แถมมีข้อความ “ขณะนี้กองทัพประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว ข้าขอประกาศว่า จะล้มล้างระบอบทักษิณให้ออกไปจากประเทศไทย” ใครไม่ขำก็เส้นลึกไปแล้วแหละครับ คนเส้นตื้นอย่างผมขำจนงอหายเลยแหละ
อ้างตนว่าเป็นพวกปัญญาชน แล้วรู้กันหรือเปล่าว่า ระบอบทักษิณคืออะไร ไม่ใช่พอเห็นเขาไล่ ข้าก็ออกมาไล่บ้าง ป๊าดโธ่ คงคิดว่า เหมือนหม้อหุงข้าวกระมังครับ ไม่พอใจก็เปลี่ยนหม้อใหม่ได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือครับ
นอกจากนี้ยังไม่รู้สึกรู้สา มีความพยายามติดป้ายจะปกป้องสถาบัน เฮ่อ ปัญญาชนไทย ไม่รู้หรือครับว่า ไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ จะเป็นอภิสิทธิ์หรือจะเป็นคุณยิ่งลักษณ์ ล้วนแต่เป็นนายกฯที่ได้รับการแต่งตั้งจากในหลวงทั้งสิ้น ไม่รู้จักกันหรือครับ ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พอไม่พอใจนายกฯที่ทรงแต่งตั้งคนไหน ก็จะขอนายกฯพระราชทานคนใหม่ได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือครับ ช่างไม่เจียมบอดี้เอาเสียเลยกับปัญญาชนเหล่านี้ แล้วบอกว่า จะปกป้องสถาบันยิ่งชีวิต
แล้วอย่างนี้ยังจะมาขับไล่ระบอบทักษิณอะไรของพวกคุ๊ณ มันไม่มีหรอกครับระบอบทักษิณ มันเป็นเพียงวาทกรรมของพวกพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งรวมกับพวกที่ไม่สามารถได้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจากการเลือกตั้งต่างหากครับ พยายามสร้างความสับสน สร้างความเกลียดชัง เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้นเอง แค่นี้ก็ยังถูกเขาหลอกได้ แล้วยังกล้ามายกตัวเองเป็นปัญญาชนอีก อย่างนี้ยังไม่น่าขำกันอีกหรือครับ
เอาล่ะครับ กรุณาเข้ามาฟังผมพูดสักหน่อย แล้วนำไปไตร่ตรองดูก็แล้วกันนะครับ ถ้าเชื่อก็เป็นบุญของประเทศ แต่ถ้าไม่เชื่อก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะครับ
ประเทศไทยไม่มีหรอกครับระบอบทักษิณ จะมีก็แต่การบริหารแบบทักษิณเท่านั้นเองครับ
การบริหารแบบไม่พึ่งแต่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการกระตุ้นภายในควบคู่กันไปด้วย
การบริหารแบบมองเห็นความสำคัญของรากที่จะนำอาหารไปสู่ลำต้น ใบ ดอกแล้วก็ผลไงครับ
การบริหารแบบลงพื้นที่ เพื่อเข้าถึงต้นตอแห่งปัญหาที่แท้จริง
การบริหารแบบเชิงรุก เพื่อให้ปัญหาลุล่วงอย่างรวดเร็ว
มันเป็นการบริหารที่มีเป้าหมายชัดเจน แล้วค่อยกำหนดยุทธศาสตร์ รูปแบบ วิธีการและยุทธวิธีอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้การบริหารสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนเป็นที่มาของ 377 เสียงในการเลือกตั้งครั้งที่สองไงครับ
การบริหารแบบทักษิณจึงเป็นการปฏิวัติการเมืองไทยอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่มีนโยบายไว้แค่หาเสียง
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่ทำงานด้วยปากเพียงอย่างเดียว
