บทนำ - ตอนล่าสุด
http://my.dek-d.com/thezircon/writer/view.php?id=893020
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
25
ปีแสงมองใบหน้าซีดเซียวแทบจะกลืนเป็นสีเดียวกับปลอกหมอน แล้วก็ให้เจ็บใจตนเองยิ่งนัก เขาบอกให้เธอเชื่อใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามามีบทบาท เขาเองก็ช็อคไม่ต่างจากเธอ
ชายหนุ่มกุมมือคนหลับใหลไว้มั่น ยังจำความรู้สึกยามหัวใจตกลงไปยังตาตุ่มได้แม่นยำเมื่อเห็นร่างบางซวนเซ เขารีบผละไปหาเจ้าหล่อน ประคองศีรษะไม่ให้กระแทกพื้นไว้ได้ทัน ก่อนจะพาไปปฐมพยาบาลตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
เกตน์สิรีค่อยปรือตามองฝ้าเพดานสีขาว แสงไฟจ้าและผ้าม่านขาวสะอาดรอบด้านให้ความรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน สิ่งเดียวที่ช่วยตอกย้ำว่าเธอตื่นมาในโลกความจริงคือฝ่ามือร้อนผ่าวซึ่งกุมมือเย็นชืดของเธอจนอุ่นขึ้นมา
"พี่ปอ..."
ปีแสงเงยหน้าตามเสียงเรียก ดวงตาแดงช้ำของหญิงสาวมองมาก่อนน้ำตาหยดหนึ่งจะทิ้งตัวลงข้างแก้ม
"ผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงคนนั้น..."
น้าสา... ชื่อที่เธอพยายามเปล่งออกมาหากไม่พ้นคอ
พี่ชายผงกศีรษะเข้าใจทุกสิ่ง ความสงสัย คลับคล้ายคลับคลาที่มีต่อสตรีผู้นั้น กระจ่างขึ้นทันทีที่พยาบาลเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมา เวลาเดียวกับที่เห็นร่างบางซวนเซ ใบหน้าซีดเหลืองชวนใจหาย
เขาจำได้ดีว่าน้องน้อยของเขาเคยเกลียดผู้หญิงคนนี้เพียงใดที่มาแย่งเวลาและความสนใจจากแม่แกไป และตอนนี้ยังบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับคนรักของเธออีก
"พี่รู้ น้องเกด" เขากลับมาเรียกเธออย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมเหมือนตอนเป็นเด็ก "พี่รู้ว่าน้องเกดจะพูดอะไร จิบน้ำหน่อยนะ พยาบาลบอกให้พี่เอาให้เกดดื่มถ้ารู้สึกตัว"
ชายหนุ่มหยิบแก้วจากโต๊ะสแตนเลสหัวเตียงพลางประคองร่างบางลุกนั่ง
"มึนหัวไหม" เขาถามอย่างห่วงใยหลังเธอส่งแก้วคืน
เกตน์สิรีโคลงศีรษะ "นี่เกดเป็นอะไรคะ"
"เกดแค่เป็นลม พี่ไม่ยอมให้เกดเป็นอะไรหรอก เกดยังมีทั้งแม่ ยาย น้อง แล้วก็...บ้านพี่ ที่รักเกดมากนะ" พี่ชายพูดให้สติ
“เกดทราบค่ะ เกดแค่ตกใจที่โลกมันกลมขนาดนี้ ทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นด้วย"
ปีแสงกุมมือบนตักของร่างบางซึ่งนั่งห้อยขาอยู่ขอบเตียง
"มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เกดคิดก็ได้ พี่ว่ารอแบงค์มันฟื้นมาให้คำตอบเองดีกว่านะ อย่าให้ความหวาดระแวงไปเองมาทำลายความรักที่มีต่อกันเลย"
หญิงสาวมองสบดวงตามั่นคงของผู้พูด คำพูดของพี่ปอช่วยเตือนสติ แล้วยังทำให้หวนคิดไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เธอปล่อยให้ความหวาดระแวงในความรักของพี่ชายพรากเธอไปจากความรัก ความนับถือที่มีต่อเขา แต่เธอยังโชคดีที่ได้พี่ชายคนเดิมกลับมา
เกตน์สิรีสูดหายใจลึกเรียกพลังใจ ขอให้เรื่องต่างๆ ไม่เป็นดังที่เธอคิด เธอขอเชื่อในความหวังที่พี่ชายชี้ให้เห็น แม้มันช่างห่างไกลสายตาเธอเสียจริง
.....................................
