เอาที่มาจาก FBไม่ได้เพราะน้องเค้าตั้งค่าไว้ ผมต้องเข้าไปFB แฟนแล้วก๊อปข้อความมา เรื่องมีดังนี้นะครับ รบกวนอ่านหน่อยนะครับ(มันยาว)
พร้อมรูปภาพ จนท.ด้วย
เรื่องที่จะเล่านี้ อยากเอามาแชร์ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงคุณภาพตำรวจไทยที่ผมได้เจอมาครับ สถานที่ที่เกิดเหตุคือ ด่านทางพิเศษอโศก4(ทางด่วนด่านพระราม9) และตำรวจคนนี้ชื่อว่า "ร.ต.อ.ธีรรัชช์ ภัทรวงศาโรจน์ "
ขณะที่ผมขับรถอยู่บนทางด่วนจนมาถึงที่ด่านอโศก4 ผมก็เจอตำรวจตั้งด่านโบกให้จอด ก็ไม่ได้คิดหรือเอะใจอะไร เพราะไม่ได้ขับเร็วหรือใบทะเบียนหมดอายุ คิดว่าเรียกตรวจเฉยๆ พอเปิดกระจกถามเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้ว่าทำไมถึงเรียกตรวจเท่านั้นแหละ เจ้าหน้าที่คนนี้ออกท่าที่เรียกได้ว่า "นักเลง" ใส่ทันที คือมีท่าทางนักเลงมาก พูดจาห้วน กระแทกกระทั้น ยืนยืดอก ยกไหล่ เชิดหัว ลักษณะเหมือนที่เราเห็นในคลิปเด็กมีเรื่องกันยังไงยังงั้น เค้าก็ขอใบขับขี่โดยเราก็ถามว่าโดนเรื่องอะไร ก็ไม่ยอมบอก เอาแต่พูดว่าถ้าไม่ให้ใบขับขี่จะถือว่า ขัดขวางเจ้าหน้าที่ (ตลอดที่พูดมา ยังคงใช้คำพูดที่ห้วนและท่าทางนักเลงตลอดเวลา) ซึ่งเราก็ยังไม่ให้เพราะยังไม่รู้ว่าผิดข้อหาอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนี้ก็เอาแต่พูดเดิมๆวนไปวนมา ไม่ยอมบอกซะที แต่หลังจากคะยั้นคะยออยู่นาน จึงได้คำตอบมาว่าผิดข้อหา "ไฟกระจกมองข้างเป็นแถบสีฟ้า".... เอ๊า มึนสิครับ ไฟนี้มันได้มาตั้งแต่วันที่ออกรถจากโชว์รูม ซึ่งเพื่อนๆคนไหนที่พึ่งซื้อรถ ลองสังเกตดูครับว่าติดมาจากโชว์รูมแทบทุกคัน เจองี้"งง"ดิครับ เลยถามกลับไปว่า ถ้ามันผิดกฏหมายจริงๆทำไมไม่ไปตักเตือนทางศูนย์รถยนต์ทุกยี่ห้อล่ะครับว่าอย่าใช้กระจกมองข้างแบบนี้ มันใช้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่คนนี้ตอบมาว่า “กระจกแบบนี้เป็นของแถมจากศูนย์ คุณรับมาเอง คุณก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง ไม่ใช่ศูนย์รถ” อ้าวเฮ้ย…. ฟังแล้วก็มึนว่า ตกลงนี่กุผิดใช่มั้ยเนี่ย ที่ศูนย์มันแถมกระจกมองข้างมีไฟแถบสีฟ้ามาให้ใช้ แล้วทำไมไม่มีใครเตือนศูนย์รถ แต่กลับมาดักปรับผู้บริโภคกันแบบนี้ละครับ??