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่ทำตามแผนงานของข้าราชการประจำ
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่มองเห็นแต่ความสำคัญของกลุ่มทุนต่างๆ
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่หวังเพียงเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมมือการจัดตั้งรัฐบาล
และในอดีต เรามีนักการเมืองที่ถือว่างบประมาณแผ่นดินเป็นเพียงสมบัติผลัดกันชม
แต่เมื่อมีการบริหารแบบทักษิณเข้ามา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนทำให้ประชาชนรับรู้โดยทั่วกัน ประชาธิปไตยที่กินได้มันมีอยู่จริง ดังนั้นคุณอลงกรณ์ถึงได้บอกไงครับ ทั้งๆที่ใช้เงินมากกว่า แต่ก็ยังแพ้เลือกตั้ง อย่างนี้ปัญญาชนอย่างพวกท่านยังไม่สำเหนียกกันอีกหรือครับ
ดังนั้นที่จะบอกก็คือ สิ่งที่พวกคุณกำลังขับไล่อยู่นั้น มันไม่ใช่ขับไล่ระบอบทักษิณ แต่เป็นการขับไล่การบริหารแบบทักษิณเสียมากกว่า ซึ่งนั้นหมายถึงพวกท่านกำลังขับไล่การบริหารแบบก้าวหน้า ให้ย้อนกลับไปสู่วังวนเดิมๆต่างหากครับ เป็นแนวคิดอย่างที่ปัญญาชนควรคิดอย่างนั้นหรือครับ
การทำรัฐประหารเมื่อปี 49 ก็ไม่สามารถล้มล้างระบอบทักษิณได้ เพราะมันไม่มีอยู่จริงไงครับ
การสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อความได้เปรียบ ก็ไม่สามารถทำให้ได้เป็นรัฐบาล เพราะสิ่งที่สู้มันไม่ใช่ระบอบทักษิณ แต่เป็นพลังของประชาชนต่างหากครับ
การใช้ตุลาการภิวัฒน์ เพื่อกำจัดระบอบทักษิณ อาจจะสำเร็จในช่วงสั้น แต่ถึงคราวเลือกตั้งก็แพ้อยู่ดี แลกมากับความเสื่อมศรัทธาของตุลาการทั้งหลาย มันคุ้มหรือเปล่าครับ
แล้วนี่ยังออกมาเคลื่อนไหว ทำเนียนโดยใช้คำว่า กองทัพประชาชน หวังขับไล่ระบอกทักษิณกันอีก ถามจริงเถิดครับ ปัญญาอ่อนกันหรือเปล่าครับ เคยดูผลสำรวจกันบ้างไหม มีแต่ประชาชนอยากให้อยู่จนครบวาระกันทั้งสิ้น เพราะพวกที่ไม่ใช่ปัญญาชนเขาคิดเองเป็นนะครับ
เขารู้ดีว่า ต่อให้ขับไล่จนสำเร็จ รัฐบาลใหม่ก็ไม่มีทางบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น เพราะต้องโดนกองทัพประชาชนของอีกฝ่ายออกมาขับไล่อยู่ดี
เขารู้ดีว่า ถ้าให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศมันมากเสียยิ่งกว่ารัฐบาลบริหารล้มเหลวไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
และเขาก็รู้ดีว่า ถ้าจะขับไล่ระบอบทักษิณนั้น
หมายถึงจะยกเลิกนโยบายประชานิยมต่างๆของทักษิณอย่างนั้นหรือ
หมายถึงจะไม่สนใจความรู้สึกของชาวรากหญ้าอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ
ส่วนต่างประเทศคงไม่ต้องยกเลิกหรอกนะครับ เพราะพวกเขาคงไม่คบกับเราเอง ไม่มีใครในโลกหรอกครับที่ไม่รังเกียจเผด็จการยึดอำนาจ นอกจากปัญญาชนไทย
สำหรับเรื่องทุจริต เรื่องลุอำนาจ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใกล้ชิดหรือสารพัดเรื่องเลวต่างๆที่โยนบาปไปให้กับระบอบทักษิณนั้น ใครจะประกันได้ว่า มันจะไม่มีเกิดขึ้นอีก หลังจากไม่มีระบอบทักษิณ แล้วประเทศจะเข้าสู่ยุคพระศรีอารย์อย่างนั้นหรือ เพ้อเจ้อกันจริงๆเลยเนาะปัญญาชนไทย
ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำนั้นก็คือ เหล่าปัญญาชนทั้งหลายครับ แทนที่จะสวมหน้ากากขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งด้วยข้อกล่าวหาระบอบทักษิณ เพื่อแก้ขวยนั้น ทำไมไม่คิดสิ่งที่เป็นไปได้และง่ายกว่าล่ะครับ
ก็แค่ไปแสดงพลังให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรคกันไม่ดีกว่าหรือครับ
แนะนำให้ประชาธิปัตย์ทำงานให้มาก พูดให้น้อยไม่ดีกว่าหรือครับ
ชี้แนวทางให้ประชาธิปัตย์ทำประโยชน์เพื่อคนทุกชั้นไม่ดีกว่าหรือครับ
เสนอแนวคิดให้ประชาธิปัตย์ต้องครองใจประชาชนด้วยผลงานไม่ดีกว่าหรือครับ
และต้องสั่งสอนให้ประชาธิปัตย์ต้องหวังพึ่งเสียงของประชาชน ไม่ใช่หวังจากองค์กรอิสระหรือซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือหวังได้อำนาจจากการถวายพานของคณะรัฐประหาร
แล้วปล่อยให้รัฐบาลบริหารจนหมดวาระ ถ้ามีทุจริตมากมายดังข้อกล่าวหา ถ้ามีการบริหารผิดพลาดจนทำให้ประชาชนไม่ได้ผลดังหมายล่ะก้อ ถึงเวลานั้นก็อาจเป็นโอกาสของประชาธิปัตย์ก็เป็นได้ และถึงตอนนั้นก็จะไม่มีระบอบทักษิณที่พวกคุณกล่าวอ้างอีกต่อไป เข้าใจกันไหมเนี่ย
หรือคิดว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์นั้น มันยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการขับไล่ระบอบทักษิณก็ว่ามา ประชาชนจะได้รู้
ขำชะมัดยาด ที่ปัญญาชนไทยใส่หน้ากาก เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ
อ้างตนว่าเป็นพวกปัญญาชน แล้วรู้กันหรือเปล่าว่า ระบอบทักษิณคืออะไร ไม่ใช่พอเห็นเขาไล่ ข้าก็ออกมาไล่บ้าง ป๊าดโธ่ คงคิดว่า เหมือนหม้อหุงข้าวกระมังครับ ไม่พอใจก็เปลี่ยนหม้อใหม่ได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือครับ
นอกจากนี้ยังไม่รู้สึกรู้สา มีความพยายามติดป้ายจะปกป้องสถาบัน เฮ่อ ปัญญาชนไทย ไม่รู้หรือครับว่า ไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ จะเป็นอภิสิทธิ์หรือจะเป็นคุณยิ่งลักษณ์ ล้วนแต่เป็นนายกฯที่ได้รับการแต่งตั้งจากในหลวงทั้งสิ้น ไม่รู้จักกันหรือครับ ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พอไม่พอใจนายกฯที่ทรงแต่งตั้งคนไหน ก็จะขอนายกฯพระราชทานคนใหม่ได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือครับ ช่างไม่เจียมบอดี้เอาเสียเลยกับปัญญาชนเหล่านี้ แล้วบอกว่า จะปกป้องสถาบันยิ่งชีวิต
แล้วอย่างนี้ยังจะมาขับไล่ระบอบทักษิณอะไรของพวกคุ๊ณ มันไม่มีหรอกครับระบอบทักษิณ มันเป็นเพียงวาทกรรมของพวกพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งรวมกับพวกที่ไม่สามารถได้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจากการเลือกตั้งต่างหากครับ พยายามสร้างความสับสน สร้างความเกลียดชัง เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้นเอง แค่นี้ก็ยังถูกเขาหลอกได้ แล้วยังกล้ามายกตัวเองเป็นปัญญาชนอีก อย่างนี้ยังไม่น่าขำกันอีกหรือครับ
