคืนอำนาจฝ่ายบริหารให้...
ศิริศรเข้าใจได้ทันที ว่าธนูที่เขียนแบบนี้เพราะอะไร  เรื่องที่บิดาเธอบาดเจ็บนั้น เป็นไปได้ว่า  
ที่เขาจะคาดการณ์ไว้แล้ว   แต่ทำไมไม่ใช้วิธีป้องกันตนเอง  กับใช้วิธีทำเป็นพินัยกรรมแทน ศิริศรได้แต่
สงสัย...และสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ....
...........................................

ธนู เข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในกรุงเทพ ซื้อเสื้อสีสันสดใส  แต่งตัวเหมือนดาราต่างประเทศ
แล้วขับรถไปหา  เยาวเรศ ที่กำลังออกไปข้างนอก เมื่อเยาวเรศ พบธนู เธอก็เดินไปหาธนูอย่างดีใจ

"พ่อเลี้ยง...หายดีแล้วหรือคะ ...แล้วทำไมไม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านล่ะคะ???..."
สายตาเยาวเรศเป็นประกายสดใส ที่พบธนูอย่างไม่คาดคิด

"คุณเยาว์ครับ...คุณเคยบอกไม่ใช่หรือ ว่าอยากเรียกผมว่าพี่...อย่าเรียกผมว่าพ่อเลี้ยงเลย ผมรู้สึกว่ามัน
ห่างเหินเกินไป...แล้วอีกอย่าง ผมพักมานานแล้ว...พอผมฟื้นขึ้นมา  คนแรกที่ผมอยากมาพบ ก็คือคุณ
วันนี้คุณเยาว์ พอมีเวลาให้ผม...ได้ไหมครับ...เพราะถ้าคุณบอกไม่ได้ ผมอาจจะป่วยหนักอีกครั้ง...
เออ!!..ผมเกือบลืม...นี่ดอกไม้สำหรับผู้หญิงที่สวยที่สุด...ของผม..."

สายตาของธนูนั้น แฝงความใน จนเยาวเรศอดแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันของเขา
แต่มีหรือจะปล่อยโอกาสแบบนี้ให้สูญเปล่าไป  เธอยกเลิกนัด ที่จะไปคุยกับ คนกลางที่จะติดต่อ
ไปจัดการกับนายบันเทิงในคุก   ธนูพาเยาวเรศไปเที่ยวทะเลบางแสน โดยธนูไปเปลี่ยนรถยนต์ที่บ้านพัก
เป็นรถยนต์สปอร์ต เปิดประทุน ขับรถไปกัน...สองต่อสอง  เยาวเรศซบที่ไหล่ของธนูไปตลอดทาง.....
....................................................

          สิทธิชัย ใช้เส้นสายเพื่อสืบเหตุการณ์ในอดีต  เรื่องที่ภาคีลาออกจาก ซันไลท์กรุ๊ปแล้ว
ไปทำงานให้ ผู้การ อดุลย์ ซึ่งเป็นคนสนิทของคนที่เป็นใหญ่ในขณะนั้น มีหน้าที่ช่วยงานกิจการ
ฟอกเงินใน คราวนั้นซึ่งสิทธิชัยมีเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนประจำ  ได้ขึ้นเป็นคนเก็บทะเบียนประวัติ
ต่างๆ จึงได้รู้ว่าคนที่ทำลาย เจริญบูรพาที่แท้จริง มิใช่ภาคี  แต่เป็นผู้การอดุลย์  ที่ต้องการรวบ
อำนาจมาไว้ในมือ ส่วนที่ภาคี ที่ยอมทำงานด้วย เพราะถูกบังคับ  สายภายในแจ้งว่าน่าจะเป็นเพราะ
กลัวภรรยา จะได้รับอันตรายจึงยอมทำตามคำสั่ง  เพราะพี่ชายของเพื่อน ตอนนั้นเข้าร่วม
ปฏิบัติการ ขย้ำหนู  

