WW Z หนังซอมบี้ที่ฟินที่สุดเท่าที่เคยดูมา (ความเห็นส่วนตัว)

กระทู้คำถาม
หลังจากที่ได้ดูมาเมื่อวาน มีคนดูน้อยมาก ฟินสุดๆกับบรรยากาศที่ชวนสยอง ของตอบตามตรงว่าตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไรกับหนังซอมบี้เรื่องนี้ จากประสบการณ์ที่ดูหนังเกี่ยวกับซอมบี้มาไม่ค่อยได้ความรู้สึกที่ต้อง หนีเอาชีวิตรอด บรรยากาศอับๆ มืดๆ ที่ต้องคอยหาที่หลบภัย แอบเข้าไปอยู่ในที่ซ่อนเล็กๆ ซุกซ่อน หนังแนวซอมบี้เท่าที่ได้ดูมา แม้นแต่หนังต้นกำเนิดอย่าง Resident evil เองก็รู้สึกผิดหวังกับความเกินมนุษย์ของนางเอกไป ขณะที่ 28 Day later ที่หลายๆคนว่า หลอน แต่กับที่เราเองกลับรู้สึกชวนอ้วก ฉากตอนที่ กัดกันเองในครอบครัว หรือฉากที่ซอมบี้ลุยเข้ามากัดทหารทำได้ดีก็จริงแต่สยองเกินกว่าจะฟินได้  
                 เจ้าของกระทู้โตมากับ เกมส์ Bio 123 ขอบอกว่าหนังให้อารมณ์ เหล่านี้ได้ดีมาก เดิมที่เดียวคิดว่าถ้าเอาแค่การหนี เอาชีวิตรอดคนเดียวมันฟินสุดๆแล้ว เพราะดูจากหนังซอมบี้ที่ผ่านมา การมีหลายๆคน อารมณ์มันแก่วงไปมาได้ง่ายเกิน แต่หนังจากดูหนักเรื่องนี้แล้วขอเปลี่ยนความคิด  การหลบหนีที่มีพรรคพวกติดตาม ไม่มาก นั้นได้อารมณ์มากกว่าการอยู่คนเดียวเยอะ อาจจะเป็นเพราะผู้กำกับเข้าใจนำเสนอก็ได้ อารมณ์เหมือน Bio Outbreak แต่มีมุมที่ลึกมากกว่า คือ ในเรื่องนี้มีในระดับข้ามประเทศ หนังทำได้ไม่ขาด เพราะดูจากเรื่องอื่นๆ เมื่อถึงเวลาที่ ตัวหนังมีเนื้อหาใหญ่เกินกว่าเมืองหรือประเทศ จะเริ่มหว่าน จับต้องประเด็นไม่ได้แต่หนังเรื่องนี้ทำมาได้ดีจริงๆ ข้าม เมือง ข้ามรัฐก็ยังสามารถทำให้มีอารมณ์ร่วมได้  
               หนังเรื่องนี้ความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่า จะโปร ฝ่ายขวา (Republican) และนำมาเป็นโครงเรื่องหลักทั้งเรื่อง เช่น การดำเนินเรื่องว่า ประธานาธิบดีตายแล้ว คนอเมริกันก็สามารถอยู่ได้โดยที่รัฐบาลไม่ต้องยุ่งชีวิตมากนัก หรือ ตอนที่ลูกสาวพระเอก ไปเจอปืนยาว ที่ในรถบ้านที่ ครอบครัวพระเอกใช้ขับหนีมา ก็ประเด็นเรื่อง นโยบายการมีอาวุธในสหรัฐตรงๆ ว่ามันเป็นยังนี่ไงถึงต้องให้มี ( ต้องขอบอกว่า หนังเรื่องนี้ออกมาทัน จังหวะ คลิปที่ จิม แครี่ ร้องเพลงชื่อ Cold Dead Hand พอดิบพอดี) แต่หนังก็ไม่ได้อวย ฝ่ายขวาอย่างเข้าขั้นน่าเกลียด เช่น ให้พื้นพระเอกเป็นตำรวจ แทนที่จะเป็นพระเอกในอุดคติแบบฝ่ายขวา แนว ระเบิดภูเขา เผากระท่อม หรือแนว อารโน หรือ แรมโบ้ ที่พร้อมจะกราดกระสุนได้ตลอดเวลา แรงใจไม่มีวันหมด แถมพระเอกยังออกแนว ฝ่ายซ้าย (Democratic) พระเอกยังอยู่องค์กรที่เป็นแนว สลิ่มๆ รักษ์โลก
  หนังยังแสดงประเด็นเรื่อง Feminism ที่ทุกคนไม่ว่า ชายหญิง เท่าเทียมกัน แม้นแต่สถานการณ์ที่อันตรายถึงที่สุดก็ สงคราม ผู้หญิงก็สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ ผู้ชายได้อย่างไม่มีปัญหา  อย่างในเกาหลีที่มีทหารหญิง หรือ ตอนไปอิสลาเอลพระเอกก็มีทหารหญิงอิสลามเอลคอยช่วยหลายครั้ง หนังอวย Feminism ได้ดี แต่ก็ไม่ได้ละเลยทัศนะคติผู้หญิงแบบฝ่ายขวา อย่างเมียพระเอกที่เลี้ยงลูกได้ดี
