หลักการเดิมๆ ประยุกต์ใช้กับการลงทุน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



Walter mischel นักจิตวิทยา ได้ทดสอบเด็ก 4 ขวบ 100 คน

1. จะเลือกกินขนมหวานชิ้นเดียวตอนนี้เลย
2. รออีกไม่กี่นาทีจนกว่านักวิจัยกลับมาในห้องแล้วจะได้กินขนมสองชิ้น

ผลวิจัย พบว่ามีเด็กเพียง 20 คน ที่รอ อดทนรอชิ้นที่ 2 และอีก 80 คนเลือกที่จะทานเลย  เค้าจึงสรุปว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่จะมีเพียง 20 เปอร์ นอกนั้นจะชนชั้นกลางถึงระดับล่างสุด


หมายเหตุ :    บทความนี้อาจจะเคยฟังกันมาบ้างแล้ว เนื่องจากในห้องสินธร มีเซียนอยู่มากมาย ผมซึ่งเป็นแมงเม่า ขออธิบายเผื่อ น้องใหม่บางคนเช่น เซียน 10 คน อาจมีน้องใหม่ไม่รู้อะไรเลย 1 คน เข้ามา ผมจึงอยากให้บทความนี้เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ


ปัญหาของนักลงทุนไทย หรือทั่วไปคือ ขายหมู  กับ ติดดอย

เคยได้ยินบางท่านพูดว่า โห เราเกิดช้าไปถ้าเราเกิดตอนดัชนี 300 เราคงเป็นเซียนออกทีวี  แต่ในความเป็นจริงคนที่ออกทีวี หรือเป็น VI เป็นเพียงคนแค่ 20 เปอร์เซ็นต์  อีก 80 เปอร์เซ็นต์ บาดเจ็บ ล้มตายไปเกือบหมด มีบางคนที่รอดกลับมา ในข้อนี้เราต้องปลงว่าเราจะเป็นคนส่วนมากหรือส่วนน้อย  โยงมาที่เซียนหุ้นระดับโลกบอก  กล้าในตอนที่คนอื่นกลัว  กลัวในตอนที่คนอื่นกล้า คำพูดนี้ทุกคนว่าง่ายมาก แต่ถามจริงมีกี่คนทำได้ ช่วงดัชนีตอนนี้ผมถามใครกล้าซื้อหุ้น S_R  ผมจำได้ช่วง hot hot ข่าวดีมากๆ เป็นหุ้นในดวงใจหลายๆ คนถามว่ามีใครกลัวไหมตอนนั้นก็คงยัง ส่วนตอนนี้ราคาลงมายังไม่มีใครกล้าซื้อ แถมแช่งๆๆๆ  หาข้อมูล ด่ายับๆ

หลักการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน หรือ 20 - 80 ของผมเองมันสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายอย่างเช่น
- เงินที่โอนเข้าพอร์ต เป็นเงินที่ผมอดได้ไม่เดือดร้อน บ้านสวยๆ รถเบนซ์รุ่นใหม่ๆ สาวน่ารักๆ ผมอดได้ไหมในช่วงอายุ 26 ปี ทนได้ไหมกับคำพูดของคนที่ว่า ตายไปไม่ได้ใช้  ชีวิตมีต้องรีบใช้  ใช้ซะความสุข  ไม่ตายหาใหม่ได้  ถ้าคุณทนคำพวกนี้ได้ รู้จักอดทน ผมว่าทุกคนคิดอยู่แล้วว่า ดัชนีไทยจะไป 2500 จุด ในอีกไม่ช้าก็เร็ว ผมว่าทุกคนรู้ แต่มีใครที่รอไปถึงวันนั้น มี 100 คน คนสละเรือไปแล้ว 80 คน อีก 20 คนมองตากัน ผมอยากบอกว่า ถ้า 20 คนมีสิ่งที่ยึดแล้วคิดว่าปลอดภัย คุณกอดมันแล้วคุณอุ่นใจ คุณกอด แล้วไปพร้อมๆกับเรือ แล้วคุณคิดเหรอว่าคนที่สละเรือ เค้าจะปลอดภัย ลงไปโชคดีก็ ลอยเข้าฝั่ง แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันของตัวเอง  ทะเลมีคลื่นมีลม เหมือนตลาดหุ้น อยู่ที่ใครเป็นต้นหนที่เก่ง คือพวกเทคนิค รู้ลมฟ้า อากาศ ถ้าเรารู้เทคนิคเราก็อยู่ในทะเลได้สบายๆ แต่เทคนิคก็ไม่แม่น 100 เปอร์เซ็นต์  สิ่งที่มั่นคงที่สุด คือใจของเรา ถ้าเงินที่เราอดออม ทุกอย่างมันมาจากความสามารถเรา เราพร้อมเอามันออกจากชีวิต คุณลงทุนโดยไม่กุ้ ไม่โลภไม่กลัว  ผมเชื่อว่าคุณจะไปถึงฝั่ง หรือความมั่งคั่งในอนาคต

