แนะนำอีกเรื่องที่น่าสนใจใน blog ของ เคนคลุง
http://irellikdog.wordpress.com
ไม่อยากให้คนตีความ Entry นี้ว่า “อย่าซื้อ Xperia Z มันกันน้ำไม่ได้” แต่ใจที่จะสื่อคือ “มือถือกันน้ำได้(ทุกแบบ) มันไม่ได้ 100% เสมอ” Entry นี้เขียนขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟัง และเตือนคนที่ชอบเอามือถือเล่นน้ำบ่อยๆว่า ระบบกันน้ำมันอาจจะไม่ได้ทำงานสมบูรณ์เสมอไป มันมีโอกาสมีปัญหาได้ตลอดเวลา ตอนนี้ผมก็ยังใช้ Xperia Z อยู่ และยังมีความสุขกับมัน แม้ว่ามันจะกันน้ำไม่ได้แล้วก็ตามครับ”
ช่วงนี้ผมหายหน้าหายตาไปจาก Timeline และการติดต่อกับคนอื่นพอสมควร เนื่องจากว่าเจ้า Xperia Z ผม “เจ๊ง เพราะน้ำเข้าเครื่อง” ครับ
อ่านไม่ผิดหรอกครับ Xperia Z มือถือที่กันน้ำได้ เจ๊งเพราะน้ำเข้าเครื่องครับ นั่นแหละครับ
จึงเขียน Entry นี้ขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟังว่า Device หลายๆอย่างออกแบบมาเพื่อกันน้ำก็จริง แต่มันมีโอกาสน้ำเข้าได้เสมอ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเคสผมคือดวงซวยก็เป็นไปได้ครับ
เดี๋ยวผมเล่าอาการของผมให้ฟังละกัน
Xperia Z ของผมอาการที่เริ่มเสียคือ ปุ่มลงกดค้างไว้ตลอด
หลังจากที่ผมนำ Xperia Z ไปฟิตเนส แล้วใช้งานในที่อาบน้ำ ซึ่งผมทำเป็นปกติครับ หลายรอบแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร แน่นอนครับมือถือกันน้ำ เอาไปใช้ในที่อาบน้ำ มันจะเป็นอะไรจริงไหม
วันนั้นผมอาบน้ำเสร็จราวๆสี่โมง ก็กลับมาบ้าน ใช้งานปกติ ไม่ได้ไปยุ่งกับปุ่มปรับเสียงเลยครับ
จนผมไปปรับเสียงลงก่อนจะนอน เวลาเที่ยงคืนกว่าได้ ทันใดนั้นเอง อาการปุ่มลดเสียงค้างบังเกิดครับ ลดเสียงผมไปสุดเลย แม้ผมจะแตะครั้งเดียว
ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่ Software ค้าง เลยกดปิดเครื่อง แล้วเปิดใหม่…. คราวนี้เครื่องไม่สามารถบูทเข้าโหมดปกติได้เลย บูทเข้า Safe Mode ตลอด
** Safe Mode คือโหมดที่บูทขึ้นมาใช้งานได้ปกติ แต่จะไม่มี App ที่เราโหลดทีหลังเข้ามาเพิ่มเลยครับ คล้ายๆ บน Windows ที่จะสั่งไม่ให้ App ที่ไม่ใช่ของ System Run ขึ้นมานั่นเอง***
ซึ่งการบูทเข้า Xperia Z เป็น Safe Mode นั้น คือการกดปุ่ม Power + ปุ่มลดเสียง ค้างไว้ตอนเปิดเครื่องนั่นเองครับ
นั่นแหละครับ ปุ่มกดลงมันค้างตลอดเวลา
ความ

บังเกิด เปิดใช้งานธรรมดาไม่ได้ ถือว่างานเข้าแล้วสำหรับผม