เกตน์สิรีมองสายระโยงระยางรอบตัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างคุ้นตา หากต้องพบเจออีกเท่าไรก็ยากจะทำใจคุ้นเคยได้
สายน้ำเกลือโยงเข้ากับขวดยาสีเหลืองซึ่งแขวนไว้สูงบนเสา สายปัสสาวะรอดพ้นออกมาจากขากางเกง เครื่องตรวจวัดชีพจรหนีบอยู่ปลายนิ้วมือซ้ายข้างที่ไร้เฝือกหนา เสียงสัญญาณร้องเสียงแหลมดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
สภาพคนรักตอนนี้แทบไม่ต่างจากสภาพของแม่ที่เธอกลับมาเห็น เว้นแต่เฝือกซึ่งพันอยู่รอบขาและแขนคนเจ็บ ให้ร่างสูงใหญ่ผิดจากสมาชิกครอบครัวแลดูหนาเทอะทะยิ่งขึ้นไปอีก เกตน์สิรีจับมือข้างที่มีเข็มน้ำเกลือของจิรายุอย่างระมัดระวัง เธอตัดสินใจได้เด็ดขาดที่จะไม่คิดระแวงใดๆ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะหายดี หลังได้รับรู้ความทุกข์ที่เขากำลังเผชิญ
"พี่แบงค์ เกดมาเยี่ยมแล้วนะคะ" หญิงสาวเอ่ยกระซิบเสียงเครือ หากคนบนเตียงยังคงหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ดรุณีซึ่งเข้าเยี่ยมบุตรชายพร้อมว่าที่สะใภ้ตามกฎของโรงพยาบาลที่ให้เข้าเยี่ยมได้คราวละสองคน เอาแต่ฟูมฟายเงียบๆ แกร้องไห้สะอึกสะอื้น พร่ำเรื่องดวงและโทษไปถึงสตรีอีกคนที่อยู่ร่วมในอุบัติเหตุ เกตน์สิรีไม่อยากได้ยินเลย มันรังแต่จะทำให้ความคิดแง่ร้ายผุดพรายในใจเธอ
"อาทิตย์หน้าก็จะถึงวันงานแล้วแท้ๆ อาแบงค์เอ๊ย ไม่น่าเลย อาซินแสพูดไว้ไม่ผิด อาม้าบอกแล้วใช่ไหม”
ผู้อ่อนอาวุโสกว่าแตะแขนสตรีสูงวัย ปลอบประโลมให้ท่านใจเย็น
"ถ้าอาม้าคิดว่าเป็นไปตามที่ซินแสทำนายไว้ ก็ยังดีนะคะที่มันไม่ร้ายแรงเท่าคำทำนาย พี่แบงค์ต้องหายกลับมาเป็นปกติแน่ค่ะ คุณหมอเองก็บอกอย่างนั้นไม่ใช่หรือคะ"
ดรุณีผงกศีรษะกับผ้าเช็ดหน้า แกสูดจมูกเสียงดังสนั่นในความเงียบ ก่อนบีบมือว่าที่สะใภ้แน่น
"ส่วนเรื่องงานแต่งงาน..." เกตน์สิรีเว้นวรรคนิดหนึ่งอย่างรวบรวมกำลังใจเอ่ยออกไป "เกดว่าเลื่อนออกไปก่อนก็ดีค่ะ รอให้พี่แบงค์หายดีแล้วค่อยทบทวนใหม่ ก็ยังไม่สายเกินไป"
ดวงตาเรียวเล็กซึ่งกลบด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้าง แกบีบมือบางแน่นเข้าอีกอย่างทนรับข้อเสนอไม่ได้
"ฟังอาม้านะอาเกด อาม้าจะไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนของลูกชายอาม้ามาวุ่นวายกับหนูเด็ดขาด เชื่ออาม้านะ อาม้าจะจัดงานแต่งงานทันทีที่อาแบงค์หายดี" น้ำเสียงของท่านกลับมาเด็ดขาดอย่างคนคุ้นชินกับการใช้อำนาจ
นี่อาจจะไม่ใช่เวลาทัดทาน ตรงข้ามกับใจที่โต้แย้งความหวังดีนั้น ผู้หญิงของลูกชายที่ท่านว่าอาจไม่มาวุ่นวายกับเธอก็จริง แต่ถ้าเจ้าหล่อนยังวุ่นวายกับจิรายุ เกตน์สิรีไม่คิดว่าเธอจะทนมีชีวิตคู่ที่เป็นทุกข์เช่นนี้ได้เลย
เส้นขนานสองหัวใจ บทที่ ๒๕
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
25
ปีแสงมองใบหน้าซีดเซียวแทบจะกลืนเป็นสีเดียวกับปลอกหมอน แล้วก็ให้เจ็บใจตนเองยิ่งนัก เขาบอกให้เธอเชื่อใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามามีบทบาท เขาเองก็ช็อคไม่ต่างจากเธอ
ชายหนุ่มกุมมือคนหลับใหลไว้มั่น ยังจำความรู้สึกยามหัวใจตกลงไปยังตาตุ่มได้แม่นยำเมื่อเห็นร่างบางซวนเซ เขารีบผละไปหาเจ้าหล่อน ประคองศีรษะไม่ให้กระแทกพื้นไว้ได้ทัน ก่อนจะพาไปปฐมพยาบาลตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
เกตน์สิรีค่อยปรือตามองฝ้าเพดานสีขาว แสงไฟจ้าและผ้าม่านขาวสะอาดรอบด้านให้ความรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน สิ่งเดียวที่ช่วยตอกย้ำว่าเธอตื่นมาในโลกความจริงคือฝ่ามือร้อนผ่าวซึ่งกุมมือเย็นชืดของเธอจนอุ่นขึ้นมา
"พี่ปอ..."
