ผมทำงานโรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเพื่อนร่วมงานเป็นช่างเครื่อง
ตอนนี้มีปัญหาคือ ช่างเครื่องคนนี้ ถูกบีบให้ออกจากงาน
เล่าความกันก่อน ช่างเครื่องคนที่ว่านี้ เป็นหลานชายของเจ้าของโรงงาน ซึ่งเป็นน้า
ช่างเครื่องคนนี้ ช่วยงานมาตั้งแต่ตั้งเสาโรงงาน ยังไม่มีเครื่องจักรสักตัว
แต่ด้วยนิสัยห่าม ๆ รักสนุก และด้วยความที่เป็นญาติสนิท ก็มีบ้างที่ไม่ค่อยฟังคำของเจ้าของโรงงาน
แต่ผมยืนยันได้ว่า เวลาทำงาน เขาทำเต็มที่จริง ๆ และมีฝีมือเข้าขั้นดีมาก
ส่วนเหตุการณ์ปัจจุบัน คือ ช่างเครื่องคนนี้ ได้ขอลากลับบ้านเป็นเวลา 3 วัน เพื่อกลับไปทำบัตรประชาชน (จริง ๆ แค่ 2 วันทำงาน คือ ศุกร์ และ เสาร์) หลังจากที่ไม่ได้ลาหยุดเลยเป็นเวลาเกือบสองปี (แต่ระหว่างนั้นมีหยุดงานบ้าง 2-3 วัน)
ระหว่างนั้น เกิดเรื่องไม่คาดคิด คือ พ่อตาของช่างเครื่องคนนี้ได้เสียชีวิตลงกระทันหัน ช่างเครื่องคนนี้เลยต้องไปช่วยงานศพพ่อตา จึงได้หยุดงานต่อทั้งสัปดาห์ (จันทร์ถึงเสาร์)
ช่างเครื่องคนนี้ยืนยันว่า ได้โทรมาลางานกับน้าแล้ว แต่ไม่รับโทรศัพท์ (เรื่องนี้ผมก็ยืนยันได้ว่าบทจะติดต่อไม่ได้ โทรยังไงแกก็ไม่รับ) เลยโทรมาหาหัวหน้าคนงาน เล่าเรื่องพ่อตาเสียให้ฟัง
หัวหน้าคนงานคนนี้ ก็เครือญาติกัน เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบเป็นการบอกข่าว มากกว่าที่จะเป็นการลางานแบบเป็นกิจจะลักษณะ ประมาณว่าถ้าเจ้าของโรงงานรู้ว่าพ่อตาของหลานตัวเองเสียชีวิต หลานก็คงจำเป็นต้องช่วยงานศพ และต้องลางานเพิ่มอยู่แล้ว
แต่พอช่างเครื่องกลับมาทำงาน เจ้าของโรงงานซึ่งเป็นน้าชายแท้ ๆ ก็เรียกเข้าไปพบ และแจ้งว่า ขาดงานโดยไม่ลา และหักค่าแรงไป 8 วัน (ทั้ง ๆ ที่ 2 วันแรก ก็ลางานกับเจ้าตัวโดยตรง)
ช่างเครื่องทราบดังนั้น วันต่อมาเลยไม่มาทำงาน แต่หลังจากนั้นก็มาทำงานปกติ เพราะว่าแม่ ซึ่งเป็นพี่สาวของเจ้าของโรงงาน เกลี้ยกล่อมว่า ให้อยู่ช่วยน้าไปก่อน (สถานการณ์ที่โรงงานกำลังตึงเครียด ขยายงานเร็วไปโดยที่ไม่พร้อมทั้งเครื่องจักรและบุคลากร)
แต่กลับเจอดาบสอง คือ โดนปรับค่าแรง จากรายเดือน มาเป็นรายวัน และลดค่าแรงลงเกือบสองร้อยบาทต่อวัน
เหตุการณ์นี้ เกือบเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ช่างเครื่องจะลาออก แต่ด้วยนิสัยห่าม ๆ ของเจ้าตัว เลยตัดสินใจว่า จะลองดูสักตั้ง ขออยู่กวนใจน้าตัวเองเล่น ๆ
เจ้าตัวเลยตัดสินใจอยู่ต่อ แต่ขอทำการประท้วงเงียบด้วยการไม่ยอมทำโอทีแม้แต่วันเดียว โดยใช้ข้ออ้างว่า ค่าแรงน้อย ไม่พอกิน ต้องไปช่วยภรรยาหารายได้เสริมช่วงเย็น
(ขอบอกก่อนว่าโอทีโรงงานนี้ทุเรศมาก แค่ 35 บาท/ชม.)
