US BOX OFFICE June 14-16, 2013

(ข้อมูล/ แปลและเรียบเรียงจาก
www.boxofficemojo.com)
Man of Steel ถือเป็นหนึ่งในหนังที่มีคนอยากชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ และผลลัพธ์ที่ได้จากการเปิดตัวในสัปดาห์แรกก็ถือว่า น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยนับถึงสิ้นสุดวันอาทิตย์ Man of Steel ทำเงินได้อย่างน่ามหัศจรรย์ถึง 116.6 ล้านเหรียญ ถ้านับเฉพาะรายได้สุดสัปดาห์วันศุกร์ – อาทิตย์ตามปกติ แต่หนังยังเก็บเงินในรอบคืนวันพฤหัสฯ ได้อีก 12 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมพุ่งไปถึง 128.6 ล้านเหรียญ ถือเป็นหนังเปิดตัวดีที่สุดอันดับ 2 ของปี 2013 รองจาก Iron Man 3 และสร้างสถิติหนังเปิดตัวในเดือนมิถุนายนใหม่ เอาชนะที่ Toy Story 3 ทำไว้ 110.3 ล้านเหรียญ และรายได้สามวัน 116.6 ล้านเหรียญ ถือเป็นหนังไม่ใช่ภาคต่อเปิดตัวดีที่สุดอันดับ 2 ตลอดกาล รองจาก The Hunger Games หนัง Man of Steel ยังถือว่าทำได้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับ Superman Returns เมื่อปี 2006 โดยหนังเปิดตัวตั้งแต่วันพุธ และทำรายได้ 5 วันแรกแค่ 84.6 ล้านเหรียญ แต่ถ้าปรับตามค่าเงินเฟ้อ จะเท่ากับ 102.5 ล้านเหรียญ ซึ่งก็ยังต่ำกว่า 128.6 ล้านเหรียญ ของ Man of Steel อยู่ดี
กับความต้องการหนังภาคต่ออย่างแรง เพื่อทดแทนการขาดหายจากจอของหนังชุด Harry Potter กับ The Dark Knight วอร์เนอร์ฯ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ Man of Steel ฮิต เพื่อให้หนังภาคต่อเดินหน้าไปได้ และจากที่เป็น ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมากๆ ที่น่าสนใจก็คือ ขณะที่ซูเปอร์แมนเป็นตัวละครฮิตที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่คนดูกลับลืมหนัง Superman Returns ไปจนหมด ทำให้ Man of Steel ไม่ต้องอยู่ในสภาพเดียวกับที่ The Amazing Spider-Man เจอเมื่อปีที่แล้ว
และกับเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ทางวอร์เนอร์จัดเต็มกับการทำการตลาดที่สำคัญพวกเขากดถูกปุ่มมาตลอด ทั้งผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน และแซ็ค สไนเดอร์ ตามลำดับ ต่างมีเครดิตที่ดีในการทำหนังจากหนังสือการ์ตูน และทั้งคู่ต่างก็เป็นส่วนสำคัญในการโฆษณา ซึ่งย้ำว่า นี่คือหนังที่เป็นเรื่องราวของจุดเริ่มต้น ไม่จำเป็นที่คนดูต้องรู้อะไรมาก่อน แล้วก็ปักหลัก เน้นหนักไปที่ตัวละคร ก่อนที่ในตอนท้าย จะใช้ภาพที่ดูตื่นตาและฉากแอ็คชั่นที่มาเต็มเป็นตัวปิด ทุกอย่างชัดเจนและนำเสนอออกมาอย่างได้ผล Man of Steel เลยกลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่อยู่เหนือมาตรฐานของหนังซูเปอร์ฮีโร่โดยทั่วไป และเป็นหนังที่เรื่องที่ “ต้อง” ดู
คนดูของ Man of Steel หนักไปทางผู้ชาย (56%) แต่ไม่มีการแจ้งเรื่องอายุให้ทราบ รายได้จากโรง 3 มิติเท่ากับ 41% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่น่าพอใจสำหรับการฉายในระบบนี้ แต่รายได้จากโรงไอแมกซ์คิดเป็น 12% ซึ่งส่วนใหญ่จะฉายในระบบ 3 มิติ แต่กับโรงไอแมกซ์ 2 มิติก็ไปได้ดี
