ถ้าใครกำลังตามข่าวนี้อยู่แนะนำให้ดูคลิปกับอ่านบทความที่ผมพิมพ์ครับจะเข้าใจเรื่องนี้ ณ วันนี้ได้ดีขึ้น

ไม่เจอศพจะรู้ได้ไงว่าตาย กฎหมายอาญานั้นจะเอาผิดจำเลยในคดีร้ายแรง(คดีฆ่าคนตายเป็นคดีร้ายแรง)โดยอาศัยเพียงคำพูดของจำเลยฝ่ายเดียวไม่ได้ เรื่องนี้ไม่เหมือนคดีหมอวิสุทธ์เพราะนั้นยังเจอชิ้นเนื้อให้หมอพรทิพย์ตรวจและให้ความเห็นว่าคนที่ถูกเชือดเนื้อออกมาปริมาณที่พบนั้นไม่มีทางมีชีวิตรอดได้ ศาลจึงตัดสินว่าจำเลยผิด ประกอบกับพยานแวดล้อมว่าพบเห็นจำเลยอยู่กับผู้ตายด้วย ส่วนคดีเอกยุทธไม่มีใครพบเห็นแม้แต่กล้องวงจรปิดว่าไปที่ไหนกับใครบ้าง อีกทั้งถ้าไม่เจอศพซะอย่างก็เอาผิดฐานฆ่าคนตายไม่ได้ และความผิดฐานเคลื่อนย้ายศพที่ตอนนี้นายบอล ผู้ต้องหาอันดับแรกในคดีเอกยุทธรับสารภาพแค่ว่าย้ายศพแต่ไม่ได้ฆ่า ซึ่งต่อให้เจอศพถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่านายบอล(คนขับรถตู้ของนายเอกยุทธ)เป็นผู้ฆ่า นายบอลก็ผิดแค่ข้อหาเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเท่านั้น(ผิดอาญามาตรา 199 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี) ในขณะที่ข้อหาฆ่าคนตาย(ผิดกฎหมายอาญามาตรา 288 มีอัตราโทษประหารชีวิต) มีโทษหนักกว่ามาก ทั้งนี้ต้องดูหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ อย่างน้อยตอนนี้เงินสดอยู่ที่ไหนกับใครบ้างต้องตามให้เจอเงินเบิกจากแบงค์ไป5ล้านบาทอาจจะมีเลขรันไว้ก็ได้ อย่าสงสัยทำไมคดีแบบนี้ตำรวจต้องรีบทำงานเพราะยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหายไป
การที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้เคลื่อนย้ายศพไปอำพรางอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายนั้นเพราะหากตำรวจตั้งข้อหานี้ต่อนายบาลวงเงินประกันตัวเพียง 30,000 บาทเท่านั้น(ก็คดีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2พันบาท) เรียกว่ารู้กฎหมายยิ่งกว่าทนายบางคนอีก ส่วนคดีฆ่าคนตายนั้นวงเงินประกันตัวขั้นต่ำเริ่มที่ 500,000 บาท เหตุที่ตำรวจต้องรีบทำสำนวนนี้เพราะตามกฎหมายแล้วสามารถคุมตัวผู้ต้องหาได้เพียง 2 วันเท่านั้น ณ เวลาที่เขียนบทความและอัดคลิปนี้น่าจะใกล้ครบสองวันที่จะต้องทำเรื่องฝากขังแล้ว ผมล่ะกลัวผู้ต้องหาตายในคุกเพราะโดนตัดตอนจริงๆ ถ้าพยานปากนี้เสียชีวิตคดีนี้จบนะครับ
ที่สำคัญคดีนี้ผู้เสียหายมีเงินและชื่อเสียงมากพอจะให้ทิปตำรวจเร่งคดีด้วย อิ อิ ไม่ได้ว่าตำรวจรับสินบนนะแต่เป็นน้ำใจให้งานเดินเร็วเพราะตำรวจลงพื้นที่สืบก็ต้องกินข้าวต้องนอนโรงแรมจะรอเบิกหลวงก็นาน แต่คดีที่เป็นข่าวจะได้รับความรวดเร็วเป็นพิเศษเพราะถือว่ากระทบต่อความหวาดกลัวของประชาชน หากปล่อยคดีแบบนี้ลอยนวลประชาชนจะไม่เชื่อถือตำรวจได้
