ความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่ยังไร้ทางออก หลังศาลจังหวัดมีนบุรี สั่งห้ามสมาคมฟุตบอลฯ ลงมติรับรองธรรมนูญใหม่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่จะนำมาใช้ในการประชุมใหญ่สามัญ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า กรณีที่จะมีผู้รวบรวมรายชื่อสโมสรสมาชิก 70 เสียง จาก 179 สโมสร หรือ 1 ใน 3 นั้น เพื่อขอมติให้สมาคมฟุตบอลฯ จัดการเลือกตั้งตามข้อบังคับ ตนขอเรียนว่าต้องดูกฎหมายต่างๆ อีกครั้งหนึ่งก่อนว่าทำได้หรือไม่ เช่น ระเบียบของ การกีฬาแห่งประเทศไทย, กฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ รวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งด้วย
พ่อบ้านสมาคมลูกหนังไทย กล่าวอีกว่า การไม่ทำตามกฎระเบียบของฟีฟ่า ซึ่งฟีฟ่ามีข้อบังคับในการปกครอง บริหารชาติสมาชิกทั่วโลก 209 ประเทศ ที่ผ่านๆ มาก็มีตัวอย่างให้เห็นกันแล้วในหลายๆ ประเทศที่โดนลงโทษจากฟีฟ่าด้วยการแบนและพักจากการเป็นชาติสมาชิกของฟีฟ่า แต่สำหรับประเทศไทยนั้นตนขอไม่พูดดีกว่า เพราะต้องรอดูเอกสารชี้แจงจากฟีฟ่าเพียงอย่างเดียว
“ตอนนี้ผมรู้สึกหนักใจมากและผมขอบอกว่าทุกๆ คนในสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น อยากให้มวลหมู่สมาชิกหันหน้าเข้าหากัน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทย อยากให้ทุกคนลดความขัดแย้งแล้วหันมาเดินหน้าสร้างสรรค์ให้กับวงการฟุตบอลไทย เพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถหาทางออกร่วมกันได้”
ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรัก ความสามัคคีในแนวทางเดียวกันที่จะทำให้วงการฟุตบอลไทยเจริญก้าวหน้า ซึ่งหากฟีฟ่าแบนเราจริงๆ ก็จะทำให้วงการฟุตบอลไทยเสียหาย ทีมชาติไทยก็จะสูญเสียสิ่งที่กำลังเติบโต ไทยพรีเมียร์ลีก ที่กำลังเป็นอาชีพอย่างแท้จริงก็จะสะดุดลง นายองอาจ กล่าว
ด้าน นายวีระ คำมี ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า ตอนนี้สมาคมฟุตบอลฯ ยังไม่ได้รับเอกสารฉบับจริงจากศาลจังหวัดมีนบุรี ส่วนจะไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่สั่งห้ามนำข้อบังคับลักษณะปกครองฉบับแก้ไขใหม่หรือไม่นั้น ตนคงรอรวบรวมเอกสารก่อน แต่ต้องเข้าใจว่าขั้นตอนของการพิจารณาของศาลต้องใช้เวลายาวนานมากและการปฎิบัติงานของสภากรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลฯ ก็ทำได้เท่าที่จำเป็น เนื่องจากหมดวาระแล้ว
“ความเห็นส่วนตัวอยากให้ บ.พัทยา ไปถอนฟ้อง แล้วมีโรดแม็ปอะไรดีๆ ก็มาพูดคุยกัน หาทางออกกันได้ ผมอยากเห็นภาพที่เป็นบวก เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทย” นายวีระ กล่าว
เครดิต "MTHAI.COM"
http://sport.mthai.com/thai-sport/161714.html
จบยาก!ส.บอลอ้างฟีฟ่าจะตัดสิทธิ์/แนะพัทยาถอนฟ้อง
ล่าสุด “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า กรณีที่จะมีผู้รวบรวมรายชื่อสโมสรสมาชิก 70 เสียง จาก 179 สโมสร หรือ 1 ใน 3 นั้น เพื่อขอมติให้สมาคมฟุตบอลฯ จัดการเลือกตั้งตามข้อบังคับ ตนขอเรียนว่าต้องดูกฎหมายต่างๆ อีกครั้งหนึ่งก่อนว่าทำได้หรือไม่ เช่น ระเบียบของ การกีฬาแห่งประเทศไทย, กฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ รวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งด้วย
พ่อบ้านสมาคมลูกหนังไทย กล่าวอีกว่า การไม่ทำตามกฎระเบียบของฟีฟ่า ซึ่งฟีฟ่ามีข้อบังคับในการปกครอง บริหารชาติสมาชิกทั่วโลก 209 ประเทศ ที่ผ่านๆ มาก็มีตัวอย่างให้เห็นกันแล้วในหลายๆ ประเทศที่โดนลงโทษจากฟีฟ่าด้วยการแบนและพักจากการเป็นชาติสมาชิกของฟีฟ่า แต่สำหรับประเทศไทยนั้นตนขอไม่พูดดีกว่า เพราะต้องรอดูเอกสารชี้แจงจากฟีฟ่าเพียงอย่างเดียว
“ตอนนี้ผมรู้สึกหนักใจมากและผมขอบอกว่าทุกๆ คนในสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น อยากให้มวลหมู่สมาชิกหันหน้าเข้าหากัน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทย อยากให้ทุกคนลดความขัดแย้งแล้วหันมาเดินหน้าสร้างสรรค์ให้กับวงการฟุตบอลไทย เพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถหาทางออกร่วมกันได้”
ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรัก ความสามัคคีในแนวทางเดียวกันที่จะทำให้วงการฟุตบอลไทยเจริญก้าวหน้า ซึ่งหากฟีฟ่าแบนเราจริงๆ ก็จะทำให้วงการฟุตบอลไทยเสียหาย ทีมชาติไทยก็จะสูญเสียสิ่งที่กำลังเติบโต ไทยพรีเมียร์ลีก ที่กำลังเป็นอาชีพอย่างแท้จริงก็จะสะดุดลง นายองอาจ กล่าว
ด้าน นายวีระ คำมี ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า ตอนนี้สมาคมฟุตบอลฯ ยังไม่ได้รับเอกสารฉบับจริงจากศาลจังหวัดมีนบุรี ส่วนจะไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่สั่งห้ามนำข้อบังคับลักษณะปกครองฉบับแก้ไขใหม่หรือไม่นั้น ตนคงรอรวบรวมเอกสารก่อน แต่ต้องเข้าใจว่าขั้นตอนของการพิจารณาของศาลต้องใช้เวลายาวนานมากและการปฎิบัติงานของสภากรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลฯ ก็ทำได้เท่าที่จำเป็น เนื่องจากหมดวาระแล้ว
“ความเห็นส่วนตัวอยากให้ บ.พัทยา ไปถอนฟ้อง แล้วมีโรดแม็ปอะไรดีๆ ก็มาพูดคุยกัน หาทางออกกันได้ ผมอยากเห็นภาพที่เป็นบวก เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทย” นายวีระ กล่าว
เครดิต "MTHAI.COM"
http://sport.mthai.com/thai-sport/161714.html