AEC โอกาส “ทอง” AOT หาเงินนอกบ้านภารกิจ (เกือบ) ด่วน

กระทู้สนทนา
วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 01:00
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


9ปี“ท่าอากาศยานไทย”ไม่เคยเยือนตลาดหุ้น มาคราวนี้บอกตรง“ไม่ธรรมดา”“น.ต.ศิธา ทิวารี”จูงมือ“พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์” กระตุ้นราคาหุ้น AOT สุดฤทธิ์!

“ตั้งแต่ต้นปี 2556 หุ้น AOT วิ่งขึ้นตลอด” พิธีกรจั่วหัวเปิดงาน

“ผมเพิ่งเข้ามานั่งทำงานใน “ท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้แค่ 4 เดือน ราคาหุ้นทะยานจาก 100 กว่าบาทต่อหุ้น มายืนระดับ 150 บาท จริงๆหุ้นวิ่งก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมหรอกนะ เพราะไม่มีหุ้น AOT สักนิดเดียว” ประโยคทักทายนักลงทุนที่แห่มานั่งฟังการเปิดเผยข้อมูลครั้งแรกในรอบ 9 ปีของ “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ “ท่าอากาศยานไทย”

เบื้องหลังการมาเยือนตลาดหุ้นครั้งนี้ เกิดจากคำแนะนำของ “ดร.ประสิทธิ์ ศรี สุวรรณ” ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร​และกรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) “ผมรู้จัก “ผู้พันปุ่น” เพราะท่านเป็นประธานหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่น16 ด้วยความที่เราเป็นนักเรียนวตท.รุ่นนี้ และคลุกคลีในตลาดหุ้นมานานเลย ถือโอกาสแนะนำท่านให้นำทัพ AOT มาพบนักลงทุน”

“โอกาส “ทอง” ของ AOT จะเกิดขึ้นในช่วงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เปิดในปี 2558”

“ดร.พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์” อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการใหญ่ (รักษาการ) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งแทน “สมชัย สวัสดีผล” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ฉบับย่อมากๆให้ฟัง หลัง “ดร.ประสิทธิ์” อาสาจูงมือรักษาการฯมาบอกเล่าเรื่องราว

ท่าน “ศิธา” เขา “ฝันไกล ไฟท่านแรง” ฉะนั้นหน้าที่ของรักษาการฯ คือ หาหนทางให้ “ความฝัน” ของท่านและผู้ถือหุ้นเป็นจริง เขาพูดความในใจ

ถามว่าท่านประธานสั่งงานเต็มโต๊ะทำไหวมั้ย!! “ผมจะพยายาม (ยิ้ม) ถือเป็นเรื่อง “สนุก ท้าทาย” แม้จะเพิ่งเข้ามาทำงานได้เกือบ 3 เดือน ไม่ได้คลุกคลีมานานเป็นสิบปี แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักบริษัทดี ที่ผ่านมาเดินหน้าปรับองค์กรเล็กๆน้อยๆ แล้ว จากนี้ถ้าเห็นว่าอะไรควรเปลี่ยนแปลง เพื่อให้องค์กรเดินหน้าได้อย่างมั่นคง เราพร้อมปฎิบัติทันที” นายใหญ่ ย้ำ

“ท่าอากาศยานไทย” พร้อมทั้งอุปกรณ์ และบุคลากร ฉะนั้นเราสามารถออกไป “บริหารสนามบินประเทศเพื่อนบ้านได้” ถือเป็นการเพิ่มเงินอีกทางหนึ่ง ที่ผ่านมามีหลายประเทศในแถบเอเชียติดต่อให้เราไปบริหาร ตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเข้าไปในรูปแบบใด ไม่เร่งด่วน แต่ควร “ทำ!!

ปัจจุบันบริษัทจัดการ ดำาเนินงาน และพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต แม่ฟ้าหลวง-เชียงราย และสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ
ที่ผ่านมา “ท่าอากาศยานไทย” เติบโตเฉลี่ย 9-14% ต่อปี!!