ปีแสงเงยหน้าตามเสียงเรียก ดวงตาแดงช้ำของหญิงสาวมองมาก่อนน้ำตาหยดหนึ่งจะทิ้งตัวลงข้างแก้ม
"ผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงคนนั้น..."
น้าสา... ชื่อที่เธอพยายามเปล่งออกมาหากไม่พ้นคอ
พี่ชายผงกศีรษะเข้าใจทุกสิ่ง ความสงสัย คลับคล้ายคลับคลาที่มีต่อสตรีผู้นั้น กระจ่างขึ้นทันทีที่พยาบาลเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมา เวลาเดียวกับที่เห็นร่างบางซวนเซ ใบหน้าซีดเหลืองชวนใจหาย
เขาจำได้ดีว่าน้องน้อยของเขาเคยเกลียดผู้หญิงคนนี้เพียงใดที่มาแย่งเวลาและความสนใจจากแม่แกไป และตอนนี้ยังบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับคนรักของเธออีก
"พี่รู้ น้องเกด" เขากลับมาเรียกเธออย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมเหมือนตอนเป็นเด็ก "พี่รู้ว่าน้องเกดจะพูดอะไร จิบน้ำหน่อยนะ พยาบาลบอกให้พี่เอาให้เกดดื่มถ้ารู้สึกตัว"
ชายหนุ่มหยิบแก้วจากโต๊ะสแตนเลสหัวเตียงพลางประคองร่างบางลุกนั่ง
"มึนหัวไหม" เขาถามอย่างห่วงใยหลังเธอส่งแก้วคืน
เกตน์สิรีโคลงศีรษะ "นี่เกดเป็นอะไรคะ"
"เกดแค่เป็นลม พี่ไม่ยอมให้เกดเป็นอะไรหรอก เกดยังมีทั้งแม่ ยาย น้อง แล้วก็...บ้านพี่ ที่รักเกดมากนะ" พี่ชายพูดให้สติ
“เกดทราบค่ะ เกดแค่ตกใจที่โลกมันกลมขนาดนี้ ทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นด้วย"
ปีแสงกุมมือบนตักของร่างบางซึ่งนั่งห้อยขาอยู่ขอบเตียง
"มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เกดคิดก็ได้ พี่ว่ารอแบงค์มันฟื้นมาให้คำตอบเองดีกว่านะ อย่าให้ความหวาดระแวงไปเองมาทำลายความรักที่มีต่อกันเลย"
หญิงสาวมองสบดวงตามั่นคงของผู้พูด คำพูดของพี่ปอช่วยเตือนสติ แล้วยังทำให้หวนคิดไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เธอปล่อยให้ความหวาดระแวงในความรักของพี่ชายพรากเธอไปจากความรัก ความนับถือที่มีต่อเขา แต่เธอยังโชคดีที่ได้พี่ชายคนเดิมกลับมา
เกตน์สิรีสูดหายใจลึกเรียกพลังใจ ขอให้เรื่องต่างๆ ไม่เป็นดังที่เธอคิด เธอขอเชื่อในความหวังที่พี่ชายชี้ให้เห็น แม้มันช่างห่างไกลสายตาเธอเสียจริง
.....................................