หลังจากยืนถกเรื่องนี้ซักพักจึงเริ่มสังเกตเห็นว่า สน.ด่านทางพิเศษนี้ล่อเรียกทุกคันที่มีไฟกระจกข้างแถบสีฟ้าจริงๆครับ ทั้ง ปาเจโร่ ไทรตัน วีออส อัลติส ฟอร์จูนเนอร์ เรียกว่ายี่ห้อดังๆแทบทุกคันโดนหมด จอดเสียค่าปรับทีเป็นสิบๆคัน ซึ่งทุกคันก็ลงมาสภาพงงๆว่า อ้าวเฮ้ย!! มันมีข้อหานี้ด้วยเหรอ??? แต่หลายๆคนรีบมีธุระจึงได้แต่รับสภาพ จำยอมเสียค่าปรับไป แต่อีกหลายๆคันก็เริ่มมีการถกกับเจ้าหน้าที่เหมือนกัน พอดูลาดราวซักพัก ก็กลับมาเจอตำรวจคนเดิมคนนี้ที่ยังคงพูดจาแบบนักเลงใส่อยู่ตลอด และยังย้ำซ้ำๆว่า"คุณกำลังขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ คุณไม่รู้กฏหมายอย่าพูดดีกว่า" ถามจริงเถอะครับ ถ้าเป็นคุณเจอคุณไม่สงสัยเลยหรอครับว่าข้อหานี้มันมีจริงๆหรอ ขับรถมาตั้งหลายปี โดนเรียกตรวจเป็นสิบครั้ง ไม่เคยเจอข้อหานี้เลย ถ้าโดนข้อหาที่เราผิดจริงๆ เช่นขับรถเร็ว ฯลฯ ผมลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับผิดแล้วเสียค่าปรับอยู่แล้วครับ และถ้านึกตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย ก็ต้องว่าด้วยเรื่องการป้องกันการใดๆที่ก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนนแน่ๆ ผมถามจริงๆเถอะ…ไฟแถบสีฟ้าตรงกระจกมองข้างที่มันเรืองออกมาเบาๆมันจะทำให้รถวิ่งสวนมาแสบตาจนต้องหักหลบแล้วชนกันมั้ย??? หรือมันจะทำให้คนเดินถนนที่เผลอมองไฟแถบสีฟ้าที่เรืองเบาๆนี้แล้วตาบอดหรือไง??? งงจริงๆ...
ยืนถกกันซักพักจนเจ้าหน้าที่บอกว่า "ได้ เดี๋ยวให้ดูข้อกฏหมาย จึงต้องเดินตามเค้าไปบนสถานี แล้วต้องยื่นหมูยื่นแมวด้วย ผมต้องให้ใบขับขี่ไป เขาถึงยอมให้ผมอ่านสิ่งที่เขาเรียกว่าข้อกฏหมาย ซึ่งพอได้มาอ่านปรากฏว่าไม่ใช่ข้อกฏหมายครับ แต่เป็นกระดาษซีร็อกคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์(หรือจากนิตยาสารไม่แน่ใจ แต่คุ้นๆว่าเคยเห็น) จ่าหัวคอลัมน์ว่า "เลี้ยวขวาสนทนาจราจร" ก็ยังเอะใจว่า อ้าว...เด๋วนี้คอลัมน์เหล่านี้กลายเป็นกฏหมายไปแล้วหรือ??? แต่ไม่เป็นไรลองอ่านดู...ผลปรากฏว่า นอกจากที่ไม่เอาข้อกฏหมายจริงๆแต่เป็นคอลัมน์มาให้อ่านแล้ว เนื้อหาข้างในเป็นเรื่องเกี่ยวกับการห้ามใช้ไฟซีนอนสีต่างๆ เช่นสีฟ้า สีม่วง สีเหลืองเข้ม สีเขียว ฯลฯ เพราะมันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน........แต่เอ๊ะ นึกย้อนกลับไป...