ผมมาหาเพื่อนในถนน (๒)

กระทู้สนทนา
ผมมาหาเพื่อนในถนน (๒)

ผมเร่เข้าไปที่ร้านขายของชำ ในตรอกข้างโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า บอกเบา ๆ ว่า ขอเบียร์กระป๋องหนึ่ง เจ้าของร้านสาวมาก แหงะหน้าขึ้นดูนาฬิกาข้างฝา แล้วบอกเบา ๆ เท่ากันว่า ยังไม่ถึงเวลาค่ะคุณลุง

        ผมมองตามสายตาของเธอจึงพบว่า  นาฬิกาบอกว่าเพิ่งสี่โมงสี่สิบ ผมเอ่ยขอโทษเบา ๆ เช่นเดิม แล้วก็เดินย้อนกลับออกมาทางปากตรอก แวะเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง สั่งเส้นหมี่เปื่อยหนึ่งชาม น้ำแข็งเปล่าหนึ่งแก้ว แล้วก็นั่งรออย่างเงียบสงบ

        ผมทำมาหากินด้วยการเขียนหนังสือมาตลอดชีวิต ทั้งที่เป็นงานอาชีพในหน้าที่เสมียน และที่เป็นงานอดิเรกด้วยการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ส่งให้หนังสือพิมพ์ ก็ได้อาศัยเครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้ว ซึ่งใช้อย่างตรากตรำทั้งกลางวันและกลางคืนมากว่ายี่สิบปี จนกระทั่งถึงเวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาแพร่หลายในเมืองไทย หน่วยงานที่ผมสังกัดอยู่จึงดำริที่จะจัดหาเครื่องมือวิเศษที่สมัยนั้นเรียกว่า เครื่องจักรคำนวณ จากบริษัทหนึ่งมาใช้ในราชการ

        เมื่อมีการประมูลตามระเบียบแล้ว ก่อนที่บริษัทนั้นจะส่งเครื่องมาให้ ทางหน่วยนี้ก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษา และฝึกฝนการใช้งานที่บริษัทเสียก่อน ซึ่งมีอยู่ในสัญญาจัดซื้อด้วย โดยให้กองต่าง ๆ ส่งชื่อเจ้าหน้าที่หน่วยละหนึ่งคนไปศึกษา กองของผมทีแรกก็จะส่งชื่อเจ้าหน้าที่หญิงที่จบปริญญาตรีไป แต่แล้วเกิดเปลี่ยนใจ ให้ผมไปแทนโดยกระทันหัน ไม่มีเวลาให้ผมตั้งสติเลย แล้วความรู้ขนาดได้ ม.๖ ตก ม.๔ อย่างผมจะเรียนกับเขาได้หรือ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโปรแกรมภาษาไทยเลย ความรู้ภาษาอังกฤษของผมก็กลับไปอยู่กับครูหมดแล้ว

        เคราะห์ยังดีได้เพื่อนที่เป็นช่างซ่อมเครื่องอีเลคทรอนิคส์  ช่วยแปลคำสอนของผู้สอนเป็นภาษาไทยใส่สมุดไว้ แล้วเอามาติวให้ผมทีหลังในแต่ละวัน ผมจึงรอดตัวกลับมาถ่ายทอดความรู้ ให้เพื่อนที่เป็นเสมียนด้วยกัน สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับมา แทนเครื่องพิมพ์ดีดได้

        ในเวลาต่อมาไม่นาน  ลูกชายก็ขอซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมภาษาไทย ไว้เรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นสถาบันเทคโนโลยีอยู่ เครื่องชุดนี้ราคาตั้งห้าหมื่น ผมก็กัดฟันซื้อให้ พอเขาเรียนจบ เขาก็ยกให้ผมและแนะนำวิธีใช้ให้รู้กว้างขวางขึ้น ตั้งแต่นั้นผมก็เก็บเครื่องพิมพ์ดีดคู่ชีพไว้ในห้องเก็บของเก่า และใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มือสองนั้นทำมาหากิน ด้วยเรื่องร้อยแปดแทน ต่อไป

        แต่เจ้าคอมพิวเตอร์นี้มันเปลี่ยนรุ่นอย่างรวดเร็วราวกับรถยนต์ สองสามปีก็มีรุ่นใหม่มาแทน แต่มีข้อดีก็คือราคาถูกลง ชุดที่สองของผมราคาประมาณสามหมื่น และชุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันราคาเพียงหมื่นห้าเท่านั้น เล่นเอาเครื่องพิมพ์ดีดต้องเลิกขายในท้องตลาด และเอาเครื่องเก่าไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ทีเดียว

        ผมเขียนหนังสือด้วยคอม ฯ อย่างเพลิดเพลินมาหลายปี จนเกิดมีระบบอินเตอร์เนตเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย ผมก็ไม่เคยสนใจเพราะไม่มีความรู้ แต่เจ้าลูกชายที่เรียนจบแล้วได้ทำงานในบริษัทน้ำตาลต่างจังหวัด ก็มาชวนให้เล่นอินเตอร์เนต โดยอ้างว่าในนั้นมันมีความรู้มากมายหลายสาขา ที่จะนำมาเป็นข้อมูลได้ แทนที่จะต้องเดินไปหาในหอสมุดแห่งชาติ ที่ผมไปเป็นประจำ

