จดหมายเปิดผนึกถึงผู้เกี่ยวข้อง
เรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับสาเหตุที่นายวรวีร์ต้องแก้ไขธรรมนูญสมาคม
ทำไมวรวีร์ต้องการ 72 เสียง
พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติม 2534 มาตรา 57 บัญญัติว่า
“กรรมการสมาคมจะอยู่ในวาระคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
การดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมเกิน 2 วาระติดต่อกัน จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรรมการผู้นั้นได้รับ
การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมต่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิก
ทั้งหมดของสมาคม แต่ทั้งนี้กรรมการนั้นจะดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมติดต่อกันเกิน 4 วาระมิได้”
ตามความหมายแยกเป็นดังนี้
1.กรรมการสมาคมรวมถึงนายกสมาคมด้วย จะอยู่ในวาระได้คนละไม่เกิน 2 สมัย
2.หากเกิน 2 สมัย จะต้องได้รับการแต่งตั้งโดยการเลือกของสมาชิกทั้งหมดของสมาคม และบุคคลนั้นจะต้อง
ได้รับเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิก
3.ผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนคือสมาชิกของสมาคมนั้น
4.บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม จะไม่มีสิทธิลงคะแนน
ข้อเท็จจริง นายวรวีร์ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาแล้ว 3 สมัย สมัยนี้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งเป็นสมัย
สุดท้ายตามกฎหมายนี้ จะต้องใช้เสียงจากการเลือกตั้งจำนวน 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด ปัจจุบัน
สมาชิกจำนวน 172 เสียง ต้องใช้เสียงในการเลือกตั้งจำนวน 129 เสียง จึงจะได้รับการแต่งตั้ง
**เพิ่มเติม**
สำหรับนายวรวีร์ซึ่งเป็นสมาชิกฟีฟ่า ได้รับการยกเว้นตามวรรคท้ายแห่งมาตรา 57 ไม่ต้องใช้เสียง
3 ใน 4 แต่การใช้เสียงกึ่งหนึ่งของ 172 เสียง จะทำให้มีโอกาสแพ้การเลือกตั้ง จึงต้องใช้แค่ 72 เสียง
และนำบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมมาเพื่อลงคะแนน ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้
มีคำถามว่าสามารถใช้กฎของฟีฟ่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่?
ข้อบัญญัตินี้มีบัญญัติโดยกฎหมาย หากจะแก้ไขจะต้องแก้ไขโดยพระราชบัญญัติซึ่งผู้มีสิทธิในการ
แก้ไขกฎหมายคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุคคลใดหรือข้อบังคับใดจะขัดต่อกฎหมายไม่ได้ ข้อกำหนด
ของฟีฟ่ามิใช่กฎหมายเพราะฉะนั้นจะมาอ้างเพื่อแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ เพราะฟีฟ่าไม่ใช่เป็นองค์กรเหนือ
รัฐ ซึ่งอยู่ในข้อบังคับของกฎบัตรสหประชาชาติที่ชาติสมาชิกจะต้องปฏิบัติตาม
การที่นายวรวีร์นำเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าและอ้างว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎของฟีฟ่าเป็นการใช้อำนาจเหนือรัฐขัด
ต่อมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติการกีฬา สมาคมต้องถูกเพิกถอนและต้องหยุดดำเนินการทันที ตามมาตรา
55 วรรคท้ายซึ่งให้อำนาจการกีฬาแห่งประเทศไทยเพิกถอนการอนุญาติที่ให้ไว้แก่สมาคม
ฝากเตือนไปยังวรวีร์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากยังดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งตามกฎของ
ฟีฟ่าซึ่งยังไม่ได้มีการบังคับอย่างชัดแจ้ง การเลือกตั้งนั้นจะเป็นโมฆะทันทีเนื่องจากขัดต่อกฎหมายไทย การใช้
กฎของฟีฟ่ามาอยู่เหนือกฎหมายไทยเป็นการอ้างสิทธิสภาพนอกอาณาเขต เนื่องจากใช้กฎข้อบังคับมาอยู่เหนือ
กฎหมายไทย ผู้ที่นำมาปฏิบัติจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท
ถึง 20,000 บาท ซึ่งกฎหมายนี้ยังใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้ที่มีหน้า
ที่บริหารสมาคมถือว่าเป็นพนักงานตามกฎหมายนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอฝากถามไปยังพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่นายวรวีร์เป็นกรรมการบริหาร
พรรค นายกยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย การที่ท่านปล่อยให้คนของพรรค
ท่านพยายามกระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายไทย ใช้กฎข้อบังคับอื่นมาอยู่เหนือกฎหมายไทย อันเป็น
