บทความด้านล่างคัดมาจาก เวป สยามกีฬา
พอดีเขาไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น
เลยอยากสอบถาม "ความเห็น" จากผู้รู้เรื่องวงการฟุตบอล ว่า ท่าน "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย"
กับบทความนี้ และ "เพราะอะไร"
พอดีผมก็ติดตามข่าวสารเรื่องปัญหา การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล
มาบ้าง แต่ไม่แน่ใจเรื่องข้อเท็จจริง
ลุกขึ้นเถิด!!
29/06/2013 10:06:52 น.
View 5,403 | แสดงความคิดเห็น 0
Share :
ผลจากการออกทีวีดีเบตของผู้มีส่วนในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมองว่าเป็นผลดีครับที่แฟนบอลชาวไทยจะได้รู้ข้อมูลที่แท้จริงจากทุกๆ ด้าน ไม่ปล่อยให้กระแสพาไป วันนี้เรายังก้าวไม่พ้นระบบการเลือกตั้งที่จะนำมาใช้เลยครับ ว่าจะเป็น 72 หรือ 184 เสียง เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนยันกันบนหลักการบ้าง หลักกูบ้าง
ท่านเห็นข้อมูลที่สื่อนำมาเสนอแล้วใช่ไหมครับว่า ถ้าใช้ระบบ 184 เสียง สโมสรไหนจะมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งบ้าง...เช่นเดียวกับหากใช้ระบบ 72 เสียง ทีมไหนจะได้สิทธิ์
ถ้าพูดไปก็คงเป็นคำเดิมๆซ้ำๆกับที่หลายคนเปรียบเทียบให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า ระหว่างโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม ที่ปีหนึ่งแข่งแค่ 3 นัดหากตกรอบแรกบอลถ้วย ง กับชัยนาท เอฟซี ที่ทำทีมปีละร้อยล้าน สร้างสนามคลับเฮาส์อีกหลายสิบล้าน หรือ ทีมโรงเรียนอนุบาลดวงใจ ที่ไม่รู้ว่ามีที่ตั้งสโมสร มีสนามหรือเปล่า กับทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีสนามของตัวเองสวยงามมูลค่านับร้อยล้าน หรือเทศบาลตำบลบางแขยง กับ ราชบุรี มิตรผล ฯลฯ ประกบคู่เทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้วใช้ดุลยพินิจ พิจารณาดูละกัน ใคร? สโมสรไหน? ที่ควรจะมีสิทธิ์ในการเลือกผู้นำ ที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของวงการฟุตบอลไทย
แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมบรรดาทีมที่ควรจะมีสิทธิ์โดยเฉพาะทีมในระดับดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก 14 ทีมถึงไม่ดิ้นรนเรียกร้องสิทธิ์ให้กับตัวเอง ทั้งที่ทีมเหล่านี้เสียค่าปรับให้บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ให้สมาคมฟุตบอลฯปีละหลานแสนบาท ทุกครั้งเวลาที่สมาคมฟุตบอลฯทำงานมีปัญหาเรื่องโปรแกรมการแข่งขัน เรื่องผู้ตัดสินทีมเหล่านี้โวยวายเสียงดัง ซึ่งทางแก้แบบง่ายที่สุดก็คือพวกคุณต้องมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกนายกฯด้วย จะได้โวยได้ถูก จะได้คนที่มีคุณภาพมาเป็นผู้บริหารบ้านของคุณ
ผมว่าพัทยาที่ยื่นฟ้องศาลเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ขนาดพัทยาปีหนึ่งเล่นฟุตบอลถ้วยไม่กี่นัดเขายังรักษาสิทธิ์ของเขาเลย แล้วนี่ทีมที่ลงทุนรวมกันนับพันล้านอย่างทีมเหล่านี้ กลับไม่อนาทรร้อนใจที่จะรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งเกือบทุกทีมล้วนแล้วแต่เจ้าของทีมเป็นคนใหญ่ คนโตเป็นนักการเมืองทั้งนั้นต้องไม่นอนหลับทับสิทธิ์ของตัวเองซิครับ
เหลือเชื่อนะครับหากใช้ระบบเลือกตั้งแบบ 184 เสียงในไทยลีกจะมีสงขลา ยูไนเต็ด, ชัยนาท เอฟซี, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, สมุทรสงคราม เอฟซี, เชียงราย ยูไนเต็ด และศรีสะเกษ ที่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน
