เรื่องมันยาววว์
ควันหลงศาลปกครองกลางตัดสินคดีกลุ่มเอ็นจีโอฟ้องล้มโครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรมูล-ค่า 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล
โดยศาลสั่งให้รัฐบาลต้องจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนและต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ให้ครบถ้วนทั้ง 9 แผนงานก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล
เนื่องจากศาลเห็นว่าการทำประชา-พิจารณ์ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการเอง
การกำหนดทีโออาร์ให้บริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทนรัฐบาล อาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า คำพิพากษาศาลปกครองกลางออกมากลางๆ ไม่ได้เอียงข้างรัฐบาลหรือเอ็นจีโอ
ประเด็นสำคัญคือ
ศาลไม่ได้สั่งล้มเลิกโครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ตามความต้องการของเอ็นจีโอ
ศาลชี้ว่า เมื่อรัฐบาลจัดรับฟังความเห็นประชาชน และทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมครบถ้วนแล้ว ก็สามารถเดินหน้าโครงการต่อไป
โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกที
สรุปว่า คดีนี้ไม่มีใครได้หมด ไม่มีใครเสียหมด แชร์กันไปฝ่ายละ 50 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า
ผลการตัดสินศาลปกครองกลาง จะทำให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรของรัฐบาลต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีก 1 ปี
เพราะขบวนการรับฟังความเห็นประชาชน (อย่างทั่วถึง) ต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ให้ครบถ้วนทั้ง 9 แผนงาน อย่างเบาะๆ ก็
ไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน
ฉะนั้น
กว่าจะเซ็นสัญญากันได้ ต้องเลยเส้นตาย 180 วันแน่นอน!!
แต่ที่จะเป็นปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนต่อไปคือ
วงเงินลงทุนที่ผ่านการประมูลคัดเลือกบริษัทเอาไว้เดิม จะต้องแก้ไขใหม่ยกพวง
เพราะงบลงทุนทั้ง 9 แผนงานที่ผ่านการอนุมัติของ ครม.ได้รวมงบทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นประชาชน และงบศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบุเงื่อนไขให้บริษัทเอกชนดำเนินการแทนรัฐบาล
ทีนี้เมื่อศาลปกครองกลางสั่งให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการทั้ง 2 ภารกิจนี้เอง
ก็ต้องตัดลดงบดำเนินการใน 2 ส่วนนี้คืนรัฐบาลตามความเป็นจริง
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า
จะมี “ขาประจำ” นำประเด็นนี้ไป
ยื่นฟ้องศาลปกครองซ้ำอีกกระทอกให้รัฐบาลต้องเปิดประมูลคัดเลือกบริษัทใหม่อีกที
ขณะเดียวกันก็จ
ะมี “ขาประจำ” ไปยื่นร้อง ป.ป.ช.ให้เช็กบิลรัฐบาล ฐานดำเนินการประมูลผิดขั้นตอน
แล้วก็จ
ะมี “ขาประจำ” เอาเรื่องเดียวกันไปยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้เช็กบิล นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.ทั้งชุด ข้อหาใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ
เรียกว่า
รับไม้ต่อกันไปเป็นช่วงๆ
เหมือนวิ่งผลัดสี่คูณร้อยนั่นแหละโยม
เป้าหมาย ก็เพื่อดึงเช็งไม่ให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน
อ้อ...ผลจากคำตัดสินศาลปกครองยังทำให้
พ.ร.ก.กู้เงินเร่งด่วน 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลต้องหมดอายุไปโดยปริยาย
ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปก็ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับใหม่แทน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเดิม
ยุ่งเป็นลิงแก้แหเชียวแหละนายกฯปู
แต่ฝ่ายที่รับกรรมเต็มเปาคือชาวบ้านตาดำๆที่เผชิญมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
เมื่อโครงการแก้ปัญหาน้ำติดไฟแดง
ความเสี่ยงจะโดนน้ำท่วมก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ดูแนวโน้มแล้วคงต้องเสียวไปอีกนาน.
แม่ลูกจันทร์
ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิถุนายน 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/354010
๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋
"....ผลการตัดสินศาลปกครองกลาง จะทำให้
โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรของรัฐบาลต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีก 1 ปี...."
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า
จะมี “ขาประจำ” นำประเด็นนี้ไปยื่นฟ้องศาลปกครองซ้ำอีกกระทอกให้รัฐบาลต้องเปิดประมูลคัดเลือกบริษัทใหม่อีกที
ขณะเดียวกันก็
จะมี “ขาประจำ” ไปยื่นร้อง ป.ป.ช.ให้เช็กบิลรัฐบาล ฐานดำเนินการประมูลผิดขั้นตอน
แล้วก็
จะมี “ขาประจำ” เอาเรื่องเดียวกันไปยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้เช็กบิล นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.ทั้งชุด ข้อหาใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ
เรียกว่า
รับไม้ต่อกันไปเป็นช่วงๆ......"
"...
เป้าหมาย ก็เพื่อดึงเช็งไม่ให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน...."
ตกลงประเทศไทยไม่ต้องไปไหนกันแล้วพี่น้อง
วนเวียนอยู่กับการคอยปัดแข้งปัดขาให้ทำงานไม่ได้ไปเช่นนี้แหละตลอดปีตลอดชาติ.....
กรูทำงานเพื่อประชาชนไม่เป็น
พวกเอ็งก็ต้องทำไม่ได้ไปด้วย.....
ราตรีสวัสดิ์สารขัณฑ์แลนด์.....แดนผู้ดีมีคุณธรรมสวมหน้ากาก....
รับกรรมกันไปถ้วนหน้า น้ำกำลังจะมาอีกแล้ว.....
