อุทาหรณ์จากอียิปต์
เพราะโดยแนวโน้ม ความเป็นไปของสถานการณ์ในช่วงนี้ อาจพอหยิบเอามาใช้เป็นอุทาหรณ์ เป็นอนุสติ สำหรับใครต่อใครในบ้านเรา ได้บ้างไม่มากก็น้อย เมื่อ มวลชน ทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี ผู้มาจากการเลือกตั้งอย่าง โมหะเหม็ด มูร์ชี กับฝ่ายต่อต้าน ต่างกรูออกมาเผชิญหน้ากันและกัน ในแบบม็อบชนม็อบ เกิดการยิง การปะทะ บาดเจ็บ ล้มตาย เป็นร้อยๆ ไปแล้ว ในทุกวันนี้ ล่าสุด...ใครก็ไม่รู้บุกเข้าไปกราดยิงม็อบสนับสนุนประธานาธิบดี ตายไป 6 บาดเจ็บไปร่วม 200 แถมยังมีผู้นำทางทหาร อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี ออกมายื่นคำขาด ให้ประธานาธิบดี มูร์ชี พิจารณาตัวเองภายในเวลา 48 ชั่วโมง กันซะอีกต่างหาก...
-----------------------------------------------------------
พูดง่ายๆ ว่า...โดยลักษณะความเป็นไป ของสถานการณ์ในอียิปต์ช่วงนี้ แทบไม่ต่างไปจากบ้านเราในอดีตที่ผ่านมา จนกระทั่งตราบเท่าปัจจุบัน คือภายใต้สภาวะที่ มวลชน ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย และต่างฝ่ายต่างก็มักจะอ้างถึง ประชาธิปไตย ไปด้วยกันทั้งคู่ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี ดูจะหนักไปทางเอาแต่ท่องคาถาว่า ตัวเองมาจาก การเลือกตั้ง ของประชาชนส่วนใหญ่ หรือจากจำนวน 51.7 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ดังนั้น...ย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าคิดจะล้มศาล ล้มเจ้า คิดจะแก้ไขกฎหมาย เพื่อนักโทษหนีคดีกลับบ้าน (ขอประทานโทษ...ออกนอกเรื่องไปซะหน่อย) บรรดาประชาชนอีก 48.3 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ได้เลือกประธานาธิบดีผู้นี้ รวมทั้งประชาชนอีกจำนวนนับเป็นล้านๆ จึงชักจะเริ่มกลายเป็น ประชาชนทนไม่ไหว ยิ่งขึ้นมาทุกที...
--------------------------------------------------------------
สุดท้าย...เลยต้องรวมมือ รวมตีน กรูออกมาบนท้องถนน เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีและรัฐบาล ให้พ้นไปจากตำแหน่ง ฝ่ายประธานาธิบดี ที่มีมวลชนของตัวเองอยู่ในมือ เป็นจำนวนไม่น้อย แถมยังเป็นมวลชนประเภท แดงไม่แดงแต่ขอให้แรงเข้าว่า ซะอีกด้วย คือเป็นประเภทที่หนักไปทางมุสลิมหัวรุนแรง ที่เรียกๆ กันว่าพวก ภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ซึ่งมีทั้งการจัดตั้ง การสนับสนุน ในเรื่องเงินๆ ทองๆ แม้กระทั่งเรื่องปืนผาหน้าไม้มาโดยตลอด เรียกว่าไม่ต่างจากพวก อันธพาล
บราเธอร์ฮูด ในบ้านเราทั้งหลายนั่นแหละ ดังนั้น...แม้นต้องเจอกับมวลชนฝ่ายตรงข้าม กรูออกมาบนท้องถนน นับเป็นแสนๆ ล้านๆ ประธานาธิบดี มูร์ชี ผู้เคยมีสถานะตำแหน่งเป็นถึงประธาน นปช.(ประทานโทษอีกแล้ว) เป็นถึงผู้นำขบวนการภราดรภาพมุสลิมในอียิปต์ อันเป็นขบวนการที่มีส่วนสำคัญเอามากๆ ในการโค่นล้มระบบปกครองของอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ที่มีทั้งอำมาตย์ ฟาโรห์ และกองทัพหนุนหลัง ให้ต้องพังพินาศล่มสลายไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ เลยไม่ได้รู้สึก รู้สา ใดๆ กับมวลชนฝ่ายตรงข้าม หันมางัดยุทธวิธี ใช้มวลชนปะทะมวลชน จนทำให้เลือดนองท้องอูฐ ไปแล้วในทุกวันนี้...
