[CR] รีวิว+เล่าเรื่องหนังสือ 'น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20' โดยแอดมินฮกซิ่ว เพจ คำคมคนดังระดับโลก

กระทู้รีวิว


รีวิว+เล่าเรื่องหนังสือ 'น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20' โดยแอดมินฮกซิ่ว เพจ คำคมคนดังระดับโลก

ผู้เขียนคือ Dr. Tina Seelig เป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา ซึ่งมีการสอนที่แปลกแหวกแนวและดีกว่ากว่าอาจารย์หลายคนแน่นอน เธอถึงกล้าเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาได้

บอกก่อนล่วงหน้า สำหรับคนที่หวังกับหนังสือเล่มนี้ไว้มาก หนังสือเล่มนี้ไม่บอกทางลัดหรือวิธีทางตายตัวนะครับ ไม่เหมือนเล่มอื่นที่จะบอกว่าคุณต้องทำอะไร เพียงแต่บอกว่าคุณต้องเปลี่ยนแนวคิดเดี๋ยวนี้เลย อนาคตคุณอยู่ในมือคุณเท่านั้น!

เริ่มต้น ทำไมคุณน่าจะรู้แบบนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปี???
บทที่ 1 ซื้อหนึ่ง แถมสอง
มองปัญหาให้เป็นโอกาส
เธอได้ให้โจทย์นักเรียนคือแบ่งทีมกัน และใช้เงินทุนเพียง 5 ดอลลาร์หรือ 150 บาทเท่านั้น ทีมที่หาได้มากสุดคือ 650 ดอลลาร์หรือ 19,500 บาทในเพียง 2 ชั่วโมงของการทำงาน ส่วนทีมที่ล้มเหลวคือการซื้อล็อตเตอรี่ เพราะความเสี่ยงที่ขาดทุนมีมากที่สุด

เธอบอกว่าหลายคนมักกลัวปัญหา ซึ่งความกลัวไม่เป็นเรื่องแปลก แต่ความกลัวนั้นจะสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม จนไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว เธออยากให้มองปัญหาของตัวเองและคนอื่นเป็นโอกาส สิ่งที่ทำให้ทีมได้รับเงินมากขนาดนั้นคือการเปิดรับบริการฝากซื้อของจากคนที่ไม่ต้องการต่อแถวนานๆ ซึ่งในอเมริกาการยืนต่อแถวซื้อของนั้นหลายครั้งแถวจะยาวมาก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคนในอเมริกาเลยทีเดียว

บทที่ 2 ละครสัตว์แบบกลับตาลปัตร
ตีลังกามองโลก
บทนี้พูดธุรกิจละครสัตว์แบบเดิมที่กำลังตกต่ำ เพราะตลาดอิ่มตัว หรือเบื่อละครสัตว์แบบเดิมๆ เขาเลยทำสวนสัตว์แบบใหม่ โดยไปถามลูกค้าหลายคนที่เบื่อแบบเดิมว่าไม่ชอบอะไรบ้าง จากนั้นตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพิ่มมูลค่าเพิ่ม และการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆให้ดูดีขึ้น อย่างในไทยให้นึกถึง Thai Fight ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับมวยไทยในวัดแบบยุคเก่า คุณจะเห็นภาพได้ชัดครับ สิ่งที่สำคัญของบทนี้ก็คืออย่าให้ตัวเรายึดติดความคิดในระบบเก่าจนไปต่อไม่ได้ เพราะหลายคนยึดติดกับระบบเก่าจนล้มเหลวได้ครับ

บทที่ 3
ซูชิหน้าแมลงสาบ
เปลี่ยนเรื่องเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เธอเล่าเรื่องที่ดูเพี้ยนที่สุดอย่างซูชิหน้าแมลงสาบ ธุรกิจที่มีอยู่จริงในโลกนี้ และขายดีมากในบางประเทศ เปรียบเทียบในบ้านเราก็มีเรื่องการขายแมลงทอดที่แรกๆดูบ้าสุดๆ แต่ก็ขายดีจนถึงทุกวันนี้ได้ ซึ่งเธอบอกว่าไอเดียที่ดูบ้า,เพี้ยนสุดๆ นั้นอาจเป็นไอเดียที่ดีที่สุดก็ได้ จงอย่ามองข้ามมัน!

โดยรวม เธอจะเล่าให้ฟังว่าคนเรามีสองประเภท ประเภทหนึ่งคือคนที่บอกว่าต้องทำอะไรถึงจะยอมทำ ประเภทที่สองคือไม่ต้องสั่ง มีไอเดียของตัวเองก็พร้อมที่จะทำ ซึ่งแบบที่สองจะประสบความสำเร็จ คุณต้องมีแนวคิดแบบที่สอง คืออนุญาตให้ใจตัวเองประสบความสำเร็จก่อนเลย จากนั้นลงมือทำเลย ที่สำคัญคือกล้าตัดสินใจที่แตกต่างจากคนอื่นๆ กล้าที่ล้มเหลวเพราะคนที่ประสบความสำเร็จหลายคนเคยล้มเหลวกันมาทั้งนั้น กล้าที่จะมองปัญหาของคนอื่นๆเป็นโอกาส กล้าจะรวมกลุ่มทำธุรกิจ กล้าที่จะทำงานที่รักรวมกับมีความสามารถในงานนั้น หรือหาคนที่รักงานนั้นรวมกับความสามารถในงานนั้นมาทำ เพราะคนที่รักในงานชนิดนั้นรวมกับมีฝีมือด้านนั้นจะทำให้ผลงานออกมาดีที่สุด

เธอยังบอกต่อว่าคนที่โชคดีเพราะเขาลงมือทำเท่านั้น คนที่ไม่ทำอะไรเลยนั้นจะไร้ซึ่งโชค เพราะโอกาสจะยิ่งน้อย ที่สำคัญก็คือการโฟกัสให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องการให้ประสบความสำเร็จมากกว่าจะทำเพียงเพื่อให้ผ่านไปวันๆ

บทสรุป หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนทั่วไปที่จะเริ่มทำธุรกิจและมีธุรกิจอยู่แล้วและอยากได้เงินมากขึ้น ถามว่าคุ้มค่าไหม ที่ราคาเล่มละ 170 บาทแลกกับความรู้ ผมว่าคุ้มครับ เพียงแต่คุณต้องตีโจทย์ให้แตก เพราะหนังสือเล่มนี้เหมือนเล่าเรื่องไปเรื่อยๆเหมือนครูสอนนักเรียน ถ้าไม่จับใจความที่มีประโยชน์ในคำพูดที่ยาวเหยียด การเอาไปลงมือทำก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้มากกว่าเดิมครับ

ที่สำคัญที่สุดที่ฝากไว้ ต้องลงมือทำด้วยครับ ไม่งั้นจะเหมือนสุภาษิตไทยอย่าง 'ไก่ได้พลอย'

ฝากเพจคำคมคนดังระดับโลกไว้ในหัวใจคุณด้วยครับ
https://www.facebook.com/7quotes
ชื่อสินค้า:   น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่