ไออุ่นรัก
“หนาวว่ะไอ้นัสทำไมแกไม่บอกฉันว่าที่นี่มันจะหนาวขนาดนี้วะ” มังกรบ่นทันทีที่เพื่อนเดินออกมาจากห้องน้ำเนื่องจากไม่ได้แจ้งสภาพดินฟ้าอากาศกับเขาก่อนว่าที่นครพนมในเดือนธันวาคมมันจะหนาวขนาดนี้
“ก็นี่มันหน้าหนาวนิครับคุณมังกรผมก็นึกว่าคุณจะเตรียมเสื้อกันหนาวมาซะอีก” มนัสบ่นกลับบ้าง
“ก็ใครมันจะไปรู้วะนึกว่าจะแค่เย็นๆนี่มันหนาวมากเลยนะเว้ย ที่กรุงเทพฉันยังไม่เคยเห็นว่าจะหนาวซักปี”
“ก็รู้ไว้ซะนะครับคุณมังกร” มนัสทำท่ายียวนกวนประสาทมังกรก่อนที่จะต้องวิ่งหลบลูกเตะมหาประลัยของมังกรพัลวัน
“เฮ้ยๆพอแล้วๆเหนื่อยว่ะ วิ่งเล่นเป็นเด็กๆไปได้เรื่องเสื้อกันหนาวไม่ต้องห่วงฉันเอามาเยอะแกใช้ของฉันก็ได้ ว่าแต่เราลงไปกินข้าวกันเถอะป่านนี้ป้าเพ็ญรอแล้ว” มนัสรีบห้ามก่อนที่จะโดนเตะเข้าจริงๆ
ทั้งสองคนเดินลงมาสมทบกับแขกคนอื่นๆที่บริเวณด้านหน้าของโฮมสเตย์ที่ถูกจัดเป็นที่สำหรับรับประทานอาหารไว้อย่างเรียบง่ายมีโต๊ะเล็กๆสามตัวสำหรับวางอาหารและเครื่องดื่มโต๊ะตัวแรกเป็นที่วางของอาหารกลางๆที่ทุกคนสามารถทานกันได้ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด แกงจืด ต้มยำ ไข่เจียว คะน้าหมูกรอบ กระเพรา ส่วนอีกโต๊ะก็จัดวางด้วยอาหารที่ทั้งมนัสและมังกรไม่ค่อยคุ้นตาซักเท่าไหร่ประมาณสี่ห้าอย่างน่าจะเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี้ และโต๊ะสุดท้ายก็เป็นของหวานผลไม้และน้ำดื่มต่างๆ มังกรและมนัสเดินมาสมทบกับแขกคนอื่นๆที่นั่งกินอยู่ก่อนแล้วที่แคร่ไม้ไผ่สามตัวที่ตั้งอยู่ห่างจากโต๊ะตั้งอาหารไม่มากนัก
“ขอนั่งด้วยคนนะครับลุงชาติป้าเพ็ญ”
มนัสทำเนียนเดินเข้าไปนั่งข้างๆป้าเพ็ญและลุงชาติที่ข้างๆมีดุจดาวนั่งอยู่
“มาสิพ่อนัสพ่อกร ยัยหนูขยับให้พี่เขานั่งด้วยสิลูก” ลุงชาติบอกให้ดุจดาวที่นั่งอยู่ใกล้กับแขกผู้ชายอีกคนหนึ่งให้ขยับมานั่งใกล้ตัวเองและให้มังกรกับมนัสนั่งเนื่องจากรู้สึกไว้ใจและถูกชะตากับมังกรและมนัสมากกว่าแขกคนอื่นๆที่พักอยู่ในโฮมสเตย์นี้ ทำให้มนัสพลักมังกรไปนั่งข้างดุจดาวอย่างเนียนๆ ซึ่งมังกรเองก็เต็มใจอยู่แล้ว และไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมมังกรสามารถเข้าใกล้ดุจดาวได้ขนาดนี้เพราะด้วยผมเผ้าและหนวดเคราที่ยาวรุงรังทำให้ดุจดาวไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคือพี่มังกรที่เคยทำร้ายจิตใจของเธอมาอย่างร้ายกาจคนนั้นอาจจะมีมองด้วยสายตาสงสัยบ้างในตอนแรกที่แม่ให้นำผ้าห่มไปให้ที่ห้องของสองหนุ่มและแนะนำให้เธอรู้จักกับพวกเขาเนื่องจากเคล้าโครงหน้า แววตา และชื่อเหมือนกับมังกรอดีตคนรักของเธอแต่ก็ต้องคลายสงสัยเพราะมังกรเก็บอาการได้สนิทไม่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จักเธอมาก่อนจึงทำให้ดุจดาวแน่ใจว่าคนละมังกรกัน ส่วนมนัสนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะดุจดาวไม่เคยเจอเขาซักครั้งเนื่องจากมนัสพึ่งกลับจากเรียนต่อที่อังกฤษเมื่อสี่ปีที่แล้วหลังจากที่ดุจดาวหายไปจากชีวิตของมังกร
