*** เคยมีเพื่อนที่พยายามจะแนว พยายามจะอินดี้ พยายาจะแหวกมั่งมั้ย ***

เราคิดว่าเรามีอยู่คนนึง ตอนแรกที่คบกันมาเริ่มจากเป็นเพื่อนทางจดหมายก่อน มันก็นานมาแล้วสมัยเราเรียนม.ต้นโน่นแน่ะ เรากับมันอ่านนิตยสารเพลงฝรั่งเล่มนึงเหมือนๆกัน ตัวมันเองเขียนไปลงคอลัมน์หาเพื่อนไว้ เราเห็นเข้าสนใจ เพราะชอบอะไรคล้ายๆกัน ดูน่าจะพูดกันได้ ก็เลยเลือกส่งจดหมายหามัน และก็ติดต่อกันมาตลอด จนมาถึงยุค msn ก็แลกกันไว้ แล้วก็คุยกันในนั้นมาเรื่อยๆ พอถึงตอนเข้ามหาลัย มันย้ายเขามาเรียนกทม. ก็เลยได้นัดเจอกัน ไม่ได้เจอกันบ่อยมาก ราวๆเดือนสองเดือนเจอกันที ก็จะคุยใน msn มากกว่า ตั้งที่คบมาเราก็ไม่เคยเอะใจเลย เพราะคิดว่ามันก็เหมือนๆเรานี่ละ เป็นคนที่ฟังเพลงฝรั่งมากกว่าเพลงไทย แอบเบื่อตลาดเพลงไทยที่มันซ้ำซาก ณ ตอนนั้น (ยุค 2000 เป็นต้นมา) เลยเลือกที่จะเสพย์เพลงสากลมากกว่า ก็เท่านั้น ไม่น่าจะมีอะไรนอกเหนือไปจากนี้ แต่พฤติกรรมของมันที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกแปลกๆก็มีขึ้นหลังจากที่เราทั้งคู่เริ่มเรียนมหาลัยกันไปได้สักพัก เดี๋ยวจะขอเล่าเรียงๆไปตาม timeline และเหตุการณ์นะ

- เราเองตอนแรกเรียนคอนแวนต์มา เพื่อนที่บ้าฟังเพลงฝรั่งกับเรามันมีเยอะมาก แต่เราเข้ามหาลัยเกษตร ไม่มีเพื่อนที่ฟังอะไรแนวเราเลย ฟังแบบเชิงลึกจริงๆที่จะคุยได้ทั้งวี่ทั้งวันน่ะนะ เขาฟังกันก็แบบผ่านๆแค่พอทันยุคทันโลก เราเลยต้องปรับตัวมาฟังเพลงไทยบ้าง เพื่อจะได้มีเรื่องคุยกับเขา เพราะตอนนั้นเรานี่แทบเป็นศูนย์เลยจริงๆเรื่องเพลงไทย ตั้งแต่ม.สองถึงม.หกเราไม่ได้ตามเลย เพลงไทยถ้าไม่ดังจริงอย่างคนไม่มีแฟน หรือแฟนจ๋าของป๋าเบิร์ด เราจะไม่รู้จักเลย พอเพื่อนเราคนนี้รู้ว่าเราฟังเพลงไทยบ้าง มันก็มาพูดเหมือนแซะๆแขวะๆชอบกลน่ะ ว่าไม่นึกว่าเราจะเป็นไปกับเขาด้วย ตอนนั้นที่เราฟังเพลงไทยก็จะมีอย่างเช่น วอน ของ The Peach Band ขอเช็ดน้ำตา Clash แล้วก็อัลบั้มแรกของส้ม อมรา ครั้งแรกที่เราโดนมันพูดใส่เราก็ตกใจนะ แต่ยังมองแง่ดีอยู่ คิดว่ามันจะพูดแซวเล่นๆ เลยมองข้ามไป

- พอขึ้นปีสอง เหมือนอาการมันหนักขึ้นน่ะ มีวันนึงเราชวนมันไปงาน Fat เพราะเห็นมีส้มไปด้วย อยากจะดูสด คำตอบที่ได้รับคือ โอ๊ยย เดี๋ยวนี้งาน Fat ใครเขาไปกัน มีแต่พวก wanna be ไป ไม่ได้แนวจริงแนวจังอะไรหรอก แล้วมันก็บอกว่าเนี่ย มันเก็บเงินอยู่ เพราะมันอยากจะไปดูงาน Glastonbury แบบสดๆที่อังกฤษมากกว่า ครั้งนี้ก็ยังไม่เอะใจนะ แค่คิดว่ามันอาจจะรู้สึกว่างาน Fat ก็ยังไทยไปสำหรับมันอะไรงี้ เลยอยากไปงานอะไรที่มันระดิบอินเตอร์จริงๆมากกว่า เราเลยไม่ได้ว่าอะไรไป สุดท้ายก็ไปดูคนเดียว

- หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ แบบสองสามเดือนจะเจอกันใน msn สักหน เพราะทั้งมันทั้งเราก็มีแฟน ติดแฟน แล้วก็สังคมเปลี่ยนไปด้วย จนตอนเราเรียนจบกันมาได้พักนึงถึงเริ่มได้คุยกันอีก คราวนี้ถึงยุคที่เริ่มมีคนฮิตใส่เสื้อกูฟังเพลงไทย น่าจะเคยเห็นกันมาบ้างอะเนอะ มันก็ชอบมาพูดแขวะๆคนที่ใส่เสื้อพวกนี้อะ ทำนองแบบพวกบ้านี่คิดว่าตัวเองแนวหรือไงวะใส่เสื้อแบบนี้ คนแนวจริงเขาไม่ฟังกันแล้วเพลงไทย มีแต่ย่ำอยู่กับที่ และอะไรของมันบลาๆ เราจำไม่ได้ละ แต่ครั้งนี้ละที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว พฤติกรรมของมันชักไม่ค่อยปกติละ แต่เราก็ยังไม่ได้ฟันธงลงไปนะว่ามันคืออาการพยายามจะแนว แค่เริ่มคิดจริงจังว่ามันไม่ปกติ


- จากนั้นเราย้ายไปทำงานค่ายเพลงแห่งนึง เป็นค่ายที่นำเข้าแผ่นเพลงจากต่างประเทศมาขายในไทย และเป็นอินดี้ด้วย ไม่ได้ขายเพลงตลาด พอมันรู้มันก็พูดจาออกแนวซูฮกเราใหญ่เลย ทำนองว่านี่ คนแนวตัวจริงมันต้องอย่างงี้ แล้วก็แขวะค่ายเพลงอินดี้ในไทยตามเคย เราฟังแล้วก็แบบ เฮ้ย ที่กรูมาทำงานที่นี่เพราะกรูแค่ชอบเพลงแนวนี้ได้ปะ กรูไม่ได้คิดอยากแนวอยากแตกต่างจากชาวบ้านอะไรเลย คนเรามันก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันไปทั้งโลกอยู่แล้วปะ มีแต่เมิงเองแหละมั้งที่พยายามจะต่าง ครั้งนี้เริ่มหงุดหงิดกับมันที่ชอบใช้คำพูดเหมือนดูถูกรสนิยมคนอื่น

- แต่เราก็ไม่ได้คุยกันบ่อยอะ ไม่ค่อยได้เจอตัวจริงกันแล้ว อาศัยคุยใน msn และโทรหานานๆทีมากกว่า จนถึงตอนที่เราตัดสินใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เราก็โทรหามันหลังจากที่เราทำเรื่องอะไรเรียบร้อยแล้ว รอแค่วีซ่ากับวันบิน เราก็พูดเปรยๆกับมันว่าถ้าโชคดีหางานพิเศษทำได้นะ เก็บเงินได้แล้วเราอาจจะไป Glastonbury ยังอยากจะไปด้วยกันมั้ย เราชวนมันเพราะคิดว่าเทศกาลแบบนี้ไปคนเดียวคงไม่มัน จริงๆเราตั้งใจว่าอยากไปกับแฟนเรา ณ ตอนนั้น เพราะเขาเป็นนักดนตรี แต่ก็นึกถึงมันด้วย ถ้ามีมันไปอีกคนก็คงจะสนุกดี แต่คำตอบที่ได้รับคือ โอ๊ยย แกสตันฯเชยแล้วแก เดี๋ยวนี้เขาต้องไป Coachella กันแล้ว เก๋กว่าเยอะ ฟังแล้วก็อึ้งน่ะ ได้ข่าวว่าเมิงเองก็ไม่เคยไปเลยไม่ใช่เหรอวะแกสตันฯอะ นี่จะมาเปลี่ยนเป้าไปโคชเชลลาอะไรอีกวะ เปลี่ยนกันง่ายๆยังกะทำไร่เลื่อยลอยแบบนี้เลย