นักวิจารณ์ดูจะไม่รัก Man of Steel นัก แต่กับคนดูหนังได้คะแนน A- จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งหมายความว่าจะได้เสียงบอกปากต่อปากที่ดี และน่าจะไปได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ และน่าจะมองรายได้สุดท้ายที่มากกว่า 300 ล้านเหรียญได้
ที่ตามมาห่างๆ ในอันดับ2 เป็นหนังตลก หายนะโลกของเซ็ธ โรเก้น และอีวาน โกลด์เบิร์ก This is the End ทำรายได้เปิดตัว 33 ล้านเหรียญ สำหรับการฉาย 5 วัน โดยรายได้สุดสัปดาห์ 3 วันของหนังอยู่ที่ 20.7 ล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่า Pineapple Express (41.3 ล้านเหรียญ) แถมห่างจาก Tropic Thunder (36.8 ล้านเหรียญ) นิดหน่อย แม้รายได้จะไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ดีสำหรับหนังทุนสร้างปานกลาง ที่นักแสดงในเรื่องต่่างเล่นเป็นตัวเอง ซึ่งเป็นหนังในประเภทที่คนดูมักจะเมิน
คนดู 60% เป็นชาย และ 48% อายุต่ำกว่า 25 หนังได้คะแนน B+ จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งน่าจะได้เสียงบอกปากต่อปากที่ดี แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และต่อๆ ไป หนังจะเทมาชนกันเต็มๆ ทำให้หนังน่าจะไปได้ราวๆ 100 ล้านเหรียญ และเป็นไปได้ว่าจะต่ำกว่าไม่มากนัก
Now You See Me ยังยืนระยะได้ดี และถือว่าดีที่สุดในหนัง 12 อันดับแรก หนังอยู่ในอันดับ 3 รายได้ตกแค่ 42% เก็บเงินมาได้ 11 ล้านเหรียญ หนังทำเงินไปแล้ว 80.7 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดโปรแกรมด้วยรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญนิดๆ และทำให้กลายเป็นหนังเซอร์ไพรส์ของซัมเมอร์นี้
อันดับ 4 เป็น Fast & Furious 6 รายได้ลดลง 51% ทำเงินมา 9.6 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนังชุดนี้ที่ทำเงินสูงสุดไปแล้วด้วยตัวเลข 219.7 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดตัวที่ราวๆ 240 ล้านเหรียญ
หลังออกตัวสวยในอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ก่อน The Purge รายได้รูดถึง 76% ได้เงินอีก 8.3 ล้านเหรียญ แม้รายได้จะตกเยอะ แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐานของหนังสยองขวัญ โดยรายได้ตกมากที่สุดตลอดกาลอันดับ 25 และเกือบจะเท่าๆ กับรายได้สัปดาห์ที่ 2 ของ Texas Chainsaw Massacre 3D และ The Devil Inside ผ่าน 10 วันหนังทำเงินไปแล้ว 52 ล้านเหรียญ
The Internship ถือว่าทำได้ดีกว่า The Purge เล็กน้อย หนังตลกของพนักงานกูเกิลเรื่องนี้ รายได้ร่วง 59% เก็บเงินมา 7.1 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นยอดตกที่น่ากลัวมากๆ สำหรับหนังตลก ที่ยังพอยืนระยะอยู่ได้ ก็เนื่องจากเสียงบอกปากต่อปากที่มีพอสมควร ถ้าเลือกจังหวะลงโรงได้ดีกว่านี้ ไม่ต้องมาเจอ Man of Steel กับหนังตลกเรท อาร์เหมือนกันอย่าง This is the End หนังน่าจะไปได้ดีกว่าที่เห็น
หลังฉายแบบจำกัดโรงมาสามสัปดาห์ Before Midnight เพิ่มโรงเป็น 897 โรง ได้เงินมาอีก 1.38 ล้านเหรียญ รายได้รวมอยู่ที่ 3.05 ล้านเหรียญ ซึ่งมีทางที่จะเอาชนะสองหนังภาคแรก (5.5 และ 5.8 ล้านเหรียญ ตามลำดับ) ซึ่งไม่ใช่รายได้ที่มากมายอะไร