จึงลองเคาะๆดูตรงปุ่มดูบ้าง… คิดว่าปุ่มมันค้าง (ปุ่มปรับเสียงลด Z ผมมันจะยวบๆอยู่แล้ว)
เอากระดาษบางๆแหย่เข้าไป เผื่อจะทำให้อะไรที่ติดอยู่กระเด็นออกมาบ้าง
ไม่ดีขึ้นครับ ตอนนั้นก็เกือบตีสองละ ผมเลยตัดสินใจนอน แล้วพรุ่งนี้มาลุยกับมันอีกรอบ หรือถ้ามันเกิดจากน้ำ วันรุ่งขึ้นก็น่าจะระเหยหมดไม่น่ามีปัญหาอะไร
เหมือนเจ้าลำโพง Xperia Z ที่เวลาขึ้นจากน้ำใหม่ๆ จะอู้อี้ก่อนที่จะดีขึ้นในเวลาชั่วครู่
วันรุ่งขึ้นตื่นมา… ไม่หายครับ แถมมีอาการแถมคือ ปุ่มปรับเสียงขึ้น

ค้างด้วย!! คราวนี้มาเป็นคอมโบ้เลยค้างทั้งสองปุ่ม
มานั่งหาข้อมูลในเน็ท พบว่ามีคนเป็นอาการเดียวกันใน XDA และก็ต้องส่งศูนย์ไป…
ผมสิงานเข้า ไม่ใช่เครื่องศูนย์ด้วย
ไม่หาย…. เลยตัดสินใจวะ เอาวะ กลยุทธ์สุดท้าย เอาไดร์เป่าผม (ไม่เปิดความร้อน) เป่าอัด

เลยเผื่อดีขึ้น
ตอนนั้นคิดว่า ถ้ามันมีอะไรอุดอยู่ โดนลมมันน่าจะพัดออกมาได้ดีขึ้น
หรือถ้าเป็นน้ำ มันก็ควรจะออกมา เพราะมันมีซีลอยู่จริงไหม?
เงียบ ไม่มีปฏิกิริยา ปุ่มก็กดค้างเหมือนเดิม โอเค สิ้นหวัง ต้องส่งซ่อมแล้วล่ะ
ผมไป MBK ก่อน ตอนนั้นไปก็ดึกละ 5 โมงได้ ไม่รู้แหล่งซ่อมเลยฝาก AOB ไปซ่อม ซักไม่เกิน 10 นาที โทรมาบอกว่า มีอะไหล่ ซ่อมได้ เป็นที่สายแพร์ช้อต “จากการน้ำเข้า” และ “เจอบ่อย” แต่ “ซ่อมวันนี้ไม่ทันนะต้องทิ้งเครื่องไว้” และ “เครื่องจะกันน้ำไม่ได้อีก”
ผมตัดสินใจไปเอาเครื่องกลับมาก่อน
บอกตรง ๆ ว่าไม่กล้าพอที่จะทิ้งเครื่องไว้ทางนู้นข้ามคืน
เอากลับมา เราก็ตกใจนึกว่าน้ำเข้าเครื่อง เลยเปิดเช็คแผ่นตรวจสอบความชื้นในทุกรูของเครื่อง… ไม่เปลี่ยนสี ยังขาวหมด และผมมั่นใจว่าไม่เคยเปิดพอร์ทพวกนี้เลยเวลาโดนน้ำ
อ้าว แล้วน้ำเข้าได้ไงวะ… แล้วสายแพร์ด้านข้าง

พัง แสดงว่า….
น้ำมันเข้าทางปุ่มกดปรับเพิ่มลดเสียง….สินะ
วันรุ่งขึ้นก่อนกลับไป MBK ตัดสินใจลองโทรไปหาศูนย์ Loxley ซึ่งเป็นศูนย์ Sony Thai ศูนย์เดียวที่รับซ่อมเครื่องหิ้ว (ศูนย์ FIT ไม่รับ แถมมีการทำเครื่องหายด้วยล่ะ อิอิ)
โทรไปเสร็จ คุยกับ Call Center ซึ่งกว่าจะรับสายก็นานมากๆ พอรับเสร็จก็ส่งเรื่องให้คุยกับช่าง
“สวัสดีครับ พอดีผมใช้ Xperia Z เครื่องนอกจะเข้าไปซ่อมได้ไหมครับ ปุ่มเพิ่มลดเสียงค้างตลอดเวลาเลยครับ”
“อ๋อ คุณลูกค้า ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ศูนย์ยังไม่ได้อุปกรณ์เอาไว้แกะเครื่องรุ่นนี้เลยค่ะ ถ้ายังไงกลางเดือนหน้าลองกลับมาได้ไหมคะ?”
