19 มิ.ย. 2013 18:55:00
สโมสรพัทยา เอฟซี ยืนยันว่าจะไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ แม้จะมีหนังสือฟีฟ่าขู่แบนประเทศโดยเชื่อว่าเป็นการรับฟังสารด้านเดียวและถูกบิดเบือนข้อมูลพัทยา
ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา เอฟซี ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ถอนฟ้องนายวรวีร์ มะกูดี แล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะฟ้องได้อะไรขึ้นมา แต่ยืนยันว่าจะไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ อย่างแน่นอน
นายณฐภณ เผยว่า ประเด็นที่ฟ้องคือการรักษาสิทธิในความเป็นสมาชิกของตนเอง ที่จะถูกตัดออกอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมกับเรียกร้องให้ทางสมาคมฯ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น เพราะสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือจัดการเลือกตั้งเพื่อหานายกฯ คนใหม่แทนคนเก่าที่หมดวาระ ไม่ใช่ไปอ้างว่าฟีฟ่าจะแบน หรือเอาเรื่องธรรมนูญใหม่ฟีฟ่ามาพูด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในจดหมายของฟีฟ่า ที่ระบุตอนท้ายให้สมาคมฯปฏิบัติตามข้อตกลงในการประชุมกับฟีฟ่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นั้น ไม่มีการแจ้งให้สโมสรสมาชิกทราบถึงวาระการประชุม และมีใครรู้เรื่องเลยว่าไปคุยอะไรกันมาบ้าง
"ผมไม่ถอนฟ้องสมาคมฯแน่นอน ส่วนการฟ้องคุณวรวีร์ผมถอนไปแล้ว ผมขอให้แยกประเด็นอย่างนี้ มันมีอยู่ 2 ประเด็นที่ผมฟ้อง หนึ่งคือผมต้องการรักษาสิทธิของสโมสรพัทยา เอฟซี และเป็นตัวแทนของสโมสรสมาชิกทีมอื่นๆ ที่จะถูกตัดสิทธ์ จาก 184 เสียงไปเหลือ 72 เสียงอย่างไม่ชอบธรรม อยู่ดีๆ คุณจะมาตัดสิทธิของผมได้ยังไง แล้วก็ไปเอาทีมจากดิวิชั่น 2 ที่ไม่เคยเป็นสมาชิกสมาคมมาก่อนเลย มามีสิทธิเลือกตั้งแทนสโมสรอย่างพวกผมที่เสียเงินบำรุงสมาคมอยู่ทุกปี"
"ส่วนประเด็นที่สองคือตอนนี้สภากรรมการและตัวนายกฯหมดวาระไปแล้ว และต้องจัดการเลือกตั้งเพื่อหาสภากรรมการชุดใหม่ขึ้นมาภายใน 30 วันตามกฏหมายเรื่องนี้กกท.ก็รู้ดี หากสมาคมเดิมไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง สโมสรสมาชิก 1 ใน 3 ก็มีสิทธิจัดเองได้ โดยให้กกท.รับรอง แล้วถ้ากกท.ไม่ยอมรับรอง ก็ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157 ผมไม่สนใจหรอกว่าผู้ใหญ่ของกกท.จะกลัวถูกสื่อด่า หรือแฉอะไร ในเมื่อคุณเป็นข้าราชการก็ต้องทำหน้าที่ของตนเอง ผมขอฝากสื่อมวลชนด้วยว่าอย่าบิดเบือนความจริง ตอนนี้ฟีฟ่ากำลังฟังความข้างเดียว ฟีฟ่าถูกให้ข้อมูลผิดๆ ว่าประเทศไทยมีสโมสรสมาชิกแค่ 72 เสียง แล้วไปบิดเบือนว่าศาลห้ามไม่ให้จัดการประชุม สิ่งที่ศาลห้ามคือไม่ให้มีการลงมติเรื่องการลดจำนวนสมาชิกมาเหลือ 72 เสียงเท่านั้น การประชุมจะเกิดขึ้นแน่นอน และถ้าสมาคมไม่จัด พวกเราก็จะจัดกันเอง"
"ผมไม่เชื่อหรอกว่าฟีฟ่าจะมาแบนประเทศเรา ประเด็นที่ต้องมาคุยกันคือการจัดการเลือกตั้ง แต่นี่ยังพูดถึงแต่เรื่องธรรมนูญใหม่ฟีฟ่า ถ้าไม่ทำตามจะถูกแบน ผมขอถามหน่อยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. สมาคมไปคุยอะไรกับฟีฟ่า ทำไมไม่มีการแจ้งสโมสรสมาชิก ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าพวกคุณไปคุยอะไรกัน ทำแบบนี้มันก็ผิดกฏของสมาคมเองอยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าฟีฟ่าต้องให้เกียรตินายกสมาคมของแต่ละประเทศ เพราะถือเป็นผู้แทนองค์กรของเขา เขาย่อมต้องฟังนายกฯก่อน แต่ถ้าตัวนายกฯไปรายงานสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แล้วจะทำยังไง"
ที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.goal.com/th/news/4280/%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/2013/06/19/4059510/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%99