ลักษณะการใช้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ท่านจะเรียกร้องให้บุคคลอื่นปฏิบัติตามกฎหมายหรือเคารพกฎหมายได้
อย่างไร ในเมื่อคนของท่านกระทำการอันขัดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ท่านและพรรคของท่านไม่ดำเนินการ
ใดๆ เลย
ฝากถามไปยังพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เมื่อเปิดสภาแล้วหากท่านยื่น
อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วยกรุณานำเรื่องนี้เข้าอภิปรายนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย หรือ
ตั้งกระทู้สดถามในสภาก็ได้ ฝากถึงคุณสรยุทธ์ สุทัศนจินดา รายการของท่านเป็นสื่อที่เป็นกลาง หากจะนำ
บุคคลใดมาออกรายการควรจะศึกษาถึงระเบียบกฎหมายและข้อเท็จจริงก่อน มิฉะนั้นรายการของท่านก็จะเป็น
แค่เครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ มีราคาแค่ผงซักฟอกหนึ่งซองเท่านั้น
มีภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เรื่องของครอบครัว หากเป็นเรื่องใหญ่ ให้ทำเป็นเรื่องเล็ก เรื่องของ
ประชาชน หากเป็นเรื่องเล็ก ให้ทำเป็นเรื่องใหญ่”
เรื่องนี้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของนายกสมาคมฟุตบอลและแฟนฟุตบอลไทย เป็น
คนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก จึงไม่สนใจ แต่อยากให้ท่านเข้าใจว่าเรื่องการบังคับใช้
กฎหมาย และการไม่เคารพกฎหมายของชาติ เป็นเรื่องศักดิ์ศรีและหน้าตาของชาติ เป็นเรื่องใหญ่ที่มิใช่
เรื่องเล็ก ท่านอาจจะไม่ล้มเพราะเรื่องอื่นเนื่องจากท่านมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภา แต่ท่านอาจจะล้มเพราะคน
ของท่านไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดในเรื่องนี้ก็ได้
ข้าฯ จะรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อกฎหมายนี้และบทวิจารณ์นี้
นายทิวา การกระสัง
ทนายความ
ขอแท็กห้องราชดำเนินด้วยนะครับ เพราะมันมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองด้วย และเชื่อว่าคนทุกสีเสื้อไม่เอา vv เหมือนกัน
จดหมายเปิดผนึกถึงผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับสมาคมฟุตบอล
เรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับสาเหตุที่นายวรวีร์ต้องแก้ไขธรรมนูญสมาคม
ทำไมวรวีร์ต้องการ 72 เสียง
พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติม 2534 มาตรา 57 บัญญัติว่า
“กรรมการสมาคมจะอยู่ในวาระคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
การดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมเกิน 2 วาระติดต่อกัน จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรรมการผู้นั้นได้รับ
การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมต่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิก
ทั้งหมดของสมาคม แต่ทั้งนี้กรรมการนั้นจะดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมติดต่อกันเกิน 4 วาระมิได้”
ตามความหมายแยกเป็นดังนี้
1.กรรมการสมาคมรวมถึงนายกสมาคมด้วย จะอยู่ในวาระได้คนละไม่เกิน 2 สมัย
2.หากเกิน 2 สมัย จะต้องได้รับการแต่งตั้งโดยการเลือกของสมาชิกทั้งหมดของสมาคม และบุคคลนั้นจะต้อง
ได้รับเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิก
3.ผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนคือสมาชิกของสมาคมนั้น
4.บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม จะไม่มีสิทธิลงคะแนน
ข้อเท็จจริง นายวรวีร์ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาแล้ว 3 สมัย สมัยนี้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งเป็นสมัย
สุดท้ายตามกฎหมายนี้ จะต้องใช้เสียงจากการเลือกตั้งจำนวน 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด ปัจจุบัน
สมาชิกจำนวน 172 เสียง ต้องใช้เสียงในการเลือกตั้งจำนวน 129 เสียง จึงจะได้รับการแต่งตั้ง
**เพิ่มเติม**
สำหรับนายวรวีร์ซึ่งเป็นสมาชิกฟีฟ่า ได้รับการยกเว้นตามวรรคท้ายแห่งมาตรา 57 ไม่ต้องใช้เสียง
3 ใน 4 แต่การใช้เสียงกึ่งหนึ่งของ 172 เสียง จะทำให้มีโอกาสแพ้การเลือกตั้ง จึงต้องใช้แค่ 72 เสียง
และนำบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมมาเพื่อลงคะแนน ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้
มีคำถามว่าสามารถใช้กฎของฟีฟ่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่?
