สรุป!! โทรคมนาคมและการสือสาร (เพิ่มเติม) ประจำวัน 01/07/2556

( ข้อจำกัดด้านข้อความ ข่าวที่เหลือ UP ผ่าน ช่องทางอื่นแทนครับ )

1....           นักวิชาการ NIDA ชี้ กสทช.เปิดทาง1800MHzเอื้อเอกชน++กำลังละเมิดเจตนารมย์ของกฎหมายเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ระบบใบอนุญาต
2....           นักวิชาการเสนอรัฐบาล++ เก็บภาษีค่ายมือถือเพิ่ม (เหตุ ทำลายสุขภาพผู้บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย) เพื่อเข้าระบบประกันสุขภาพ
3....           TRUE H จัดหนัก!แจกSIM FREE 100000หมายเลข เอาใจแฟนผี รับเน็ตเพิ่ม 25 MB ทุกประตูถ้าชนะได้เน็ต2 เท่า โทรหากันในราคาพิเศษ

_________________

(เพิ่มเติม)
1.....    (เกาะติดประมูลDigital TV) นที พาเช็คระบบประมูลครั้งนี้ 7 ใบอนุญาต เร้าใจทุก 5นาทีถ้าหมด1ชม.แรก (เช็คระบบหน่อย baby ถ้าไม่เฟิร์มนะ honey เช็ดแล้วทิ้งเลย baby) MCOTบด HD แพงมาก
2.....    ย้ายค่ายมือถือ 29 บาทเริ่มแล้ว++ (เผยได้ราคาใหม่) เหตุขยายปริมาณการโอนย้ายต่อวันขึ้นเป็น 300,000 ราย (มันคุ้มทุนในการลดราคา)
3.....    3G ทำชาติไทยลำดับขึ้นจาก 77 มาสู่ 74!!! อนุดิษฐ์เหตุจัดอันดับด้านอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะ การใช้งาน INTERNET เพิ่มขึ้น
4.....    NOKIA ตัดสินใจซื้อคืนหุ้น Nokia Siemens Networks ทั้งหมดเป็นของตัวเองทั้งหมด 1.2 พันล้านยูโร!! (ยังมั่นใจเป็ยผู้ให้บริการลำดับที่2ของโลกโครงข่าย)



1 กรกฎาคม 2556 3G ทำชาติไทยลำดับขึ้นจาก 77 มาสู่ 74!!! อนุดิษฐ์เหตุจัดอันดับด้านอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะ การใช้งาน INTERNET เพิ่มขึ้น


ประเด็นหลัก



น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า การจัดอันดับดัชนีชี้วัดความพร้อมใช้ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ (เอ็นอาร์ไอ) จัดทำขึ้นโดย เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่มที่ได้ศึกษาวิจัยในประเทศต่างๆ 142 ประเทศ ประเทศไทยมีอันดับขยับเพิ่มขึ้นจากอันดับ 77 ของโลกในปี2555 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 74 ในปีนี้

รวมทั้งการจัดอันดับการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในระดับสากล(อี-กอฟเวอร์เม้นท์) จาก 55 ประเทศทั่วโลก โดยมหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ไทยก็มีอันดับที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยขยับจากอันดับที่ 23 ในปี 2555 ขึ้นมาอันดับที่ 20 ของโลก หรืออันดับที่ 2 ของอาเซียนในปีนี้

สาเหตุการจัดอันดับด้านอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากทิศทางนโยบายไอซีที ในโครงการสมาร์ทไทยแลนด์ ที่ส่งเสริมการเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชนในด้านต่างๆ ซึ่งมีความชัดเจน อ้างอิงจากดัชนีชี้วัดด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยราว 65 ล้านคน ที่ปัจจุบันขยับไปอยู่ที่ราว 40 ล้านคนแล้ว" น.อ.อนดิษฐ์ กล่าว









http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130701/514426/3%E0%B8%88%E0%B8%B5-
%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B
8%94%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%
E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9
%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E
0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99.html






______________________________________


1 กรกฎาคม 2556 ย้ายค่ายมือถือ 29 บาทเริ่มแล้ว++ (เผยได้ราคาใหม่) เหตุขยายปริมาณการโอนย้ายต่อวันขึ้นเป็น 300,000 ราย (มันคุ้มทุนในการลดราคา)


