คิดผิดที่ตัดสินใจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก??

เราเพิ่งจัดงานแต่งงานไปกับผู้ชายคนหนึ่งที่เราคิดว่าจะสามารถอยู่กับเค้าไปได้อย่างมีความสุขตลอดชีวิต เพราะเค้ารักเรา และครอบครัวเค้าก็เอ็นดูเรามาก แถมลุงของเค้าก็เป็นอาจารย์ของพ่อเรา น้าเค้าก็เป็นเพื่อนแม่เรา การแต่งงานครั้งนั้นจริงๆ แล้วเป็นการเร่งรัดจากทางผู้ใหญ่เพราะเห็นว่าอายุอานามสมควรแล้ว เราอายุ 31 ผู้ชาย 39

แต่ก่อนวันแต่งงานหนึ่งเดือน เราเครียดมาก ร้องไห้ ไม่อยากแต่งแล้ว เพราะรู้สึกว่ายังไม่พร้อม และยังไม่สามารถลืมคนรักเก่าได้ (บอกฝ่ายชายแล้วด้วย แต่เค้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเรา) เราบอกพ่อแม่ไปแล้วด้วย แต่พ่อเราตัดสินให้แต่ง เพราะมีการเตรีบมงานไปเยอะแล้ว และบอกว่าถ้าจะแต่งกับคนนี้ จะแต่งตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกัน พ่อเราบอกว่าถ้าแต่งงานเร็วๆ พ่อจะได้สบายงใจได้ว่าเราจะมีคนดูแล ด้วยความที่กลัวพ่อแม่ไม่สบายใจ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจแต่งงานไป

ความสัมพันธ์ของเค้ากับเรา ก่อนแต่งงานก็คุยกันหวานชื่นปกติดี แต่พอหลังแต่งงานได้ไม่กี่วัน เราเริ่มเครียดกับการที่พ่อแม่ และทุกคนคาดหวังให้เราปฏิบัติกับเค้าเหมือนคู่สามีภรรยาที่ดี คือ จะตัดสินใจอะไรต้องปรึกษากันทุกเรื่อง จะไปไหนจะทำอะไรก็ต้องบอกกล่าวกัน จะกินข้าวก็ต้องกินพร้อมกัน เรารู้สึกขาดอิสระ และเครียดมาก โดยเฉพาะเมื่อมีคนถามเรื่องลูก เราจึงได้รู้สึกตัว คือเราอยากมีลูก แต่พอเอาเข้าจริง ไม่ใช่ว่าเราอยากมีลูกกับใครก็ได้ เราไม่ได้อยากมีลูกกับเค้า แต่เรากลับคิดที่อยากจะมีลูกกับคนอื่น ทำให้เรารู้ตัวว่าจริงๆ แล้วเราคงไม่สามารถอยู่กับผู้ชายคนนี้ไปได้ตลอดชีวิตอย่างมีความสุขแน่ๆ

อีกเรื่องคือ เค้าไม่สามรถเป็นที่พึ่งทางใจให้เราได้เลย เราอยู่กับเค้าเรารู้สึกร้อนไปหมด จิตใจร้อนรุ่ม ไม่สงบสุข
ประกอบกับมีปํญหาที่ทำงาน เลยตัดสินใจลาออกและเดินทางไปผักผ่อนคนเดียวที่ต่างประเทศเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยที่ในช่วง 6 เดือนนั้นเราเกือบไม่ได้คุยกับคนที่เราแต่งงานด้วยเลย กลับมาจากต่างประเทศก็ยังไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเดิมเดือนนึงไม่น่าเกิน 2 ครั้ง หมายเหตุเรากับเค้าไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เราทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนเค้าทำงานอยู่ต่างจังหวัด ยิ่งทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน

เราอึดอัดกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี ควรจะเลิกดีมั๊ย แล้วจะบอกเค้า จะบอกพ่อแม่ยังไงดี เครียดมาก ไม่อยากให้พ่อแม่เครียดไปกับเราด้วย หรือว่าเราควรจะทนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปดี เลิกไม่เลิกก็เหมือนกันอยู่แล้ว
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
จขกท.ล่อเป้า หรือเรื่องจริง จากข้อความเป็นการฟังความข้างเดียว ซึ่งขัดแย้งกันเอง

จขกท.ไม่ต้องการ ให้ครอบครับรับรู้เรื่องใดๆ ทั้งที่อาศัยร่วมกัน แสดงว่าจขกท.เห็นคนอื่นเป็นคนนอก

จขกท.ไม่พอใจเรื่องอะไรไม่บอก บอกแค่เป็นที่พึ่งทางใจไม่ได้ ก็ขัดแย้งอีก เพราะไม่พยายามให้ครอบครัวรับรู้ แล้วจะให้พึ่งยังไง

จขกท.หนีมาเมืองนอกครึ่งปี ไม่เห็นหัวครอบครัวนั้น และบอกว่าไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แสดงว่าจขกท.ไม่จำเป็นต้องสำนึกในหน้าที่ใช่ไหม
พ่อแม่ตัวเองจะเอาหน้าไปไว้ไหน สามีเป็นตัวอะไร หรือมาจากต่างดาว ไม่ต้องเห็นใจ จิตใจจขกท.ดีก็พอ คนอื่นช่างมันอย่างนั้น

สรุปจขกท.ไม่ต้องแก้ไขอะไร แต่ทุกคนต้องเอาใจรับใช้อย่างเดียว พอปัญหามา ก็หนีไปไกล เพราะมีเงิน ถ้ายากจนคงไม่สามารถทำเยี่ยงนี้ได้

คนอะไรก็ไม่ดีหรอก ถ้าจขกท.เป็นคนหนีปัญหา คนที่จขกท.รัก ก็แหนงหน่ายได้ ถ้ามีสันดานแบบนี้ ความกำหนัด ไม่ยืนยงเท่าความรับผิดชอบ
คนไม่ได้ให้ร้าย ทำร้าย ขืนใจ จะเลวขนาดนั้นเลย หรือการทำอะไรดีๆ จขกท.ถือเป็นสิ่งเลวร้าย คำตอบของจขกท.จึงเชื่อถืออะไรไม่ได้
และไม่เป็นธรรมเป็นคนอื่น ที่ถูกยัดเยียดความผิดให้ ด้วยนิยามมักง่ายว่า "ไม่รัก" ซึ่งไม่มีความจีรังกระไร มีได้ก็หมดได้ คนสบายมากก็แบบนี้

" อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายดอกเพราะอดเสน่หา"

งานนี้ไม่ดีเพราะไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่ได้ดั่งใจมากกว่า อะไรที่บังคับบัญชาไม่ได้ก็ผิดหมดแหละ
ความคิดเห็นที่ 15
คุณยังไม่เคยให้โอกาสที่จะเรียนรู้สามีคุณเลยนะคะ
คุณบอกว่า ทำงาน กทม สามีทำงาน ตจว แต่คุณกลับไปเที่ยว ตปทได้นานตั้ง 6 เดือน แทนที่จะเอาเวลาไปศึกษาดูใจสามี
ยังไม่ทันศึกษาก็ตัดสินใจไปแล้ว ว่าไม่ใช่ เหมือนเด็กเล่นขายของ ถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมรับปากแต่งงานตั้งแต่แรก

งานแต่งที่ร้างเจ้าสาว ดีกว่า แต่งแล้วไม่ถึงปีก็เลิก
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่