ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ คอลัมน์ ที่เห็นและเป็นไป (มติชนรายวัน 30 มิ.ย.2556)

กระทู้สนทนา
รัฐบาลเหมือนตกอยู่ในช่วงที่ตำราโหราศาสตร์บอกว่า พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกŽ

อะไรต่ออะไรดูจะไม่เป็นใจไปเสียหมด

การบริหารโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อการแก้ปัญหาช่องว่างรายได้
สร้างกำลังซื้อให้เกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเท่ากับสร้างสภาพคล่องให้กับระบบการเงิน

แทนที่จะเป็นผลดี มีภาพบวก  การบริหารจัดการที่ขาดการเอาใจใส่ในรายละเอียด ทำให้เป็น
จุดอ่อนถูกโจมตีจนบอบช้ำในกระแสนิยม

โครงการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ ซึ่งเป็นการจัดการเร่งด่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้
นักลงทุนต่างชาติ หลังเสื่อมทรุดในช่วงน้ำท่วมใหญ่ ว่าประเทศไทยมีความกระตือรือร้น
และทุ่มเทหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกถูกศาลปกครองกลางสั่งให้ทำประชาพิจารณ์ซึ่ง
หมายถึงการหยุดชะงักของโครงการ เดินหน้าไม่ได้

ขณะที่ฝ่ายต่อต้านอาศัยคำพิพากษาดังกล่าวที่พูดถึงการละเลยไม่ทำตามกฎหมายของ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้เอาผิด

ยังมีสารพัดเรื่องราวที่เป็นคดีทั้งในศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอื่นๆ

ก่อนหน้านั้นที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาล ความเข้าอกเข้าใจถึงความยาก
ลำบากในการฝ่าด่านอุปสรรคที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับไม่ให้ราคากับนักการเมืองยังมีอยู่

แต่วันนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์เปลี่ยน ความรู้สึกว่าพร้อมที่จะเข้าอกเข้าใจจางลง
ความเคลือบแคลงใจในความโปร่งใส ความรู้ความสามารถเกิดขึ้นโดยทั่วไป

และในจังหวะนี้ฝ่ายตรงกันข้ามทั้งพรรคการเมือง และมวลชนปล่อยข่าวทำลายออกมาเป็นรายวัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความไม่น่าเชื่อถือของบริษัท เค วอ เตอร์จากเกาหลี ไม่ว่าจะเรื่องสหรัฐสั่งตรวจ
สอบข้าวที่ส่งจากไทยทุกตู้คอนเทนเนอร์ ไม่เชื่อมั่นว่าจะมีสารพิษตกค้างจากการรมสารเคมีกัน
มอดหรือไม่ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ปล่อยกันมาเป็นระลอก

เพื่อทำลายรัฐบาลให้ได้ ผู้พยายามเลิกที่จะใส่ใจว่าข่าวที่ปล่อยออกมาจะมี
ผลอย่างไรต่อประเทศชาติในภาพรวม

ในจังหวะที่เห็นว่าต้องซ้ำรัฐบาลให้อยู่หมัดในยกเดียว กระทั่งยุทธการ เผาบ้านไล่หนูŽ ยังยอมที่จะทำ

ซึ่งแต่ละเรื่องที่ปล่อยกันออกมาถูกแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ให้เกิดการตำหนิ ติเตียน
และด่าทอด้วยถ้อยคำทั้งปกติและหยาบคายโดยไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงอีกด้าน

หากเป็นครั้งที่ความเชื่อมั่นในรัฐบาลยังมีอยู่สูง ก็เป็นภูมิต้านทานไม่ให้ตกต่ำไปตามการโจมตี

แต่ในภาวะที่ความเชื่อมั่นตกวูบเช่นนี้ คนที่พร้อมจะเชื่อข้อมูลที่ใส่ความมีมากขึ้น
การตอบรับการโจมตีมีมากขึ้น ทำให้ฝ่ายที่มุ่งพิฆาตให้เด็ดขาดโถมแรงกันเต็มที่
อย่างมีความหวังว่าจะถล่มให้อยู่หมัดให้ได้

การคลี่คลายสถานการณ์นั้นทางหนึ่งคือ ปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อสร้างความเชี่อมั่นกันใหม่

อีกทางคือ การเร่งแก้ไขข่าวในทางลบให้รวดเร็วขึ้น ไม่ปล่อยให้ก่อกระแสขึ้นมาได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การจัดการจำเป็นต้องใช้การทุ่มเท และความเฉลียวฉลาดในการคลี่คลายสถานการณ์

สิ่งที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้คือ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน
กลับคืนมา ซึ่งทำไม่ได้ง่าย เนื่องจากกลไกการใช้อำนาจรัฐที่ถูกวางเป็นอุปสรรคไว้ใน
รัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนแบบง่ายๆ หลายเรื่องเสี่ยง
ต่อการถูกตัดสินด้วยโทษหนักถึงขั้นพ้นจากตำแหน่ง ติดคุกติดตะรางก็มีความเป็นไปได้

สำหรับการตามแก้ข่าวนั้น ยิ่งต้องใช้ความทุ่มเทอย่างสูงยิ่ง เนื่องจากสิ่งที่รัฐบาลต้องหา
มาใช้เป็นเครื่องมือนั้นคือ ข้อมูลที่เป็นจริงŽ ซึ่งต้องใช้เวลา และความยากมากกว่า
แต่สำหรับฝ่ายโจมตี การเสกสรรค์ปั้นแต่ง สร้างข้อมูลจากจินตนาการทำได้ง่าย

ระหว่างฝ่ายให้ข้อมูลโจมตี กับฝ่ายที่หาความจริงมาชี้แจง

ในสถานการณ์ที่ประชาชนพร้อมที่จะไม่เชื่อรัฐบาล เป็นงานที่หนัก

หนทางเดียวที่จะคลี่คลายสถานการณ์ได้คือ ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น เรียกความ
ศรัทธาให้กลับมาโดยเร็วที่สุด

จะทำได้ รัฐมนตรีทุกคนจะต้องเร่งทำงานประสานกันอย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ ซึ่งอย่าง
ที่บอกในกลไกอำนาจรัฐที่เต็มไปด้วยอุปสรรคซึ่งวางไว้ในรัฐธรรมนูญ

ผลงานที่จะสร้างความเชื่อมั่นเป็นไปได้ยาก

ยากกว่าที่จะถูกดิสเครดิตจากองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของคนไม่กี่คน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1372569305&grpid=&catid=02&subcatid=0207


เมื่อสื่อสีแดง  วิจารณ์รัฐบาลแบบท้าทาย  แล้วเพื่อนๆ  ทีเลือกรัฐบาล....คิดอย่างไรกับการวิจารณ์
แบบนี้  สาวเหลือน้อย  เห็นด้วย  สื่อไม่ได้อวย ... แต่กำลังจี้  "จุดอ่อน"  แบบสร้างสรรค์
แต่เมื่อเลือกมา  เราก็ให้โอกาส  และ เป็นกำลังใจให้รัฐบาล  และนายกฯ  ในการปรับปรุงการทำงาน
เพื่ออยู่ให้ครบเทอม  และ สามารถสร้างผลงาน  ให้กลับมาเป็นรัฐบาล ได้อีกในสมัยหน้า ...  
หัวเราะ

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่