ห้ะ ไม่มีเครื่องแกะคือเห้อันใดครับ คุณวางขายมาได้เป็นเดือนแล้วไม่ใช่เรอะ และถ้ากลางเดือนหน้ากลับมา ผมจะใช้อะไรระหว่างนั้นครับ ต้องเดินไปทางสิงคโปร์ด้วย…
เที่ยงตรง
ผมกลับไปฝากเครื่องที่ AOB เอาไปซ่อมตีราคามา 1,500 บาท (เจ็บอยู่) บอกว่าอีก 2 ชั่วโมงมาเอา ผมก็บอกว่างั้นซักบ่ายสามครึ่งมาเอานะ
เลยไปนั่งอืด อ่านการ์ตูนใน Tablet ผมซัดไปเป็นร้อยตอน บ่ายสามครึ่งมาถึง น้องที่ร้าน AOB หายวับไป เดินกลับมา บอกว่าขออีกชั่วโมงนึง
ผมก็เลยไปซื้อการ์ตูน อ่านต่อ ห้าโมงผมลงไป
“ยังไม่เสร็จเลยครับ ขอเวลาอีกนิดนะ ช่างคิวเยอะ ทำนาน”
ผมเริ่มนอยด์- โชคดีที่ไม่มีธุระอะไรต่อ ผมก็เลยเดินหาร้านในMBK เลยว่าร้านไหนซ่อมอยู่
ก็เดินไปเจอร้านที่ซ่อมจนได้ครับ เลยคุยกับช่างว่าเป็นยังไงมั่ง ทำไมทำนานจัง
ก่อนที่จะอ่านด้านล่างให้เข้าใจมากขึ้น อยากให้ดูคลิปนี้ครับ เพื่อจะได้เข้าใจว่าลักษณะมันเป็นยังไง
ช่างบอกว่า นานเพราะว่า ฝาหลังมันต้องใช้ความร้อนเป่าๆให้กาวมันละลาย ก่อนแล้วค่อยแงะออกมา แล้วค่อยๆยกขึ้น พอแกะเสร็จ คราบน้ำเต็มเครื่อง ช่างเลยตัดสินใจทิ้งไว้ให้แห้งสนิทจริงๆก่อน แล้วไล่เช็คให้ว่าตัวไหนช้อตอีกรึเปล่า
ผมก็

อยากสนใจเลยถามช่างไปว่าอาการสรุปคือน้ำเข้าแล้วสายแพร์ช้อตใช่ไหม
ช่างบอกใช่ เนี่ยน้ำเข้าเต็มเลย แล้วชี้คราบน้ำที่กระจายข้างๆเครื่องจากปุ่มกดไล่ไปจนถึงด้านล่างเครื่องให้ดู
ผมก็บอกว่า เอ้ย เครื่องมันกันน้ำนิ รูผมก็ปิดหมดทุกรอบนะ แถบความชื้นทุกรูไม่เปลี่ยนสีด้วย
ช่างก็บอกว่า แบบนี้อ่ะ มันกันไม่ได้หรอก แล้วก็ชี้กาวที่แปะฝาหลัง กับตรงบริเวณปุ่มปรับเสียงให้ดู
ช่างบอกผมว่ากาวที่แปะฝาหลัง เป็นคล้ายๆกาวยางซีลไว้รอบๆเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าใครเคยใช้ซีลพวกนี้จะรู้ว่า กาวพวกนี้ โดนความร้อน โดนน้ำนานๆ ยังไงก็มีสิทธิ์มีรอยรั่ว
นี่ยังไม่นับอีกว่าถ้าเอาไปแช่น้ำแปลกๆ เช่นน้ำเกลือ เครื่องดื่มเนี่้ย จะมีโอกาสน้ำอะไรเข้าไปกร่อนซีลรึเปล่า
และแน่นอนครับ รูเล็กๆ เล็กกว่าเข็ม น้ำมันก็พร้อมที่จะชอนไชเข้าไปตลอดเวลา
โอเคถึงแม้ว่าซีลกาวอาจจะติดแน่นทนนาน ไม่มีปัญหา แต่ตรงปุ่มกดนี่แหละ…