                  ในส่วนคนที่ชอบสงคราม เรารู้สึกว่า ตัวหนังให้น้ำหนักน้อยมาก อย่างสายการบังคับบัญชาที่ ครุ่นเครือ หรือ กรณีที่ส่งหน่วย ซีล(SEAL) ไป ต่างประเทศ งานสำคัญขนาดหาเบาะแส แต่ส่งไปลำเดียว แถมให้ไปยังไม่เท่าที่ หน่วยซีลออกปฏิบัติการณ์จริงๆ คือ 7 คน ตอนไปลุย ก็ตายง่ายเหลือเกิน ถ้าตายง่ายขนาดนี้ควรส่งไปเป็นหมวดจะดีกว่าผิดกลับหนัง Zero dark thirty   แต่หนังก็พยายามอธิบายถึงสาเหตุของการคงกำลัง ทหารสหรัฐตามที่ต่างๆ ได้อย่างดี คือกองกำลังเหล่านี้แหละที่จะช่วยบรรเทาวิกฤตต่างๆได้ ในหนังเรื่องนี้ยังคงกลิ่นอาย Bio เล้กน้อย เรื่อง สาบลับ Cia ที่ขายอาวุธให้ศัตรู เหมือนกับ Albert wesker ใน Bio
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
หนังไม่ได้ด่าว่าใครว่าเป็นผู้ร้าย อย่างในนิยายซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในความเห็นเรา ส่วนเรื่องความอลหม่าน ที่หนังซอมบี้ก่อนหน้านี้ทำมาได้ดี แต่ กับเรื่องนี้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ทำบอกเราว่านี่คือความจริงที่เราเผชิญ  มีบางช่วงในหนังที่เราเห็นว่าหนังแตะเรื่อง วัฒนธรรมที่ทำให้มนุษย์ตายได้ เช่น ตอนที่คนอาหรับ ร้องเพลง แล้วทำให้ ซอบบี้บุกมาได้
   มีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นในตัวหนังคือ หนังแสดงให้เห็นถึง ข้อดีข้อเสีย ของ โลกาภิวัตน์ คือการที่โลกเชื่อมกันได้รวดเร็วเป็นเหตุทำไมเชื้อระบาดไปทั่วโลก ขณะที่เกาหลีเหนือ ปิดประเทศสามรถป้องกันเชื้อไว้ได้ แต่ประชาชนก้ต้อวจ่ายราคาปิดประเทศก็คือ โดนถอนฟันออกทุกคน ทุกระบบการเมือง มันก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน หนังพยายามที่จะตั้งคำถามว่า ราคาที่ต้องจ่ายของระบอบประชาธิปไตยคืออะไร ในที่นี้คือ ความรวดเร็วของเชื้อ แต่ถ้าปิดประเทศ ราคาที่ต้องจ่ายก็คือ ฟันของประชาชนทุกคน
              อีกเรื่องก็คือ ที่หนังพุดถึงการสร้างกำแพงอิสลาเลอ ในเรื่องหนังตีความเรื่องประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก แต่ก็จะต้องมีเสียงข้างน้อยคอยตรวจสอบถ่วงดุล ไม่งั้นอิสลาเลอก้ไม่สร้างกำแพงขึ้นมา
     สรุป หนังเรื่องนี้เป็นแนว สลิ่มๆ แบบปัญญาชนที่ไม่ได้มองโลกแบบ ขาว ดำ เหมือน สลิ่มไทยมอง แต่เป็นสลิ่มที่พยายาม แสวงหา อัตลักษณ์ และพยายาม อลุ่มอลวยกับคนอื่นๆที่คิดไม่เหมือนตน ในสังคม และก้ไม่ได้ทิ้งความคิดแบบ สลิ่มๆของตนเอง  ถ้าใครชอบแนว หลอน หลบหนี รวมกลุ่มกัน การเชื่อมโยงกันทั่วโลก ผสม แอ็คชั่นจางๆ หละก้เรื่องนี้เลย
            
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ภาพยนตร์ World War Z
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่