หลังจากงดรื่นเริงอดหลับอดนอน ตามกระทู้บะหมี่ไข่ใจเหี้ยมไปแล้ว
เมื่อวานก็เข้าไปฟรีเซ้นท์กับสถาบันการเงิน ก็เรียบร้อยดี โครงการมีโอกาสผ่านค่อนข้างสูง
ขากลับ คุณลูกค้ามาส่ง เค้าก็คงกะว่าจะพาไปเลี้ยงข้าวด้วยแหล่ะ
แต่คุณลูกค้าดูท่าที ก็ไม่ได้ดีอกดีใจอะไร ออกจะเงียบๆด้วยซ้ำ
นั่งกันในรถซักพัก.. เค้าก็หลุดออกมาคำนึง"
ธนาคาร มักจะยื่นร่มให้เราตอนอากาศดี... และขอคืนตอนฝนตก"
ว่าแล้ว แกก็หัวเราะ หึ หึ ตบท้ายประโยค
ไอ่เราน่ะเงียบ.. เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าลูกค้าอยู่ในอารมณ์ไหน (อาจจะชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศก็เป็นได้)
พลาดพลั้งไป เดี๋ยวจะโดนเชิญลงจากรถให้เป็นที่ลำบาก
เพื่อนซี้ซั้วคนนึงของผม ตั้งอกตั้งใจที่จะเป็นนักเขียนให้ได้ ทั้งๆที่ตัวเองกำลังเป็นนักศึกษาแพทย์
เป็นนักเขียนไม่เท่าไหร่ ทะลึ่งเปิดร้านเหล้าอีกตังหาก
วันที่เพื่อนรู้ว่าได้ซีไรท์(วิภาส) เราก็ไปนั่งคุยกันเงียบๆที่ร้านเส่ง สามเสน
นักเขียนซีไรท์หลุดมาคำนึง "
เมื่อก่อนกุรู้ว่าจะไปไหน.. แต่กุไม่มีหางเสือ วันนี้กุมีหางเสือ... แต่กุไม่รู้จะไปไหน"
นั่งกันสามคน ก็เงียบกริบตีความกันไปทั้งสามคน
จากคุณแม่ของผม
วันที่เรามึนตึงกันเล็กน้อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"
ลูกจะทดแทนบุญคุณแม่ได้ยังไง... ในเมื่อแม่ไม่เคยคิดว่าแม่มีบุญคุณอะไรกับลูก"
คุณลูกก็ซึมไป....
จากน้องสาวของผม วันที่เธอทำอะไรบางอย่างที่มันแสนจะยากเข็ญ จนสำเร็จ
"มีฝีมืออย่างเดียวไม่พอหรอก... มันต้องมีโชคด้วย"
เออว่ะ.. จริงของมัน
จากเพื่อนสาวสวยหยาดเยิ้มปาดจะหยดคนนึง
"
จะเอาอะไรเข้าปาก.... มันก็ต้องมีคุณค่าหน่อย..."
ว่าแล้วเพื่อนก็กรีดนิ้ว หยิบลูกอมอิมพอร์ตเม็ดเล็กๆ บรรจงใส่เข้าปากอิ่มๆ...
และจากกำนันเปล่ง ล็อคอินในนี้แหล่ะ กับอีกหลายล็อคอินที่ร้านไก่ย่าง ตอนกำลังนั่งเม้าท์ๆมอยๆ กันเรื่องในนี้แหล่ะ
อินังกำนันก็ทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า.."
จะใส่ใจอะไรที่มันว่ามันด่า รู้จักก็ไม่รู้จัก ใครบังเอิญเดินมาเตะปลั๊กคอมหลุดก็จากกันละ"
หึ หึ สงสัยบ้านกำนันไม่มี ups
ใครมีคำคมติดใจกันมั่งครับ... อยากอ่าน...
ค ำ ค ม
เมื่อวานก็เข้าไปฟรีเซ้นท์กับสถาบันการเงิน ก็เรียบร้อยดี โครงการมีโอกาสผ่านค่อนข้างสูง
ขากลับ คุณลูกค้ามาส่ง เค้าก็คงกะว่าจะพาไปเลี้ยงข้าวด้วยแหล่ะ
แต่คุณลูกค้าดูท่าที ก็ไม่ได้ดีอกดีใจอะไร ออกจะเงียบๆด้วยซ้ำ
นั่งกันในรถซักพัก.. เค้าก็หลุดออกมาคำนึง"ธนาคาร มักจะยื่นร่มให้เราตอนอากาศดี... และขอคืนตอนฝนตก"
ว่าแล้ว แกก็หัวเราะ หึ หึ ตบท้ายประโยค
ไอ่เราน่ะเงียบ.. เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าลูกค้าอยู่ในอารมณ์ไหน (อาจจะชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศก็เป็นได้)
พลาดพลั้งไป เดี๋ยวจะโดนเชิญลงจากรถให้เป็นที่ลำบาก
เพื่อนซี้ซั้วคนนึงของผม ตั้งอกตั้งใจที่จะเป็นนักเขียนให้ได้ ทั้งๆที่ตัวเองกำลังเป็นนักศึกษาแพทย์
เป็นนักเขียนไม่เท่าไหร่ ทะลึ่งเปิดร้านเหล้าอีกตังหาก
วันที่เพื่อนรู้ว่าได้ซีไรท์(วิภาส) เราก็ไปนั่งคุยกันเงียบๆที่ร้านเส่ง สามเสน
นักเขียนซีไรท์หลุดมาคำนึง "เมื่อก่อนกุรู้ว่าจะไปไหน.. แต่กุไม่มีหางเสือ วันนี้กุมีหางเสือ... แต่กุไม่รู้จะไปไหน"
นั่งกันสามคน ก็เงียบกริบตีความกันไปทั้งสามคน
จากคุณแม่ของผม
วันที่เรามึนตึงกันเล็กน้อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"ลูกจะทดแทนบุญคุณแม่ได้ยังไง... ในเมื่อแม่ไม่เคยคิดว่าแม่มีบุญคุณอะไรกับลูก"
คุณลูกก็ซึมไป....
จากน้องสาวของผม วันที่เธอทำอะไรบางอย่างที่มันแสนจะยากเข็ญ จนสำเร็จ
"มีฝีมืออย่างเดียวไม่พอหรอก... มันต้องมีโชคด้วย"
เออว่ะ.. จริงของมัน
จากเพื่อนสาวสวยหยาดเยิ้มปาดจะหยดคนนึง
"จะเอาอะไรเข้าปาก.... มันก็ต้องมีคุณค่าหน่อย..."
ว่าแล้วเพื่อนก็กรีดนิ้ว หยิบลูกอมอิมพอร์ตเม็ดเล็กๆ บรรจงใส่เข้าปากอิ่มๆ...
และจากกำนันเปล่ง ล็อคอินในนี้แหล่ะ กับอีกหลายล็อคอินที่ร้านไก่ย่าง ตอนกำลังนั่งเม้าท์ๆมอยๆ กันเรื่องในนี้แหล่ะ
อินังกำนันก็ทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า.."จะใส่ใจอะไรที่มันว่ามันด่า รู้จักก็ไม่รู้จัก ใครบังเอิญเดินมาเตะปลั๊กคอมหลุดก็จากกันละ"
หึ หึ สงสัยบ้านกำนันไม่มี ups
ใครมีคำคมติดใจกันมั่งครับ... อยากอ่าน...