คุณแม่เราโดนตู้แลกบัตร BTS ที่สถานีปุณณวิถีกินเงินเมื่อวาน
เลยอยากมาแชร์ให้คนอื่นๆระวังตัวไว้ค่ะ
เรื่องก็คือ
เมื่อวานตอนเช้า คุณแม่ขึ้นBTS ที่สถานีปุณณวิถี แล้วหยอดเหรียญเป็นจำนวนเงิน 52 บาท เพื่อไปสถานีสยาม
แต่พอหยอดเหรียญไปจนหมดเครื่องกลับขึ้นว่าขาดอีก 15 บาท
ตอนที่ได้ฟังเราก็ถามคุณแม่กลับว่า หม่าม๊านับเงินพลาดเปล่า
คุณแม่เราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ว่า เพราะนับเงิน กำไว้พอดีแล้ว (ที่คุณแม่เรากำเงินไว้ตั้งแต่ต้น เพราะท่านประสบอุบัติเหตุข้อมือหักเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ท่านใช้มือไม่สะดวก จึงเตรียมเงินมาก่อนล่วงหน้าตอนอยู่บนรถ)
แล้วคุณแม่ก็ดูที่ช่องทอนเงินว่ามีเหรียญที่เครื่องไม่รับรึป่าว ก็ไม่มี คุณแม่จึงเดินไปบอกพนักงานในห้องว่ามีปัญหากับตู้
คุณแม่ : หนูๆ ตู้มันมีปัญหา ใส่เงินไปหมดแล้ว แต่มันบอกว่าขาด ยังใส่ไม่ครบ
พนักงาน : ตู้นั้นมันอย่างงี้อยู่แล้วค่ะ คนเจอกันประจำ !!!! (มีงี้ด้วย?

)
คุณแม่ : แล้วป้าต้องทำยังไงจ๊ะ
พนักงาน : คุณป้าลองกดปุ่มยกเลิกดูค่ะ
คุณแม่ก็ไปกดปุ่มยกเลิก แต่มีเงินคืนกลับมาแค่ 37 บาท ก็เลยกลับไปบอกพนักงานใหม่
พนักงาน : พูดเรื่องการทำการคืนเงิน ถ้าจะต้องไปเปิดตู้เอาเงินคืนให้มันลำบากยุ่งยาก ต้องทำนู่นนี่นั่นอะไรของเขาก็ไม่รู้ บลาๆๆ แล้วก็จบประโยคว่า "คงคืนเงินให้ไม่ได้ค่ะ" !!!! (อ้าว!?

)
คุณแม่เราก็ไม่ยอม บอกว่าต้องการเงินคืน
พนักงาน : จะให้หนูควักเนื้อตัวเองคืนให้คุณป้าหรอคะ (= =')
คุณแม่ : แล้วงี้เงินที่หายไปจะทำยังไงละ
พนักงาน : ก็เป็นกำไรของบริษัทไปค่ะ (เฮ้ย !!!

เล่นงี้เลยหรอ)
คุณแม่ : ทำอย่างงี้ได้ไง แล้วป้าจะทำยังไงละ เงินก็เตรียมมาพอดี (คือเตรียมเหรียญไว้พอดี 52 บาท แล้วมีแบงค์ 20 อีก 3 ใบ ติดกระเป๋าเป็นค่าข้าว)
พนักงาน : คุณป้าก็เดินลงไปข้างล่างขึ้นรถเมล์สิคะ (ปรี๊ดมากเจอประโยคนี้ พลาดจริงๆไม่ได้อยู่ด้วย ไม่งั้นมีเรื่องอ่ะ!!!!