เราโดนจับเพราะว่าอะไรน้าาา.... ไฟแถบสีฟ้ากระจกมองข้างไม่ใช่หรือ?? นี่มันเรื่องไฟซีนอน มันคนละเรื่องเลยนะเนี่ย มั่วป่าวเนี่ย!!! พอลองไปสอบถามเจ้าหน้าที่คนนี้ดูก็ยังคงตอบมาด้วยเสียงอันแข็งกร้าวว่า "คุณอ่านให้จบแล้วค่อยพูด" ผมเลยรีบอ่านจนจบอย่างเร็ว และให้รถอีกคันที่โดนข้อหาเดียวกันอ่าน เค้าก็พูดเหมือนกันว่านี่มันไม่เกี่ยว นี่มันเรื่องไฟซีนอน แล้วไฟสีฟ้าแถบกระจกข้างมันเกี่ยวอะไร?? เจ้าหน้าที่คนนี้ก็บอกว่าเกี่ยวสิ เพราะมัน “สีฟ้า” ไง……………… เท่านั้นแหละครับฮากันลั่นสถานี เจ้าหน้าที่คนนี้แจ้งข้อหามั่วครับท่าน บอกว่าผมผิดเรื่องแถบสีฟ้ากระจกมองข้าง แต่เอาคอลัมน์(ที่เค้าอ้างว่าเป็นข้อกฏหมาย) เรื่องไฟซีนอนมาอ้าง แล้วก็บอกว่าผมผิดข้อหาไฟเป็น “สีฟ้า” ตามที่เค้าอ่านเจอในคอลัมน์ของไฟซีนอนมาตั้งเป็นข้อหา โอ๊ย!!!! นายยอดมาก สุดยอดแห่งตำรวจไทย ข้าน้อยขอคารวะ เจ๋งจริงๆ เฮ้อ~~
หลายๆคนที่ได้ยินก็เริ่มขำเหมือนกัน เพราะมันคนละเรื่องกัน มันคือหนังคนละม้วน จนเจ้าหน้าที่คนนี้ สุดยอดตำรวจไทยในใจผม(ประชด ฮึ่มๆ) เริ่มเอะใจตามแล้วความเป็นนักเลงเริ่มลดน้อยลง ผมสันนิษฐานว่า เค้าเพิ่งนึกได้ว่า เออว่ะ!!! เราจับข้อหาอะไรวะเนี่ย… คอลัมน์บอกซีนอน แล้วจะมาจับเรื่องไฟสีฟ้าแถบกระจกข้างทำไมวะ…. (สันนิษฐานนะจ๊ะ ไม่รุ้ว่าคิดแบบนี้หรือปล่าว) แล้วก็ไปเขียนใบสั่งให้ผม พอเขียนใบสั่งออกมา ก็เขียนออกมาว่า “ใช้โคมไฟไม่ถูกต้องตามกฏกระทรวง ไฟเลี้ยวกระจกสีน้ำเงิน” ผมก็มึนต่อว่า เฮ้ย… ไอ้แถบสีน้ำเงิน มันไม่ใช่ไฟเลี้ยวนะลูกเพ่ ไปถามเด็ก 7 ขวบก็ตอบได้ว่า ไฟเลี้ยวคือไฟสีเหลืองกระพริบๆ แล้วมาเหมาว่าไฟเลี้ยวผมเป็นสีน้ำเงิน อย่างนี้เวลาผมเปิดไฟเลี้ยวมันก็ต้องเป็นสีน้ำเงินกระพริบๆสิครับ…อารายเนี่ย…ตอนพูดก็ พูดอย่าง ให้ดูข้อกฏหมาย(ที่ไม่ใช่ข้อกฏหมาย)เป็นอีกอย่าง แล้วมาลงใบสั่งอีกอย่าง เจริญเถอะตำรวจ สน.นี้ แล้วยิ่งไปกว่านั้น ยังกล่าวหาผมเพิ่มเติมว่า “ ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ทันทีเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ” ใครรู้กฏหมายตอบผมทีครับว่ามันมีข้อนี้อยู่ด้วยหรอ?? ไม่เคยได้ยิน อย่างนี้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้วครับ ถ้าตำรวจผู้ซึ่งเป็นผู้รักษากฏหมาย คิดจะทำอะไรก็ทำ ใครถามเยอะก็โดนข้อหาเพิ่ม