        ทีแรกผมก็นึกว่ามันมีแต่เกมส์ที่เด็ก ๆ หลงใหลใฝ่ฝัน และเรื่องเจ๊าะแจ๊ะของวัยรุ่นเท่านั้น จึงปฏิเสธไป แต่เจ้าลูกชายก็จัดการติดตั้งเครื่องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ และออกค่าบริการรายเดือนให้ด้วย เขาบอกว่าลองดูเถอะเดี๋ยวจะติดใจ

        และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผมก็ใช้เวลาว่าง ขลุกอยู่กับการเข้าไปท่องเที่ยวในอินเตอร์เนต แม้ว่าจะยังมีความรู้ไม่ถึงหนึ่งในสิบที่เขามีให้เล่น

        และที่ผมติดใจที่สุดก็คือ ถนนนักเขียน เพราะผมได้มีโอกาสเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้มากมาย ไปลงให้ผู้สนใจได้อ่านและวิพากษ์ วิจารณ์ แนะนำ หรือพูดคุยกันได้ ซึ่งในโลกของการเขียนที่ผมผ่านมา ไม่เคยมีเลย เขียนเรื่องไปลงพิมพ์ในหน้าวารสารแล้ว ก็เงียบไป ใครจะอ่านหรือไม่อ่าน จะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่ว่าอะไร ได้ค่าเรื่องมากน้อยมาแล้ว ก็แล้วกันไปไม่มีอะไรผูกพัน

        เรื่องที่ผมเขียนมาเป็นเวลานานนั้น มีอยู่หลายประเภท เช่นเรื่องสั้นจากประสบการณ์จริง เรื่องย้อนอดีตที่หาข้อมูลมาจากหอสมุดแห่งชาติ และบันทึกของคนเดินเท้า ซึ่งจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้  กับเรื่องพงศาวดารจีน และเรื่องประเภทขำขันหรือขบขัน ผมก็ค่อย ๆ เอามาทยอยลงในถนนนักเขียนของอินเตอร์เนต  อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว

        ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ผมก็ได้พบว่ามีผู้อ่านและผู้เขียนคนอื่น ๆ สนใจเรื่องของผมพอสมควร ไม่มากมายนัก เพราะส่วนใหญ่จะชอบเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ความเหงา ความเศร้า และความเพ้อฝันเสียมากกว่าเรื่องของผม ที่ไม่มีแนวอย่างที่ว่าเลย แต่ผู้ที่สนใจก็จะพูดคุยกันจนรู้สึกสนิทสนม เหมือนเป็นเพื่อนกันมาหลายปี  โดยที่ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาหรือเธอเหล่านั้น เป็นใคร มีวัยและวุฒิระดับไหน มีถิ่นฐานที่อยู่ใกล้ในกรุงเทพ หรือไกลออกไปถึงต่างจังหวัด หรือต่างประเทศก็ได้  ท่านเหล่านั้นจะมีความจริงใจต่อคำพูดที่ส่งมาเป็นตัวอักษรนั้นแค่ไหน เพราะมีแต่นามปากกาที่ตั้งกันต่าง ๆ นานา และบางชื่อก็ไม่รู้ว่าเป็นหญิงหรือชายก็ มี


        แต่ผมก็ไม่ได้มีความวิตกในเรื่องนี้ เพราะผมได้ตั้งความมุ่งหมายไว้แต่แรกแล้วว่า ผมจะเป็นมิตรกับทุกคนในถนน ฯ นี้ จะอ่านเรื่องที่สนใจคือเรื่องสั้น ความเรียง และบทกวี ด้วยการพยายามทำความเข้าใจ และเห็นใจผู้เขียนอย่างบริสุทธิ์ใจและมีเมตตา ถ้าไม่ชอบไม่ถูกใจก็ผ่านไปเสีย ไม่ตำหนิติเตียน ถ้าถูกใจหรือชอบเรื่องไหน ก็รีบแสดงความนิยมให้ปรากฏ แต่ถ้ามีเรื่องใดที่พอจะให้คำแนะนำได้ ก็จะแนะนำอย่างสุภาพ และเป็นมิตร ผมจึงได้รับปฏิกิริยาตอบกลับในทำนองเดียวกันตลอดมา

        และนั่นก็คือสาเหตุที่ผมต้องมาเดินท่อม ๆ อยู่แถว ตรอกวัดมะกอกข้างโรงพยาบาลแห่งนี้    เพราะในระหว่างที่ผม เขียนเรื่องลงในถนนนักเขียนนั้น ก็มีท่านผู้อ่านที่ติดตามอยู่เป็นประจำคนหนึ่ง ที่มีความคิดเห็นค่อนข้างจะตรงกันมาก จึงรู้สึกสนิทสนมเหมือนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน  ทั้ง ๆ ที่มิตรภาพนั้น ถูกส่งผ่านมาทางอากาศก่อนที่จะเข้าสายโทรศัพท์มาถึงผม โดยไม่ได้เคยเห็นหน้า หรือได้ยินเสียงกันมาก่อนเลย คนนี้เป็นนักเขียนเรื่องลึกลับซ่อนเงื่อน หรือเรื่องสยดสยองที่ไม่มีใครเทียบ

        กับอีกคนหนึ่งซึ่งเขียนกลอนอย่างที่เรียกว่ากลอนสดได้น่าอ่านมาก มีสำนวนที่แปลกและแหวกแนวกว่าใคร ทำให้ผมนับถืออยู่ในใจ เมื่อผมลองตั้งกระทู้กลอน ท่านผู้นี้ก็เข้ามาร่วมวงเฮฮาด้วยหลายครั้ง.

(ยังมีต่อ)


วางเมื่อ ๒๔ มิ.ย.๕๖ เวลา ๐๖.๑๘
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่