เกตน์สิรีมองสายระโยงระยางรอบตัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างคุ้นตา หากต้องพบเจออีกเท่าไรก็ยากจะทำใจคุ้นเคยได้
สายน้ำเกลือโยงเข้ากับขวดยาสีเหลืองซึ่งแขวนไว้สูงบนเสา สายปัสสาวะรอดพ้นออกมาจากขากางเกง เครื่องตรวจวัดชีพจรหนีบอยู่ปลายนิ้วมือซ้ายข้างที่ไร้เฝือกหนา เสียงสัญญาณร้องเสียงแหลมดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
สภาพคนรักตอนนี้แทบไม่ต่างจากสภาพของแม่ที่เธอกลับมาเห็น เว้นแต่เฝือกซึ่งพันอยู่รอบขาและแขนคนเจ็บ ให้ร่างสูงใหญ่ผิดจากสมาชิกครอบครัวแลดูหนาเทอะทะยิ่งขึ้นไปอีก เกตน์สิรีจับมือข้างที่มีเข็มน้ำเกลือของจิรายุอย่างระมัดระวัง เธอตัดสินใจได้เด็ดขาดที่จะไม่คิดระแวงใดๆ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะหายดี หลังได้รับรู้ความทุกข์ที่เขากำลังเผชิญ
"พี่แบงค์ เกดมาเยี่ยมแล้วนะคะ" หญิงสาวเอ่ยกระซิบเสียงเครือ หากคนบนเตียงยังคงหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ดรุณีซึ่งเข้าเยี่ยมบุตรชายพร้อมว่าที่สะใภ้ตามกฎของโรงพยาบาลที่ให้เข้าเยี่ยมได้คราวละสองคน เอาแต่ฟูมฟายเงียบๆ แกร้องไห้สะอึกสะอื้น พร่ำเรื่องดวงและโทษไปถึงสตรีอีกคนที่อยู่ร่วมในอุบัติเหตุ เกตน์สิรีไม่อยากได้ยินเลย มันรังแต่จะทำให้ความคิดแง่ร้ายผุดพรายในใจเธอ
"อาทิตย์หน้าก็จะถึงวันงานแล้วแท้ๆ อาแบงค์เอ๊ย ไม่น่าเลย อาซินแสพูดไว้ไม่ผิด อาม้าบอกแล้วใช่ไหม”
ผู้อ่อนอาวุโสกว่าแตะแขนสตรีสูงวัย ปลอบประโลมให้ท่านใจเย็น
"ถ้าอาม้าคิดว่าเป็นไปตามที่ซินแสทำนายไว้ ก็ยังดีนะคะที่มันไม่ร้ายแรงเท่าคำทำนาย พี่แบงค์ต้องหายกลับมาเป็นปกติแน่ค่ะ คุณหมอเองก็บอกอย่างนั้นไม่ใช่หรือคะ"
ดรุณีผงกศีรษะกับผ้าเช็ดหน้า แกสูดจมูกเสียงดังสนั่นในความเงียบ ก่อนบีบมือว่าที่สะใภ้แน่น
"ส่วนเรื่องงานแต่งงาน..." เกตน์สิรีเว้นวรรคนิดหนึ่งอย่างรวบรวมกำลังใจเอ่ยออกไป "เกดว่าเลื่อนออกไปก่อนก็ดีค่ะ รอให้พี่แบงค์หายดีแล้วค่อยทบทวนใหม่ ก็ยังไม่สายเกินไป"
ดวงตาเรียวเล็กซึ่งกลบด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้าง แกบีบมือบางแน่นเข้าอีกอย่างทนรับข้อเสนอไม่ได้
"ฟังอาม้านะอาเกด อาม้าจะไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนของลูกชายอาม้ามาวุ่นวายกับหนูเด็ดขาด เชื่ออาม้านะ อาม้าจะจัดงานแต่งงานทันทีที่อาแบงค์หายดี" น้ำเสียงของท่านกลับมาเด็ดขาดอย่างคนคุ้นชินกับการใช้อำนาจ
นี่อาจจะไม่ใช่เวลาทัดทาน ตรงข้ามกับใจที่โต้แย้งความหวังดีนั้น ผู้หญิงของลูกชายที่ท่านว่าอาจไม่มาวุ่นวายกับเธอก็จริง แต่ถ้าเจ้าหล่อนยังวุ่นวายกับจิรายุ เกตน์สิรีไม่คิดว่าเธอจะทนมีชีวิตคู่ที่เป็นทุกข์เช่นนี้ได้เลย