จากเหตุการณ์ข้างบนนั้นเรารู้สึกบอกไม่ถูกอะ เหมือนผิดหวังในตัวมันยังไงชอบกล คือไม่คิดว่ามันจะเป็นคนแบบนี้เลย เหมือนว่ามันชอบอะไรแค่เพียงเพราะมันต่างจากคนอื่น มันเด่นกว่าคนอื่น มันแปลกแยก มันไม่ซ้ำใครดี แค่นั้นเอง พอเราไปต่างประเทศแล้วเวลามันห่างกันเยอะเลยไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่ จนกระทั่งเรากลับมาไทยเนี่ยแหละ แต่เวลาเจอมันออนทีไรก็อดคุยไม่ได้ ประสาคนเคยสนิทกันอะนะ ทุกครั้งที่คุย นอกจากถามสารทุกข์สุขดิบแล้ว ก็หนีไม่พ้นที่จะคุยกันเรื่องหนังเรื่องเพลงและไลฟ์สไตล์ต่างๆ และมักจะได้ยินคำพูดทำนองนี้บ่อยๆ .....
- Two Door Cinema Club อะนะ คนไทยเพิ่งจะมาฮิตฟังกันเอง กรูฟังจนเบื่อไปแล้ว (early 2013)
- เฮ้ยนี่แกก็ฟัง Skillrex เหมือนกันเหรอ เชื่อดิ เดี๋ยวอีกพักคนไทยจะต้องบ้าเห่อมาฟังตามพวกเรา (early 2012)
- เมื่อไหร่ The Star กับ AF มันจะเลิกจัดซะที ผลิตแต่เพลงกากๆหลอกแฟนคลับหน้าโง่ไปวันๆ วงการเพลงบ้านเราถึงไม่พัฒนา (n/a)
- งานของ Murakami นี่ก็แค่กระแสแหละว้า มีแต่เด็กอยากแนวเท่านั้นแหละที่อ่านกัน กรูไม่คิดว่ามันจะเก็ทหรอก (early 2011)
- ปาร์ตี้ Dudesweet เหรอ แกรู้ปะว่านั่นอะที่รวมตัวพ่อตัวแม่ของพวก wanna be เลยแหละ ถ้าแกไปแกก็เหมือนเป็นหนึ่งในพวกนั้น (n/a)

ทุกอย่างจะเป็นคำพูดในเชิงด่าว่าวงการเพลงไทยและคนฟังเพลงไทย คำพูดในเชิงเกทับว่าตัวเองฟังอะไรที่มันนอกกระแสกว่าชาวบ้าน รวมทั้งเราด้วย แต่เวลาที่เป็นเคสเรามันจะพูดแบบซอฟท์ๆอ้อมๆหน่อย ทำนองว่าไม่เชื่อหูตัวเองว่าเราพูดจริงๆ เรายังฟังงานพวกนั้นจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นคนนอกมันจะพูดแบบกัดตรงๆเลย เชย เห่ย สะเหล่อแล้ว อะไรแบบนี้ คือเวลาคุยกันแต่ละทีครึ่งนึงจะเป็นการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบทั่วไป อีกครึ่งนึงจะเจอแต่อะไรแบบนี้ เพราะเราสองคนไม่มีสังคมอื่นที่มีร่วมกันเลย คือรู้จักกันสองคนเอง ไม่มีใครที่รู้จักสนิทร่วมกันอีกเลย

ที่มาตั้งกระทู้บ่นนี่เพราะเพิ่งได้คุยกับมันมาวันนี้ รู้สึกอึดอัดมากเลย แต่ไม่รู้จะพูดยังไง อยากจะบอกตรงๆมากเลยว่าเรามองเห็นมันเป็นยังไง แต่บอกไปแล้วมันก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา เสียเพื่อนไปเปล่าๆ จริงๆนิสัยมันส่วนอื่นก็นับว่าดีมากเลย มีน้ำใจ รักเพื่อนมากแบบถึงไหนถึงกัน แล้วก็กลัวจะจี้ใจดำมันด้วย เราเป็นคนปากร้าย ถ้าพูดอะไรแล้วมันจะจี้ใจสุดๆเลย รู้แน่นอนว่าถ้าหลุดออกไปนี่ความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิมชัวร์ เราไม่รู้เหมือนกันนะ ว่ามันไปคุยอะไรแบบนี้กับคนอื่นหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอกว่าเราไม่เคยรู้จักสังคมของมัน และมันก็ไม่รู้จักสังคมเราเหมือนกัน มันอาจจะชอบชูคอว่ามันนั้นล้ำกว่าใคร แนวกว่าทุกคน ฮิปกว่าชาวบ้านชาวช่อง เที่ยวพูดโอ่จนคนเขาเหม็นหน้าไปทั่วแล้วหรือเปล่า เพราะเราเองทุกครั้งหลังๆที่ได้ฟังยังอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ไหวเลย ออกแนวรังเกียจเป็นบางทีที่มันพูดเหมือนยกตัวและดูถูกรสนิยมคนอื่นเขา หรือในชีวิตจริงมันอาจจะไม่กล้าทำตัวแบบนั้นใส่ชาวบ้านเขารึเปล่า กลายเป็นเผลอๆอาจจะมีเราคนเดียวก็ได้ที่มันมาพูดอะไรแบบนี้ใส่ เหมือนเป็นที่ให้มันได้ระบายปมตัวเอง

โอยย กระทู้ยาวมากเลย จบตรงนี้ดีกว่า ใครที่มีเพื่อนแบบนี้ลองมาแชร์กันนะว่าทำยังไงกับคนพรรค์นี้ดี หรือคิดว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะอะไร
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่