พัทยา เอฟซีปัดถอนฟ้องส.บอล เมินคำขู่แบน เชื่อฟีฟ่าฟังความข้างเดียว
สโมสรพัทยา เอฟซี ยืนยันว่าจะไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ แม้จะมีหนังสือฟีฟ่าขู่แบนประเทศโดยเชื่อว่าเป็นการรับฟังสารด้านเดียวและถูกบิดเบือนข้อมูลพัทยา
ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา เอฟซี ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ถอนฟ้องนายวรวีร์ มะกูดี แล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะฟ้องได้อะไรขึ้นมา แต่ยืนยันว่าจะไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ อย่างแน่นอน
นายณฐภณ เผยว่า ประเด็นที่ฟ้องคือการรักษาสิทธิในความเป็นสมาชิกของตนเอง ที่จะถูกตัดออกอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมกับเรียกร้องให้ทางสมาคมฯ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น เพราะสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือจัดการเลือกตั้งเพื่อหานายกฯ คนใหม่แทนคนเก่าที่หมดวาระ ไม่ใช่ไปอ้างว่าฟีฟ่าจะแบน หรือเอาเรื่องธรรมนูญใหม่ฟีฟ่ามาพูด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในจดหมายของฟีฟ่า ที่ระบุตอนท้ายให้สมาคมฯปฏิบัติตามข้อตกลงในการประชุมกับฟีฟ่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นั้น ไม่มีการแจ้งให้สโมสรสมาชิกทราบถึงวาระการประชุม และมีใครรู้เรื่องเลยว่าไปคุยอะไรกันมาบ้าง
"ผมไม่ถอนฟ้องสมาคมฯแน่นอน ส่วนการฟ้องคุณวรวีร์ผมถอนไปแล้ว ผมขอให้แยกประเด็นอย่างนี้ มันมีอยู่ 2 ประเด็นที่ผมฟ้อง หนึ่งคือผมต้องการรักษาสิทธิของสโมสรพัทยา เอฟซี และเป็นตัวแทนของสโมสรสมาชิกทีมอื่นๆ ที่จะถูกตัดสิทธ์ จาก 184 เสียงไปเหลือ 72 เสียงอย่างไม่ชอบธรรม อยู่ดีๆ คุณจะมาตัดสิทธิของผมได้ยังไง แล้วก็ไปเอาทีมจากดิวิชั่น 2 ที่ไม่เคยเป็นสมาชิกสมาคมมาก่อนเลย มามีสิทธิเลือกตั้งแทนสโมสรอย่างพวกผมที่เสียเงินบำรุงสมาคมอยู่ทุกปี"
"ส่วนประเด็นที่สองคือตอนนี้สภากรรมการและตัวนายกฯหมดวาระไปแล้ว และต้องจัดการเลือกตั้งเพื่อหาสภากรรมการชุดใหม่ขึ้นมาภายใน 30 วันตามกฏหมายเรื่องนี้กกท.ก็รู้ดี หากสมาคมเดิมไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง สโมสรสมาชิก 1 ใน 3 ก็มีสิทธิจัดเองได้ โดยให้กกท.รับรอง แล้วถ้ากกท.ไม่ยอมรับรอง ก็ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157 ผมไม่สนใจหรอกว่าผู้ใหญ่ของกกท.จะกลัวถูกสื่อด่า หรือแฉอะไร ในเมื่อคุณเป็นข้าราชการก็ต้องทำหน้าที่ของตนเอง ผมขอฝากสื่อมวลชนด้วยว่าอย่าบิดเบือนความจริง ตอนนี้ฟีฟ่ากำลังฟังความข้างเดียว ฟีฟ่าถูกให้ข้อมูลผิดๆ ว่าประเทศไทยมีสโมสรสมาชิกแค่ 72 เสียง แล้วไปบิดเบือนว่าศาลห้ามไม่ให้จัดการประชุม สิ่งที่ศาลห้ามคือไม่ให้มีการลงมติเรื่องการลดจำนวนสมาชิกมาเหลือ 72 เสียงเท่านั้น การประชุมจะเกิดขึ้นแน่นอน และถ้าสมาคมไม่จัด พวกเราก็จะจัดกันเอง"
"ผมไม่เชื่อหรอกว่าฟีฟ่าจะมาแบนประเทศเรา ประเด็นที่ต้องมาคุยกันคือการจัดการเลือกตั้ง แต่นี่ยังพูดถึงแต่เรื่องธรรมนูญใหม่ฟีฟ่า ถ้าไม่ทำตามจะถูกแบน ผมขอถามหน่อยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. สมาคมไปคุยอะไรกับฟีฟ่า ทำไมไม่มีการแจ้งสโมสรสมาชิก ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าพวกคุณไปคุยอะไรกัน ทำแบบนี้มันก็ผิดกฏของสมาคมเองอยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าฟีฟ่าต้องให้เกียรตินายกสมาคมของแต่ละประเทศ เพราะถือเป็นผู้แทนองค์กรของเขา เขาย่อมต้องฟังนายกฯก่อน แต่ถ้าตัวนายกฯไปรายงานสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แล้วจะทำยังไง"
ที่มา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้