ขอเกริ่นก่อนว่า ตอนเด็กๆเราเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากๆค่ะ ว่าเรียนเก่ง เรียนดี ฉลาดกว่าคนอื่น (แต่ไม่เคยดูถูกคนอื่นนะค้ะ)
ตอนจบป.6 ก็จะมีใบมาสอบถามนักเรียนว่าจะเข้าชั้นมัธยมต่อหรือไม่ เราเลือกทันทีค่ะ ว่า ไม่!!!! ในขณะที่เพื่อนๆก็เลือกต่อที่เดิมเพื่อนจองที่ไว้ก่อนกันพลาด แต่เรามั่นใจเต็มที่ว่าจะไปสอบต่อโรงเรียนอื่นได้แน่นอน
เราเรียนพิเศษแถวๆบ้านค่ะ ครูสอนดี เข้มงวด ทำให้เราได้เรียนแบบเนื้อหาจริงๆเพื่อนำไปสอบต่อ ตอนนั้นคุณแม่ไม่มีเงินให้เรียนพิเศษด้วยค่ะ
แต่ครูเห็นเราขยัน ก็ให้เรียนฟรีเลยค่ะ แต่ต้องตั้งใจกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งก็เป็นไปตามที่ครูหวัง ครูพาไปสอบกี่ที่ ก็ไม่มีพลาด ตอนสอบเข้าม.1 เราสอบ 3 ที่ ค่ะ ทุกที่เป็นโรงเรียนดัง และมีอยู่ที่หนึ่งถึงขนาดพ่อแม่แต่ละคนต้องยัดเงินใต้โต๊ะ เพียงเพื่อให้ลูกๆได้เรียนที่นี่ ซึ่งเราสอบติดค่ะ แต่ไม่เรียน!!! ตอนนั้นคิดแค่ว่า ไม่ชอบโรงเรียนนี้ เพราะคงมีแต่คนรวย และลูกคุณหนู เราเลยไม่เรียน เลือกไปเรียนอีกที่ เป็นโครงการพิเศษ ซึ่งเราสอบติดเข้าไปด้วยคะแนนอันดับที่ 1 แบบทิ้งคนอื่นไกลมาก
พอเข้าไปได้แล้วยิ่งมั่นใจตัวเองเลยค่ะว่าเรา แน่จริง!
ตอนเรียนมัธยมต้นที่นี่ครูก็พาไปสอบแข่งขัน ทั้งวิทย์ ทั้งคณิต รางวัลเพียบค่ะ ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ว่ายังไง ชีวิตด้านการเรียนของเรา ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน
และแล้วหายนะเริ่มมาเยือน เมื่อน้องชายเราต้องสอบเข้าม.1 และน้องเราคลั่งไคล้โรงเรียนที่เราบอกว่ามีแต่ลูกคุณหนู มากๆ
แม่เราเลยให้เราไปสอบเล่นๆอีกรอบ เข้าม.4 ที่โรงเรียนนั้น (ในใจเรา ไม่ย้ายที่เรียนแน่ๆ เพราะมีเพื่อนที่เดิมอยู่แล้ว และไม่ชอบโรงเรียนนั้นเป็นทุนเดิมค่ะ) ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด เราก็สอบติดอีกแล้วค่ะ
ส่วนน้องเรา เป็นเด็กเกเร ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นเด็กฉลาดค่ะ แต่ขี้เกียจ ตามประสาเด็กผู้ชาย แต่พออยากเข้าม.1 ที่โรงเรียนนั้นให้ได้ ก็ซุ่มค่ะ
ทั้งเรียนพิเศษ (ที่เดียวกับที่เราเรียนค่ะ ครูสอนให้ฟรีเช่นกัน ต้องขอบคุณคุณครูท่านนี้มาก ครูดีกับพวกเราสองพี่น้องมากๆค่ะ)