ช่างบอกอีกว่า เคสของผมเนี่ย ถ้าให้เดา น้ำน่าจะเข้าไอ้ตรงปุ่มปรับเสียงปุ่ม Power ด้านข้างเยอะที่สุด โดยเข้าจากทางซีลใต้ปุ่ม แต่ช่างบอกว่าฟันธงไม่ได้ เพราะคราบน้ำด้านในมันไปทั้งเครื่องเลย (เฮ)
ช่างยังปลอบใจว่านี่ถือว่าโชคดีนะ ที่ส่วนอื่นไม่พังไปด้วย โดยเฉพาะบอร์ดด้านบนตัวเครื่อง (ดูในคลิปจะเห็นครับ)
ช่างบอกว่าไอ้ระดับนี้อะ มันกันน้ำได้แค่สาดๆกระเด็นใส่ ราดน้ำบนโต๊ะไรงี้ แต่เอาไปจุ่มลงในน้ำเลย ไม่รอดหรอก (แต่ Xperia Z ได้ IP57 กันน้ำได้ 1 เมตร 30 นาทีนะ!!)
และสุดท้ายช่างบอกว่า เท่าที่เคยซ่อมมือถือกันน้ำมามันมีปัญหาน้ำเข้าได้เกือบหมด อย่าง Motorola Defy น้ำก็เข้าหน้าจอก็มี (พี่ @kafaak ก็เล่าให้ฟังว่าเคยทำเข้าเหมือนกัน)
ช่างก็จัดการเปลี่ยนสายแพร์ ให้ผมเรียบร้อย ประกอบกลับเข้าไปใช้ได้ดังเดิม ปุ่มไม่ค้างแล้ว แถมแต่งปุ่มกดลงให้มันไม่ยวบด้วย (เย้)
เอามาลงเทสต์ปุ่ม เล่นหน้าจอ กล้อง ไม่มีปัญหา โดนค่าบาดเจ็บไป 1,500 บาท จ่าย AOB ไป แต่เรารู้ร้านละ ถ้ามีปัญหาจะกลับมาที่ช่างนี้โดยตรงเลย
ปัญหาเรื่องน้ำเข้าเครื่องก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ฉะนั้นก็อยากจะเตือนทุกคนว่า Smartphone กันน้ำได้ แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่าจุ่มพร่ำเพรื่อโชว์บ่อยๆเลยครับ เราไม่รู้เลยว่าน้ำมันมีโอกาสเข้าได้หรือไม่ได้ หรืออะไรในน้ำมันจะทำให้ซีลมีปัญหาหรือเปล่า
ซึ่งพอช่างชี้ให้ดู และตัวอย่างจากคลิปวิธีแกะด้านบน ก็ทำให้รู้เลยว่า สิ่งที่ช่างพูดนั้นมีความเป็นไปได้มาก ทั้งเรื่องซีลยางที่มาเจออากาศบ้านเรา + ความร้อนตัวเครื่อง ซีลมันต้องมีปัญหาบ้างแหละจะช้าหรือเร็ว
ส่วนปุ่มปรับเสียง มีคนบ่นกันในบอร์ด XDA ว่า พอขึ้นจากน้ำใหม่ๆ บางทีกดไม่ติด หรือปุ่มรวนบ้าง… ซึ่งผมเองคิดว่าถ้ามันกันน้ำได้จริงๆ ปัญหาพวกนี้ไม่ควรเกิดขึ้นนะ
ทาง Sony คงผลิตขึ้นมาแล้วเอาเครื่องสดใหม่ไปทดสอบเลย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาหรอกในตอนใหม่ๆ แต่ถ้าใช้งานไปสักพักแล้วซีลทั้งหลายมันเริ่มเสื่อมลงล่ะ?