เอาล่ะครับ กรุณาเข้ามาฟังผมพูดสักหน่อย แล้วนำไปไตร่ตรองดูก็แล้วกันนะครับ ถ้าเชื่อก็เป็นบุญของประเทศ แต่ถ้าไม่เชื่อก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะครับ
ประเทศไทยไม่มีหรอกครับระบอบทักษิณ จะมีก็แต่การบริหารแบบทักษิณเท่านั้นเองครับ
การบริหารแบบไม่พึ่งแต่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการกระตุ้นภายในควบคู่กันไปด้วย
การบริหารแบบมองเห็นความสำคัญของรากที่จะนำอาหารไปสู่ลำต้น ใบ ดอกแล้วก็ผลไงครับ
การบริหารแบบลงพื้นที่ เพื่อเข้าถึงต้นตอแห่งปัญหาที่แท้จริง
การบริหารแบบเชิงรุก เพื่อให้ปัญหาลุล่วงอย่างรวดเร็ว
มันเป็นการบริหารที่มีเป้าหมายชัดเจน แล้วค่อยกำหนดยุทธศาสตร์ รูปแบบ วิธีการและยุทธวิธีอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้การบริหารสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนเป็นที่มาของ 377 เสียงในการเลือกตั้งครั้งที่สองไงครับ
การบริหารแบบทักษิณจึงเป็นการปฏิวัติการเมืองไทยอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่มีนโยบายไว้แค่หาเสียง
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่ทำงานด้วยปากเพียงอย่างเดียว
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่ทำตามแผนงานของข้าราชการประจำ
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่มองเห็นแต่ความสำคัญของกลุ่มทุนต่างๆ
ในอดีตเรามีนักการเมืองที่หวังเพียงเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมมือการจัดตั้งรัฐบาล
และในอดีต เรามีนักการเมืองที่ถือว่างบประมาณแผ่นดินเป็นเพียงสมบัติผลัดกันชม
แต่เมื่อมีการบริหารแบบทักษิณเข้ามา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนทำให้ประชาชนรับรู้โดยทั่วกัน ประชาธิปไตยที่กินได้มันมีอยู่จริง ดังนั้นคุณอลงกรณ์ถึงได้บอกไงครับ ทั้งๆที่ใช้เงินมากกว่า แต่ก็ยังแพ้เลือกตั้ง อย่างนี้ปัญญาชนอย่างพวกท่านยังไม่สำเหนียกกันอีกหรือครับ
ดังนั้นที่จะบอกก็คือ สิ่งที่พวกคุณกำลังขับไล่อยู่นั้น มันไม่ใช่ขับไล่ระบอบทักษิณ แต่เป็นการขับไล่การบริหารแบบทักษิณเสียมากกว่า ซึ่งนั้นหมายถึงพวกท่านกำลังขับไล่การบริหารแบบก้าวหน้า ให้ย้อนกลับไปสู่วังวนเดิมๆต่างหากครับ เป็นแนวคิดอย่างที่ปัญญาชนควรคิดอย่างนั้นหรือครับ
การทำรัฐประหารเมื่อปี 49 ก็ไม่สามารถล้มล้างระบอบทักษิณได้ เพราะมันไม่มีอยู่จริงไงครับ
การสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อความได้เปรียบ ก็ไม่สามารถทำให้ได้เป็นรัฐบาล เพราะสิ่งที่สู้มันไม่ใช่ระบอบทักษิณ แต่เป็นพลังของประชาชนต่างหากครับ