ทั้งอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ และสุดท้ายก็สอบติด ลบคำสบประมาทไปได้เยอะเลยแหละค่ะ
เมื่อน้องเราสอบติด และเราเองก็สอบติด ความคิดแรกของแม่มาทันทีค่ะ ...... เป็นห่วงน้อง อยากให้เราไปเรียนที่เดียวกับน้อง เพื่อดูน้องอยู่ห่างๆ ก็ยังดี ไม่ว่าเราจะดื้อยังไง แม่ก็ขอร้อง จนสุดท้าย ไม้ตายของแม่ค่ะ ให้ครูที่สอนพิเศษเราทั้งคู่ โทรมากล่อมเราค่ะ
ครูบอกว่า แม่ทำให้เราทุกอย่าง แม่เป็นห่วงน้องแค่นี้ ทำไมไม่ช่วยแบ่งเบาภาระแม่
และแล้ว เราก็ต้องไปเรียน ม.ปลายที่โรงเรียนลูกคุณหนูจนได้ค่ะ
พอสอบเข้ามอปลายได้แล้ว โรงเรียนนี้ก็มีการสอบคัดห้องค่ะ (สอบรวมกับเด็กเก่ามอต้นของที่นี่ด้วยค่ะ) เราก็สอบแบบ มั่นใจเต็มที่ ว่าฉันได้ห้องคิงสายวิทย์แน่นอน ผลปรากฎว่า ได้ห้องบ๊วยเลยค่ะ จากคนไม่เคยผิดหวังเรื่องเรียน แค่เพียงตัวเองสอบได้ห้องบ๊วยนี่แทบช็อคนะค้ะ
ใครๆอาจจะไม่เข้าใจ แต่ความรู้สึกของเราในตอนนั้น นี่เหมือนโลกถล่มทลาย
เราไปขอพบครูที่เป็นคนคัดห้องค่ะ ขอดูคะแนนทันทีว่าเราได้เท่าไหร่ แล้วทำไมเราถึงได้ห้องบ๊วย
เหตุผลครู บอกแค่ว่า ห้องคิงกับควีน มีไว้ให้เด็กเก่ามอต้นของที่นี่เท่านั้น เด็กใหม่จะต้องมาคละห้องกับอีก 2 ห้อง (สายวิทย์มี4ห้องค่ะ) ซึ่งจะมีเด็กเก่าของเขาที่เกรดไม่ดีอยู่ และก็เอาเด็กใหม่มารวม
เรานี่ โมโหมากค่ะ คือแบบ แล้วจะให้สอบคัดห้องทำไม สอบแล้วก็ไม่ได้ห้องคิงอยู่ดี
ยิ่งเกลียดโรงเรียนนี้เป็นทวีคูณค่ะ เราเลยเกลียดการไปโรงเรียนเลยค่ะ
ถ้าวันไหนโดดได้นี่โดดตลอด แต่ไม่ได้หนีเที่ยวนะ ก็ไปช่วยแม่ขายของปกติ แม่ก็ไม่ว่าอะไรค่ะ แม่ก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ชอบการถูกเอาเปรียบแบบนี้ เลยปล่อยเลยตามเลย แต่เราก็สอบเกรดดีทุกครั้งนะค้ะ และเวลาเรียนก็ครบตามเกณฑ์ค่ะ
จนกระทั่ง มอหก ซึ่งจะมีโควต้ามหาวิทยาลัยต่างๆมา ปรากฎว่า เด็กห้องคิงซัดเรียบค่ะ เพราะเขามากันแบบ เด็กห้องบ๊วยไม่มีสิทธิ์
เราเองก็ไม่แคร์ค่ะ ช่วงมอปลายเราเก็บตังค์เรียนพิเศษเองเยอะมากค่ะ แม่ให้เท่าไหร่เก็บหมด แล้วก็แพคข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียน
พอไปเรียนพิเศษก็หาของไปขายค่ะ แถวๆอนุเสาวรีย์ตรงทางเดินจากเซ็นจูรี่ไปอนุเสาวรีย์ จะมีแผงลอยวางขายเต็มไปหมด
แรกๆก็กลัว แต่อยากเรียนพิเศษ อยากเก็บตังค์ เราเลยไปขอเขาแบบตรงๆเลยค่ะ ว่าที่ตรงไหนว่างมั้ย และก็มีพี่ใจดี แบ่งที่ให้ค่ะ