ประชาชนอย่างผมแค่อยากรู้ข้อกฏหมายให้แน่นอนว่าเราผิดจริงๆ แล้วจะยอมรับผิดแต่โดยดี กลับกลายเป็นว่าโดนมาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา ประเทศเจริญดีครับ โจรไม่จับ มาจับรถไฟแถบสีฟ้ากระจกข้าง ฟังแล้วเจ็บหัวใจ เป็นห่วงประเทศไทยจริงๆ สุดท้ายก็ต้องรับใบสั่งมาด้วยความหงุดหงิด ขณะที่เดินกลับมาที่รถ มีเสียงไล่หลังมาว่า “ถ้ามีปัญหามาก ก็ไปฟ้องเอาเซ่” แต่หันไปไม่รุ้ว่าใครพูด เพราะบอกได้เลยครับว่า สน.นี้เค้าสามัคคีดีเยี่ยมครับ ช่วยกัน………….. ทำยอดใบสั่งกันอย่างเต็มที่และเป็นทีม ไม่มีการเตือนนะครับ จับ ปรับ จับ ปรับ ลูกเดียวครับ
ยิ่งไปกว่านั้น ย้อนไปตอนที่ยืนถกกับเจ้าหน้าที่คนนี้ มีเพื่อนตำรวจ วอ เข้ามาว่า “ตำรวจอย่าปืนลั่นนะครับ”
ได้ยินแล้วก็นึกในใจว่านี่ตำรวจแน่ป่าววะ หรืออันธพาลกันแน่!!!!
สรุปแล้วเรื่องนี้จะมีบรรยากาศที่เบาลงถ้าตำรวจ ผู้รักษากฏหมายพูดจากับประชาชนดีๆ ค่อยๆอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าผิดเพราะอะไร คนไทยอย่างเรา พอเห็นเขาพูดดีๆ ก็ยอมๆกันทุกทีละครับ ปัญหาก็ไม่เกิด ไม่ใช่มานักเลงแบบนี้ ตำรวจคือผู้รักษากฏหมายนะครับ ไม่ใช่ผู้ที่รู้กฏหมายแล้วเอาช่องโหว่ของกฏหมายมาทำให้ประชาชนเดือดร้อนแบบนี้ ผมเดือดร้อนครับ อีกหลายๆคนก็เดือดร้อน ซึ่งผมเชื่อครับว่า ซักวันอีกไม่นาน จะต้องมีประชาชนที่ไม่ยอมกับเรื่องแบบนี้ แล้วลุกขึ้นมาต่อสู้อย่างแน่นอน
ผมกลับมาเปิดอ่าน comment ตามเว็บต่างๆ ด้วยความข้องใจ จึงได้เห็นหลายๆกระทู้ที่มีลักษณะเดียวกันคือ โดนจับเพราะไฟแถบสีฟ้ากระจกข้าง แต่ที่น่าสังเกตคือ ทุกกระทู้ที่ผมอ่านเจอ โดนที่เดียวกันหมดคือที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอโศก4(ด่านทางด่วนพระราม9) นี้ทุกคัน ไม่เห็นใครตั้งกระทู้ว่าโดนจากที่อื่นเลยครับ จึงชัดเจนครับว่าตำรวจ สน.นี้หิวจริงๆครับ เป็นห่วงเมืองไทยครับ
ถ้าอ่านเรื่องของผมแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์กับลูกๆ หลานๆ เพื่อนๆ รบกวนช่วยแชร์ต่อไปเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระวังตัวด้วยนะคร้าบบบ ^^
ป.ล. แถมสั้นๆ มีอีกคันโดนจับข้อหาป้ายทะเบียนงอ เขาบอกว่าเขาพึ่งจะขับรถชนหมา ป้ายมันเลยงอ ซึ่งก็งอไม่ได้เยอะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า งั้นเอาหลักฐานไอ้ที่คุณชนมาให้ดูสิ ……หมายถึง หมาที่ถูกชนน่ะหรอ น่าสงสัยจริงๆว่าจะมีใครบ้างที่ชนหมาจนป้ายทะเบียนงอ แล้วพกศพหมาติดรถไว้ เพราะจะได้แสดงเป็นหลักฐานเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ฮ่าๆ พิมเองแล้วขำเอง…