---------------------------------------------------------------
การที่รัฐบาลที่มักอ้างว่าตัวเองมาจาก ประชาธิปไตยแท้ๆ แต่พร้อมที่งัดเอามวลชนออกมาปะทะกับมวลชน ทั้งๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นลูกหลานฟาโรห์ไปด้วยกันทั้งนั้น จึงทำให้ผู้นำทหารของอียิปต์ อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี อดีตนักรบเหล่าราบ ผู้สร้างเนื้อ สร้างตัว สร้างชื่อเสียง มาจากการเป็นนายทหารแห่งหน่วยต่อต้านรถถัง ชักจะอดรนทนเป็น บิ๊กตู่ อีกต่อไปไม่ไหว เพราะไม่ใช่แค่ต้องยืนเอามือซุกหีบ ขณะที่ลูกหลานชาวอียิปต์ หันมาสังหาร พร่าผลาญ กันเองเท่านั้น แต่นับตั้งแต่ประธานาธิบดี มูร์ชี ขึ้นมาเถลิงอำนาจ เป็นผู้นำรัฐบาลอียิปต์ อดีตผู้นำขบวนการภราดรภาพมุสลิมรายนี้ มักสนุกสนาน ซุกซน อยู่กับการอาศัย ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ หรือ โลกทำลายประเทศ นำเอาประเทศอียิปต์เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน กับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แบบสุดแสนจะ อันตราย หนักขึ้นเรื่อยๆ...
------------------------------------------------------------
เรียกว่า...แทบทำให้ประเทศอียิปต์ ที่เคยเป็นอดีตมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ มาตั้งแต่ครั้งโบร่ำ โบราณ กลายสภาพไปเป็น ไม่ต่างอะไรไปจากลูกไล่ของ นักเสี้ยมแห่งตะวันออกกลาง อย่างซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ แบบชนิดวิญญาณพระเจ้ารามเสส และตุตันคามุน แทบน้ำตาเช็ดหัวเข่าประมาณนั้น คือไม่เพียงแค่เดินทางไปค้อมคำนับ ถวายเครื่องบรรณาการ ให้กับราชวงศ์ อัลซาอุดในซาอุดีอาระเบีย ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการภราดรภาพมุสลิมทั่วทั้งโลก มานับเป็นศตวรรษๆ ยังดึงเอาพวกนักธุรกิจ นายทุน ในกาตาร์ แห่มาลงทุนทำกิจการสาธารณูปโภคในอียิปต์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ แลกกับเงินกู้เพียงแค่ 2 พันล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง แถมตัวประธานาธิบดีรายนี้ ยังถือเป็นเพื่อนซี้กับชาวอียิปต์อีกรายหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงก้องโลก แต่มีชื่อเสียงในฐานะผู้นำองค์กรก่อการร้ายตัวเอ้ นั่นก็คือนาย อัยมาน อัลซาวารี แห่งองค์กรอัลกออิดะห์ นั่นเอง...
--------------------------------------------------------------
ว่ากันว่า...จุดที่ทำให้นายทหาร อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี เกิดอาการนอตหลุด น่าจะเนื่องมาจากการที่ประธานาธิบดี มูร์ชี ได้พยายามชักนำประเทศอียิปต์ เข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับรัฐบาลซีเรีย หรือจะเรียกว่าได้แสดงอาการ ชักศึกเข้าบ้าน อย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยการประกาศสนับสนุนพวกกบฏซีเรีย ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มภราดรภาพมุสลิม และสมาชิกองค์กรก่อการร้ายอัลกออิดะห์ อยู่ยุ่มย่าม เยอะแยะ แถมยังเรียกร้องให้ชาวมุสลิมในอียิปต์ ออกไปทาง สงครามศักดิ์สิทธิ์ (Holy War) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดี อัลอัสซัด แห่งซีเรีย ที่ถูกเรียกว่า พวกนอกศาสนา แบบเปิดเผย ตรงไป-ตรงมา ซะอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นตัวตั้ง ตัวตี พยายามชักนำให้บรรดาประเทศตะวันตก เข้ามาจัดตั้ง เขตห้ามบินเพื่อเล่นงานกองทัพรัฐบาลซีเรีย กันซะอีกต่างหาก...