โชคดีมากจริงๆ เรียนพิเศษเลิก2ทุ่ม ก็ขายของต่อถึงเที่ยงคืน ได้พอเก็บไปเรียนคอร์สต่อไปได้เรื่อยๆยันหมดคอร์สของแต่ละสถาบัน แต่ละวิชาไปเลยแหละค่ะ (ตอนเรียนพิเศษก็พักที่บ้านป้าเราในกทม ก็เลยมีค่าใช้จ่ายไม่มาก แค่ค่ารถกับค่ากินค่ะ)
แต่เอาตามความจริง ช่วงมอปลาย เราอาจจะเรียนเยอะ แต่เรารู้ตัวดีค่ะ ว่ามันไม่ได้เต็มความสามารถเรา
เรายังทำได้ดีกว่านี้ แต่เพราะอคติในใจกับโรงเรียน เราเลยไม่มุมานะเท่าที่ควร
พอถึงเวลาแอดมิดชัน เราสอบแกทแพทได้คะแนนกลางๆค่ะ ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ส่วนคะแนนโอเนตทุกวิชาดีหมดยกเว้นอังกฤษ ค่ะ
ใจเราอยากเรียนครู และอยากเรียนเคมี มุ่งไปที่ ครุศาสตร์ จุฬา เป็นอันดับแรก (เผื่อฟลุคเฉยๆ) และครุเคมี มศว อันดับที่สอง
แต่ก็ชอบ วิทยาศาสตร์เคมี ของลาดกระบัง
ผลปรากฎว่า เราติดลาดกระบังค่ะ พลาดครุไปไม่กี่ร้อยคะแนนเอง
แต่ก็โชคดีค่ะ ได้เพื่อนที่ลาดกระบัง ดีพอสมควร แต่ก็ยังมีบางคนที่เกือบพาเราตกเหวไปเหมือนกัน....
อยากแชร์ประสบการณ์ เพื่อเตือนสติ น้องๆที่กำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ชีวิตสบาย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ตอนจบป.6 ก็จะมีใบมาสอบถามนักเรียนว่าจะเข้าชั้นมัธยมต่อหรือไม่ เราเลือกทันทีค่ะ ว่า ไม่!!!! ในขณะที่เพื่อนๆก็เลือกต่อที่เดิมเพื่อนจองที่ไว้ก่อนกันพลาด แต่เรามั่นใจเต็มที่ว่าจะไปสอบต่อโรงเรียนอื่นได้แน่นอน
เราเรียนพิเศษแถวๆบ้านค่ะ ครูสอนดี เข้มงวด ทำให้เราได้เรียนแบบเนื้อหาจริงๆเพื่อนำไปสอบต่อ ตอนนั้นคุณแม่ไม่มีเงินให้เรียนพิเศษด้วยค่ะ
แต่ครูเห็นเราขยัน ก็ให้เรียนฟรีเลยค่ะ แต่ต้องตั้งใจกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งก็เป็นไปตามที่ครูหวัง ครูพาไปสอบกี่ที่ ก็ไม่มีพลาด ตอนสอบเข้าม.1 เราสอบ 3 ที่ ค่ะ ทุกที่เป็นโรงเรียนดัง และมีอยู่ที่หนึ่งถึงขนาดพ่อแม่แต่ละคนต้องยัดเงินใต้โต๊ะ เพียงเพื่อให้ลูกๆได้เรียนที่นี่ ซึ่งเราสอบติดค่ะ แต่ไม่เรียน!!! ตอนนั้นคิดแค่ว่า ไม่ชอบโรงเรียนนี้ เพราะคงมีแต่คนรวย และลูกคุณหนู เราเลยไม่เรียน เลือกไปเรียนอีกที่ เป็นโครงการพิเศษ ซึ่งเราสอบติดเข้าไปด้วยคะแนนอันดับที่ 1 แบบทิ้งคนอื่นไกลมาก
พอเข้าไปได้แล้วยิ่งมั่นใจตัวเองเลยค่ะว่าเรา แน่จริง!