“อ้าวทำไมเอาแต่น้ำเปล่ามาล่ะพ่อกร พ่อนัส” ป้าเพ็ญทักขึ้นเมื่อเห็นสองหนุ่มมีแค่น้ำเปล่ามาร่วมวงทานข้าวด้วย
“พวกผมอยากลองกินอาหารพื้นป้าพวกนั้นดูน่ะครับป้าเพ็ญแต่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลยยังไม่กล้าตักกะจะมาขอความช่วยเหลือจากป้าเพ็ญนี่ล่ะครับ”
“งั้นดาวพาไปตักเองจ๊ะ แม่ทานข้าวต่อเถอะ” ดุจดาวลุกขึ้นพาทั้งสองไปที่โต๊ะวางอาหาร
“จานนั้นปลาส้มทรงเครื่องค่ะ ข้างๆก็ปลาส้มเหมือนกันแต่เป็นส้มปลาชะโดทอดค่ะ นั้นก็ต้มยำไก่บ้านแต่ที่นี้จะเรียกซั่วไก่อร่อยนะคะลองชิมดู ส่วนนั้นก็แหนมเนืองพวกคุณอาจเคยรู้จักบ้างส่วนในหม้อก็ก๋วยจั๊บญวณหรือที่นี่จะเรียกว่าข้าวเปียกเส้นค่ะ” ดุจดาวเอ่ยแนะนำเมนูอาหารอย่างคล่องแคล่วทำให้มังกรมองอดีตแฟนสาวอย่างชื่นชมแต่ก็ไม่ออกหน้าออกตามากนักเพราะกลัวเธอจะรู้เสียก่อนแผนการของเขาจะสำเร็จ
“น่ากินทั้งนั้นเลยครับงั้นผมเอาส้มปลาชะโดทอดกับซั่วไก่ดีกว่าครับ” มนัสรีบตักอาหารใส่จานอย่างรวดเร็วเพื่ออยากจะเปิดโอกาสให้เพื่อนได้อยู่กับดุจดาวสองต่อสอง
“แล้วคุณกรล่ะคะทานอะไรดี” ดุจดาวเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่ามังกรนิ่งอยู่นาน
“งั้นผมเอาก๋วยจั๊บแล้วกันครับวานคุณดาวปรุงให้หน่อยได้มั้ยครับ” มังกรตักก๋วยจั๊บใส่ถ้วยก่อนจะยื่นให้กับดุจดาว
“คุณกรรู้ด้วยหรอคะว่าต้องปรุง” ดุจดาวเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“เคยกินน่ะครับแต่ปรุงไม่เป็นปกติจะมีคนปรุงให้” มังกรตอบเรียบๆทั้งที่ในใจอยากจะบอกว่า~~ก็เป็นของโปรดที่หนูชอบทำให้พี่กินบ่อยๆไงครับทำไมพี่จะไม่รู้จัก~~ เพราะก๋วยจั๊บญวณเป็นอาหารสุดโปรดของดุจดาวที่เธอมักจะทำให้เขาได้ชิมอยู่บ่อยครั้งที่เขาและเธออยู่ด้วยกันและเธอคิดถึงบ้านขึ้นมาก็มักจะทำเมนูนี้ทานเสมอๆ
“เสร็จแล้วค่ะ” ดุจดาวยื่นชามให้มังกรพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆเพราะเขาทำให้เธอคิดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เธอมักจะทำก๋วยจั๊บญวณให้เขาทานและจะต้องเป็นคนปรุงให้เขาเสมออย่างเช่นในตอนนี้
“คุณดาวเป็นอะไรหรือเปล่าครับสีหน้าไม่ค่อยดีเลยไม่สบายรึเปล่า” มังกรเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าดุจดาวมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“ไม่เป็นไรค่ะ ดาวว่าเราไปทานข้าวกันต่อดีกว่านะคะ”
“ครับ”
มังกรตอบอย่างว่าง่ายและเดินตามดุจดาวกลับไปที่แคร่และนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ผ่านมาเพราะได้นั่งทานข้าวกับคนรักที่ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมีวันนี้ได้ ต้องขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาเขาส่งของขวัญชิ้นพิเศษนี้มาให้เขาในวันปีใหม่
ตอนนี้ยังไม่จบฝากติดตามด้วยนะคะ