นั่นแหละครับ ปัญหาที่ผมเจอล่ะ เอามาเล่าสู่กันฟังว่า มือถือกันน้ำเนี่ย มันกันได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ว่า 100% มันจะรอดหมด ผมอาจจะเป็นโอกาสหนึ่งในพัน หนึ่งในหมื่น แต่ก็พึงระลึกไว้เถอะว่า มีคนมือถือกันน้ำเสียเพราะน้ำเข้าอยู่ตรงนี้ครับ
เรื่อง Smartphone กันน้ำที่น้ำเข้าได้
ไม่อยากให้คนตีความ Entry นี้ว่า “อย่าซื้อ Xperia Z มันกันน้ำไม่ได้” แต่ใจที่จะสื่อคือ “มือถือกันน้ำได้(ทุกแบบ) มันไม่ได้ 100% เสมอ” Entry นี้เขียนขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟัง และเตือนคนที่ชอบเอามือถือเล่นน้ำบ่อยๆว่า ระบบกันน้ำมันอาจจะไม่ได้ทำงานสมบูรณ์เสมอไป มันมีโอกาสมีปัญหาได้ตลอดเวลา ตอนนี้ผมก็ยังใช้ Xperia Z อยู่ และยังมีความสุขกับมัน แม้ว่ามันจะกันน้ำไม่ได้แล้วก็ตามครับ”
ช่วงนี้ผมหายหน้าหายตาไปจาก Timeline และการติดต่อกับคนอื่นพอสมควร เนื่องจากว่าเจ้า Xperia Z ผม “เจ๊ง เพราะน้ำเข้าเครื่อง” ครับ
อ่านไม่ผิดหรอกครับ Xperia Z มือถือที่กันน้ำได้ เจ๊งเพราะน้ำเข้าเครื่องครับ นั่นแหละครับ
จึงเขียน Entry นี้ขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟังว่า Device หลายๆอย่างออกแบบมาเพื่อกันน้ำก็จริง แต่มันมีโอกาสน้ำเข้าได้เสมอ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเคสผมคือดวงซวยก็เป็นไปได้ครับ
เดี๋ยวผมเล่าอาการของผมให้ฟังละกัน
Xperia Z ของผมอาการที่เริ่มเสียคือ ปุ่มลงกดค้างไว้ตลอด
หลังจากที่ผมนำ Xperia Z ไปฟิตเนส แล้วใช้งานในที่อาบน้ำ ซึ่งผมทำเป็นปกติครับ หลายรอบแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร แน่นอนครับมือถือกันน้ำ เอาไปใช้ในที่อาบน้ำ มันจะเป็นอะไรจริงไหม
วันนั้นผมอาบน้ำเสร็จราวๆสี่โมง ก็กลับมาบ้าน ใช้งานปกติ ไม่ได้ไปยุ่งกับปุ่มปรับเสียงเลยครับ
จนผมไปปรับเสียงลงก่อนจะนอน เวลาเที่ยงคืนกว่าได้ ทันใดนั้นเอง อาการปุ่มลดเสียงค้างบังเกิดครับ ลดเสียงผมไปสุดเลย แม้ผมจะแตะครั้งเดียว
ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่ Software ค้าง เลยกดปิดเครื่อง แล้วเปิดใหม่…. คราวนี้เครื่องไม่สามารถบูทเข้าโหมดปกติได้เลย บูทเข้า Safe Mode ตลอด
** Safe Mode คือโหมดที่บูทขึ้นมาใช้งานได้ปกติ แต่จะไม่มี App ที่เราโหลดทีหลังเข้ามาเพิ่มเลยครับ คล้ายๆ บน Windows ที่จะสั่งไม่ให้ App ที่ไม่ใช่ของ System Run ขึ้นมานั่นเอง***
ซึ่งการบูทเข้า Xperia Z เป็น Safe Mode นั้น คือการกดปุ่ม Power + ปุ่มลดเสียง ค้างไว้ตอนเปิดเครื่องนั่นเองครับ