ตอนเรียนมัธยมต้นที่นี่ครูก็พาไปสอบแข่งขัน ทั้งวิทย์ ทั้งคณิต รางวัลเพียบค่ะ ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ว่ายังไง ชีวิตด้านการเรียนของเรา ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน
และแล้วหายนะเริ่มมาเยือน เมื่อน้องชายเราต้องสอบเข้าม.1 และน้องเราคลั่งไคล้โรงเรียนที่เราบอกว่ามีแต่ลูกคุณหนู มากๆ
แม่เราเลยให้เราไปสอบเล่นๆอีกรอบ เข้าม.4 ที่โรงเรียนนั้น (ในใจเรา ไม่ย้ายที่เรียนแน่ๆ เพราะมีเพื่อนที่เดิมอยู่แล้ว และไม่ชอบโรงเรียนนั้นเป็นทุนเดิมค่ะ) ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด เราก็สอบติดอีกแล้วค่ะ
ส่วนน้องเรา เป็นเด็กเกเร ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นเด็กฉลาดค่ะ แต่ขี้เกียจ ตามประสาเด็กผู้ชาย แต่พออยากเข้าม.1 ที่โรงเรียนนั้นให้ได้ ก็ซุ่มค่ะ
ทั้งเรียนพิเศษ (ที่เดียวกับที่เราเรียนค่ะ ครูสอนให้ฟรีเช่นกัน ต้องขอบคุณคุณครูท่านนี้มาก ครูดีกับพวกเราสองพี่น้องมากๆค่ะ)
ทั้งอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ และสุดท้ายก็สอบติด ลบคำสบประมาทไปได้เยอะเลยแหละค่ะ
เมื่อน้องเราสอบติด และเราเองก็สอบติด ความคิดแรกของแม่มาทันทีค่ะ ...... เป็นห่วงน้อง อยากให้เราไปเรียนที่เดียวกับน้อง เพื่อดูน้องอยู่ห่างๆ ก็ยังดี ไม่ว่าเราจะดื้อยังไง แม่ก็ขอร้อง จนสุดท้าย ไม้ตายของแม่ค่ะ ให้ครูที่สอนพิเศษเราทั้งคู่ โทรมากล่อมเราค่ะ
ครูบอกว่า แม่ทำให้เราทุกอย่าง แม่เป็นห่วงน้องแค่นี้ ทำไมไม่ช่วยแบ่งเบาภาระแม่
และแล้ว เราก็ต้องไปเรียน ม.ปลายที่โรงเรียนลูกคุณหนูจนได้ค่ะ
พอสอบเข้ามอปลายได้แล้ว โรงเรียนนี้ก็มีการสอบคัดห้องค่ะ (สอบรวมกับเด็กเก่ามอต้นของที่นี่ด้วยค่ะ) เราก็สอบแบบ มั่นใจเต็มที่ ว่าฉันได้ห้องคิงสายวิทย์แน่นอน ผลปรากฎว่า ได้ห้องบ๊วยเลยค่ะ จากคนไม่เคยผิดหวังเรื่องเรียน แค่เพียงตัวเองสอบได้ห้องบ๊วยนี่แทบช็อคนะค้ะ
ใครๆอาจจะไม่เข้าใจ แต่ความรู้สึกของเราในตอนนั้น นี่เหมือนโลกถล่มทลาย
เราไปขอพบครูที่เป็นคนคัดห้องค่ะ ขอดูคะแนนทันทีว่าเราได้เท่าไหร่ แล้วทำไมเราถึงได้ห้องบ๊วย
