มิติลีลา

กระทู้สนทนา
บทนำ

"เอ๊ะ!!! อะไรอะ?" เด็กน้อยวัย 7 ขวบนามว่าพิชญา ตรงธรรมหรือน้องพีชคิดในใจ กับภาพของเด็กวัยใกล้เคียงกัน หน้าตาน่ารัก แต่งตัวประหลาด มีสายสะพายพาดไหล่สองข้าง ผมยาวจนต้องเกล้าเป็นมวยบนศรีษะ เหมือนกับในละครที่เคยดู กำลังวิ่งเล่นอยู่ภายในห้องน้ำซึ่งอยู่ระหว่างห้องอาหารกับห้องครัว

แต่เมื่อเห็นพี่นาย หรือปริญญา ผู้สูงวัยกว่าตน 4 ปี กำลังล้วงมือเข้าไปในถุงขนมของตน เจ้าตัวเลยละความสนใจจากทุกสิ่ง ดึงขนมมากอดไว้ พร้อมต่อว่าพี่ชายเป็นการใหญ่ว่า "พี่นายอะ นี่มันขนมของพีชนะ ของตัวเองก็มีไม่กินล่ะ ใช้ไม่ได้เลยนะพี่นาย" พูดเสร็จเจ้าตัวก็ทำตาประหลักประเหลือกดูแล้วเหมือนๆจะเริ่มหัดค้อนให้พี่ชาย ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ภายในห้องต่างก็อมยิ้มกับคำพูดคำจาและท่าทางของสาวน้อยมือใหม่

"พีช พ่อสอนว่ายังไงพีชจำไม่ได้เหรอ พ่อให้เรารู้จักแบ่งปันกันนะ พีชคงจำไม่ได้แน่เลย พี่เนี่ยมีอะไรก็ให้พีชตลอดนะ บางทีถ้าพีชอยากได้ พี่ยอมอดเพื่อพีชนะ" เรียกรอยยิ้มจากบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่นั่งฟัง แล้วรอฟังว่าผู้เป็นน้องจะทำอย่างไรต่อ น้องสาวตัวดีขยับเข้าไปจับเข่าพี่ชาย เงยหน้ามองด้วยสายตาซึ้งๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า

"พี่นายเปลี่ยนชื่อเป็น เด็กชายประเสริฐเหอะ" เสียงหัวเราะดังลั่น เจษฏาผู้ซึ่งเป็นคุณพ่อของน้องๆทนไม่ไหวก็เลยแซวออกไป
"แล้วนามสกุลล่ะลูก ต้องเปลี่ยนมั้ย เป็นอะไรดีล่ะ ประเสริฐ ดีจริงจริ๊งมั้ยคะ?"
ฉับพลันเสียงทุกอย่างก็ยุติลงในความรู้สึกของเด็กน้อย แล้วพิชญาก็รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในห้องพระชั้นบน เห็นเด็กเกล้ามวยวิ่งเล่นอยู่ในห้องนั้น และมีพระคุณเจ้ารูปหนึ่งยืนมองอยู่แล้วส่ายหัว คราวนี้กินเวลานานกว่าคราวที่แล้วแวบหนึ่ง

เด็กน้อยนั่งงงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีปฏิกริยาตอบรับกับคำถามของคุณพ่อและเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ คุณแม่กานดา เห็นทีท่าแปลกๆของน้องก็ลงไปอุ้มน้องขึ้นมานั่งตักแล้วกอดไว้ พลางถามว่า

"เป็นอะไรไปลูก? ไม่สบายรึเปล่าคะ?" พิชญาพลันส่ายหัว ยื่นหน้าไปหอมแก้มคุณแม่แล้วขยับลงจากตักไปนั่งข้างพี่ชายดั่งเดิม สะกิดพี่ชายให้มากินขนมในถุงที่เจ้าตัวถือไม่ยอมปล่อยจากมือตลอดเวลา และก็เริ่มชวนพี่ชายคุยด้วยสารพัดเรื่องที่จะนึกออก



ณ ยังบริเวณวัดเก่าร่มรื่นแห่งหนึ่งในอยุธยา ครอบครัวตรงธรรมกำลังเดินมุ่งหน้าเข้าไปในกุฏิของเจ้าอาวาสพร้อมด้วยสัมภาระที่จะนำมาถวายเพื่อทำนุบำรุงศาสนาให้สืบสานต่อไป พลันทุกคนก็คุกเข่าลง วางสัมภาระไว้ข้างกาย แล้วยกมือนมัสการพระสงฆ์วัยกลางคนรูปหนึ่ง พระคุณเจ้ารูปนั้นก็หยุดเดินแล้วเอ่ยทักทายว่า

"เจริญพรโยม เข้าไปคุยกันในกุฏิของอาตมาก่อน" แล้วท่านก็เดินนำครอบครัวเข้าไปยังกุฏิสองชั้นของท่าน

หลังจากที่ทุกคนถวายสิ่งของและรับพรเป็นที่เรียบร้อย ท่านก็เริ่มสนทนาธรรมกับญาติโยม

"การที่จะทำนุบำรุงให้ศาสนายังคงอยู่และสืบต่อไปในอนาคตนั้น ไม่ว่าจะทำในทางใดด้วยใจบริสุทธิ์ ใช้แรงกายหรือทรัพย์สินที่มีเป็นสิ่งสมควร แต่กระนั้นทุกท่านในที่นี้ก็ควรคำนึงถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา เผยแผ่แนวทางเพื่อให้พ้นทุกข์ ผู้ที่เลื่อมใสในศาสนา พึงอย่าละเลย พึงระลึกไว้เสมอว่า ศาสนาจะอยู่ก็ต่อเมื่อหลักธรรมคำสอนที่ตรงตามคำสอนยังถูกถ่ายทอดอย่างถูกต้องครบถ้วน ถ้าผู้คนเริ่มเสื่อมจากการปฏิบัติ หลักธรรมถูกบิดเบือน เราจะเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลานในยุคต่อไป นอกจากนี้ การปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์นะโยมนะ อย่ารอเวลาที่เป็นทุกข์แล้วถึงมา ทุกท่านสามารถที่จะมาฝึกสติ สมาธิ อยู่กับปัจจุบัน อาตมาขอฝากไว้ให้ทุกท่านนำไปพิจารณาด้วย"

จากนั้นท่านก็แจกหนังสือสวดมนต์เล่มเล็กๆหนึ่งเล่มให้ทุกท่าน แต่เพิ่มหนังสือเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมแบบสติปัฏฐานสี่ให้คุณเจษฎาพร้อมกำชับให้หัวหน้าครอบครัวนำครอบครัวสวดมนต์และปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ

                                                            **************************
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่