หันมาดูตลาดนอกอเมริกาบ้าง Man of Steel ก็ไปได้ดีเหมือนกัน หนังเปิดตัวด้วยรายได้ 71.6 ล้านเหรียญจาก 24 ตลาด และมีแค่ 3 แห่งเท่านั้นที่เป็นตลาดหลัก หนังทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำที่อังกฤษ 17.1 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่ารายได้เปิดตัวของ Iron Man 3 นิดเดียว และเก็บเงินในเม็กซิโกไป 9.8 ล้านเหรียญ ต่ำกว่า Dark Knight เล็กน้อย และ 8.8 ล้านเหรียญที่เกาหลีใต้ ในตลาดเล็กๆ หนังก็ไปได้ดีพอๆ กัน ในฟิลลิปปินส์ หนังเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ด้วยรายได้ 5.6 ล้านเหรียญ เปิดตัวอันดับ 1 ที่มาเลเซีย 3.05 ล้านเหรียญ และสหรัฐ อาหรับ เอมิเรสท์ 2 ล้านเหรียญ
สัปดาห์นี้ Man of Steel จะเปิดตัวที่ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, อิตาลี, สเปน, รัสเซีย และจีน ถ้าทำได้ดีเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา รายได้นอกอเมริกา น่าจะอยู่ที่ราวๆ 500 ล้านเหรียญ
กับสัปดาห์ที่สองของการฉาย After Earth รายได้ตกลง 47% เก็บเงินมาอีก 24 ล้านเหรียญ หนังไซ-ไฟ, ผจญภัย พ่อ-ลูกตระกูลสมิธ ทำเงินรวมไป 91.1 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่น่าพอใจเลย เมื่อมองว่าหนังออกฉายเกือบจะทุกตลาดเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือก็ที่ญี่ปุ่น และจีน
Fast & Furious 6 ได้เงินมาอีก 20 ล้านเหรียญ รายได้รวมพุ่งไปถึง 417.3 ล้านเหรียญ แซงแชมป์เก่าของหนังชุดนี้ Fast 5 416 ล้านเหรียญไปแล้ว หนังทำสถิติเป็นหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาใต้ ด้วยรายได้ 94 ล้านเหรียญ หนังยังมีรายได้จากญี่ปุ่นกับจีนให้ลุ้นอีกในเดือนกรกฎาคม ทำให้หนังน่าจะทำเงินนอกอเมริกาได้กว่า 500 ล้านเหรียญ
The Hangover Part III และ Star Trek Into Darkness ต่างทำรายได้ผ่าน 200 ล้านเหรียญนอกอเมริกาเรียบร้อย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ Hangover ต้องขอบคุณการยืนระยะที่ดี ส่วน Trek ต้องขอบคุณรายได้เปิดตัวในฝรั่งเศส 3.5 ล้านเหรียญ, บราซิล 3.1 ล้านเหรียญ และอิตาลี 1.5 ล้านเหรียญ
นอกอเมริกา Now You See Me ก็ฮิตเหมือนกัน หนังยืนระยะได้เยี่ยม โดยเก็บเงินมาอีก 15.6 ล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้เปิดตัวที่งดงามมากๆ ในรัสเซีย 10.2 ล้านเหรียญ หนังทำเงินไปแล้ว 27.7 ล้านเหรียญ และยังไม่เปิดตัวใน อังกฤษ, บราซิล, เยอรมันนี, อิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส ทำให้มองรายได้ไปได้ไกลกว่านี้
อันดับหนังทำเงินในบ้านเรา คลิกชมได้ที่
http://www.sadaos.com/tag/thailand-box-office-2013/
อันดับหนังทำเงินในอเมริกาสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา คลิกชมได้ที่
http://www.sadaos.com/category/one-short/us-box-office/
อ่านแล้วชอบคลิก Like ได้ที่
www.facebook.com/Sadaos
และติดตามข่าวสาร, อ่านเรื่องราว บทวิจารณ์หนัง-เพลงมากมายได้ที่
www.sadaos.com