          โดยพี่ชายของเพื่อนเขา เป็นคนรับคำสั่งตรงจากผู้การอดุลย์   ส่วนการล่าสังหารคู่อรินั้น
จะใช้พวกนอกกฎหมาย หรืออดีตทหาร หรืออดีตตำรวจ ที่ออกราชการไปแล้ว  เพื่อทำงาน
เหล่านั้น...ทางภาคีอาจทราบถึงคำสั่งนี้  หรือโดนสั่งมา  เมื่อมีโอกาส จึงช่วยเขาให้รอดพ้น
จากความตาย  หรือจะเป็นเพราะเพื่อไถ่บาปที่ภาคี...ได้สั่งฆ่าสมเจตน์ พ่อของเขา เรื่องนี้สิทธิชัย  
ต้องสืบรู้ข้อเท็จจริงให้ได้.... แล้วเรื่องของ เอก ที่จะคอยบ่อนทำลายภายใน  หรือเพื่อจะแต่งงาน
กับศิริศรซึ่งเป็นเรื่องที่เขายอมไม่ได้เด็ดขาด... ตอนนี้สิทธิชัยที่จะต้องทำ ก็คือเดินหน้าตีสนิท
ศิริศรเต็มตัวถึงเขาจะต้องเผชิญศึกทั้งสองด้าน....ด้านหนึ่ง  นายหิรัญ ที่เขาเห็นจุดประสงค์
อย่างโจ่งแจ้ง อีกด้านหนึ่ง ก็คือ นายเอก  ...ดูแล้วน่าจะเป็นคู่แข่งที่ น่ากลัวที่สุด..เท่าที่สิทธิชัย
เคยเผชิญหน้า...ที่สำคัญ เอกยังเป็นคนที่ ศิริศรไว้ใจมากกว่าใคร ในขณะนี้.....
.................................................

          หิรัญหลังจากตรวจงาน ทั้งหมดของดราก้อน เขาจึงนำรายงานของ ธนูขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ..
เพราะนั่นหมายถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเพาเวอร์อินฟินิตี้  เพราะรายงานของกล้าที่นำมาให้
เป็นข้อมูลเชิงลึก...ที่แม้แต่ทางสันติบาลก็ไม่มี...หรืออาจมี  แต่ละเลยไป... เพราะรายรับของบ่อน
ทุกแห่งหิรัญจะได้รับรายงานก่อนเป็นสำเนา  หรือรายงานรายชื่อลูกค้า กับลูกหนี้ หิรัญไม่เคยตกหล่น
ในรายละเอียด  เขาจึงรู้ว่า....รายงานที่ว่า นายบันเทิงยังติดหนี้กับทางบ่อนอยู่นั้น....เป็นหลักฐานเท็จ
ที่สร้างขึ้นจากคนของเขาเอง... เพราะหลังจาก นายบันเทิงชำระเงินที่ติดค้างไว้นั้น...นายบันเทิง ไม่เคย
หวนกลับมาเล่นที่บ่อนไหนอีกเลย...เพราะในแต่ละบ่อน จะคอยส่งข้อมูลของนักเล่นให้กันเสมอ ถ้าเป็น
นักเล่นหน้าเก่า จะพอมีประวัติโดยสังเขปไว้ เพื่อแชร์ข้อมูลกัน  ข้อมูลของนายบันเทิงมิได้มีการ
สอบถามมา นั้นหมายถึง เขามิได้กลับไปเล่นการพนันในบ่อนไหนอีกเลย เมื่อชำระหนี้ก้อนนั้นไปแล้ว

          จากการวิเคราะห์รวมทั้งการไต่ถามนายบ่อนผู้นั้น  หิรัญจึงรู้ว่า  มาริสาได้มาขอให้นายบ่อน ให้ทำ
หลักฐานเท็จขึ้นมา....ไม่ต้องวิเคราะห์ ให้มากความ เขาก็รู้ว่า ธนูโดนใครเล่นงาน หิรัญนั้นอดทึ่งใน
ความคิดที่ซับซ้อน  ปฏิบัติการที่ไร้รอยต่อ  หาทางเชื่อมโยงไม่ได้ รวมทั้งแผนที่วางไว้เป็นขั้นตอนเพื่อ
กำจัดศัตรูของเธอ  ที่เขาคิดอีกอย่างก็คือ  ที่ธนูยังไม่ตาย ก็ต้องเป็นแผนของเธอเช่นกัน  หรือไม่แน่ว่า
ธนูในตอนนี้ อาจมิใช่ธนูคนเดิม...อีกแล้ว...หิรัญเหยียดยิ้มออกมา

"คุณมาริสาของผม...สงสัยคนที่ผมต้องจัดการ...ก่อนคนอื่น...ก็คือคุณ  แต่ผมยังไม่จัดการคุณตอนนี้...
เพราะผม...อยากดูละครสนุก...สนุก...จากคุณ...ว่าคุณจะมาไม้ไหน...หึ..ๆ...เมื่อผมดูละครเรื่องนี้จบ...
นั้นก็หมายถึง...คุณก็ต้องจากไป ถึงแม้ว่าผม...ก็รู้สึก...เสียดายคุณมาก..ๆ...หึ..ๆ.."
หิรัญวางรายงานบนโต๊ะ  สายตาเป็นประกายวาว
.....................................................
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่