ขอบคุณครับ
ฝากแชร์เรื่องหน่อยครับ รุ่นน้องแฟน ไปโดนมา
พร้อมรูปภาพ จนท.ด้วย
เรื่องที่จะเล่านี้ อยากเอามาแชร์ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงคุณภาพตำรวจไทยที่ผมได้เจอมาครับ สถานที่ที่เกิดเหตุคือ ด่านทางพิเศษอโศก4(ทางด่วนด่านพระราม9) และตำรวจคนนี้ชื่อว่า "ร.ต.อ.ธีรรัชช์ ภัทรวงศาโรจน์ "
ขณะที่ผมขับรถอยู่บนทางด่วนจนมาถึงที่ด่านอโศก4 ผมก็เจอตำรวจตั้งด่านโบกให้จอด ก็ไม่ได้คิดหรือเอะใจอะไร เพราะไม่ได้ขับเร็วหรือใบทะเบียนหมดอายุ คิดว่าเรียกตรวจเฉยๆ พอเปิดกระจกถามเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้ว่าทำไมถึงเรียกตรวจเท่านั้นแหละ เจ้าหน้าที่คนนี้ออกท่าที่เรียกได้ว่า "นักเลง" ใส่ทันที คือมีท่าทางนักเลงมาก พูดจาห้วน กระแทกกระทั้น ยืนยืดอก ยกไหล่ เชิดหัว ลักษณะเหมือนที่เราเห็นในคลิปเด็กมีเรื่องกันยังไงยังงั้น เค้าก็ขอใบขับขี่โดยเราก็ถามว่าโดนเรื่องอะไร ก็ไม่ยอมบอก เอาแต่พูดว่าถ้าไม่ให้ใบขับขี่จะถือว่า ขัดขวางเจ้าหน้าที่ (ตลอดที่พูดมา ยังคงใช้คำพูดที่ห้วนและท่าทางนักเลงตลอดเวลา) ซึ่งเราก็ยังไม่ให้เพราะยังไม่รู้ว่าผิดข้อหาอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนี้ก็เอาแต่พูดเดิมๆวนไปวนมา ไม่ยอมบอกซะที แต่หลังจากคะยั้นคะยออยู่นาน จึงได้คำตอบมาว่าผิดข้อหา "ไฟกระจกมองข้างเป็นแถบสีฟ้า".... เอ๊า มึนสิครับ ไฟนี้มันได้มาตั้งแต่วันที่ออกรถจากโชว์รูม ซึ่งเพื่อนๆคนไหนที่พึ่งซื้อรถ ลองสังเกตดูครับว่าติดมาจากโชว์รูมแทบทุกคัน เจองี้"งง"ดิครับ เลยถามกลับไปว่า ถ้ามันผิดกฏหมายจริงๆทำไมไม่ไปตักเตือนทางศูนย์รถยนต์ทุกยี่ห้อล่ะครับว่าอย่าใช้กระจกมองข้างแบบนี้ มันใช้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่คนนี้ตอบมาว่า “กระจกแบบนี้เป็นของแถมจากศูนย์ คุณรับมาเอง คุณก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง ไม่ใช่ศูนย์รถ” อ้าวเฮ้ย…. ฟังแล้วก็มึนว่า ตกลงนี่กุผิดใช่มั้ยเนี่ย ที่ศูนย์มันแถมกระจกมองข้างมีไฟแถบสีฟ้ามาให้ใช้ แล้วทำไมไม่มีใครเตือนศูนย์รถ แต่กลับมาดักปรับผู้บริโภคกันแบบนี้ละครับ??