บุรุษเหล็กร่างล่ำ บินสูงทุบสถิติหนังเปิดตัวเดือนมิถุนาฯ ในอเมริกา
(ข้อมูล/ แปลและเรียบเรียงจาก www.boxofficemojo.com)
Man of Steel ถือเป็นหนึ่งในหนังที่มีคนอยากชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ และผลลัพธ์ที่ได้จากการเปิดตัวในสัปดาห์แรกก็ถือว่า น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยนับถึงสิ้นสุดวันอาทิตย์ Man of Steel ทำเงินได้อย่างน่ามหัศจรรย์ถึง 116.6 ล้านเหรียญ ถ้านับเฉพาะรายได้สุดสัปดาห์วันศุกร์ – อาทิตย์ตามปกติ แต่หนังยังเก็บเงินในรอบคืนวันพฤหัสฯ ได้อีก 12 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมพุ่งไปถึง 128.6 ล้านเหรียญ ถือเป็นหนังเปิดตัวดีที่สุดอันดับ 2 ของปี 2013 รองจาก Iron Man 3 และสร้างสถิติหนังเปิดตัวในเดือนมิถุนายนใหม่ เอาชนะที่ Toy Story 3 ทำไว้ 110.3 ล้านเหรียญ และรายได้สามวัน 116.6 ล้านเหรียญ ถือเป็นหนังไม่ใช่ภาคต่อเปิดตัวดีที่สุดอันดับ 2 ตลอดกาล รองจาก The Hunger Games หนัง Man of Steel ยังถือว่าทำได้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับ Superman Returns เมื่อปี 2006 โดยหนังเปิดตัวตั้งแต่วันพุธ และทำรายได้ 5 วันแรกแค่ 84.6 ล้านเหรียญ แต่ถ้าปรับตามค่าเงินเฟ้อ จะเท่ากับ 102.5 ล้านเหรียญ ซึ่งก็ยังต่ำกว่า 128.6 ล้านเหรียญ ของ Man of Steel อยู่ดี
กับความต้องการหนังภาคต่ออย่างแรง เพื่อทดแทนการขาดหายจากจอของหนังชุด Harry Potter กับ The Dark Knight วอร์เนอร์ฯ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ Man of Steel ฮิต เพื่อให้หนังภาคต่อเดินหน้าไปได้ และจากที่เป็น ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมากๆ ที่น่าสนใจก็คือ ขณะที่ซูเปอร์แมนเป็นตัวละครฮิตที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่คนดูกลับลืมหนัง Superman Returns ไปจนหมด ทำให้ Man of Steel ไม่ต้องอยู่ในสภาพเดียวกับที่ The Amazing Spider-Man เจอเมื่อปีที่แล้ว
และกับเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ทางวอร์เนอร์จัดเต็มกับการทำการตลาดที่สำคัญพวกเขากดถูกปุ่มมาตลอด ทั้งผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน และแซ็ค สไนเดอร์ ตามลำดับ ต่างมีเครดิตที่ดีในการทำหนังจากหนังสือการ์ตูน และทั้งคู่ต่างก็เป็นส่วนสำคัญในการโฆษณา ซึ่งย้ำว่า นี่คือหนังที่เป็นเรื่องราวของจุดเริ่มต้น ไม่จำเป็นที่คนดูต้องรู้อะไรมาก่อน แล้วก็ปักหลัก เน้นหนักไปที่ตัวละคร ก่อนที่ในตอนท้าย จะใช้ภาพที่ดูตื่นตาและฉากแอ็คชั่นที่มาเต็มเป็นตัวปิด ทุกอย่างชัดเจนและนำเสนอออกมาอย่างได้ผล Man of Steel เลยกลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่อยู่เหนือมาตรฐานของหนังซูเปอร์ฮีโร่โดยทั่วไป และเป็นหนังที่เรื่องที่ “ต้อง” ดู
คนดูของ Man of Steel หนักไปทางผู้ชาย (56%) แต่ไม่มีการแจ้งเรื่องอายุให้ทราบ รายได้จากโรง 3 มิติเท่ากับ 41% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่น่าพอใจสำหรับการฉายในระบบนี้ แต่รายได้จากโรงไอแมกซ์คิดเป็น 12% ซึ่งส่วนใหญ่จะฉายในระบบ 3 มิติ แต่กับโรงไอแมกซ์ 2 มิติก็ไปได้ดี
