สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณครับ กระทู้้คุณเตือนสติผมได้ เหมือนมีอะไรมากระแทก ตอนนี้แม่ผมยังสบายดีแต่ผมทำไห้ท่านต้องผิิดหวังบ่อยครั้ง ผมเถียงแม่บ่อยมากเหตุเพราะแม่ใจดี แต่พ่อผมดุ บางครั้งพ่อสั่งทำอะไรที่ขัดใจผมก็ไปลงกับแม่ ผมนี้มันลูกเลวจริงๆ แต่พรุ่งนี้มันจะเปลี่ยนไปครับ ผมจะดูแลแม่ของผมไห้มากๆ และจะไม่ทำไห้ท่านผิดหวังอีกแล้ว
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
สมาชิกหมายเลข 892526 ถูกใจ, ตัวแทนแห่งจันทรา ถูกใจ, Soft Cake ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 765953 ซึ้ง, discreet ถูกใจ, littleimp ซึ้ง, mydream99_girl ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 730869 ซึ้ง, sister.long.leg ถูกใจ, หัวใจนก ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
ของเราผ่านประสบการณ์การเกี่ยวกับคุณยาย อยากมาแบ่งปัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราสนิทกับยายเรามาก ท่านรักและเอ็นดูเราที่สุด เราก็ไม่เคยทำตัวไม่ดีกับท่านนะ ความสัมพันธ์เราสองคนดีมาก
แต่เราต้องมาเรียนต่อต่างประเทศหลายปีช่วงหลังจบมัธยมแล้ว กลับไทยปีละครั้งสองครั้ง
ประมาณกลางพ.ย.ปีที่แล้ว พี่เราบอกเราว่า ยายป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปลายพ.ย.นั้นเรากลับไทยเลย
กลับไปได้ประมาณสามอาทิตย์ ตอนแรกก็ไปเยี่ยมที่รพ. ต่อมา ก็มาดูแลท่านต่อที่บ้าน
แต่อาการก็ทรุดลงตามโรค ก็เลยเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนแทน เราก็ไม่ต้องทำหน้าที่เหล่านั้นแล้ว
แต่ก็จะพลัดกันกับป้าและหลานอีกสองคน อยู่เป็นเพื่อนยาย 24 ชม. ทุกวัน คือ ไม่มีวันไหนที่ยายต้องอยู่คนเดียวเลย
แล้วเราก็กลับมาสอบ พอปิดเทอม ก็กลับไทยอีก เปิดเทอมก็มาเรียน แต่พอเรื่องลงทะเบียนเรียบร้อย เราก็กลับไทยไปเยี่ยมท่านอีกเป็นเดือน
เพราะเราเคยถามหมอว่า คุณยายจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ เค้าบอกว่า ประมาณสี่เดือน เราเลยรู้ว่า ถ้าไม่กลับไทยไปอยู่ใกล้ๆท่าน ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
พ่อเราเวลาเจอยาย จะชอบให้ยายจบของถวายพระ แล้วให้อนุโมทนาบุญ อย่างเราเวลาไปบริจาคหรือทำบุญมา ก็จะให้ยายอนุโมทนาบุญด้วย
แล้วตอนท่านจะไป พวกเราเปิดซีดีเสียงสวดมนต์ให้ท่านฟัง แล้วท่านก็จากไปอย่างสงบ โดยลูกๆอยู่ครบ
ทุกวันนี้ ท่านไม่อยู่แล้ว เรายังคงสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ท่านเรื่อยๆ (พยายามทำทุกวันพระหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง)