หลังจากยืนถกเรื่องนี้ซักพักจึงเริ่มสังเกตเห็นว่า สน.ด่านทางพิเศษนี้ล่อเรียกทุกคันที่มีไฟกระจกข้างแถบสีฟ้าจริงๆครับ ทั้ง ปาเจโร่ ไทรตัน วีออส อัลติส ฟอร์จูนเนอร์ เรียกว่ายี่ห้อดังๆแทบทุกคันโดนหมด จอดเสียค่าปรับทีเป็นสิบๆคัน ซึ่งทุกคันก็ลงมาสภาพงงๆว่า อ้าวเฮ้ย!! มันมีข้อหานี้ด้วยเหรอ??? แต่หลายๆคนรีบมีธุระจึงได้แต่รับสภาพ จำยอมเสียค่าปรับไป แต่อีกหลายๆคันก็เริ่มมีการถกกับเจ้าหน้าที่เหมือนกัน พอดูลาดราวซักพัก ก็กลับมาเจอตำรวจคนเดิมคนนี้ที่ยังคงพูดจาแบบนักเลงใส่อยู่ตลอด และยังย้ำซ้ำๆว่า"คุณกำลังขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ คุณไม่รู้กฏหมายอย่าพูดดีกว่า" ถามจริงเถอะครับ ถ้าเป็นคุณเจอคุณไม่สงสัยเลยหรอครับว่าข้อหานี้มันมีจริงๆหรอ ขับรถมาตั้งหลายปี โดนเรียกตรวจเป็นสิบครั้ง ไม่เคยเจอข้อหานี้เลย ถ้าโดนข้อหาที่เราผิดจริงๆ เช่นขับรถเร็ว ฯลฯ ผมลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับผิดแล้วเสียค่าปรับอยู่แล้วครับ และถ้านึกตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย ก็ต้องว่าด้วยเรื่องการป้องกันการใดๆที่ก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนนแน่ๆ ผมถามจริงๆเถอะ…ไฟแถบสีฟ้าตรงกระจกมองข้างที่มันเรืองออกมาเบาๆมันจะทำให้รถวิ่งสวนมาแสบตาจนต้องหักหลบแล้วชนกันมั้ย??? หรือมันจะทำให้คนเดินถนนที่เผลอมองไฟแถบสีฟ้าที่เรืองเบาๆนี้แล้วตาบอดหรือไง??? งงจริงๆ...
ยืนถกกันซักพักจนเจ้าหน้าที่บอกว่า "ได้ เดี๋ยวให้ดูข้อกฏหมาย จึงต้องเดินตามเค้าไปบนสถานี แล้วต้องยื่นหมูยื่นแมวด้วย ผมต้องให้ใบขับขี่ไป เขาถึงยอมให้ผมอ่านสิ่งที่เขาเรียกว่าข้อกฏหมาย ซึ่งพอได้มาอ่านปรากฏว่าไม่ใช่ข้อกฏหมายครับ แต่เป็นกระดาษซีร็อกคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์(หรือจากนิตยาสารไม่แน่ใจ แต่คุ้นๆว่าเคยเห็น) จ่าหัวคอลัมน์ว่า "เลี้ยวขวาสนทนาจราจร" ก็ยังเอะใจว่า อ้าว...เด๋วนี้คอลัมน์เหล่านี้กลายเป็นกฏหมายไปแล้วหรือ??? แต่ไม่เป็นไรลองอ่านดู...ผลปรากฏว่า นอกจากที่ไม่เอาข้อกฏหมายจริงๆแต่เป็นคอลัมน์มาให้อ่านแล้ว เนื้อหาข้างในเป็นเรื่องเกี่ยวกับการห้ามใช้ไฟซีนอนสีต่างๆ เช่นสีฟ้า สีม่วง สีเหลืองเข้ม สีเขียว ฯลฯ เพราะมันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน........แต่เอ๊ะ นึกย้อนกลับไป...