ประเด็นหลัก


“มติ กทค.ระบุให้ผู้ประกอบการกำหนดใช้ค่าธรรมเนียมอัตราดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องเริ่มใช้บังคับภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ตามมติจึงแปลว่า กทค.อยากให้ผู้ประกอบการเร่งการใช้อัตราใหม่เร็วที่สุด จะเริ่มวันไหนก็ได้ แต่วันที่ช้าที่สุดที่รับได้ก็คือวันที่ 30 มิถุนายน”
    
     แต่จากการที่มีข่าวออกมาว่าให้เริ่มใช้อัตราใหม่วันที่ 1กรกฎาคม จึงเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะมติใช้คำว่า “ภายในวันที่ 30” ไม่ได้ใช้คำว่า “ภายหลัง” หรือ “นับตั้งแต่” วันดังกล่าว จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจมติให้ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมติได้ ทั้งยังเป็นการยื้อให้ผู้บริโภคต้องเสียโอกาสที่จะได้ประโยชน์
    
     นพ.ประวิทย์ระบุเพิ่มว่า เชื่อว่าผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ เนื่องจากที่มาของอัตราราคาใหม่นั้นเป็นข้อเสนอร่วมของผู้ให้บริการเองไม่ใช่ราคาที่ กทค.คิดขึ้นมาแต่อย่างใด เพียงแต่ กทค.กำหนดนโยบายชัดเจนว่าต้องมีการลดราคาค่าบริการนี้
    
     เนื่องจากที่ผ่านมาที่มีการเก็บราคา 99 บาทนั้นพบว่าสูงกว่าราคาต้นทุนมาก ประกอบกับกำลังมีการขยายปริมาณการโอนย้ายต่อวันขึ้นเป็น 300,000 ราย จากปัจจุบันที่มีการโอนย้ายได้เพียงไม่ถึง 10,000 ราย ดังนั้นจึงจะส่งผลทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงมาก เป็นเหตุให้มีการทบทวนราคาในที่สุด

http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000079695
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130629/514270/%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8
%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E
0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%
B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD29%E0%B8%9A%
E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A130%E0%B
8%A1%E0%B8%B4.%E0%B8%A2..html



______________________________________

1 กรกฎาคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV) นที พาเช็คระบบประมูลครั้งนี้ 7 ใบอนุญาต เร้าใจทุก 5นาทีถ้าหมด1ชม.แรก (เช็คระบบหน่อย baby ถ้าไม่เฟิร์มนะ honey เช็ดแล้วทิ้งเลย baby) MCOTบด HD แพงมาก


ประเด็นหลัก

พ.อ. ดร. นที ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนการดำเนินการในวันนี้จะทำแบบจำลองลักษณะสถานการณ์จริง เริ่มจากสื่อมวลชนที่เข้าร่วมการทดลองทดสอบฯ จะแบ่งกลุ่มออกเป็น 15 กลุ่ม จากนั้นแต่ละกลุ่มก็จะส่งตัวแทนแต่ละบริษัทจะได้รับแบบจำลองธุรกิจพร้อมวงเงินสำหรับประมูลให้ด้วย โดยในรอบนี้จะกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลไว้ที่ 1,510 ล้านบาท กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่ 1,510 ล้านบาท กำหนดการเสนอราคาเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ มีจำนวนใบอนุญาตสำหรับการประมูลครั้งนี้ 7 ใบอนุญาต




     นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT (ช่อง 9) กล่าวต่อไปถึงการประมูลทีวีดิจิตอลในวันจริงนั้น ช่อง 9 มีงบประมาณเบื้องต้นไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวทางเลือกในการประมูลทีวีดิจิตอลครั้งนี้เอาไว้ 3 ทางเลือก คือ 1. ช่อง HD 1 ช่อง-ช่อง SD 1 ช่อง และช่องเด็ก 1 ช่อง 2. ประมูลเฉพาะช่อง SD ทั้ง 3 ช่อง และทางเลือกที่ 3. ช่อง HD วาไรตี 1 ช่อง และช่อง SD วาไรตี 1 ช่องเท่านั้น โดยทุกทางเลือกต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงการประมูลจริงอีกครั้ง
    