เวลานึกถึงท่าน ก็จะนึกถึงช่วงวัยเด็ก แล้วก็ช่วงที่เราไปดูแลท่านที่บ้าน คือ เรารู้สึกว่า การได้ลงมือดูแลท่าน มันยิ่งใหญ่มากกว่าตอนเราเฝ้าที่รพ.มาก แต่ก็ยังรู้สึกว่า เวลาไม่พอ อยากทดแทนบุญคุณมากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ก็เลยอาศัยทำบุญไปให้ท่าน แล้วก็ทำดีกับพ่อแม่แทน
ถ้ามีอะไรที่เราอยากจะบอกจขกท.ก็นั่นคือ
1 มีสติ เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจธรรมดาของโลกที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย รวมถึงเข้าใจในตัวโรคภัยไข้เจ็บของท่านด้วยว่าควรดูแลรักษาและระวังอะไรบ้าง แล้วก็ระลึกถึงบุญคุณท่านเสมอ
2 เวลาที่เหลืออยู่ใช้ให้คุ้มค่ากับท่านที่สุด ภาระหน้าที่กิจกรรมอะไร หยุดได้ก็หยุด แบ่งเวลามาเยี่ยม มาดูแลท่านเยอะๆ อะไรที่ทำให้ท่านสบายตัวสบายใจขึ้น ก็พยายามทำให้มากที่สุด เพราะ เราคงไม่มีโอกาสทำได้ไปตลอด เวลานี้ต้องทำให้เต็มที่ อะไรที่เงินซื้อความสบายให้ท่านได้ก็อย่าไปเสียดาย เช่น เตียงสบายๆ อาหารที่มีประโยชน์ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
3 ทำบุญให้ท่านเยอะๆ อาจจะนิมนต์พระมาสวดมนต์ให้ท่าน ถวายผ้าบังสกุล ฟรือ คุณไปทำบุญแล้วให้คุณแแม่ร่วมอนุโมทนาบุญ ให้ท่านฟังธรรมหรือบทสวดมนต์ เพราะ คนเราพอจากโลกนี้ไปแล้ว สิ่งของเงินทองก็เอาไปไม่ได้ มีแต่บุญบาปเท่านั้น เราก็ต้องอยากให้ท่านมีบุญติดตัวไปให้ได้มากที่สุด
4 อยู่อย่างมีความหวัง ทั้งคุณแม่และตัวคุณเอง คือ ไม่หดหู่เรื่องโรคว่าทำไมต้องเกิดขึ้นกับคนของเรา แต่ให้มองว่า มันเป็นธรรมดาที่คนเราจะป่วยและแก่ลง แล้วจะทำอย่างไรให้ท่านอยู่ได้นานที่สุด และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้อย่างไร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราสนิทกับยายเรามาก ท่านรักและเอ็นดูเราที่สุด เราก็ไม่เคยทำตัวไม่ดีกับท่านนะ ความสัมพันธ์เราสองคนดีมาก
แต่เราต้องมาเรียนต่อต่างประเทศหลายปีช่วงหลังจบมัธยมแล้ว กลับไทยปีละครั้งสองครั้ง
ประมาณกลางพ.ย.ปีที่แล้ว พี่เราบอกเราว่า ยายป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปลายพ.ย.นั้นเรากลับไทยเลย
กลับไปได้ประมาณสามอาทิตย์ ตอนแรกก็ไปเยี่ยมที่รพ. ต่อมา ก็มาดูแลท่านต่อที่บ้าน
แต่อาการก็ทรุดลงตามโรค ก็เลยเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนแทน เราก็ไม่ต้องทำหน้าที่เหล่านั้นแล้ว
แต่ก็จะพลัดกันกับป้าและหลานอีกสองคน อยู่เป็นเพื่อนยาย 24 ชม. ทุกวัน คือ ไม่มีวันไหนที่ยายต้องอยู่คนเดียวเลย
แล้วเราก็กลับมาสอบ พอปิดเทอม ก็กลับไทยอีก เปิดเทอมก็มาเรียน แต่พอเรื่องลงทะเบียนเรียบร้อย เราก็กลับไทยไปเยี่ยมท่านอีกเป็นเดือน
เพราะเราเคยถามหมอว่า คุณยายจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ เค้าบอกว่า ประมาณสี่เดือน เราเลยรู้ว่า ถ้าไม่กลับไทยไปอยู่ใกล้ๆท่าน ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