เราโดนจับเพราะว่าอะไรน้าาา.... ไฟแถบสีฟ้ากระจกมองข้างไม่ใช่หรือ?? นี่มันเรื่องไฟซีนอน มันคนละเรื่องเลยนะเนี่ย มั่วป่าวเนี่ย!!! พอลองไปสอบถามเจ้าหน้าที่คนนี้ดูก็ยังคงตอบมาด้วยเสียงอันแข็งกร้าวว่า "คุณอ่านให้จบแล้วค่อยพูด" ผมเลยรีบอ่านจนจบอย่างเร็ว และให้รถอีกคันที่โดนข้อหาเดียวกันอ่าน เค้าก็พูดเหมือนกันว่านี่มันไม่เกี่ยว นี่มันเรื่องไฟซีนอน แล้วไฟสีฟ้าแถบกระจกข้างมันเกี่ยวอะไร?? เจ้าหน้าที่คนนี้ก็บอกว่าเกี่ยวสิ เพราะมัน “สีฟ้า” ไง……………… เท่านั้นแหละครับฮากันลั่นสถานี เจ้าหน้าที่คนนี้แจ้งข้อหามั่วครับท่าน บอกว่าผมผิดเรื่องแถบสีฟ้ากระจกมองข้าง แต่เอาคอลัมน์(ที่เค้าอ้างว่าเป็นข้อกฏหมาย) เรื่องไฟซีนอนมาอ้าง แล้วก็บอกว่าผมผิดข้อหาไฟเป็น “สีฟ้า” ตามที่เค้าอ่านเจอในคอลัมน์ของไฟซีนอนมาตั้งเป็นข้อหา โอ๊ย!!!! นายยอดมาก สุดยอดแห่งตำรวจไทย ข้าน้อยขอคารวะ เจ๋งจริงๆ เฮ้อ~~
หลายๆคนที่ได้ยินก็เริ่มขำเหมือนกัน เพราะมันคนละเรื่องกัน มันคือหนังคนละม้วน จนเจ้าหน้าที่คนนี้ สุดยอดตำรวจไทยในใจผม(ประชด ฮึ่มๆ) เริ่มเอะใจตามแล้วความเป็นนักเลงเริ่มลดน้อยลง ผมสันนิษฐานว่า เค้าเพิ่งนึกได้ว่า เออว่ะ!!! เราจับข้อหาอะไรวะเนี่ย… คอลัมน์บอกซีนอน แล้วจะมาจับเรื่องไฟสีฟ้าแถบกระจกข้างทำไมวะ…. (สันนิษฐานนะจ๊ะ ไม่รุ้ว่าคิดแบบนี้หรือปล่าว) แล้วก็ไปเขียนใบสั่งให้ผม พอเขียนใบสั่งออกมา ก็เขียนออกมาว่า “ใช้โคมไฟไม่ถูกต้องตามกฏกระทรวง ไฟเลี้ยวกระจกสีน้ำเงิน” ผมก็มึนต่อว่า เฮ้ย… ไอ้แถบสีน้ำเงิน มันไม่ใช่ไฟเลี้ยวนะลูกเพ่ ไปถามเด็ก 7 ขวบก็ตอบได้ว่า ไฟเลี้ยวคือไฟสีเหลืองกระพริบๆ แล้วมาเหมาว่าไฟเลี้ยวผมเป็นสีน้ำเงิน อย่างนี้เวลาผมเปิดไฟเลี้ยวมันก็ต้องเป็นสีน้ำเงินกระพริบๆสิครับ…อารายเนี่ย…ตอนพูดก็ พูดอย่าง ให้ดูข้อกฏหมาย(ที่ไม่ใช่ข้อกฏหมาย)เป็นอีกอย่าง แล้วมาลงใบสั่งอีกอย่าง เจริญเถอะตำรวจ สน.นี้ แล้วยิ่งไปกว่านั้น ยังกล่าวหาผมเพิ่มเติมว่า “ ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ทันทีเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ” ใครรู้กฏหมายตอบผมทีครับว่ามันมีข้อนี้อยู่ด้วยหรอ?? ไม่เคยได้ยิน อย่างนี้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้วครับ ถ้าตำรวจผู้ซึ่งเป็นผู้รักษากฏหมาย คิดจะทำอะไรก็ทำ ใครถามเยอะก็โดนข้อหาเพิ่ม ประชาชนอย่างผมแค่อยากรู้ข้อกฏหมายให้แน่นอนว่าเราผิดจริงๆ แล้วจะยอมรับผิดแต่โดยดี กลับกลายเป็นว่าโดนมาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา ประเทศเจริญดีครับ โจรไม่จับ มาจับรถไฟแถบสีฟ้ากระจกข้าง ฟังแล้วเจ็บหัวใจ เป็นห่วงประเทศไทยจริงๆ สุดท้ายก็ต้องรับใบสั่งมาด้วยความหงุดหงิด ขณะที่เดินกลับมาที่รถ มีเสียงไล่หลังมาว่า “ถ้ามีปัญหามาก ก็ไปฟ้องเอาเซ่” แต่หันไปไม่รุ้ว่าใครพูด เพราะบอกได้เลยครับว่า สน.