ทำยังไงดีช่วงนี้เราทะเลาะกับคุณแม่หลายเรื่องมาก

นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกถ้าหากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

1 เราทะเลาะกับแม่เรื่องเราดูละครช่อง 3 แม่ด่าเราหาว่าใช้เวลาไม่เกิดประโยชน์ แล้วเราก็เลยบอกไปว่า เราขอมีความสุขบ้างไม่ได้เหรอคนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้(เราพูดสุภาพน้ำเสียงปกติ)
2 เราช่วงนี้มหาลัยยังไม่เปิดก็เลยยังอยู่บ้าน แม่ก็เลยใช้งานเราแต่เราเจ็บขาอยู่ก็เลยทำงานมากไม่ไหว(ขาพลิก) พอทำออกมาไม่ดีแม่ก็เลยด่าเรา
3เราเอ็นติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาลัยดังแห่งหนึ่งแล้ว แต่แม่เราอยากให้เราเข้าแพทย์ตามความฝันของท่าน แต่เรารู้สภาพดีว่าในตอนนี้ยังไงเราก็ไม่ไหว แม่ก็ยังเคี่ยวเข็ญเรา
4 ฐานะทางบ้านเราจัดว่าปานกลาง แม่ เราเงินเดือน 30000 แต่ไม่ค่ิยมีเงินเก็บเพราะต้องเสียเงินกับค่าเรียนพิเศษน้องและของฟุ่มเฟือย บางอย่างและท่านก็ชอบมาพูดกับเรา เราก็เลยบอกให้ลองประหยัดดูท่านก็โกรธแล้วบอกให้เราไม่ต้องคุยกับท่าน ปล เราพูดหลายครั้งแล้ว

เราควรจะแก้ปัญหาอย่างไรดี (หลายคนอาจมองว่ามันไม่ใช่ปัญหาแต่สำหรับเราแล้าไม่รู้จะทำยังไงดี) ขอคำแนะนำด้วย
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
จริงๆเข้าใจคุณนะ เราก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น และผ่านมันมาแล้วจนเป็นแม่คนเช่นเดียวกัน อยากจะแชร์ความคิดเห็นดังนี้

เรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมที่ทะเลาะกัน เช่นเรื่องทีวี บลาๆจิปาถะ มองในมุมของลูกก็เหมือนว่าแม่อาจจะไม่มีเหตุผล งี่เง่า แต่ถ้ามองในมองของคุณแม่ ท่านอาจจะหวังดีในตัวคุณ ท่านอาจจะอยากให้คุณได้เรียนดีๆ เวลามีเพียงแค่ 24 ชั่วงโมงท่านเลยอาจจะอยากให้คุณได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดก็ได้ บางทีท่านอาจจะอยากคุยกับคุณด้วยอารมณ์ดีๆ แต่เพราะเครียดจากงานจากสังคมจากค่าใช้จ่าย พอมาเห็นลูกไม่ได้ดั่งใจเพียงเล็กน้อย ท่านก็เลยพูดจารุนแรงกับคุณก็ได้ แต่เชื่อเถอะว่าท่านหวังดีกับคุณค่ะ

บางเรื่องที่ท่านบ่น เช่นเรื่องทำงานไม่เรียบร้อย บลาๆ อันนี้คงห้ามให้ท่านเลิกบ่นไม่ได้ ล้านเปอร์เซ็นต์ แต่แทนที่จะไปแก้ปัญหาที่อื่นที่มันไม่ทีทางแก้ เราก็มาแก้ที่ตัวเองดีกว่า ฟังแล้วเก็บมาคิด คิดแล้วมันไม่สบายใจ ไม่สบายใจแล้วเครียด ก็ฟังแล้วก็อย่าไปใส่ใจอะไรมาก ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไปก็พอ ส่วนความรู้สึกของคุณแม่ที่บ่นคุณต่างๆนานๆ คุณก็จะเข้าใจเองเมื่อคุณเป็นแม่คนแล้วมีลูกวัยเท่าคุณ

ข้อสามก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราทำดีที่สุดแล้วขออย่าไปเครียดอะไรมาก ความฝันของท่านเชื่อเถอะ ไม่ใช่ต้องการให้ลูกเป็นหมอ แต่เพราะอยากให้ลูกมีหน้าที่การงานที่ท่านคิดว่าดี ถ้าทำได้ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่ที่ตัวลูก ส่วนแม่ก็อาจจะได้หน้านิดๆหน่อย พอเอาไปคุยกับใครๆได้ว่าลูกชั้นเรียนหมอ อนาคตท่านจะได้ความสบายใจที่มีที่ฝากผีฝากไข้ได้ แต่ถ้าคุณพยายามอย่างที่สุดแล้วเป็นหมอไม่ไหวหรือคุณเรียนวิศวะด้วยใจรักในอาชีพนี้จริงๆ ก็ขอให้คุณยืนหยัดและตั้งใจกับมันให้มากๆ เพราะนี่มันอนาคตและชีวิตคุณ คุณแม่ท่านไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอด รับรองว่าคุณจะทำมันออกมาได้ดีและแม่จะต้องภูมิใจในตัวคุณเช่นกัน

ข้อสี่ บอกตรงๆว่าคุณพูดเช่นนั้นอาจจะทำให้ท่านโกรธได้ จริงอยู่ว่าท่านอาจจะฟุ่มเฟือยไปกับความสุขของท่านบ้าง แต่ท่านเป็นคนหามานะคะ ท่านหามาแล้วยังแต่แบ่งให้ลูกๆได้กินได้ใช้อีกมานานแค่ไหนแล้ว เหน็ดเหนื่อยมามากแล้วยังไม่ได้ใช้เงินเลยท่านก็คงจะเศร้า ทางที่ดี เปลี่ยนเป็นคุณก็โตแล้ว ช่วยแบ่งเบาภาระของท่าน โดยการลองหางานพิเศษทำ รายได้ไม่ต้องเอาไปให้แม่หรอก เก็บไว้เป็นค่าขนมให้ตัวเอง แล้วบอกท่านว่าค่าขนมหนูลดลงบ้างก็ได้ ถ้าเงินมันไม่พอใช้ เชื่อเถอะ เมื่อคุณออกไปทำงาน คุณจะเข้าใจความรู้สึกของท่านเป็นอย่างดีแน่นอน เงินน่ะมันหามายากกว่าใช้เยอะนะคะ คนที่ไม่ได้ทำไม่ได้ผ่านมันมาจะไม่เข้าใจ  ถ้าอยากเข้าใจความรู้สึกให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูนะคะน้อง


มีอะไรก็ปรึกษาได้นะจ๊ะ ^w^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่