นั่นแหละครับ ปุ่มกดลงมันค้างตลอดเวลา
ความ
จึงลองเคาะๆดูตรงปุ่มดูบ้าง… คิดว่าปุ่มมันค้าง (ปุ่มปรับเสียงลด Z ผมมันจะยวบๆอยู่แล้ว)
เอากระดาษบางๆแหย่เข้าไป เผื่อจะทำให้อะไรที่ติดอยู่กระเด็นออกมาบ้าง
ไม่ดีขึ้นครับ ตอนนั้นก็เกือบตีสองละ ผมเลยตัดสินใจนอน แล้วพรุ่งนี้มาลุยกับมันอีกรอบ หรือถ้ามันเกิดจากน้ำ วันรุ่งขึ้นก็น่าจะระเหยหมดไม่น่ามีปัญหาอะไร
เหมือนเจ้าลำโพง Xperia Z ที่เวลาขึ้นจากน้ำใหม่ๆ จะอู้อี้ก่อนที่จะดีขึ้นในเวลาชั่วครู่
วันรุ่งขึ้นตื่นมา… ไม่หายครับ แถมมีอาการแถมคือ ปุ่มปรับเสียงขึ้น
มานั่งหาข้อมูลในเน็ท พบว่ามีคนเป็นอาการเดียวกันใน XDA และก็ต้องส่งศูนย์ไป…
ผมสิงานเข้า ไม่ใช่เครื่องศูนย์ด้วย
ไม่หาย…. เลยตัดสินใจวะ เอาวะ กลยุทธ์สุดท้าย เอาไดร์เป่าผม (ไม่เปิดความร้อน) เป่าอัด
ตอนนั้นคิดว่า ถ้ามันมีอะไรอุดอยู่ โดนลมมันน่าจะพัดออกมาได้ดีขึ้น
หรือถ้าเป็นน้ำ มันก็ควรจะออกมา เพราะมันมีซีลอยู่จริงไหม?
เงียบ ไม่มีปฏิกิริยา ปุ่มก็กดค้างเหมือนเดิม โอเค สิ้นหวัง ต้องส่งซ่อมแล้วล่ะ
ผมไป MBK ก่อน ตอนนั้นไปก็ดึกละ 5 โมงได้ ไม่รู้แหล่งซ่อมเลยฝาก AOB ไปซ่อม ซักไม่เกิน 10 นาที โทรมาบอกว่า มีอะไหล่ ซ่อมได้ เป็นที่สายแพร์ช้อต “จากการน้ำเข้า” และ “เจอบ่อย” แต่ “ซ่อมวันนี้ไม่ทันนะต้องทิ้งเครื่องไว้” และ “เครื่องจะกันน้ำไม่ได้อีก”
ผมตัดสินใจไปเอาเครื่องกลับมาก่อน
บอกตรง ๆ ว่าไม่กล้าพอที่จะทิ้งเครื่องไว้ทางนู้นข้ามคืน
เอากลับมา เราก็ตกใจนึกว่าน้ำเข้าเครื่อง เลยเปิดเช็คแผ่นตรวจสอบความชื้นในทุกรูของเครื่อง… ไม่เปลี่ยนสี ยังขาวหมด และผมมั่นใจว่าไม่เคยเปิดพอร์ทพวกนี้เลยเวลาโดนน้ำ
อ้าว แล้วน้ำเข้าได้ไงวะ… แล้วสายแพร์ด้านข้าง
น้ำมันเข้าทางปุ่มกดปรับเพิ่มลดเสียง….สินะ
วันรุ่งขึ้นก่อนกลับไป MBK ตัดสินใจลองโทรไปหาศูนย์ Loxley ซึ่งเป็นศูนย์ Sony Thai ศูนย์เดียวที่รับซ่อมเครื่องหิ้ว (ศูนย์ FIT ไม่รับ แถมมีการทำเครื่องหายด้วยล่ะ อิอิ)
โทรไปเสร็จ คุยกับ Call Center ซึ่งกว่าจะรับสายก็นานมากๆ พอรับเสร็จก็ส่งเรื่องให้คุยกับช่าง
“สวัสดีครับ พอดีผมใช้ Xperia Z เครื่องนอกจะเข้าไปซ่อมได้ไหมครับ ปุ่มเพิ่มลดเสียงค้างตลอดเวลาเลยครับ”
“อ๋อ คุณลูกค้า ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ศูนย์ยังไม่ได้อุปกรณ์เอาไว้แกะเครื่องรุ่นนี้เลยค่ะ ถ้ายังไงกลางเดือนหน้าลองกลับมาได้ไหมคะ?”