     “เรามีงบประมาณเพียง 2,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งช่อง HD มองว่ามีราคาสูงเกินไป ดังนั้นช่อง 9 จะเน้นประมูลในช่อง SD วาไรตีเป็นหลักก่อน ส่วนในช่อง HD จะมีการอัปเกรดภายหลังจากนี้ 2-3 ปี”
    
     นอกจากนี้ ช่อง 9 ยังเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย จึงได้เตรียมงบประมาณเอาไว้อีก 1,000 ล้านบาทเพื่อการลงทุนในการให้บริการโครงข่าย และอีก 600 ล้านบาทในการลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวก (เสาส่ง)
    
     นายพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ในตอนนี้เราต้องการความชัดเจนของร่างประกาศ กสทช.ต่างๆ ก่อน โดยเฉพาะรอร่างหลักเกณฑ์ วิธีการประมูลฯ ซึ่งช่อง 7 ตั้งเป้าจะประมูลทีวีดิจิตอลในช่อง HD 1 ช่อง SD 1 ช่อง และช่องเด็กอีก 1 ช่อง
    
     นายครรชิต ควะชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจดิจิตอลทีวี บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในตอนนี้อยากให้กฎเกณฑ์ และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประมูลฯ ออกอย่างชัดเจนก่อน โดยทางจีเอ็มเอ็มตั้งงบในการประมูลทีวีดิจิตอลไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งต้องการประมูลช่อง HD 1 ช่อง SD 1 ช่อง และช่องเด็ก 1 ช่อง
    
     นอกจากนี้ นายวัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยรัฐ กล่าวว่า เบื้องต้นได้เตรียมเงินขั้นต่ำสำหรับการประมูลทีวีดิจิตอลไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เพื่อจะประมูลเอาช่องข่าว 1 ช่องเป็นอย่างน้อย
    
     อีกทั้งในตอนนี้ไทยรัฐยังรับทีมงานที่จะเข้ามาดูแลทีวีโดยเฉพาะเพื่อรองรับการมีช่องทีวีดิจิตอลในอนาคตถึง 200 คนเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน












http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000079867
http://m.thairath.co.th/content/tech/354610
http://www.dailynews.co.th/technology/216028
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=189315:2013-07-01-08-56-48&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1372679847

______________________________________


1 กรกฎาคม 2556 NOKIA ตัดสินใจซื้อคืนหุ้น Nokia Siemens Networks ทั้งหมดเป็นของตัวเองทั้งหมด 1.2 พันล้านยูโร!! (ยังมั่นใจเป็ยผู้ให้บริการลำดับที่2ของโลกโครงข่าย)


ประเด็นหลัก



รายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า โนเกียจะจ่ายเงิน 1.2 พันล้านยูโรเพื่อซื้อหุ้น 50% ของซีเมนส์ในบริษัทโนเกียซีเมนส์เน็ตเวิร์ก โดยอีก 500 ล้านยูโรคือการชำระเงินกู้ให้แก่ซีเมนส์ในช่วง 1 ปีหลังจากดีลสำเร็จผล ดีลทั้งหมดมูลค่าราว 6.6 หมื่นล้านบาทนี้ทำให้โนเกียสามารถซื้อบริษัทร่วมทุนในราคาเทียบเท่า 3.4 พันล้านยูโร ถือเป็นมูลค่าที่ต่ำกว่า 5 พันล้านยูโรที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

     อย่างไรก็ตาม สตีเฟน อีลอป (Stephen Elop) ซีอีโอโนเกียให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าโนเกียจะมองหาพันธมิตรใหม่รายต่อไป เนื่องจากปัจจุบันโนเกียให้ความสำคัญต่อการต่อสู้ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนเป็นหลัก จึงยังไม่มีแผนผนึกโนเกียซีเมนส์ฯ เข้าเป็นเนื้อเดียวกับโนเกีย
    
     เบื้องต้นนักวิเคราะห์ประเมินว่าการทุ่มเงินซื้อคืนโนเกียซีเมนส์เน็ตเวิร์กนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสังเวียนการแข่งขันสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนโลกแต่โนเกียซีเมนส์เน็ตเวิร์กก็จะยังมีที่ยืนในตลาดอุปกรณ์เครือข่าย โดยปัจจุบันโนเกียซีเมนส์เน็ตเวิร์กมีดีกรีเป็นผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายอันดับ 2 ในตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตดี


http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000080003

______________________________________
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่