ยามาฮ่า ลีก วัน ภูเก็ต เอฟซี, ตราด เอฟซี, กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี, นครปฐม, บีบีซียู, กระบี่, อยุธยา และขอนแก่น ที่จะไม่มีสิทธิ์เช่นกัน ยิ่งในเอไอเอสลีก ที่วันนี้เป็นลีกรากหญ้าสำคัญของเมืองไทย จะมีทีมถึง 53 ทีมที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งในระบบ 184 นี้
ลุกขึ้นมาเถิดครับ...ทีมที่กำลังจะไร้สิทธิ์ทั้งหลาย ทั้งที่ทีมของท่านเป็นทีมที่เข้าข่ายที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ว่าต้องมีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง เพราะเป็นทีมที่ทำฟุตบอลในระบบอาชีพ ทีมที่มีแอ็กทีฟตลอดทั้งปี
ท่านจะปล่อยให้ตาเฒ่าคนหนึ่งที่มีเสียงอยู่ในมือ 40 กว่าเสียงเดินเร่ขายเสียง ปั่นค่าตัว อยู่ฝั่งไหนฝั่งนั้นชนะได้ยังไงครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ อีก 2 ปีข้างหน้าตาคนนี้ก็จะออกมาแบบนี้อีก ปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่ายฟัดกันแทบตายแล้วก็ประมูลตัวเองใครให้เยอะกว่าก็ไปอยู่ฝั่งนั้น มันก็เป็นแบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ระบบการเลือกตั้งแบบ 72 เสียง นี่คือประชาธิปไตยตั้งแต่ต้นยันจบเลยนะครับ เท่ากับสโมสรในดิวิชั่น 2 มีสิทธิ์ทุกทีม สิทธิ์เบื้องต้นคือจะได้เลือกตัวแทนของโซน 5 เสียง เพื่อไปรวมกับอีก 6 โซน เป็น 30 เสียง ในการเลือกตั้งใหญ่ ท่านไว้ใจใครในภูมิภาคของท่านก็เลือกเขาให้เขาเป็นตัวแทน บรรดาตัวแทนที่ได้รับการเลือกจากในโซนของตัวเอง จะตลบแตลง หักหลัง สโมสรที่เลือกมาเป็นตัวแทนก็ให้มันรู้ไป
แฟนบอลเองก็ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องให้สโมสรของตัวเองออกมารักษาสิทธิ์ที่พึงมีนะครับ ขอให้ท่านเชื่อในสติปัญญา สมอง ของประธานสโมสรหรือผู้บริหารของท่านเถอะว่าเขาใช้ดุลยพินิจเลือกคนที่ควรจะเลือกได้ไม่งั้นไม่มาเป็นนักการเมืองระดับประเทศ บริหารทีมปีละเป็นร้อยล้านได้หรอก หากไม่ชอบคุณวรวีร์ ท่านก็รวมตัวกันไปบอกประธานสโมสรของท่านไม่ต้องเลือก แต่ต้องรักษาสิทธิ์ที่จะได้เลือกไว้ก่อนนั่นคือต้องเป็นระบบ 72 เสียง
ลำพัง 8 ทีมในไทยพรีเมียร์ลีกที่จะไม่มีสิทธิ์ ผมว่าเจ้าของทีมทรัพย์สินรวมกันเกินหมื่นล้าน คงไม่มีใครไปซื้อเสียงเขาได้มั้ง...ยิ่งได้ยินข่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้คณะกรรมการที่เป็นคนนอกเป็นลักษณะของ กลต. มาเป็นผู้จัดการเลือกตั้งตั้งแต่ระดับภูมิภาค และให้เฉพาะประธานหรือรองประธานสโมสรเท่านั้นที่มีสิทธิ์หย่อนบัตรลงคะแนนเลือก เพราะฉะนั้นใบมอบอำนาจปลอม ตัวแทนผีไม่น่าจะมีเกิดขึ้นในระบบ 72 เสียง
ผมอยากเห็นป้ายจากแฟนบอลทั่วประเทศในสุดสัปดาห์นี้ที่จะกระตุ้นเจ้าของทีมตัวเองให้รักษาสิทธิ์ในการมีส่วนเลือกตั้งให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องภายในสโมสรของท่าน ไม่ได้ไปขึ้นป้ายด่าใคร ไล่ใคร ไม่มีใครเขาว่าท่านหรอกครับ ลองถามตัวเองดูซิ ว่าจะลุกขึ้นมา หรือ นอนหลับทับสิทธิ์ปล่อยให้ผีครองเมืองต่อไป
ปูเป้
สอบถามความเห็น บทความเกี่ยวกับวิธีคัดเลือก นายกสมาคมฟุตบอล
พอดีเขาไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น
เลยอยากสอบถาม "ความเห็น" จากผู้รู้เรื่องวงการฟุตบอล ว่า ท่าน "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย"
กับบทความนี้ และ "เพราะอะไร"
พอดีผมก็ติดตามข่าวสารเรื่องปัญหา การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล
มาบ้าง แต่ไม่แน่ใจเรื่องข้อเท็จจริง
ลุกขึ้นเถิด!!