ห้ะ ไม่มีเครื่องแกะคือเห้อันใดครับ คุณวางขายมาได้เป็นเดือนแล้วไม่ใช่เรอะ และถ้ากลางเดือนหน้ากลับมา ผมจะใช้อะไรระหว่างนั้นครับ ต้องเดินไปทางสิงคโปร์ด้วย…
เที่ยงตรง
ผมกลับไปฝากเครื่องที่ AOB เอาไปซ่อมตีราคามา 1,500 บาท (เจ็บอยู่) บอกว่าอีก 2 ชั่วโมงมาเอา ผมก็บอกว่างั้นซักบ่ายสามครึ่งมาเอานะ
เลยไปนั่งอืด อ่านการ์ตูนใน Tablet ผมซัดไปเป็นร้อยตอน บ่ายสามครึ่งมาถึง น้องที่ร้าน AOB หายวับไป เดินกลับมา บอกว่าขออีกชั่วโมงนึง
ผมก็เลยไปซื้อการ์ตูน อ่านต่อ ห้าโมงผมลงไป
“ยังไม่เสร็จเลยครับ ขอเวลาอีกนิดนะ ช่างคิวเยอะ ทำนาน”
ผมเริ่มนอยด์- โชคดีที่ไม่มีธุระอะไรต่อ ผมก็เลยเดินหาร้านในMBK เลยว่าร้านไหนซ่อมอยู่
ก็เดินไปเจอร้านที่ซ่อมจนได้ครับ เลยคุยกับช่างว่าเป็นยังไงมั่ง ทำไมทำนานจัง
ก่อนที่จะอ่านด้านล่างให้เข้าใจมากขึ้น อยากให้ดูคลิปนี้ครับ เพื่อจะได้เข้าใจว่าลักษณะมันเป็นยังไง
ช่างบอกว่า นานเพราะว่า ฝาหลังมันต้องใช้ความร้อนเป่าๆให้กาวมันละลาย ก่อนแล้วค่อยแงะออกมา แล้วค่อยๆยกขึ้น พอแกะเสร็จ คราบน้ำเต็มเครื่อง ช่างเลยตัดสินใจทิ้งไว้ให้แห้งสนิทจริงๆก่อน แล้วไล่เช็คให้ว่าตัวไหนช้อตอีกรึเปล่า
ผมก็
ช่างบอกใช่ เนี่ยน้ำเข้าเต็มเลย แล้วชี้คราบน้ำที่กระจายข้างๆเครื่องจากปุ่มกดไล่ไปจนถึงด้านล่างเครื่องให้ดู
ผมก็บอกว่า เอ้ย เครื่องมันกันน้ำนิ รูผมก็ปิดหมดทุกรอบนะ แถบความชื้นทุกรูไม่เปลี่ยนสีด้วย
ช่างก็บอกว่า แบบนี้อ่ะ มันกันไม่ได้หรอก แล้วก็ชี้กาวที่แปะฝาหลัง กับตรงบริเวณปุ่มปรับเสียงให้ดู
ช่างบอกผมว่ากาวที่แปะฝาหลัง เป็นคล้ายๆกาวยางซีลไว้รอบๆเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าใครเคยใช้ซีลพวกนี้จะรู้ว่า กาวพวกนี้ โดนความร้อน โดนน้ำนานๆ ยังไงก็มีสิทธิ์มีรอยรั่ว
นี่ยังไม่นับอีกว่าถ้าเอาไปแช่น้ำแปลกๆ เช่นน้ำเกลือ เครื่องดื่มเนี่้ย จะมีโอกาสน้ำอะไรเข้าไปกร่อนซีลรึเปล่า
และแน่นอนครับ รูเล็กๆ เล็กกว่าเข็ม น้ำมันก็พร้อมที่จะชอนไชเข้าไปตลอดเวลา
โอเคถึงแม้ว่าซีลกาวอาจจะติดแน่นทนนาน ไม่มีปัญหา แต่ตรงปุ่มกดนี่แหละ…
ช่างบอกอีกว่า เคสของผมเนี่ย ถ้าให้เดา น้ำน่าจะเข้าไอ้ตรงปุ่มปรับเสียงปุ่ม Power ด้านข้างเยอะที่สุด โดยเข้าจากทางซีลใต้ปุ่ม แต่ช่างบอกว่าฟันธงไม่ได้ เพราะคราบน้ำด้านในมันไปทั้งเครื่องเลย (เฮ)
ช่างยังปลอบใจว่านี่ถือว่าโชคดีนะ ที่ส่วนอื่นไม่พังไปด้วย โดยเฉพาะบอร์ดด้านบนตัวเครื่อง (ดูในคลิปจะเห็นครับ)
ช่างบอกว่าไอ้ระดับนี้อะ มันกันน้ำได้แค่สาดๆกระเด็นใส่ ราดน้ำบนโต๊ะไรงี้ แต่เอาไปจุ่มลงในน้ำเลย ไม่รอดหรอก (แต่ Xperia Z ได้ IP57 กันน้ำได้ 1 เมตร 30 นาทีนะ!!)
