[CR] รีวิว วิจารณ์ Man Of Steel ดีจริง แต่ก็เกินพอดี ใครกลัว สปอย เชิญกระโดดนน้ามไปเลย

คงไม่ต้องเล่าประวัติอะไรยาวมาก กับคำว่า Man Of Steel เพราะ คำนั้นก็คือการกำเนิดใหม่ของ Super Man นั่นเอง เราคงไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบเวอร์ชั่น ปัจจุบันกับอดีตได้แน่นอน ดังนั้น จึงขอไปที่ตัวหนังในยุคปัจจุบัน  Zack Snyder เหมือนจะตอบโจทย์บรรดาแฟนๆ SuperMan ได้ตรงตัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแฟนๆที่ชอบอะไรที่มันจริงจังมากขึ้น การได้  Henry Cavill มารับบท Clark Kent / Kal-El นั้น มันทำให้เรารู้สึกถึงความหนุ่ม ถึงความสด ของตัวละคร Clark Kent และ Henry Cavill สามารถให้อารมณ์ 2 แบบที่สื่อออกมาได้ แต่อาจจะไม่กลมกลื่นมากนัก แต่ก็ใกล้เคียง โดย Clark Kent แสดงได้อบอุ่น สดใส และอ่อนโยนมาก และ Kal-El นั้น ก็ได้นำเอาความอ่อนโยน ผนึกกับความแข็งแดร่ง + คุณธรรม ได้ลงตัว บางทีเราอาจจะไม่ชิน Clark Kent / Kal-El ในแบบนี้ซักเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อว่า คนที่ดูจะจดจำ Clark Kent / Kal-El ในแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน

Amy Adams กับเรื่องนี้เธอไม่ได้ดีหรือเด่นอะไรมาก กับบท Lois Lane ซึ่งถือว่าทำได้เสมอตัว ยังรับภาวะกดดันได้ไม่ดี แต่เชื่อว่า นี่คือการเปิดตัว Lois Lane โฟกัสของเธอ น่าจะไปอยู่ที่ ภาค 2 ซะมากกว่า
Michael Shannon กับ Zod ถ้า ในเรื่อง Shannon /Zod จะไม่มีบทพูด ผมก็เชื่อว่าเขาสามารถสื่อออกทางสีหน้าแทนคำพูดได้ หรือถ้าคุณหลับตาแล้วฟังเสียง Shannon พูด คุณก็น่าจะมโนภาพออก Zod คือความดิบ คือความโอหัง และความหวังในด้านมืด ซึ่ง Shannon ได้ถ่ายทอดออกมาจนน่ายำเกรง และลืมภาพพจน์ในหนังเรื่องอื่นๆของ Shannon ได้ แต่เสียดาย ที่บท Zod ไปๆมาๆ เกือบจะไม่เด่นเท่าไหร่
Russell Crowe กับ Jor-El ถ้าใครคิดว่า Henry Cavill เหมาะกับ Clark Kent แล้วหล่ะก็ ผมว่า Russell Crowe เหมาะกับยทนี้มากกว่าจริงๆ และทำให้ยทนี้มีพลัง ถึงแม้ว่าจะ Jor-El จะไปตั้งแต่ต้นเรื่อง มันทำให้ผมคิดว่า Jor-El ไม่ใช่นักวิทของดาว คริปตั้น แต่เหมือนเป็นราชาของดาวคลิปตั้นมากกว่า

ผมขอข้ามมาที่ เนื้อเรื่องเลยแล้วกันครับ Man Of Steel คือการตีความใหม่แค่ 30 % ซึ่งบอกตรงๆผมไม่ได้เปนแฟน SuperMan การปูเนื้อเรื่องของ Zack Snyder นั้นต้องบอกว่ายอดเยี่ยม ถึงแม้บางอย่างเขาเลือกที่จะตัดออก ก็คือฉากที่ยาวของ  Kal-El มาถึงโลก แล้วก็ตัดไป บนเรือ หลายๆท่านบอกง่วงกับความดราม่า ในช่วงครึ่งเรื่อง แต่ผมว่า การดำเนินเรื่องแบบนี้ ไม่ได้ชวนให้น่าง่วงเลย แต่ก็ไม่ได้จะดราม่าอะไรซักเท่าไหร่ เพียงแต่ Zack Snyder ต้องการเสนอคำสอนของ Jonathan Kent ที่สอน Clark Kent อยู่เสมอ ซึ่งทำได้พอดิบพอดี ไม่เยอะจนเกินไปกับเรื่องราวของ Clark Kent ผมนับว่าตรงนี้ ทำให้ผมรู้สึกถึงอารมณ์ในตัว Clark Kent ได้ดี ในส่วน Kal-El อย่างที่ผมบอก Man Of Steel คงตอบโจทย์ทุกๆอย่าง กับความจริงจังในชีวิตมากขึ้ย  ฉากแอ๊คชั่นที่ต่อเนื่อง ตึกถล่มทลาย ขาบ้าพลังคงชอบกันไปตามๆกัน เรื่องนี้คงต้องบอกว่าสะใจ ขาบ้าพลัง และ ทุกอย่างๆในการต่อสูงช่วงครึ่งหลังทำได้ดีมากๆครับ มันเหมือนเป็นหายนะของโลกซะประมานนั้น ถ้าไม่เห็น Clrak /Zod ผมคงนึกว่า ก๊อตซิล่าบุกเมืองแน่นอน

ต่อไปนี้คือจุดบอด ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ หนังเรื่องทำได้ดีมาตลอด และอย่างที่บอก คงจะใจขาบ้าพลัง แต่มันเกินพอดีไป กับสภาพบ้านเมืองที่พังซะขนาดนั้น ผมมองว่านี่มันพังเกินไปมั้ง พังเกินไปในโลกของความจริงที่มนุษย์จะรับได้ กับ Superman ซึ่งมันค่อนข้างค้านกับอารมณ์ เขาคิดว่าถ้าเป็นเรา เราคงเรียกร้องให้ Superman ออกไปจากโลกแน่ๆ ฮ่าๆไม่รู่้จะไรจะเกิดขึ้นอีก ภาค 2 จะพังมากกว่านี้หรือป่าวก็ไม่รู้ อย่างที่บอก คงจะสะใจขาบ้าพลัง และก็ค่อนข้างที่จะยื้ดเยื้อเป็นบางช่วง เหมือนหนังพยายามจะหาตอนจบให้กับ Zod ให้ได้ ถึงเลยเถิดยืดมาถึงขนาดนี้

ไม่ว่าหนังเรื่องจะเลยเถิดหรือยืดเยื้อ หรือเกินไป หรือยังไงก็แล้วแต่ Zack Snyder ได้ทำให้ Henry Cavill กลายเป็น Clark Kent / Kal-El / Superman ที่ทุกคนต้องจดจำไปแล้ว และทำในสิ่งที่ แฟนๆต้องการความเปลี่ยนแปลง และนี่คือความหวังของ DC กับจุดเริ่มต้นยุคใหม่ นี่อาจจะเป็นแนวทางของ DC ที่จะลุกขึ้นสู้กับ Marvel หรือไม่นั้น ต้องติดตามกันครับ

ให้คะแนนเรื่องนี้ 8.5/10 *แอร์เมเจอร์รังสิตรอบ 11.30 ร้อนมากเลยครับ แงๆ
ชื่อสินค้า:   Man Of Steel
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่