นักวิจารณ์ดูจะไม่รัก Man of Steel นัก แต่กับคนดูหนังได้คะแนน A- จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งหมายความว่าจะได้เสียงบอกปากต่อปากที่ดี และน่าจะไปได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ และน่าจะมองรายได้สุดท้ายที่มากกว่า 300 ล้านเหรียญได้
ที่ตามมาห่างๆ ในอันดับ2 เป็นหนังตลก หายนะโลกของเซ็ธ โรเก้น และอีวาน โกลด์เบิร์ก This is the End ทำรายได้เปิดตัว 33 ล้านเหรียญ สำหรับการฉาย 5 วัน โดยรายได้สุดสัปดาห์ 3 วันของหนังอยู่ที่ 20.7 ล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่า Pineapple Express (41.3 ล้านเหรียญ) แถมห่างจาก Tropic Thunder (36.8 ล้านเหรียญ) นิดหน่อย แม้รายได้จะไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ดีสำหรับหนังทุนสร้างปานกลาง ที่นักแสดงในเรื่องต่่างเล่นเป็นตัวเอง ซึ่งเป็นหนังในประเภทที่คนดูมักจะเมิน
คนดู 60% เป็นชาย และ 48% อายุต่ำกว่า 25 หนังได้คะแนน B+ จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งน่าจะได้เสียงบอกปากต่อปากที่ดี แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และต่อๆ ไป หนังจะเทมาชนกันเต็มๆ ทำให้หนังน่าจะไปได้ราวๆ 100 ล้านเหรียญ และเป็นไปได้ว่าจะต่ำกว่าไม่มากนัก
Now You See Me ยังยืนระยะได้ดี และถือว่าดีที่สุดในหนัง 12 อันดับแรก หนังอยู่ในอันดับ 3 รายได้ตกแค่ 42% เก็บเงินมาได้ 11 ล้านเหรียญ หนังทำเงินไปแล้ว 80.7 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดโปรแกรมด้วยรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญนิดๆ และทำให้กลายเป็นหนังเซอร์ไพรส์ของซัมเมอร์นี้
อันดับ 4 เป็น Fast & Furious 6 รายได้ลดลง 51% ทำเงินมา 9.6 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนังชุดนี้ที่ทำเงินสูงสุดไปแล้วด้วยตัวเลข 219.7 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดตัวที่ราวๆ 240 ล้านเหรียญ
หลังออกตัวสวยในอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ก่อน The Purge รายได้รูดถึง 76% ได้เงินอีก 8.3 ล้านเหรียญ แม้รายได้จะตกเยอะ แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐานของหนังสยองขวัญ โดยรายได้ตกมากที่สุดตลอดกาลอันดับ 25 และเกือบจะเท่าๆ กับรายได้สัปดาห์ที่ 2 ของ Texas Chainsaw Massacre 3D และ The Devil Inside ผ่าน 10 วันหนังทำเงินไปแล้ว 52 ล้านเหรียญ
The Internship ถือว่าทำได้ดีกว่า The Purge เล็กน้อย หนังตลกของพนักงานกูเกิลเรื่องนี้ รายได้ร่วง 59% เก็บเงินมา 7.1 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นยอดตกที่น่ากลัวมากๆ สำหรับหนังตลก ที่ยังพอยืนระยะอยู่ได้ ก็เนื่องจากเสียงบอกปากต่อปากที่มีพอสมควร ถ้าเลือกจังหวะลงโรงได้ดีกว่านี้ ไม่ต้องมาเจอ Man of Steel กับหนังตลกเรท อาร์เหมือนกันอย่าง This is the End หนังน่าจะไปได้ดีกว่าที่เห็น
หลังฉายแบบจำกัดโรงมาสามสัปดาห์ Before Midnight เพิ่มโรงเป็น 897 โรง ได้เงินมาอีก 1.38 ล้านเหรียญ รายได้รวมอยู่ที่ 3.05 ล้านเหรียญ ซึ่งมีทางที่จะเอาชนะสองหนังภาคแรก (5.5 และ 5.8 ล้านเหรียญ ตามลำดับ) ซึ่งไม่ใช่รายได้ที่มากมายอะไร