ทวงใจรักซาตานร้าย(ตอนที่ 3)
ไออุ่นรัก
“หนาวว่ะไอ้นัสทำไมแกไม่บอกฉันว่าที่นี่มันจะหนาวขนาดนี้วะ” มังกรบ่นทันทีที่เพื่อนเดินออกมาจากห้องน้ำเนื่องจากไม่ได้แจ้งสภาพดินฟ้าอากาศกับเขาก่อนว่าที่นครพนมในเดือนธันวาคมมันจะหนาวขนาดนี้
“ก็นี่มันหน้าหนาวนิครับคุณมังกรผมก็นึกว่าคุณจะเตรียมเสื้อกันหนาวมาซะอีก” มนัสบ่นกลับบ้าง
“ก็ใครมันจะไปรู้วะนึกว่าจะแค่เย็นๆนี่มันหนาวมากเลยนะเว้ย ที่กรุงเทพฉันยังไม่เคยเห็นว่าจะหนาวซักปี”
“ก็รู้ไว้ซะนะครับคุณมังกร” มนัสทำท่ายียวนกวนประสาทมังกรก่อนที่จะต้องวิ่งหลบลูกเตะมหาประลัยของมังกรพัลวัน
“เฮ้ยๆพอแล้วๆเหนื่อยว่ะ วิ่งเล่นเป็นเด็กๆไปได้เรื่องเสื้อกันหนาวไม่ต้องห่วงฉันเอามาเยอะแกใช้ของฉันก็ได้ ว่าแต่เราลงไปกินข้าวกันเถอะป่านนี้ป้าเพ็ญรอแล้ว” มนัสรีบห้ามก่อนที่จะโดนเตะเข้าจริงๆ
ทั้งสองคนเดินลงมาสมทบกับแขกคนอื่นๆที่บริเวณด้านหน้าของโฮมสเตย์ที่ถูกจัดเป็นที่สำหรับรับประทานอาหารไว้อย่างเรียบง่ายมีโต๊ะเล็กๆสามตัวสำหรับวางอาหารและเครื่องดื่มโต๊ะตัวแรกเป็นที่วางของอาหารกลางๆที่ทุกคนสามารถทานกันได้ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด แกงจืด ต้มยำ ไข่เจียว คะน้าหมูกรอบ กระเพรา ส่วนอีกโต๊ะก็จัดวางด้วยอาหารที่ทั้งมนัสและมังกรไม่ค่อยคุ้นตาซักเท่าไหร่ประมาณสี่ห้าอย่างน่าจะเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี้ และโต๊ะสุดท้ายก็เป็นของหวานผลไม้และน้ำดื่มต่างๆ มังกรและมนัสเดินมาสมทบกับแขกคนอื่นๆที่นั่งกินอยู่ก่อนแล้วที่แคร่ไม้ไผ่สามตัวที่ตั้งอยู่ห่างจากโต๊ะตั้งอาหารไม่มากนัก
“ขอนั่งด้วยคนนะครับลุงชาติป้าเพ็ญ”
มนัสทำเนียนเดินเข้าไปนั่งข้างๆป้าเพ็ญและลุงชาติที่ข้างๆมีดุจดาวนั่งอยู่
“มาสิพ่อนัสพ่อกร ยัยหนูขยับให้พี่เขานั่งด้วยสิลูก” ลุงชาติบอกให้ดุจดาวที่นั่งอยู่ใกล้กับแขกผู้ชายอีกคนหนึ่งให้ขยับมานั่งใกล้ตัวเองและให้มังกรกับมนัสนั่งเนื่องจากรู้สึกไว้ใจและถูกชะตากับมังกรและมนัสมากกว่าแขกคนอื่นๆที่พักอยู่ในโฮมสเตย์นี้ ทำให้มนัสพลักมังกรไปนั่งข้างดุจดาวอย่างเนียนๆ ซึ่งมังกรเองก็เต็มใจอยู่แล้ว และไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมมังกรสามารถเข้าใกล้ดุจดาวได้ขนาดนี้เพราะด้วยผมเผ้าและหนวดเคราที่ยาวรุงรังทำให้ดุจดาวไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคือพี่มังกรที่เคยทำร้ายจิตใจของเธอมาอย่างร้ายกาจคนนั้นอาจจะมีมองด้วยสายตาสงสัยบ้างในตอนแรกที่แม่ให้นำผ้าห่มไปให้ที่ห้องของสองหนุ่มและแนะนำให้เธอรู้จักกับพวกเขาเนื่องจากเคล้าโครงหน้า แววตา และชื่อเหมือนกับมังกรอดีตคนรักของเธอแต่ก็ต้องคลายสงสัยเพราะมังกรเก็บอาการได้สนิทไม่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จักเธอมาก่อนจึงทำให้ดุจดาวแน่ใจว่าคนละมังกรกัน ส่วนมนัสนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะดุจดาวไม่เคยเจอเขาซักครั้งเนื่องจากมนัสพึ่งกลับจากเรียนต่อที่อังกฤษเมื่อสี่ปีที่แล้วหลังจากที่ดุจดาวหายไปจากชีวิตของมังกร