"เรื่องมันยาว"แม่ลูกจันทร์บอกฝ่ายที่รับกรรมจากการพยายามล้มโครงการน้ำคือชาวบ้านที่เผชิญมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่..เจ็บปวดจริง
ควันหลงศาลปกครองกลางตัดสินคดีกลุ่มเอ็นจีโอฟ้องล้มโครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรมูล-ค่า 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล
โดยศาลสั่งให้รัฐบาลต้องจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนและต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ให้ครบถ้วนทั้ง 9 แผนงานก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล
เนื่องจากศาลเห็นว่าการทำประชา-พิจารณ์ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการเอง
การกำหนดทีโออาร์ให้บริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทนรัฐบาล อาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า คำพิพากษาศาลปกครองกลางออกมากลางๆ ไม่ได้เอียงข้างรัฐบาลหรือเอ็นจีโอ
ประเด็นสำคัญคือ ศาลไม่ได้สั่งล้มเลิกโครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ตามความต้องการของเอ็นจีโอ
ศาลชี้ว่า เมื่อรัฐบาลจัดรับฟังความเห็นประชาชน และทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมครบถ้วนแล้ว ก็สามารถเดินหน้าโครงการต่อไป
โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกที
สรุปว่า คดีนี้ไม่มีใครได้หมด ไม่มีใครเสียหมด แชร์กันไปฝ่ายละ 50 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ผลการตัดสินศาลปกครองกลาง จะทำให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรของรัฐบาลต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีก 1 ปี
เพราะขบวนการรับฟังความเห็นประชาชน (อย่างทั่วถึง) ต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ให้ครบถ้วนทั้ง 9 แผนงาน อย่างเบาะๆ ก็ไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน
ฉะนั้น กว่าจะเซ็นสัญญากันได้ ต้องเลยเส้นตาย 180 วันแน่นอน!!
แต่ที่จะเป็นปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนต่อไปคือ วงเงินลงทุนที่ผ่านการประมูลคัดเลือกบริษัทเอาไว้เดิม จะต้องแก้ไขใหม่ยกพวง
เพราะงบลงทุนทั้ง 9 แผนงานที่ผ่านการอนุมัติของ ครม.ได้รวมงบทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นประชาชน และงบศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบุเงื่อนไขให้บริษัทเอกชนดำเนินการแทนรัฐบาล
ทีนี้เมื่อศาลปกครองกลางสั่งให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการทั้ง 2 ภารกิจนี้เอง
ก็ต้องตัดลดงบดำเนินการใน 2 ส่วนนี้คืนรัฐบาลตามความเป็นจริง
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าจะมี “ขาประจำ” นำประเด็นนี้ไปยื่นฟ้องศาลปกครองซ้ำอีกกระทอกให้รัฐบาลต้องเปิดประมูลคัดเลือกบริษัทใหม่อีกที
ขณะเดียวกันก็จะมี “ขาประจำ” ไปยื่นร้อง ป.ป.ช.ให้เช็กบิลรัฐบาล ฐานดำเนินการประมูลผิดขั้นตอน
แล้วก็จะมี “ขาประจำ” เอาเรื่องเดียวกันไปยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้เช็กบิล นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.ทั้งชุด ข้อหาใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ
เรียกว่ารับไม้ต่อกันไปเป็นช่วงๆ
เหมือนวิ่งผลัดสี่คูณร้อยนั่นแหละโยม
เป้าหมาย ก็เพื่อดึงเช็งไม่ให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน
อ้อ...ผลจากคำตัดสินศาลปกครองยังทำให้ พ.ร.ก.กู้เงินเร่งด่วน 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลต้องหมดอายุไปโดยปริยาย
ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปก็ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับใหม่แทน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเดิม
ยุ่งเป็นลิงแก้แหเชียวแหละนายกฯปู
แต่ฝ่ายที่รับกรรมเต็มเปาคือชาวบ้านตาดำๆที่เผชิญมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
เมื่อโครงการแก้ปัญหาน้ำติดไฟแดง ความเสี่ยงจะโดนน้ำท่วมก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ดูแนวโน้มแล้วคงต้องเสียวไปอีกนาน.
แม่ลูกจันทร์
ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิถุนายน 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/354010
๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋
"....ผลการตัดสินศาลปกครองกลาง จะทำให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำครบวงจรของรัฐบาลต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีก 1 ปี...."
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าจะมี “ขาประจำ” นำประเด็นนี้ไปยื่นฟ้องศาลปกครองซ้ำอีกกระทอกให้รัฐบาลต้องเปิดประมูลคัดเลือกบริษัทใหม่อีกที
ขณะเดียวกันก็จะมี “ขาประจำ” ไปยื่นร้อง ป.ป.ช.ให้เช็กบิลรัฐบาล ฐานดำเนินการประมูลผิดขั้นตอน
แล้วก็จะมี “ขาประจำ” เอาเรื่องเดียวกันไปยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้เช็กบิล นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.ทั้งชุด ข้อหาใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ
เรียกว่ารับไม้ต่อกันไปเป็นช่วงๆ......"
"...เป้าหมาย ก็เพื่อดึงเช็งไม่ให้โครงการลงทุนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน...."
ตกลงประเทศไทยไม่ต้องไปไหนกันแล้วพี่น้อง
วนเวียนอยู่กับการคอยปัดแข้งปัดขาให้ทำงานไม่ได้ไปเช่นนี้แหละตลอดปีตลอดชาติ.....
กรูทำงานเพื่อประชาชนไม่เป็น
พวกเอ็งก็ต้องทำไม่ได้ไปด้วย.....
ราตรีสวัสดิ์สารขัณฑ์แลนด์.....แดนผู้ดีมีคุณธรรมสวมหน้ากาก....
รับกรรมกันไปถ้วนหน้า น้ำกำลังจะมาอีกแล้ว.....