นี้เค้าสามัคคีดีเยี่ยมครับ ช่วยกัน………….. ทำยอดใบสั่งกันอย่างเต็มที่และเป็นทีม ไม่มีการเตือนนะครับ จับ ปรับ จับ ปรับ ลูกเดียวครับ
ยิ่งไปกว่านั้น ย้อนไปตอนที่ยืนถกกับเจ้าหน้าที่คนนี้ มีเพื่อนตำรวจ วอ เข้ามาว่า “ตำรวจอย่าปืนลั่นนะครับ”
ได้ยินแล้วก็นึกในใจว่านี่ตำรวจแน่ป่าววะ หรืออันธพาลกันแน่!!!!
สรุปแล้วเรื่องนี้จะมีบรรยากาศที่เบาลงถ้าตำรวจ ผู้รักษากฏหมายพูดจากับประชาชนดีๆ ค่อยๆอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าผิดเพราะอะไร คนไทยอย่างเรา พอเห็นเขาพูดดีๆ ก็ยอมๆกันทุกทีละครับ ปัญหาก็ไม่เกิด ไม่ใช่มานักเลงแบบนี้ ตำรวจคือผู้รักษากฏหมายนะครับ ไม่ใช่ผู้ที่รู้กฏหมายแล้วเอาช่องโหว่ของกฏหมายมาทำให้ประชาชนเดือดร้อนแบบนี้ ผมเดือดร้อนครับ อีกหลายๆคนก็เดือดร้อน ซึ่งผมเชื่อครับว่า ซักวันอีกไม่นาน จะต้องมีประชาชนที่ไม่ยอมกับเรื่องแบบนี้ แล้วลุกขึ้นมาต่อสู้อย่างแน่นอน
ผมกลับมาเปิดอ่าน comment ตามเว็บต่างๆ ด้วยความข้องใจ จึงได้เห็นหลายๆกระทู้ที่มีลักษณะเดียวกันคือ โดนจับเพราะไฟแถบสีฟ้ากระจกข้าง แต่ที่น่าสังเกตคือ ทุกกระทู้ที่ผมอ่านเจอ โดนที่เดียวกันหมดคือที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอโศก4(ด่านทางด่วนพระราม9) นี้ทุกคัน ไม่เห็นใครตั้งกระทู้ว่าโดนจากที่อื่นเลยครับ จึงชัดเจนครับว่าตำรวจ สน.นี้หิวจริงๆครับ เป็นห่วงเมืองไทยครับ
ถ้าอ่านเรื่องของผมแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์กับลูกๆ หลานๆ เพื่อนๆ รบกวนช่วยแชร์ต่อไปเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระวังตัวด้วยนะคร้าบบบ ^^
ป.ล. แถมสั้นๆ มีอีกคันโดนจับข้อหาป้ายทะเบียนงอ เขาบอกว่าเขาพึ่งจะขับรถชนหมา ป้ายมันเลยงอ ซึ่งก็งอไม่ได้เยอะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า งั้นเอาหลักฐานไอ้ที่คุณชนมาให้ดูสิ ……หมายถึง หมาที่ถูกชนน่ะหรอ น่าสงสัยจริงๆว่าจะมีใครบ้างที่ชนหมาจนป้ายทะเบียนงอ แล้วพกศพหมาติดรถไว้ เพราะจะได้แสดงเป็นหลักฐานเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ฮ่าๆ พิมเองแล้วขำเอง…
ขอบคุณครับ