ฉะนั้นหากเราสามารถเพิ่มช่องทางธุรกิจได้มากขึ้น โอกาสที่จะมีผลประกอบการขยายตัวขึ้นมากกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงๆ (ยิ้ม) จริงๆแล้วบริษัทสามารถมีรายได้มากกว่าที่ทำได้ในปัจจุบัน แต่ด้วย “ข้อจำกัด” ในการบริหาร ทำให้เราไม่ค่อยคล่องตัวเมื่อเทียบกับบริษัทเอกชนรายอื่นๆ เรารับรู้เรื่องนี้มาตลอด “ผมจะพยายามทำให้บริษัทสามารถหาเงินได้ 360 องศา” เขาสัญญา

“ด็อกเตอร์” บอกว่า วันนี้บริษัทมี 4 สถานะ เราเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทบริหารสนามบิน และเป็นผู้อยู่ในอุตสาหกรรมการบิน ทุกสถานะมีวิถีการทำงาน และกฎหมายที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจะหวังให้เราทำอะไรรวดเร็วเหมือนบริษัทอื่นๆ บ้างครั้งยอมรับว่าค่อนข้างยาก

แต่ที่ผ่านมาบริษัทก็พยายามรับผิดชอบต่อราคาหุ้นและผู้ถือหุ้น ยิ่ง AEC จะเปิดในอีก 2 ปีข้างหน้า เราก็เตรียมความพร้อมตลอด ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันรุนแรงมาก โดยเฉพาะในแถบเอเชีย แต่เราโชคดีตรงที่มี 10 พันธมิตรทางการบิน ที่ “แข็งแกร่ง” มาก เรื่องนี้นักลงทุนหลายท่านรู้ดี

ถามถึงจำนวนผู้โดยสารงวดสิ้นปี 2556 (สิ้นสุดเดือนก.ย.) เราคาดว่าจะมีจำนวนสูงถึง 85 ล้านคน ขณะที่มีเที่ยวบินกว่า 550,000 เที่ยวบิน ในรอบ 8 เดือนของงวดปี 2556 (ต.ค.55-พ.ค.56) มีจำนวนผู้โดยสาร 57.9 ล้านคน ปริมาณเที่ยวบินขึ้นลงรวม 370,520 เที่ยวบิน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน เรียกว่ามีจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 21.4% และ 15.9% ตามลำดับ โดยมีผู้โดยสารมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสูงถึง 34.3 ล้านคน

“น.ต.ศิธา ทิวารี” ย้ำต่อหน้านักลงทุน-นักวิเคราะห์ ที่แห่มาฟังจนทะลักห้องประชุมว่า แม้จะเพิ่งเข้ามานั่งทำงานได้แค่ 4 เดือน แต่ก็ลงมือทำโน่นนี่ไปเยอะแยะแล้ว ไล่มาตั้งแต่เร่งการสร้างท่อน้ำมันใต้สนามบินให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.นี้ และสร้างรันเวย์สำรองในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 2,900 เมตร มูลค่า 10,000 ล้านบาท ก่อนจะลงทุนเพิ่มเติมอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรันเวย์ที่ 3 ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีก 1,000 เมตร

ขณะเดียวกันเรายังจะซ่อมแซมอาคารผู้โดยสารอาคาร 2 ,อาคาร South Corridor,อาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 5 และอาคารจอดรถยนต์ 7 ชั้น ของท่าอากาศยานดอนเมือง มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2557 เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์จะทำให้สนามบินดอนเมืองสามารถรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 18.5 ล้านคนต่อปี เป็น 30 ล้านคนต่อปี

เรายังเตรียมขยายหลุมจอดเครื่องบินในสนามบินจังหวัดภูเก็ตจาก 15 หลุมจอด เป็น 21 หลุมจอด มูลค่าประมาณ 5,791 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2558 ซึ่งจะทำให้สนามบินภูเก็ตสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นจาก 6.5 ล้านคนต่อปี เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี

แต่ด้วยความที่มีคนใช้บริการหนาแน่มาก เราจึงต้องลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราว พื้นที่ 4 ไร่ ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้ 4-5 ล้านคนต่อปี และขยายหลุมจอดเพิ่มอีก 5 หลุม มูลค่าลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ หากก่อสร้างทั้งหมดเสร็จแล้วจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 18-20 ล้านคน

“ผมเคยถามผอ.สนามบินภูเก็ตว่า ที่ผ่านมาเราปฎิเสธเครื่องบินที่ต้องการลงจอดภูเก็ตเท่าไร ได้ยินคำตอบแล้วตกใจ “สูงถึง 30% หรือคิดเป็นจำนวนผู้โดยสารประมาณ 3 ล้านคนต่อปี” ทุกวันนี้สนามบินภูเก็ตมีคนใช้บริการมาก (ลากเสียงยาว) คิดดูสิสนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 6.5 ล้านบาท แต่สิ้นปี 2555 มีคนมาใช้บริการมากถึง 9 ล้านคนต่อปี และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 10.5 ล้านคนต่อปี