-------------------------------------------------------------------
แม้ว่าอะไรต่อมิอะไรเหล่านี้...จะถือเป็นสิทธิ์ของรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มักยึดหลักว่าผู้ที่ได้ครอบครองเสียงส่วนใหญ่ ย่อมสามารถทำอะไรได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำหรับ กองทัพ แล้ว นี่คือการ ก้าวข้ามเส้นพรมแดนความมั่นคง อันไม่ได้ถือเป็นเพียงแค่นโยบาย แต่ถือเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ เอาเลยก็ว่าได้ ยิ่งเมื่อเห็นรัฐบาล ที่อ้างว่ามาจากประชาชน แต่กลับพร้อมที่จะให้ประชาชนกับประชาชน ต้องลุกขึ้นมาฆ่ากันเองเช่นนี้ การตัดสินใจ ยื่นคำขาด ให้รัฐบาลพิจารณาตัวเอง ของผู้นำทหารอย่างพลเอก อัลซิซี จึงไม่ถือเป็นเรื่องแปลก หรือเรื่องผิดปกติไปจาก วิถีทางธรรมชาติ ของสังคมแต่ละสังคม แต่อย่างใด แต่ก็นั่นแหละ...ความหวั่นใจ ความหวาดระแวง ต่อกองทัพ ต่ออำมาตย์ ต่อฟาโรห์ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันถือเป็นสัญชาติญาณ ของบรรดานักประชาธิปไตยทั้งหลาย จึงทำให้สถานการณ์ในอียิปต์ ยังคงเป็นไปแบบกั๊กๆ ยังไม่รู้หมู่ รู้จ่า อยู่ในทุกวันนี้ แม้ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเลย เส้นตาย ของทหารมา ไม่รู้กี่ชั่วโมง ต่อกี่ชั่วโมง มาแล้วก็ตามที ส่วนประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย คงต้องคอยเงี่ยหูฟังเอาไว้ให้จงหนัก เพราะอีกไม่นาน ไม่ช้า สิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในอียิปต์ อาจนำเอามาใช้เป็นบทเรียน อุทาหรณ์ สำหรับบ้านเรา ในแบบวรรคต่อวรรค บรรทัดต่อบรรทัด เอาเลยก็ไม่แน่!!!
---------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Helmuth Von Moltke... The Army is the most outstanding institution in every country, for it alone makes possible the existence of all civic institution. - กองทัพเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งในทุกๆ ประเทศ เพราะด้วยกองทัพเท่านั้น ที่ทำให้สถาบันพลเรือนทั้งหลายตั้งขึ้นและคงอยู่ได้...
cr:
http://www.thaipost.net/news/040713/75922
อ่านแล้วเข้าใจง่าย.....ประชาธิปไตยต้องยึดประชาชนเป็นหลัก....ไม่งั้นก็เอวัง.....
อุทาหรณ์จากอียิปต์
เพราะโดยแนวโน้ม ความเป็นไปของสถานการณ์ในช่วงนี้ อาจพอหยิบเอามาใช้เป็นอุทาหรณ์ เป็นอนุสติ สำหรับใครต่อใครในบ้านเรา ได้บ้างไม่มากก็น้อย เมื่อ มวลชน ทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี ผู้มาจากการเลือกตั้งอย่าง โมหะเหม็ด มูร์ชี กับฝ่ายต่อต้าน ต่างกรูออกมาเผชิญหน้ากันและกัน ในแบบม็อบชนม็อบ เกิดการยิง การปะทะ บาดเจ็บ ล้มตาย เป็นร้อยๆ ไปแล้ว ในทุกวันนี้ ล่าสุด...ใครก็ไม่รู้บุกเข้าไปกราดยิงม็อบสนับสนุนประธานาธิบดี ตายไป 6 บาดเจ็บไปร่วม 200 แถมยังมีผู้นำทางทหาร อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี ออกมายื่นคำขาด ให้ประธานาธิบดี มูร์ชี พิจารณาตัวเองภายในเวลา 48 ชั่วโมง กันซะอีกต่างหาก...
-----------------------------------------------------------
พูดง่ายๆ ว่า...โดยลักษณะความเป็นไป ของสถานการณ์ในอียิปต์ช่วงนี้ แทบไม่ต่างไปจากบ้านเราในอดีตที่ผ่านมา จนกระทั่งตราบเท่าปัจจุบัน คือภายใต้สภาวะที่ มวลชน ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย และต่างฝ่ายต่างก็มักจะอ้างถึง ประชาธิปไตย ไปด้วยกันทั้งคู่ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี ดูจะหนักไปทางเอาแต่ท่องคาถาว่า ตัวเองมาจาก การเลือกตั้ง ของประชาชนส่วนใหญ่ หรือจากจำนวน 51.7 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ดังนั้น...ย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าคิดจะล้มศาล ล้มเจ้า คิดจะแก้ไขกฎหมาย เพื่อนักโทษหนีคดีกลับบ้าน (ขอประทานโทษ...ออกนอกเรื่องไปซะหน่อย) บรรดาประชาชนอีก 48.3 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ได้เลือกประธานาธิบดีผู้นี้ รวมทั้งประชาชนอีกจำนวนนับเป็นล้านๆ จึงชักจะเริ่มกลายเป็น ประชาชนทนไม่ไหว ยิ่งขึ้นมาทุกที...