เหตุผลครู บอกแค่ว่า ห้องคิงกับควีน มีไว้ให้เด็กเก่ามอต้นของที่นี่เท่านั้น เด็กใหม่จะต้องมาคละห้องกับอีก 2 ห้อง (สายวิทย์มี4ห้องค่ะ) ซึ่งจะมีเด็กเก่าของเขาที่เกรดไม่ดีอยู่ และก็เอาเด็กใหม่มารวม
เรานี่ โมโหมากค่ะ คือแบบ แล้วจะให้สอบคัดห้องทำไม สอบแล้วก็ไม่ได้ห้องคิงอยู่ดี
ยิ่งเกลียดโรงเรียนนี้เป็นทวีคูณค่ะ เราเลยเกลียดการไปโรงเรียนเลยค่ะ
ถ้าวันไหนโดดได้นี่โดดตลอด แต่ไม่ได้หนีเที่ยวนะ ก็ไปช่วยแม่ขายของปกติ แม่ก็ไม่ว่าอะไรค่ะ แม่ก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ชอบการถูกเอาเปรียบแบบนี้ เลยปล่อยเลยตามเลย แต่เราก็สอบเกรดดีทุกครั้งนะค้ะ และเวลาเรียนก็ครบตามเกณฑ์ค่ะ
จนกระทั่ง มอหก ซึ่งจะมีโควต้ามหาวิทยาลัยต่างๆมา ปรากฎว่า เด็กห้องคิงซัดเรียบค่ะ เพราะเขามากันแบบ เด็กห้องบ๊วยไม่มีสิทธิ์
เราเองก็ไม่แคร์ค่ะ ช่วงมอปลายเราเก็บตังค์เรียนพิเศษเองเยอะมากค่ะ แม่ให้เท่าไหร่เก็บหมด แล้วก็แพคข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียน
พอไปเรียนพิเศษก็หาของไปขายค่ะ แถวๆอนุเสาวรีย์ตรงทางเดินจากเซ็นจูรี่ไปอนุเสาวรีย์ จะมีแผงลอยวางขายเต็มไปหมด
แรกๆก็กลัว แต่อยากเรียนพิเศษ อยากเก็บตังค์ เราเลยไปขอเขาแบบตรงๆเลยค่ะ ว่าที่ตรงไหนว่างมั้ย และก็มีพี่ใจดี แบ่งที่ให้ค่ะ
โชคดีมากจริงๆ เรียนพิเศษเลิก2ทุ่ม ก็ขายของต่อถึงเที่ยงคืน ได้พอเก็บไปเรียนคอร์สต่อไปได้เรื่อยๆยันหมดคอร์สของแต่ละสถาบัน แต่ละวิชาไปเลยแหละค่ะ (ตอนเรียนพิเศษก็พักที่บ้านป้าเราในกทม ก็เลยมีค่าใช้จ่ายไม่มาก แค่ค่ารถกับค่ากินค่ะ)
แต่เอาตามความจริง ช่วงมอปลาย เราอาจจะเรียนเยอะ แต่เรารู้ตัวดีค่ะ ว่ามันไม่ได้เต็มความสามารถเรา
เรายังทำได้ดีกว่านี้ แต่เพราะอคติในใจกับโรงเรียน เราเลยไม่มุมานะเท่าที่ควร
พอถึงเวลาแอดมิดชัน เราสอบแกทแพทได้คะแนนกลางๆค่ะ ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ส่วนคะแนนโอเนตทุกวิชาดีหมดยกเว้นอังกฤษ ค่ะ
ใจเราอยากเรียนครู และอยากเรียนเคมี มุ่งไปที่ ครุศาสตร์ จุฬา เป็นอันดับแรก (เผื่อฟลุคเฉยๆ) และครุเคมี มศว อันดับที่สอง
แต่ก็ชอบ วิทยาศาสตร์เคมี ของลาดกระบัง
ผลปรากฎว่า เราติดลาดกระบังค่ะ พลาดครุไปไม่กี่ร้อยคะแนนเอง
แต่ก็โชคดีค่ะ ได้เพื่อนที่ลาดกระบัง ดีพอสมควร แต่ก็ยังมีบางคนที่เกือบพาเราตกเหวไปเหมือนกัน....