วันนี้ เลยโดนเรียกตัวเข้าไปพบอีกครั้ง และถูกแจ้งมาว่า ให้ลาออกซะ
ผมเลยอยากจะถามว่า ถ้าช่างเครื่องไม่ยอมลาออก จะทำได้มั้ย
การไม่ยอมทำโอทีตามคำสั่งนายจ้าง (ซึ่งค่าโอทีนั้นผิดกฎหมายแรงงานเต็ม ๆ) ถือเป็นความผิดหรือไม่
กรณีนี้ ช่างเครื่องสามารถใช้สิทธิ์หรือรักษาสิทธิ์อะไรได้บ้างครับ
หากจะต้องออกจากงานจริง ๆ ผมก็อยากให้เขาได้ผลประโยชน์สูงสุด เพราะงานนี้ผมมองว่าเจ้าของโรงงานทำไม่ถูกจริง ๆ
ขอความช่วยเหลือด้วยครับ
:: มีข้อปรึกษาทางกฎหมายครับ เกี่ยวกับการเลิกจ้างหรือบังคับให้ออก ::
ตอนนี้มีปัญหาคือ ช่างเครื่องคนนี้ ถูกบีบให้ออกจากงาน
เล่าความกันก่อน ช่างเครื่องคนที่ว่านี้ เป็นหลานชายของเจ้าของโรงงาน ซึ่งเป็นน้า
ช่างเครื่องคนนี้ ช่วยงานมาตั้งแต่ตั้งเสาโรงงาน ยังไม่มีเครื่องจักรสักตัว
แต่ด้วยนิสัยห่าม ๆ รักสนุก และด้วยความที่เป็นญาติสนิท ก็มีบ้างที่ไม่ค่อยฟังคำของเจ้าของโรงงาน
แต่ผมยืนยันได้ว่า เวลาทำงาน เขาทำเต็มที่จริง ๆ และมีฝีมือเข้าขั้นดีมาก
ส่วนเหตุการณ์ปัจจุบัน คือ ช่างเครื่องคนนี้ ได้ขอลากลับบ้านเป็นเวลา 3 วัน เพื่อกลับไปทำบัตรประชาชน (จริง ๆ แค่ 2 วันทำงาน คือ ศุกร์ และ เสาร์) หลังจากที่ไม่ได้ลาหยุดเลยเป็นเวลาเกือบสองปี (แต่ระหว่างนั้นมีหยุดงานบ้าง 2-3 วัน)
ระหว่างนั้น เกิดเรื่องไม่คาดคิด คือ พ่อตาของช่างเครื่องคนนี้ได้เสียชีวิตลงกระทันหัน ช่างเครื่องคนนี้เลยต้องไปช่วยงานศพพ่อตา จึงได้หยุดงานต่อทั้งสัปดาห์ (จันทร์ถึงเสาร์)
ช่างเครื่องคนนี้ยืนยันว่า ได้โทรมาลางานกับน้าแล้ว แต่ไม่รับโทรศัพท์ (เรื่องนี้ผมก็ยืนยันได้ว่าบทจะติดต่อไม่ได้ โทรยังไงแกก็ไม่รับ) เลยโทรมาหาหัวหน้าคนงาน เล่าเรื่องพ่อตาเสียให้ฟัง
หัวหน้าคนงานคนนี้ ก็เครือญาติกัน เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบเป็นการบอกข่าว มากกว่าที่จะเป็นการลางานแบบเป็นกิจจะลักษณะ ประมาณว่าถ้าเจ้าของโรงงานรู้ว่าพ่อตาของหลานตัวเองเสียชีวิต หลานก็คงจำเป็นต้องช่วยงานศพ และต้องลางานเพิ่มอยู่แล้ว
แต่พอช่างเครื่องกลับมาทำงาน เจ้าของโรงงานซึ่งเป็นน้าชายแท้ ๆ ก็เรียกเข้าไปพบ และแจ้งว่า ขาดงานโดยไม่ลา และหักค่าแรงไป 8 วัน (ทั้ง ๆ ที่ 2 วันแรก ก็ลางานกับเจ้าตัวโดยตรง)
ช่างเครื่องทราบดังนั้น วันต่อมาเลยไม่มาทำงาน แต่หลังจากนั้นก็มาทำงานปกติ เพราะว่าแม่ ซึ่งเป็นพี่สาวของเจ้าของโรงงาน เกลี้ยกล่อมว่า ให้อยู่ช่วยน้าไปก่อน (สถานการณ์ที่โรงงานกำลังตึงเครียด ขยายงานเร็วไปโดยที่ไม่พร้อมทั้งเครื่องจักรและบุคลากร)
แต่กลับเจอดาบสอง คือ โดนปรับค่าแรง จากรายเดือน มาเป็นรายวัน และลดค่าแรงลงเกือบสองร้อยบาทต่อวัน
เหตุการณ์นี้ เกือบเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ช่างเครื่องจะลาออก แต่ด้วยนิสัยห่าม ๆ ของเจ้าตัว เลยตัดสินใจว่า จะลองดูสักตั้ง ขออยู่กวนใจน้าตัวเองเล่น ๆ
เจ้าตัวเลยตัดสินใจอยู่ต่อ แต่ขอทำการประท้วงเงียบด้วยการไม่ยอมทำโอทีแม้แต่วันเดียว โดยใช้ข้ออ้างว่า ค่าแรงน้อย ไม่พอกิน ต้องไปช่วยภรรยาหารายได้เสริมช่วงเย็น
(ขอบอกก่อนว่าโอทีโรงงานนี้ทุเรศมาก แค่ 35 บาท/ชม.)
วันนี้ เลยโดนเรียกตัวเข้าไปพบอีกครั้ง และถูกแจ้งมาว่า ให้ลาออกซะ
ผมเลยอยากจะถามว่า ถ้าช่างเครื่องไม่ยอมลาออก จะทำได้มั้ย
การไม่ยอมทำโอทีตามคำสั่งนายจ้าง (ซึ่งค่าโอทีนั้นผิดกฎหมายแรงงานเต็ม ๆ) ถือเป็นความผิดหรือไม่
กรณีนี้ ช่างเครื่องสามารถใช้สิทธิ์หรือรักษาสิทธิ์อะไรได้บ้างครับ
หากจะต้องออกจากงานจริง ๆ ผมก็อยากให้เขาได้ผลประโยชน์สูงสุด เพราะงานนี้ผมมองว่าเจ้าของโรงงานทำไม่ถูกจริง ๆ
ขอความช่วยเหลือด้วยครับ