ข้อบัญญัตินี้มีบัญญัติโดยกฎหมาย หากจะแก้ไขจะต้องแก้ไขโดยพระราชบัญญัติซึ่งผู้มีสิทธิในการ
แก้ไขกฎหมายคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุคคลใดหรือข้อบังคับใดจะขัดต่อกฎหมายไม่ได้ ข้อกำหนด
ของฟีฟ่ามิใช่กฎหมายเพราะฉะนั้นจะมาอ้างเพื่อแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ เพราะฟีฟ่าไม่ใช่เป็นองค์กรเหนือ
รัฐ ซึ่งอยู่ในข้อบังคับของกฎบัตรสหประชาชาติที่ชาติสมาชิกจะต้องปฏิบัติตาม
การที่นายวรวีร์นำเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าและอ้างว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎของฟีฟ่าเป็นการใช้อำนาจเหนือรัฐขัด
ต่อมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติการกีฬา สมาคมต้องถูกเพิกถอนและต้องหยุดดำเนินการทันที ตามมาตรา
55 วรรคท้ายซึ่งให้อำนาจการกีฬาแห่งประเทศไทยเพิกถอนการอนุญาติที่ให้ไว้แก่สมาคม
ฝากเตือนไปยังวรวีร์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากยังดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งตามกฎของ
ฟีฟ่าซึ่งยังไม่ได้มีการบังคับอย่างชัดแจ้ง การเลือกตั้งนั้นจะเป็นโมฆะทันทีเนื่องจากขัดต่อกฎหมายไทย การใช้
กฎของฟีฟ่ามาอยู่เหนือกฎหมายไทยเป็นการอ้างสิทธิสภาพนอกอาณาเขต เนื่องจากใช้กฎข้อบังคับมาอยู่เหนือ
กฎหมายไทย ผู้ที่นำมาปฏิบัติจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท
ถึง 20,000 บาท ซึ่งกฎหมายนี้ยังใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้ที่มีหน้า
ที่บริหารสมาคมถือว่าเป็นพนักงานตามกฎหมายนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอฝากถามไปยังพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่นายวรวีร์เป็นกรรมการบริหาร
พรรค นายกยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย การที่ท่านปล่อยให้คนของพรรค
ท่านพยายามกระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายไทย ใช้กฎข้อบังคับอื่นมาอยู่เหนือกฎหมายไทย อันเป็น
ลักษณะการใช้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ท่านจะเรียกร้องให้บุคคลอื่นปฏิบัติตามกฎหมายหรือเคารพกฎหมายได้
อย่างไร ในเมื่อคนของท่านกระทำการอันขัดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ท่านและพรรคของท่านไม่ดำเนินการ
ใดๆ เลย
ฝากถามไปยังพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เมื่อเปิดสภาแล้วหากท่านยื่น
อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วยกรุณานำเรื่องนี้เข้าอภิปรายนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย หรือ
ตั้งกระทู้สดถามในสภาก็ได้ ฝากถึงคุณสรยุทธ์ สุทัศนจินดา รายการของท่านเป็นสื่อที่เป็นกลาง หากจะนำ
บุคคลใดมาออกรายการควรจะศึกษาถึงระเบียบกฎหมายและข้อเท็จจริงก่อน มิฉะนั้นรายการของท่านก็จะเป็น
แค่เครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ มีราคาแค่ผงซักฟอกหนึ่งซองเท่านั้น
มีภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เรื่องของครอบครัว หากเป็นเรื่องใหญ่ ให้ทำเป็นเรื่องเล็ก เรื่องของ
ประชาชน หากเป็นเรื่องเล็ก ให้ทำเป็นเรื่องใหญ่”
เรื่องนี้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของนายกสมาคมฟุตบอลและแฟนฟุตบอลไทย เป็น
คนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก จึงไม่สนใจ แต่อยากให้ท่านเข้าใจว่าเรื่องการบังคับใช้
กฎหมาย และการไม่เคารพกฎหมายของชาติ เป็นเรื่องศักดิ์ศรีและหน้าตาของชาติ เป็นเรื่องใหญ่ที่มิใช่
เรื่องเล็ก ท่านอาจจะไม่ล้มเพราะเรื่องอื่นเนื่องจากท่านมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภา แต่ท่านอาจจะล้มเพราะคน
ของท่านไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดในเรื่องนี้ก็ได้
ข้าฯ จะรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อกฎหมายนี้และบทวิจารณ์นี้
นายทิวา การกระสัง
ทนายความ
ขอแท็กห้องราชดำเนินด้วยนะครับ เพราะมันมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองด้วย และเชื่อว่าคนทุกสีเสื้อไม่เอา vv เหมือนกัน