--------------------------------------------------------------
สุดท้าย...เลยต้องรวมมือ รวมตีน กรูออกมาบนท้องถนน เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีและรัฐบาล ให้พ้นไปจากตำแหน่ง ฝ่ายประธานาธิบดี ที่มีมวลชนของตัวเองอยู่ในมือ เป็นจำนวนไม่น้อย แถมยังเป็นมวลชนประเภท แดงไม่แดงแต่ขอให้แรงเข้าว่า ซะอีกด้วย คือเป็นประเภทที่หนักไปทางมุสลิมหัวรุนแรง ที่เรียกๆ กันว่าพวก ภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ซึ่งมีทั้งการจัดตั้ง การสนับสนุน ในเรื่องเงินๆ ทองๆ แม้กระทั่งเรื่องปืนผาหน้าไม้มาโดยตลอด เรียกว่าไม่ต่างจากพวก อันธพาล
บราเธอร์ฮูด ในบ้านเราทั้งหลายนั่นแหละ ดังนั้น...แม้นต้องเจอกับมวลชนฝ่ายตรงข้าม กรูออกมาบนท้องถนน นับเป็นแสนๆ ล้านๆ ประธานาธิบดี มูร์ชี ผู้เคยมีสถานะตำแหน่งเป็นถึงประธาน นปช.(ประทานโทษอีกแล้ว) เป็นถึงผู้นำขบวนการภราดรภาพมุสลิมในอียิปต์ อันเป็นขบวนการที่มีส่วนสำคัญเอามากๆ ในการโค่นล้มระบบปกครองของอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ที่มีทั้งอำมาตย์ ฟาโรห์ และกองทัพหนุนหลัง ให้ต้องพังพินาศล่มสลายไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ เลยไม่ได้รู้สึก รู้สา ใดๆ กับมวลชนฝ่ายตรงข้าม หันมางัดยุทธวิธี ใช้มวลชนปะทะมวลชน จนทำให้เลือดนองท้องอูฐ ไปแล้วในทุกวันนี้...
---------------------------------------------------------------
การที่รัฐบาลที่มักอ้างว่าตัวเองมาจาก ประชาธิปไตยแท้ๆ แต่พร้อมที่งัดเอามวลชนออกมาปะทะกับมวลชน ทั้งๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นลูกหลานฟาโรห์ไปด้วยกันทั้งนั้น จึงทำให้ผู้นำทหารของอียิปต์ อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี อดีตนักรบเหล่าราบ ผู้สร้างเนื้อ สร้างตัว สร้างชื่อเสียง มาจากการเป็นนายทหารแห่งหน่วยต่อต้านรถถัง ชักจะอดรนทนเป็น บิ๊กตู่ อีกต่อไปไม่ไหว เพราะไม่ใช่แค่ต้องยืนเอามือซุกหีบ ขณะที่ลูกหลานชาวอียิปต์ หันมาสังหาร พร่าผลาญ กันเองเท่านั้น แต่นับตั้งแต่ประธานาธิบดี มูร์ชี ขึ้นมาเถลิงอำนาจ เป็นผู้นำรัฐบาลอียิปต์ อดีตผู้นำขบวนการภราดรภาพมุสลิมรายนี้ มักสนุกสนาน ซุกซน อยู่กับการอาศัย ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ หรือ โลกทำลายประเทศ นำเอาประเทศอียิปต์เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน กับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แบบสุดแสนจะ อันตราย หนักขึ้นเรื่อยๆ...
------------------------------------------------------------
เรียกว่า...แทบทำให้ประเทศอียิปต์ ที่เคยเป็นอดีตมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ มาตั้งแต่ครั้งโบร่ำ โบราณ กลายสภาพไปเป็น ไม่ต่างอะไรไปจากลูกไล่ของ นักเสี้ยมแห่งตะวันออกกลาง อย่างซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ แบบชนิดวิญญาณพระเจ้ารามเสส และตุตันคามุน แทบน้ำตาเช็ดหัวเข่าประมาณนั้น คือไม่เพียงแค่เดินทางไปค้อมคำนับ ถวายเครื่องบรรณาการ ให้กับราชวงศ์ อัลซาอุดในซาอุดีอาระเบีย ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการภราดรภาพมุสลิมทั่วทั้งโลก มานับเป็นศตวรรษๆ ยังดึงเอาพวกนักธุรกิจ นายทุน ในกาตาร์ แห่มาลงทุนทำกิจการสาธารณูปโภคในอียิปต์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ แลกกับเงินกู้เพียงแค่ 2 พันล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง แถมตัวประธานาธิบดีรายนี้ ยังถือเป็นเพื่อนซี้กับชาวอียิปต์อีกรายหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงก้องโลก แต่มีชื่อเสียงในฐานะผู้นำองค์กรก่อการร้ายตัวเอ้ นั่นก็คือนาย อัยมาน อัลซาวารี แห่งองค์กรอัลกออิดะห์ นั่นเอง...