29/06/2013 10:06:52 น.
View 5,403 | แสดงความคิดเห็น 0
Share :
ผลจากการออกทีวีดีเบตของผู้มีส่วนในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมองว่าเป็นผลดีครับที่แฟนบอลชาวไทยจะได้รู้ข้อมูลที่แท้จริงจากทุกๆ ด้าน ไม่ปล่อยให้กระแสพาไป วันนี้เรายังก้าวไม่พ้นระบบการเลือกตั้งที่จะนำมาใช้เลยครับ ว่าจะเป็น 72 หรือ 184 เสียง เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนยันกันบนหลักการบ้าง หลักกูบ้าง
ท่านเห็นข้อมูลที่สื่อนำมาเสนอแล้วใช่ไหมครับว่า ถ้าใช้ระบบ 184 เสียง สโมสรไหนจะมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งบ้าง...เช่นเดียวกับหากใช้ระบบ 72 เสียง ทีมไหนจะได้สิทธิ์
ถ้าพูดไปก็คงเป็นคำเดิมๆซ้ำๆกับที่หลายคนเปรียบเทียบให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า ระหว่างโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม ที่ปีหนึ่งแข่งแค่ 3 นัดหากตกรอบแรกบอลถ้วย ง กับชัยนาท เอฟซี ที่ทำทีมปีละร้อยล้าน สร้างสนามคลับเฮาส์อีกหลายสิบล้าน หรือ ทีมโรงเรียนอนุบาลดวงใจ ที่ไม่รู้ว่ามีที่ตั้งสโมสร มีสนามหรือเปล่า กับทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีสนามของตัวเองสวยงามมูลค่านับร้อยล้าน หรือเทศบาลตำบลบางแขยง กับ ราชบุรี มิตรผล ฯลฯ ประกบคู่เทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้วใช้ดุลยพินิจ พิจารณาดูละกัน ใคร? สโมสรไหน? ที่ควรจะมีสิทธิ์ในการเลือกผู้นำ ที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของวงการฟุตบอลไทย
แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมบรรดาทีมที่ควรจะมีสิทธิ์โดยเฉพาะทีมในระดับดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก 14 ทีมถึงไม่ดิ้นรนเรียกร้องสิทธิ์ให้กับตัวเอง ทั้งที่ทีมเหล่านี้เสียค่าปรับให้บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ให้สมาคมฟุตบอลฯปีละหลานแสนบาท ทุกครั้งเวลาที่สมาคมฟุตบอลฯทำงานมีปัญหาเรื่องโปรแกรมการแข่งขัน เรื่องผู้ตัดสินทีมเหล่านี้โวยวายเสียงดัง ซึ่งทางแก้แบบง่ายที่สุดก็คือพวกคุณต้องมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกนายกฯด้วย จะได้โวยได้ถูก จะได้คนที่มีคุณภาพมาเป็นผู้บริหารบ้านของคุณ
ผมว่าพัทยาที่ยื่นฟ้องศาลเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ขนาดพัทยาปีหนึ่งเล่นฟุตบอลถ้วยไม่กี่นัดเขายังรักษาสิทธิ์ของเขาเลย แล้วนี่ทีมที่ลงทุนรวมกันนับพันล้านอย่างทีมเหล่านี้ กลับไม่อนาทรร้อนใจที่จะรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งเกือบทุกทีมล้วนแล้วแต่เจ้าของทีมเป็นคนใหญ่ คนโตเป็นนักการเมืองทั้งนั้นต้องไม่นอนหลับทับสิทธิ์ของตัวเองซิครับ
เหลือเชื่อนะครับหากใช้ระบบเลือกตั้งแบบ 184 เสียงในไทยลีกจะมีสงขลา ยูไนเต็ด, ชัยนาท เอฟซี, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, สมุทรสงคราม เอฟซี, เชียงราย ยูไนเต็ด และศรีสะเกษ ที่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน
ยามาฮ่า ลีก วัน ภูเก็ต เอฟซี, ตราด เอฟซี, กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี, นครปฐม, บีบีซียู, กระบี่, อยุธยา และขอนแก่น ที่จะไม่มีสิทธิ์เช่นกัน ยิ่งในเอไอเอสลีก ที่วันนี้เป็นลีกรากหญ้าสำคัญของเมืองไทย จะมีทีมถึง 53 ทีมที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งในระบบ 184 นี้
ลุกขึ้นมาเถิดครับ...ทีมที่กำลังจะไร้สิทธิ์ทั้งหลาย ทั้งที่ทีมของท่านเป็นทีมที่เข้าข่ายที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ว่าต้องมีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง เพราะเป็นทีมที่ทำฟุตบอลในระบบอาชีพ ทีมที่มีแอ็กทีฟตลอดทั้งปี
ท่านจะปล่อยให้ตาเฒ่าคนหนึ่งที่มีเสียงอยู่ในมือ 40 กว่าเสียงเดินเร่ขายเสียง ปั่นค่าตัว อยู่ฝั่งไหนฝั่งนั้นชนะได้ยังไงครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ อีก 2 ปีข้างหน้าตาคนนี้ก็จะออกมาแบบนี้อีก ปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่ายฟัดกันแทบตายแล้วก็ประมูลตัวเองใครให้เยอะกว่าก็ไปอยู่ฝั่งนั้น มันก็เป็นแบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ระบบการเลือกตั้งแบบ 72 เสียง นี่คือประชาธิปไตยตั้งแต่ต้นยันจบเลยนะครับ เท่ากับสโมสรในดิวิชั่น 2 มีสิทธิ์ทุกทีม สิทธิ์เบื้องต้นคือจะได้เลือกตัวแทนของโซน 5 เสียง เพื่อไปรวมกับอีก 6 โซน เป็น 30 เสียง ในการเลือกตั้งใหญ่ ท่านไว้ใจใครในภูมิภาคของท่านก็เลือกเขาให้เขาเป็นตัวแทน บรรดาตัวแทนที่ได้รับการเลือกจากในโซนของตัวเอง จะตลบแตลง หักหลัง สโมสรที่เลือกมาเป็นตัวแทนก็ให้มันรู้ไป
แฟนบอลเองก็ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องให้สโมสรของตัวเองออกมารักษาสิทธิ์ที่พึงมีนะครับ ขอให้ท่านเชื่อในสติปัญญา สมอง ของประธานสโมสรหรือผู้บริหารของท่านเถอะว่าเขาใช้ดุลยพินิจเลือกคนที่ควรจะเลือกได้ไม่งั้นไม่มาเป็นนักการเมืองระดับประเทศ บริหารทีมปีละเป็นร้อยล้านได้หรอก หากไม่ชอบคุณวรวีร์ ท่านก็รวมตัวกันไปบอกประธานสโมสรของท่านไม่ต้องเลือก แต่ต้องรักษาสิทธิ์ที่จะได้เลือกไว้ก่อนนั่นคือต้องเป็นระบบ 72 เสียง
ลำพัง 8 ทีมในไทยพรีเมียร์ลีกที่จะไม่มีสิทธิ์ ผมว่าเจ้าของทีมทรัพย์สินรวมกันเกินหมื่นล้าน คงไม่มีใครไปซื้อเสียงเขาได้มั้ง...ยิ่งได้ยินข่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้คณะกรรมการที่เป็นคนนอกเป็นลักษณะของ กลต. มาเป็นผู้จัดการเลือกตั้งตั้งแต่ระดับภูมิภาค และให้เฉพาะประธานหรือรองประธานสโมสรเท่านั้นที่มีสิทธิ์หย่อนบัตรลงคะแนนเลือก เพราะฉะนั้นใบมอบอำนาจปลอม ตัวแทนผีไม่น่าจะมีเกิดขึ้นในระบบ 72 เสียง
ผมอยากเห็นป้ายจากแฟนบอลทั่วประเทศในสุดสัปดาห์นี้ที่จะกระตุ้นเจ้าของทีมตัวเองให้รักษาสิทธิ์ในการมีส่วนเลือกตั้งให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องภายในสโมสรของท่าน ไม่ได้ไปขึ้นป้ายด่าใคร ไล่ใคร ไม่มีใครเขาว่าท่านหรอกครับ ลองถามตัวเองดูซิ ว่าจะลุกขึ้นมา หรือ นอนหลับทับสิทธิ์ปล่อยให้ผีครองเมืองต่อไป
ปูเป้