อุทาหรณ์สำหรับคนที่ให้คนรู้จักกู้ยืมเงินด้วยความไว้ใจ

อยากเล่าเรื่องที่ได้ยินมา เป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนฟังคะ

คือเรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนสนิทของคุณพ่อ มีภรรยาที่ชอบไปร่วมงานบุญ งานวิปัสนา งานธรรมะต่างๆ บ่อยๆ จนได้ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถือศีล ภาวนา นุ่งขาวห่มขาว จนรู้สึกสนิทสนม และร่วมกันชวนไปงานธรรมะต่างๆ หลายครั้ง เป็นเวลาประมาณ 2 ปี ด้วยความที่เห็นเป็นคนที่ชอบอะไรเหมือนกันๆ ล่ะมั้งคะ เลยเกิดความเชื่อใจ

จนมาวันหนึ่งผู้หญิงคนนี้ก็มาร้องไห้ขอยืมเงิน ให้เหตุผลว่าเดือดร้อนจริงๆ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาเดือนร้อนอะไรนะคะ เผอิญไม่ได้ถาม แต่สุดท้าย ภรรยาเพื่อนคุณพ่อก็ให้ยืมเงินไปจำนวนถึง 5,000,000 บาท โดยเขานำที่มาขายฝากไว้ ซึ่งราคาที่จริงๆก็ไม่กี่แสนหรอกค่ะ แต่ที่ให้ไปก็คงเพราะความไว้ใจ โดยทำสัญญาขายฝากแบบง่ายๆ คือ คนเขียนคือเพื่อนคุณพ่อ พยานคือ เพื่อนคุณพ่อ และแม่ของภรรยาเพื่อนคุณพ่อ

เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาที่ต้องคืนเงิน ก็ไปทวงถาม เขาก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนสุดท้ายเพื่อนคุณพ่อจึงตัดสินใจบอกเขาไปว่า คงต้องยึดที่แล้วนะ ทั้งๆที่มูลค่านั้นไม่ได้คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย แต่ก็ถือสะว่า เราโง่เอง ให้เขายืมเงินไปได้ง่ายๆ ก็ต้องทำใจ โดยไม่คิดที่จะฟ้องร้องอะไรด้วยนะคะ คือถือว่าทำบุญให้เขาไปละกัน (ช่างเป็นคนที่ใจดีเหลือเกินในความคิดของเรา เหอ ๆ ๆ )

แต่ปรากฎว่าเรื่องไม่ได้จบแค่นั้นค่ะ เมื่อผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าเพื่อนคุณพ่อได้ไปโอนที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไปแจ้งความค่ะว่า เพื่อนคุณพ่อและภรรยาได้ปลอมแปลงลายเซ็นในชุดโอนที่ดิน พร้อมทั้งแก้ไขสัญญากู้เงินฉบับนั้นขึ้นมา โดยจริงๆแล้วเขาได้ยืมเงินเป็นจำนวนแค่ 50,000 บาทเท่านั้นเอง สุดท้ายจากโจทย์คดีแพ่งที่ไม่คิดจะเอาเรื่องเอาราวอะไร ตอนนี้กลับจะตกเป็นจำเลยในคดีอาญาสะแล้ว

และจนสุดท้ายก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน ในวันที่ขึ้นศาล ผู้หญิงคนนั้นก็ได้แต่งกายเป็นชาวบ้าน ใส่ผ้าถุง เสื้อขาว ผู้จานิ่มนวล ร้องไห้ น้ำตาคลอพูดต่อหน้าศาล เล่าความเท็จว่า ตนเองนั้นยืมเงินมาแค่ 50,000 บาทเท่านั้น ตนเองก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ไหนเลยจะมีคนให้ยืมเงินตั้ง 5,000,000 บาท สัญญานี้ก็เขียนโดยสามีของเขา พยานก็เป็นสามีและแม่ ส่วนลายเช็นของอิฉันก็ง่ายๆ ใครๆ ก็ปลอมได้ เชื่อไหมคะ ตอนนั้นภรรยาเพื่อนคุณพ่ออึ้งมาก เนื่องจากเขาเองก็ไปอาศัยเรียน ทำงานอยู่ที่อเมริกานานถึงเกือบ 40 ปี เจอแบบนี้เข้าไปถึงกับพูดไม่ออก ไม่เชื่อสายตาที่ตัวเองเห็น ไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินเลยว่า นี่คือผู้หญิงที่ธรรมะ ธรรมโม คนนั้นที่เธอรู้จัก ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รู้สึกกระอัก กระอวน หรือมีอาการติดขัดในการที่จะโกหกเลย

และสุดท้ายในศาลชั้นต้น ศาลตัดสินมาว่าภรรยาเพื่อนคุณพ่อแพ้นะคะ

แต่ด้วยความที่พอมีเพื่อน มีคนรู้จัก อยู่พอสมควร ก็เริ่มหาทางแก้ไขปัญหามาได้ ก็มาชนะที่ศาลอุทธรณ์ค่ะ ก็พ้นคดีอาญาไป แต่เงินก็ไม่ได้คืนนะ เนื่องจากยื่นฟ้องเรื่องคดีแพ่ง ถึงแม้ว่าจะชนะ แต่เขาบอกว่าไม่มี ไม่มี ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เขาไม่มีทรัพย์สินอะไรอื่นอีกเลย ทั้งๆที่บ้านนี่หลังใหญ่มากกกกกกกกกกกก แต่เธอบอกว่าเธอเช่าเขา และพอเช็คก็ไม่ใช่ชื่อเธอจริงๆ  แต่ที่น่าเจ็บใจคือลูกๆเธอเรียนที่อังกฤษ และเธอเองก็ยังไปปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อยๆ ไม่ต้องทำงานอะไร สบายยยยยยย มีหน้ามีตาต่อไป

ส่วนเพื่อนคุณพ่อและภรรยาก็เหมือนเดิมค่ะ ก็ไม่รู้จะไปทวงเงินเขาอย่างไง แล้วก็ใจดีมาก ก็บอกว่าถือว่าทำบุญก้อนใหญ่ไปสะ

มาเล่าเพราะอยากให้เป็นข้อคิดกับเพื่อนๆ ใน Pantip ค่ะ เพราะตอนนี้เงินทองมันหายาก ส่วนพวกมิจฉาชีพเดี๋ยวนี้ก็หน้าด้านขึ้นทุกวันๆ ต้องระวังกันหน่อย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่