หันมาดูตลาดนอกอเมริกาบ้าง Man of Steel ก็ไปได้ดีเหมือนกัน หนังเปิดตัวด้วยรายได้ 71.6 ล้านเหรียญจาก 24 ตลาด และมีแค่ 3 แห่งเท่านั้นที่เป็นตลาดหลัก หนังทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำที่อังกฤษ 17.1 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่ารายได้เปิดตัวของ Iron Man 3 นิดเดียว และเก็บเงินในเม็กซิโกไป 9.8 ล้านเหรียญ ต่ำกว่า Dark Knight เล็กน้อย และ 8.8 ล้านเหรียญที่เกาหลีใต้ ในตลาดเล็กๆ หนังก็ไปได้ดีพอๆ กัน ในฟิลลิปปินส์ หนังเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ด้วยรายได้ 5.6 ล้านเหรียญ เปิดตัวอันดับ 1 ที่มาเลเซีย 3.05 ล้านเหรียญ และสหรัฐ อาหรับ เอมิเรสท์ 2 ล้านเหรียญ
สัปดาห์นี้ Man of Steel จะเปิดตัวที่ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, อิตาลี, สเปน, รัสเซีย และจีน ถ้าทำได้ดีเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา รายได้นอกอเมริกา น่าจะอยู่ที่ราวๆ 500 ล้านเหรียญ
กับสัปดาห์ที่สองของการฉาย After Earth รายได้ตกลง 47% เก็บเงินมาอีก 24 ล้านเหรียญ หนังไซ-ไฟ, ผจญภัย พ่อ-ลูกตระกูลสมิธ ทำเงินรวมไป 91.1 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่น่าพอใจเลย เมื่อมองว่าหนังออกฉายเกือบจะทุกตลาดเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือก็ที่ญี่ปุ่น และจีน
Fast & Furious 6 ได้เงินมาอีก 20 ล้านเหรียญ รายได้รวมพุ่งไปถึง 417.3 ล้านเหรียญ แซงแชมป์เก่าของหนังชุดนี้ Fast 5 416 ล้านเหรียญไปแล้ว หนังทำสถิติเป็นหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาใต้ ด้วยรายได้ 94 ล้านเหรียญ หนังยังมีรายได้จากญี่ปุ่นกับจีนให้ลุ้นอีกในเดือนกรกฎาคม ทำให้หนังน่าจะทำเงินนอกอเมริกาได้กว่า 500 ล้านเหรียญ
The Hangover Part III และ Star Trek Into Darkness ต่างทำรายได้ผ่าน 200 ล้านเหรียญนอกอเมริกาเรียบร้อย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ Hangover ต้องขอบคุณการยืนระยะที่ดี ส่วน Trek ต้องขอบคุณรายได้เปิดตัวในฝรั่งเศส 3.5 ล้านเหรียญ, บราซิล 3.1 ล้านเหรียญ และอิตาลี 1.5 ล้านเหรียญ
นอกอเมริกา Now You See Me ก็ฮิตเหมือนกัน หนังยืนระยะได้เยี่ยม โดยเก็บเงินมาอีก 15.6 ล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้เปิดตัวที่งดงามมากๆ ในรัสเซีย 10.2 ล้านเหรียญ หนังทำเงินไปแล้ว 27.7 ล้านเหรียญ และยังไม่เปิดตัวใน อังกฤษ, บราซิล, เยอรมันนี, อิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส ทำให้มองรายได้ไปได้ไกลกว่านี้
อันดับหนังทำเงินในบ้านเรา คลิกชมได้ที่ http://www.sadaos.com/tag/thailand-box-office-2013/
อันดับหนังทำเงินในอเมริกาสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา คลิกชมได้ที่ http://www.sadaos.com/category/one-short/us-box-office/
อ่านแล้วชอบคลิก Like ได้ที่ www.facebook.com/Sadaos
และติดตามข่าวสาร, อ่านเรื่องราว บทวิจารณ์หนัง-เพลงมากมายได้ที่ www.sadaos.com