--------------------------------------------------------------
ว่ากันว่า...จุดที่ทำให้นายทหาร อย่างพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี เกิดอาการนอตหลุด น่าจะเนื่องมาจากการที่ประธานาธิบดี มูร์ชี ได้พยายามชักนำประเทศอียิปต์ เข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับรัฐบาลซีเรีย หรือจะเรียกว่าได้แสดงอาการ ชักศึกเข้าบ้าน อย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยการประกาศสนับสนุนพวกกบฏซีเรีย ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มภราดรภาพมุสลิม และสมาชิกองค์กรก่อการร้ายอัลกออิดะห์ อยู่ยุ่มย่าม เยอะแยะ แถมยังเรียกร้องให้ชาวมุสลิมในอียิปต์ ออกไปทาง สงครามศักดิ์สิทธิ์ (Holy War) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดี อัลอัสซัด แห่งซีเรีย ที่ถูกเรียกว่า พวกนอกศาสนา แบบเปิดเผย ตรงไป-ตรงมา ซะอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นตัวตั้ง ตัวตี พยายามชักนำให้บรรดาประเทศตะวันตก เข้ามาจัดตั้ง เขตห้ามบินเพื่อเล่นงานกองทัพรัฐบาลซีเรีย กันซะอีกต่างหาก...
-------------------------------------------------------------------
แม้ว่าอะไรต่อมิอะไรเหล่านี้...จะถือเป็นสิทธิ์ของรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มักยึดหลักว่าผู้ที่ได้ครอบครองเสียงส่วนใหญ่ ย่อมสามารถทำอะไรได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำหรับ กองทัพ แล้ว นี่คือการ ก้าวข้ามเส้นพรมแดนความมั่นคง อันไม่ได้ถือเป็นเพียงแค่นโยบาย แต่ถือเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ เอาเลยก็ว่าได้ ยิ่งเมื่อเห็นรัฐบาล ที่อ้างว่ามาจากประชาชน แต่กลับพร้อมที่จะให้ประชาชนกับประชาชน ต้องลุกขึ้นมาฆ่ากันเองเช่นนี้ การตัดสินใจ ยื่นคำขาด ให้รัฐบาลพิจารณาตัวเอง ของผู้นำทหารอย่างพลเอก อัลซิซี จึงไม่ถือเป็นเรื่องแปลก หรือเรื่องผิดปกติไปจาก วิถีทางธรรมชาติ ของสังคมแต่ละสังคม แต่อย่างใด แต่ก็นั่นแหละ...ความหวั่นใจ ความหวาดระแวง ต่อกองทัพ ต่ออำมาตย์ ต่อฟาโรห์ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันถือเป็นสัญชาติญาณ ของบรรดานักประชาธิปไตยทั้งหลาย จึงทำให้สถานการณ์ในอียิปต์ ยังคงเป็นไปแบบกั๊กๆ ยังไม่รู้หมู่ รู้จ่า อยู่ในทุกวันนี้ แม้ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเลย เส้นตาย ของทหารมา ไม่รู้กี่ชั่วโมง ต่อกี่ชั่วโมง มาแล้วก็ตามที ส่วนประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย คงต้องคอยเงี่ยหูฟังเอาไว้ให้จงหนัก เพราะอีกไม่นาน ไม่ช้า สิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในอียิปต์ อาจนำเอามาใช้เป็นบทเรียน อุทาหรณ์ สำหรับบ้านเรา ในแบบวรรคต่อวรรค บรรทัดต่อบรรทัด เอาเลยก็ไม่แน่!!!
---------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Helmuth Von Moltke... The Army is the most outstanding institution in every country, for it alone makes possible the existence of all civic institution. - กองทัพเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งในทุกๆ ประเทศ เพราะด้วยกองทัพเท่านั้น ที่ทำให้สถาบันพลเรือนทั้งหลายตั้งขึ้นและคงอยู่ได้...
cr:http://www.thaipost.net/news/040713/75922