[คำเตือน : กระทู้นี้ไม่ได้มี reference ข้อมูลที่ 100 มาจากความเพ้อฝันของผู้พิมพ์ล้วน ]
แปลกดี เหมือนกัน หลักสูตรการศึกษา ระดับมัธยม ของไทยและของโลก ต้องเรียน ทฤษฎี ของ นักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ ของคนที่คิดไว้แล้ว เป็นร้อยเป็นพันปี และบอกว่ามันคือสื่งที่เป็นพื้นฐานของสรรพสิ่ง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมดอยู่ดี โลกเราสมัยนี้ ก้าวเร็วไปมาก มีคอมพิวเตอร์ มี application มีเครื่องคิดเลข มี service ต่างๆมากมาย และหลักสูตรในโลกมีเป็นล้าน คนเก่งๆสมัยนี้ก็มีมากมาย ทำไมไม่เรียนรู้กับเค้าบ้าง ผมไม่เชื่อหรอกว่า คนเก่งๆ จะมีแค่คนสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น อคิมิดิส เปรโต ปาสคาล นิวตัน ไอสไตน์ ดาวินชี่ เมนเดล กาลิเลโอ หรือแม้แต่ โมสาร์ท ผมเชื่อว่า คนสมัยนี้ต้องมีหลายคนที่เก่งระดับนั้น แต่อาจไม่ได้ เป็นที่รู้จักหรือมีความสำคัญมากนัก บางทฤษฎีที่คิดขึ้นใหม่บางทีก็ไม่ถูกยอมรับ เพราะมันไปขัดกับทฤษฎีเก่าๆแล้ว คนส่วนใหญ่ยังเชื่อในทฤษฎีนั้นๆอยู่ เด็กนักเรียน ต้องคอยมาเรียนสิ่งที่ใช้ในห้องสอบ และลืมให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไปนั่งจำอันใหม่ บางวิชาเท่านั้นจริงๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ในอนาคต และ หน้าที่การงานได้ ในมุมมองของผม ข้อดีของการเรียนชั้นมัธยมเก่งๆ ที่นำไปใช้ได้ชัดจริงๆ นั่นคือ "การแอดมิสชัน" และเปิด "สอนพิเศษ" #บ่นไรไม่รู้ไม่ยอมไปทำการบ้าน เราทุกคนกำลังถูก Waste Time ตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าเอาเด็กทุกคนฝึกฝนตัวเองเป็นด้านๆที่เค้าถนัดและชอบ ป่านนี้ เด็กคนนั้นจนถึง 20 ตอนนี้เก่งสุดโต่งไปแล้ว ถ้าย้อนได้ จะบอกให้ที่บ้าน พาไปฝึกกีฬา ฝึกดนตรี ฝึกศิลปะ ตั้งแต่เด็ก พอมัธยม-มหาลัย ก็ใช้ความสามารถนี้แหละ โควตาเข้าไป ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนติวเตอร์ปวดหัว นั่งเครียด เสียค่าคอร์ส เสียเวลา ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ถ้าสกิล ที่เราฝึกมาแต่เด็ก ต่อให้ตอนเรียนก็มีงานเลย ไม่ได้ไปลุ้นตอนจบว่าจะมีงานไหม สิ่งที่ดีที่สุดคือการหาตัวเองให้เจอตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่รู้ว่าเก่งด้านไหน ฝึกภาษาให้เทพไปเลยจะคุ้มสุด
สรุปก็คิดหลักสัตรสูตรการศึกษาทั่วโลก น่าจะพัฒนา และ เอาไปใช้ได้จริงกว่านี้
แปลกดีเหมือนกัน หลักสูตรการศึกษา ทำไมต้องเรียนเฉพาะทฤษฎีจากคนสมัยก่อนเท่านั้น
แปลกดี เหมือนกัน หลักสูตรการศึกษา ระดับมัธยม ของไทยและของโลก ต้องเรียน ทฤษฎี ของ นักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ ของคนที่คิดไว้แล้ว เป็นร้อยเป็นพันปี และบอกว่ามันคือสื่งที่เป็นพื้นฐานของสรรพสิ่ง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมดอยู่ดี โลกเราสมัยนี้ ก้าวเร็วไปมาก มีคอมพิวเตอร์ มี application มีเครื่องคิดเลข มี service ต่างๆมากมาย และหลักสูตรในโลกมีเป็นล้าน คนเก่งๆสมัยนี้ก็มีมากมาย ทำไมไม่เรียนรู้กับเค้าบ้าง ผมไม่เชื่อหรอกว่า คนเก่งๆ จะมีแค่คนสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น อคิมิดิส เปรโต ปาสคาล นิวตัน ไอสไตน์ ดาวินชี่ เมนเดล กาลิเลโอ หรือแม้แต่ โมสาร์ท ผมเชื่อว่า คนสมัยนี้ต้องมีหลายคนที่เก่งระดับนั้น แต่อาจไม่ได้ เป็นที่รู้จักหรือมีความสำคัญมากนัก บางทฤษฎีที่คิดขึ้นใหม่บางทีก็ไม่ถูกยอมรับ เพราะมันไปขัดกับทฤษฎีเก่าๆแล้ว คนส่วนใหญ่ยังเชื่อในทฤษฎีนั้นๆอยู่ เด็กนักเรียน ต้องคอยมาเรียนสิ่งที่ใช้ในห้องสอบ และลืมให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไปนั่งจำอันใหม่ บางวิชาเท่านั้นจริงๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ในอนาคต และ หน้าที่การงานได้ ในมุมมองของผม ข้อดีของการเรียนชั้นมัธยมเก่งๆ ที่นำไปใช้ได้ชัดจริงๆ นั่นคือ "การแอดมิสชัน" และเปิด "สอนพิเศษ" #บ่นไรไม่รู้ไม่ยอมไปทำการบ้าน เราทุกคนกำลังถูก Waste Time ตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าเอาเด็กทุกคนฝึกฝนตัวเองเป็นด้านๆที่เค้าถนัดและชอบ ป่านนี้ เด็กคนนั้นจนถึง 20 ตอนนี้เก่งสุดโต่งไปแล้ว ถ้าย้อนได้ จะบอกให้ที่บ้าน พาไปฝึกกีฬา ฝึกดนตรี ฝึกศิลปะ ตั้งแต่เด็ก พอมัธยม-มหาลัย ก็ใช้ความสามารถนี้แหละ โควตาเข้าไป ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนติวเตอร์ปวดหัว นั่งเครียด เสียค่าคอร์ส เสียเวลา ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ถ้าสกิล ที่เราฝึกมาแต่เด็ก ต่อให้ตอนเรียนก็มีงานเลย ไม่ได้ไปลุ้นตอนจบว่าจะมีงานไหม สิ่งที่ดีที่สุดคือการหาตัวเองให้เจอตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่รู้ว่าเก่งด้านไหน ฝึกภาษาให้เทพไปเลยจะคุ้มสุด
สรุปก็คิดหลักสัตรสูตรการศึกษาทั่วโลก น่าจะพัฒนา และ เอาไปใช้ได้จริงกว่านี้