“อ้าวทำไมเอาแต่น้ำเปล่ามาล่ะพ่อกร พ่อนัส” ป้าเพ็ญทักขึ้นเมื่อเห็นสองหนุ่มมีแค่น้ำเปล่ามาร่วมวงทานข้าวด้วย
“พวกผมอยากลองกินอาหารพื้นป้าพวกนั้นดูน่ะครับป้าเพ็ญแต่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลยยังไม่กล้าตักกะจะมาขอความช่วยเหลือจากป้าเพ็ญนี่ล่ะครับ”
“งั้นดาวพาไปตักเองจ๊ะ แม่ทานข้าวต่อเถอะ” ดุจดาวลุกขึ้นพาทั้งสองไปที่โต๊ะวางอาหาร
“จานนั้นปลาส้มทรงเครื่องค่ะ ข้างๆก็ปลาส้มเหมือนกันแต่เป็นส้มปลาชะโดทอดค่ะ นั้นก็ต้มยำไก่บ้านแต่ที่นี้จะเรียกซั่วไก่อร่อยนะคะลองชิมดู ส่วนนั้นก็แหนมเนืองพวกคุณอาจเคยรู้จักบ้างส่วนในหม้อก็ก๋วยจั๊บญวณหรือที่นี่จะเรียกว่าข้าวเปียกเส้นค่ะ” ดุจดาวเอ่ยแนะนำเมนูอาหารอย่างคล่องแคล่วทำให้มังกรมองอดีตแฟนสาวอย่างชื่นชมแต่ก็ไม่ออกหน้าออกตามากนักเพราะกลัวเธอจะรู้เสียก่อนแผนการของเขาจะสำเร็จ
“น่ากินทั้งนั้นเลยครับงั้นผมเอาส้มปลาชะโดทอดกับซั่วไก่ดีกว่าครับ” มนัสรีบตักอาหารใส่จานอย่างรวดเร็วเพื่ออยากจะเปิดโอกาสให้เพื่อนได้อยู่กับดุจดาวสองต่อสอง
“แล้วคุณกรล่ะคะทานอะไรดี” ดุจดาวเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่ามังกรนิ่งอยู่นาน
“งั้นผมเอาก๋วยจั๊บแล้วกันครับวานคุณดาวปรุงให้หน่อยได้มั้ยครับ” มังกรตักก๋วยจั๊บใส่ถ้วยก่อนจะยื่นให้กับดุจดาว
“คุณกรรู้ด้วยหรอคะว่าต้องปรุง” ดุจดาวเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“เคยกินน่ะครับแต่ปรุงไม่เป็นปกติจะมีคนปรุงให้” มังกรตอบเรียบๆทั้งที่ในใจอยากจะบอกว่า~~ก็เป็นของโปรดที่หนูชอบทำให้พี่กินบ่อยๆไงครับทำไมพี่จะไม่รู้จัก~~ เพราะก๋วยจั๊บญวณเป็นอาหารสุดโปรดของดุจดาวที่เธอมักจะทำให้เขาได้ชิมอยู่บ่อยครั้งที่เขาและเธออยู่ด้วยกันและเธอคิดถึงบ้านขึ้นมาก็มักจะทำเมนูนี้ทานเสมอๆ
“เสร็จแล้วค่ะ” ดุจดาวยื่นชามให้มังกรพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆเพราะเขาทำให้เธอคิดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เธอมักจะทำก๋วยจั๊บญวณให้เขาทานและจะต้องเป็นคนปรุงให้เขาเสมออย่างเช่นในตอนนี้
“คุณดาวเป็นอะไรหรือเปล่าครับสีหน้าไม่ค่อยดีเลยไม่สบายรึเปล่า” มังกรเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าดุจดาวมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“ไม่เป็นไรค่ะ ดาวว่าเราไปทานข้าวกันต่อดีกว่านะคะ”
“ครับ”
มังกรตอบอย่างว่าง่ายและเดินตามดุจดาวกลับไปที่แคร่และนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ผ่านมาเพราะได้นั่งทานข้าวกับคนรักที่ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมีวันนี้ได้ ต้องขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาเขาส่งของขวัญชิ้นพิเศษนี้มาให้เขาในวันปีใหม่
ตอนนี้ยังไม่จบฝากติดตามด้วยนะคะ