- มือถือรุ่นใหม่ๆ โดนใจ  เรื่องนี้เป็นเรื่องความพอใจส่วนบุคคล และความมั่งคั่งที่ต่างกัน  คนที่ร่ำรวยซื้อใช้อาจจะไม่เดือดร้อน แต่ใครที่มีรายได้น้อยๆ หรือหารายได้เองยังไม่ได้ ต้องไปกู้ มาซื้อ ผมไม่แนะนำ เพราะว่าพอเราซื้อ รุุ่นใหม่ออกมาเราต้องวิ่งหามันอีก  ส่วนตัวนะครับ sumsung hero 399 บาท  เพราะ 1 ผมมี คอมพิวเตอร์ มีคนถามผมว่าที่บ้านจนมากเหรอ ผมก็บอกว่าที่บ้านพอมีพอใช้ แต่ที่บ้านไม่เคร่งเรื่องของฟุ่มเฟือย ผมเคยเจออาเป๊ะ ใช้โทรศัพท์พันหนังยางในตลาด เงินเย็นๆที่อยู๋ในธนาคารเกือบ 2,000 ล้าน เพราะคนแถวนั้นพูดกัน แต่ที่รู้ๆ รถสิบล้อ ขนของเอย  ที่ดิน  แก ต้นๆ ของอำเภอใหญ่ๆ เรื่องนี้เลยไม่เคร่ง ผมเลยตั้งเป้าหมายว่าเอาละ ถ้าวันนี้เราอยากได้ ipad iphone เราต้องมีเงินในหุ้นส่งออก เน้น อเมริกา ไม่ว่าจะอาหาร เครื่องประดับ ชิ้นส่วนไรก็ได้ ส่งไปขายให้ เมกา ต้องมีหุ้นส่งออก 5 ล้านบาท ซึ่งจะคุ้มกับการที่ผมเสียเงินให้สตีฟ จ๊อบ 1 เครื่อง 2 หมื่นบาท  บางคนบอกว่า 20,000 บาทนี้ จิ๊บๆ  แต่สำหรับผม 20,000 บาท คือการเตรียมดิน + ค่าเช่า ค่าจัดการน้ำ เพาะปลูก ของชาวบ้าน 1 ฤดูกาล ซึ่งผลผลิตเฉลี่ย จะเป็น 100,000 - 120,000 บาท หรือการใช้ 20,000 ลงทุนในหุ้นปันผล



   ขอโทษบทความบางช่วงบางตอนที่กระทบกับสังคมคนเมืองส่วนใหญ่ คำพูดอาจจะไม่ตรงกับชีวิตจริง ผมก็ขออภัยนะที่นี้  ติชม สอบถามได้นะครับ  


ปล. ชีวิตคนเราต่างกัน  การใช้ชีวิตต่างกัน  คนซื้อ เครื่องบินขับ อาจจะไม่ฟุ่มเฟือย เพราะมีรายได้ที่เยอะ แลพ cover ค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว  คนธรรมดา ซื้อจักรยาน 1 คันอาจจะสิ้นเปลืองมากๆ เพราะเงินซื้อข้าวยังไม่มี เพราะฉะนั้นความฟุ่มเฟือยคนเราอาจวัดค่าที่แตกต่างกัน  


โปรดใช้จักรยานในการปั่นครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่