การใช้ตุลาการภิวัฒน์ เพื่อกำจัดระบอบทักษิณ อาจจะสำเร็จในช่วงสั้น แต่ถึงคราวเลือกตั้งก็แพ้อยู่ดี แลกมากับความเสื่อมศรัทธาของตุลาการทั้งหลาย มันคุ้มหรือเปล่าครับ
แล้วนี่ยังออกมาเคลื่อนไหว ทำเนียนโดยใช้คำว่า กองทัพประชาชน หวังขับไล่ระบอกทักษิณกันอีก ถามจริงเถิดครับ ปัญญาอ่อนกันหรือเปล่าครับ เคยดูผลสำรวจกันบ้างไหม มีแต่ประชาชนอยากให้อยู่จนครบวาระกันทั้งสิ้น เพราะพวกที่ไม่ใช่ปัญญาชนเขาคิดเองเป็นนะครับ
เขารู้ดีว่า ต่อให้ขับไล่จนสำเร็จ รัฐบาลใหม่ก็ไม่มีทางบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น เพราะต้องโดนกองทัพประชาชนของอีกฝ่ายออกมาขับไล่อยู่ดี
เขารู้ดีว่า ถ้าให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศมันมากเสียยิ่งกว่ารัฐบาลบริหารล้มเหลวไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
และเขาก็รู้ดีว่า ถ้าจะขับไล่ระบอบทักษิณนั้น
หมายถึงจะยกเลิกนโยบายประชานิยมต่างๆของทักษิณอย่างนั้นหรือ
หมายถึงจะไม่สนใจความรู้สึกของชาวรากหญ้าอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ
ส่วนต่างประเทศคงไม่ต้องยกเลิกหรอกนะครับ เพราะพวกเขาคงไม่คบกับเราเอง ไม่มีใครในโลกหรอกครับที่ไม่รังเกียจเผด็จการยึดอำนาจ นอกจากปัญญาชนไทย
สำหรับเรื่องทุจริต เรื่องลุอำนาจ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใกล้ชิดหรือสารพัดเรื่องเลวต่างๆที่โยนบาปไปให้กับระบอบทักษิณนั้น ใครจะประกันได้ว่า มันจะไม่มีเกิดขึ้นอีก หลังจากไม่มีระบอบทักษิณ แล้วประเทศจะเข้าสู่ยุคพระศรีอารย์อย่างนั้นหรือ เพ้อเจ้อกันจริงๆเลยเนาะปัญญาชนไทย
ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำนั้นก็คือ เหล่าปัญญาชนทั้งหลายครับ แทนที่จะสวมหน้ากากขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งด้วยข้อกล่าวหาระบอบทักษิณ เพื่อแก้ขวยนั้น ทำไมไม่คิดสิ่งที่เป็นไปได้และง่ายกว่าล่ะครับ
ก็แค่ไปแสดงพลังให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรคกันไม่ดีกว่าหรือครับ
แนะนำให้ประชาธิปัตย์ทำงานให้มาก พูดให้น้อยไม่ดีกว่าหรือครับ
ชี้แนวทางให้ประชาธิปัตย์ทำประโยชน์เพื่อคนทุกชั้นไม่ดีกว่าหรือครับ
เสนอแนวคิดให้ประชาธิปัตย์ต้องครองใจประชาชนด้วยผลงานไม่ดีกว่าหรือครับ
และต้องสั่งสอนให้ประชาธิปัตย์ต้องหวังพึ่งเสียงของประชาชน ไม่ใช่หวังจากองค์กรอิสระหรือซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือหวังได้อำนาจจากการถวายพานของคณะรัฐประหาร
แล้วปล่อยให้รัฐบาลบริหารจนหมดวาระ ถ้ามีทุจริตมากมายดังข้อกล่าวหา ถ้ามีการบริหารผิดพลาดจนทำให้ประชาชนไม่ได้ผลดังหมายล่ะก้อ ถึงเวลานั้นก็อาจเป็นโอกาสของประชาธิปัตย์ก็เป็นได้ และถึงตอนนั้นก็จะไม่มีระบอบทักษิณที่พวกคุณกล่าวอ้างอีกต่อไป เข้าใจกันไหมเนี่ย
หรือคิดว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์นั้น มันยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการขับไล่ระบอบทักษิณก็ว่ามา ประชาชนจะได้รู้