ส่วนแผนงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เราจะใช้งบลงทุน เพื่อทำเฟส 2 มูลค่า 62,000 ล้านบาท ผ่านมาแค่ 2 เดือน จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเร็วมากๆ น่าจะอยู่ราวๆ 53 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับในช่วงที่เปิดใช้ท่าอาศยานดอนเมือง

ถามว่า AOT จะนำเงินจากแหล่งใดมาลงทุน!! “ชายวัย 48 ปี” บอกว่า เรามีแผนจะระดมทุนประมาณ 17,000-20,000 ล้านบาท ตอนนี้กำลังศึกษารูปแบบว่าจะหาเงินมาจากแหล่งใด ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นกู้ จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือกู้เงินจากสถาบันการเงิน เราไม่รีบร้อน เพราะกว่าจะใช้เงินจริงๆ ก็ประมาณปี 2559-2560 ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดติดกระเป๋าอยู่ 38,000 ล้านบาท

อยากบอกนักลงทุนทุท่านว่า คณะกรรมการบริษัทของเรามีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ซึ่งทุกด้านล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อ AOT แทบทั้งนั้น อาทิเช่น “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ “วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ “พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล” ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ทั้ง 3 ท่านนั่งเป็นกรรมการของบริษัท เป็นต้น

แม้วันนี้ AOTจะยังไม่ได้ “ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่” แม้จะเปิดรับสมัครมาแล้ว 2 รอบ เพราะยังไม่มีใครที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ แต่ “พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์” อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการใหญ่ (รักษาการ) จะสามารถนำพาบริษัทไปสู่ “ความเจริญรุ่งเรือง”

“ผู้พันปุ่น” ย้ำว่า แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 (​เม.ย.-ก.ย.56) รายได้และกำไรของบริษัทจะ​ขยายตัว​ใกล้​เคียง 6 เดือนแรกของปี 2556 (ต.ค.55-มี.ค.56) ที่มีราย​ได้ 21,800 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7,941 ล้านบาท “ผมมั่น​ใจว่าเราจะ​ไม่ขาดทุนจากอัตรา​แลก​เปลี่ยน ​เพราะ​ได้​ทำประกัน​ความ​เสี่ยง​ไว้ 82% ​ซึ่งเป็นอัตราที่ดี ฉะนั้นเราคงมีกำ​ไรจากอัตรา​แลก​เปลี่ยน”

ปลายปี 2556 ​หรือ​ไตรมาส​แรกของปีหน้า บริษัทอาจปรับขึ้นค่าธรรม​เนียม​การ​ใช้สนามบิน (PSC)​ ​โดยจะปรับในส่วนของ​เที่ยวบิน​ในประ​เทศขึ้นจาก 100 บาทต่อราย ​เป็น 150 บาทต่อราย ​ส่วน​เที่ยวบินต่างประ​เทศจะปรับขึ้น​เป็น 800 บาทต่อราย จาก 700 บาทต่อราย ​ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ล้านบาท

“เชียร์ช้อน” รับอนาคตเงินเพิ่ม
ผ่านงานพบนักลงทุนมาเพียง 1 วัน เหล่ากูรูตลาดหุ้น พากันเผยแพร่บทวิเคราะห์ หุ้น ท่าอากาศยานไทย ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 208 บาทต่อหุ้น

บล.เกียรตินาคิน แสดงความคิดเห็นให้นักลงทุนคิดต่อว่า แม้บริษัทจะไม่มีข้อมูลใหม่ แต่การตอกย้ำ แผนเปิดใช้อาคาร 2 ของสนามบินดอนเมือง จะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารมากขึ้น แถมยังลดแรงกดดันจากแผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิที่ล่าช้า ที่สำคัญการเปิดใช้อาคาร 2 จะทำให้บริษัทมีรายได้ค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าปลีกและร้านค้าปลอดภาษีภายในอาคารเพิ่มขึ้น

การที่บริษัทมีแผนจะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมการบินพลเรือน อาจส่งผลดีต่อกำไรของบริษัท ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 20-25% แถมยังเพิ่มมูลค่าเหมาะสมจากปัจจุบัน 21%
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่