พ่อเราเวลาเจอยาย จะชอบให้ยายจบของถวายพระ แล้วให้อนุโมทนาบุญ อย่างเราเวลาไปบริจาคหรือทำบุญมา ก็จะให้ยายอนุโมทนาบุญด้วย
แล้วตอนท่านจะไป พวกเราเปิดซีดีเสียงสวดมนต์ให้ท่านฟัง แล้วท่านก็จากไปอย่างสงบ โดยลูกๆอยู่ครบ
ทุกวันนี้ ท่านไม่อยู่แล้ว เรายังคงสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ท่านเรื่อยๆ (พยายามทำทุกวันพระหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง)
เวลานึกถึงท่าน ก็จะนึกถึงช่วงวัยเด็ก แล้วก็ช่วงที่เราไปดูแลท่านที่บ้าน คือ เรารู้สึกว่า การได้ลงมือดูแลท่าน มันยิ่งใหญ่มากกว่าตอนเราเฝ้าที่รพ.มาก แต่ก็ยังรู้สึกว่า เวลาไม่พอ อยากทดแทนบุญคุณมากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ก็เลยอาศัยทำบุญไปให้ท่าน แล้วก็ทำดีกับพ่อแม่แทน
ถ้ามีอะไรที่เราอยากจะบอกจขกท.ก็นั่นคือ
1 มีสติ เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจธรรมดาของโลกที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย รวมถึงเข้าใจในตัวโรคภัยไข้เจ็บของท่านด้วยว่าควรดูแลรักษาและระวังอะไรบ้าง แล้วก็ระลึกถึงบุญคุณท่านเสมอ
2 เวลาที่เหลืออยู่ใช้ให้คุ้มค่ากับท่านที่สุด ภาระหน้าที่กิจกรรมอะไร หยุดได้ก็หยุด แบ่งเวลามาเยี่ยม มาดูแลท่านเยอะๆ อะไรที่ทำให้ท่านสบายตัวสบายใจขึ้น ก็พยายามทำให้มากที่สุด เพราะ เราคงไม่มีโอกาสทำได้ไปตลอด เวลานี้ต้องทำให้เต็มที่ อะไรที่เงินซื้อความสบายให้ท่านได้ก็อย่าไปเสียดาย เช่น เตียงสบายๆ อาหารที่มีประโยชน์ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
3 ทำบุญให้ท่านเยอะๆ อาจจะนิมนต์พระมาสวดมนต์ให้ท่าน ถวายผ้าบังสกุล ฟรือ คุณไปทำบุญแล้วให้คุณแแม่ร่วมอนุโมทนาบุญ ให้ท่านฟังธรรมหรือบทสวดมนต์ เพราะ คนเราพอจากโลกนี้ไปแล้ว สิ่งของเงินทองก็เอาไปไม่ได้ มีแต่บุญบาปเท่านั้น เราก็ต้องอยากให้ท่านมีบุญติดตัวไปให้ได้มากที่สุด
4 อยู่อย่างมีความหวัง ทั้งคุณแม่และตัวคุณเอง คือ ไม่หดหู่เรื่องโรคว่าทำไมต้องเกิดขึ้นกับคนของเรา แต่ให้มองว่า มันเป็นธรรมดาที่คนเราจะป่วยและแก่ลง แล้วจะทำอย่างไรให้ท่านอยู่ได้นานที่สุด และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้อย่างไร
Under the Lemon Tree ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 891778 ถูกใจ, สิงห์ขี้เมา ซึ้ง, Il Maze ถูกใจ, littleimp ซึ้ง, mydream99_girl ซึ้ง, อดีตหมูอ้วน ซึ้ง, Bear Waldorf ซึ้ง, นายแก้ว&นายขวัญ ถูกใจ, HanunNa ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ครอบครัว
เมื่อได้ยินคำว่า "ถึงเวลาที่ต้องสั่งเสียลูก" จากปากของผู้เป็นแม่...
...ท้ายนี้ กระทู้นี้ผมอยากถามว่ามีใครบ้างที่เคยผ่านสถานการณแบบนี้ ???