)
ระหว่างที่คุยกัน มีคนที่อยู่รอบๆเขาก็มาช่วยคุณแม่พูดสนับสนุนกับพนักงานว่า ตู้นี้มีเหตุการณ์อย่างนี้ประจำ
แต่พนักงานก็ไม่สนใจ ไม่แม้จะออกจากห้องมาช่วยเหลืออะไรคุณแม่เราเลย (ที่คุยๆกันนี่คือพนักงานพูดผ่านไมค์จากในห้อง = =') หัวหน้าพนักงานก็ยืนอยู่ข้างหลังพนักงานคนนั้นเฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น
คุณแม่เราไม่รู้จะทำยังไง จะเถียงต่อก็จะไม่ทันเวลาหมอนัดแล้ว
เลยยอมแลกเหรียญเพิ่มแล้วไปกดตั๋วใหม่
ก่อนไป คุณแม่บอกกับพนักงานว่าเดี๋ยวจะมาร้องเรียนในเว็บไซต์
พนักงานบอก "ดีค่ะ เขาจะได้มาปรับปรุงตู้ซะมั่ง"
คุณแม่เราเพิ่งเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเมื่อเช้า ตอนท่านอารมณ์ดีแล้ว
เสียใจมากไม่ได้อยู่ด้วยตอนนั้น
ตู้แลกบัตรกินเงิน ที่สถานีปุณณวิถี
เลยอยากมาแชร์ให้คนอื่นๆระวังตัวไว้ค่ะ
เรื่องก็คือ
เมื่อวานตอนเช้า คุณแม่ขึ้นBTS ที่สถานีปุณณวิถี แล้วหยอดเหรียญเป็นจำนวนเงิน 52 บาท เพื่อไปสถานีสยาม
แต่พอหยอดเหรียญไปจนหมดเครื่องกลับขึ้นว่าขาดอีก 15 บาท
ตอนที่ได้ฟังเราก็ถามคุณแม่กลับว่า หม่าม๊านับเงินพลาดเปล่า
คุณแม่เราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ว่า เพราะนับเงิน กำไว้พอดีแล้ว (ที่คุณแม่เรากำเงินไว้ตั้งแต่ต้น เพราะท่านประสบอุบัติเหตุข้อมือหักเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ท่านใช้มือไม่สะดวก จึงเตรียมเงินมาก่อนล่วงหน้าตอนอยู่บนรถ)
แล้วคุณแม่ก็ดูที่ช่องทอนเงินว่ามีเหรียญที่เครื่องไม่รับรึป่าว ก็ไม่มี คุณแม่จึงเดินไปบอกพนักงานในห้องว่ามีปัญหากับตู้
คุณแม่ : หนูๆ ตู้มันมีปัญหา ใส่เงินไปหมดแล้ว แต่มันบอกว่าขาด ยังใส่ไม่ครบ
พนักงาน : ตู้นั้นมันอย่างงี้อยู่แล้วค่ะ คนเจอกันประจำ !!!! (มีงี้ด้วย?
คุณแม่ : แล้วป้าต้องทำยังไงจ๊ะ
พนักงาน : คุณป้าลองกดปุ่มยกเลิกดูค่ะ
คุณแม่ก็ไปกดปุ่มยกเลิก แต่มีเงินคืนกลับมาแค่ 37 บาท ก็เลยกลับไปบอกพนักงานใหม่
พนักงาน : พูดเรื่องการทำการคืนเงิน ถ้าจะต้องไปเปิดตู้เอาเงินคืนให้มันลำบากยุ่งยาก ต้องทำนู่นนี่นั่นอะไรของเขาก็ไม่รู้ บลาๆๆ แล้วก็จบประโยคว่า "คงคืนเงินให้ไม่ได้ค่ะ" !!!! (อ้าว!?
คุณแม่เราก็ไม่ยอม บอกว่าต้องการเงินคืน
พนักงาน : จะให้หนูควักเนื้อตัวเองคืนให้คุณป้าหรอคะ (= =')
คุณแม่ : แล้วงี้เงินที่หายไปจะทำยังไงละ
พนักงาน : ก็เป็นกำไรของบริษัทไปค่ะ (เฮ้ย !!!
คุณแม่ : ทำอย่างงี้ได้ไง แล้วป้าจะทำยังไงละ เงินก็เตรียมมาพอดี (คือเตรียมเหรียญไว้พอดี 52 บาท แล้วมีแบงค์ 20 อีก 3 ใบ ติดกระเป๋าเป็นค่าข้าว)
พนักงาน : คุณป้าก็เดินลงไปข้างล่างขึ้นรถเมล์สิคะ (ปรี๊ดมากเจอประโยคนี้ พลาดจริงๆไม่ได้อยู่ด้วย ไม่งั้นมีเรื่องอ่ะ!!!!
ระหว่างที่คุยกัน มีคนที่อยู่รอบๆเขาก็มาช่วยคุณแม่พูดสนับสนุนกับพนักงานว่า ตู้นี้มีเหตุการณ์อย่างนี้ประจำ
แต่พนักงานก็ไม่สนใจ ไม่แม้จะออกจากห้องมาช่วยเหลืออะไรคุณแม่เราเลย (ที่คุยๆกันนี่คือพนักงานพูดผ่านไมค์จากในห้อง = =') หัวหน้าพนักงานก็ยืนอยู่ข้างหลังพนักงานคนนั้นเฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น
คุณแม่เราไม่รู้จะทำยังไง จะเถียงต่อก็จะไม่ทันเวลาหมอนัดแล้ว
เลยยอมแลกเหรียญเพิ่มแล้วไปกดตั๋วใหม่
ก่อนไป คุณแม่บอกกับพนักงานว่าเดี๋ยวจะมาร้องเรียนในเว็บไซต์
พนักงานบอก "ดีค่ะ เขาจะได้มาปรับปรุงตู้ซะมั่ง"
คุณแม่เราเพิ่งเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเมื่อเช้า ตอนท่านอารมณ์ดีแล้ว
เสียใจมากไม่ได้อยู่ด้วยตอนนั้น