และสุดท้ายช่างบอกว่า เท่าที่เคยซ่อมมือถือกันน้ำมามันมีปัญหาน้ำเข้าได้เกือบหมด อย่าง Motorola Defy น้ำก็เข้าหน้าจอก็มี (พี่ @kafaak ก็เล่าให้ฟังว่าเคยทำเข้าเหมือนกัน)
ช่างก็จัดการเปลี่ยนสายแพร์ ให้ผมเรียบร้อย ประกอบกลับเข้าไปใช้ได้ดังเดิม ปุ่มไม่ค้างแล้ว แถมแต่งปุ่มกดลงให้มันไม่ยวบด้วย (เย้)
เอามาลงเทสต์ปุ่ม เล่นหน้าจอ กล้อง ไม่มีปัญหา โดนค่าบาดเจ็บไป 1,500 บาท จ่าย AOB ไป แต่เรารู้ร้านละ ถ้ามีปัญหาจะกลับมาที่ช่างนี้โดยตรงเลย
ปัญหาเรื่องน้ำเข้าเครื่องก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ฉะนั้นก็อยากจะเตือนทุกคนว่า Smartphone กันน้ำได้ แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่าจุ่มพร่ำเพรื่อโชว์บ่อยๆเลยครับ เราไม่รู้เลยว่าน้ำมันมีโอกาสเข้าได้หรือไม่ได้ หรืออะไรในน้ำมันจะทำให้ซีลมีปัญหาหรือเปล่า
ซึ่งพอช่างชี้ให้ดู และตัวอย่างจากคลิปวิธีแกะด้านบน ก็ทำให้รู้เลยว่า สิ่งที่ช่างพูดนั้นมีความเป็นไปได้มาก ทั้งเรื่องซีลยางที่มาเจออากาศบ้านเรา + ความร้อนตัวเครื่อง ซีลมันต้องมีปัญหาบ้างแหละจะช้าหรือเร็ว
ส่วนปุ่มปรับเสียง มีคนบ่นกันในบอร์ด XDA ว่า พอขึ้นจากน้ำใหม่ๆ บางทีกดไม่ติด หรือปุ่มรวนบ้าง… ซึ่งผมเองคิดว่าถ้ามันกันน้ำได้จริงๆ ปัญหาพวกนี้ไม่ควรเกิดขึ้นนะ
ทาง Sony คงผลิตขึ้นมาแล้วเอาเครื่องสดใหม่ไปทดสอบเลย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาหรอกในตอนใหม่ๆ แต่ถ้าใช้งานไปสักพักแล้วซีลทั้งหลายมันเริ่มเสื่อมลงล่ะ?
นั่นแหละครับ ปัญหาที่ผมเจอล่ะ เอามาเล่าสู่กันฟังว่า มือถือกันน้ำเนี่ย มันกันได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ว่า 100% มันจะรอดหมด ผมอาจจะเป็นโอกาสหนึ่งในพัน หนึ่งในหมื่น แต่ก็พึงระลึกไว้เถอะว่า มีคนมือถือกันน้ำเสียเพราะน้ำเข้าอยู่ตรงนี้ครับ