แต่เรื่องมีประเด็นทหารเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประชาชนควรรับรู้คือพ่อของนายบอลที่เป็นผู้ต้องสงสัย ตำรวจไปจับกุมหรือออกหมายเรียกไม่ได้เลยเพราะเป็นทหารในราชการต้องขอเชิญมาสอบปากคำโดยจะมีนายทหารพระธรรมนูญมาด้วย สงเกตุระบบนี้ของทหารให้ดีๆนะครับ ถ้าตำรวจสงสัยว่าใครทำแต่เรียกมาหรือจับกุมมาสอบสวนไม่ได้กฎหมายจะเป็นกฎหมายได้อย่างไร เมื่อทหารทำผิดหรือต้องสงสัยว่าทำผิด ตำรวจจับไม่ได้เพราะมีกฎหมายให้อำนาจพิเศษทหารแบบนี้(คดีสนธิ ลิ้มทองกุล ถึงได้ไม่ไปไหนเพราะผู้ต้องสงสัยเป็นทหาร) ว่ากันต่อไปกับอนาคตประเทศไทย
คดีเอกยุทธ อันชัญบุตร ผมคิดว่าอาจจะจบที่เอาผิดใครไม่ได้เลย(ถ้าตำรวจยังหาเบาะแสได้แค่นี้นะ)
ไม่เจอศพจะรู้ได้ไงว่าตาย กฎหมายอาญานั้นจะเอาผิดจำเลยในคดีร้ายแรง(คดีฆ่าคนตายเป็นคดีร้ายแรง)โดยอาศัยเพียงคำพูดของจำเลยฝ่ายเดียวไม่ได้ เรื่องนี้ไม่เหมือนคดีหมอวิสุทธ์เพราะนั้นยังเจอชิ้นเนื้อให้หมอพรทิพย์ตรวจและให้ความเห็นว่าคนที่ถูกเชือดเนื้อออกมาปริมาณที่พบนั้นไม่มีทางมีชีวิตรอดได้ ศาลจึงตัดสินว่าจำเลยผิด ประกอบกับพยานแวดล้อมว่าพบเห็นจำเลยอยู่กับผู้ตายด้วย ส่วนคดีเอกยุทธไม่มีใครพบเห็นแม้แต่กล้องวงจรปิดว่าไปที่ไหนกับใครบ้าง อีกทั้งถ้าไม่เจอศพซะอย่างก็เอาผิดฐานฆ่าคนตายไม่ได้ และความผิดฐานเคลื่อนย้ายศพที่ตอนนี้นายบอล ผู้ต้องหาอันดับแรกในคดีเอกยุทธรับสารภาพแค่ว่าย้ายศพแต่ไม่ได้ฆ่า ซึ่งต่อให้เจอศพถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่านายบอล(คนขับรถตู้ของนายเอกยุทธ)เป็นผู้ฆ่า นายบอลก็ผิดแค่ข้อหาเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเท่านั้น(ผิดอาญามาตรา 199 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี) ในขณะที่ข้อหาฆ่าคนตาย(ผิดกฎหมายอาญามาตรา 288 มีอัตราโทษประหารชีวิต) มีโทษหนักกว่ามาก ทั้งนี้ต้องดูหลักฐานแวดล้อมอื่นๆประกอบ อย่างน้อยตอนนี้เงินสดอยู่ที่ไหนกับใครบ้างต้องตามให้เจอเงินเบิกจากแบงค์ไป5ล้านบาทอาจจะมีเลขรันไว้ก็ได้ อย่าสงสัยทำไมคดีแบบนี้ตำรวจต้องรีบทำงานเพราะยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหายไป
การที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้เคลื่อนย้ายศพไปอำพรางอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายนั้นเพราะหากตำรวจตั้งข้อหานี้ต่อนายบาลวงเงินประกันตัวเพียง 30,000 บาทเท่านั้น(ก็คดีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2พันบาท) เรียกว่ารู้กฎหมายยิ่งกว่าทนายบางคนอีก ส่วนคดีฆ่าคนตายนั้นวงเงินประกันตัวขั้นต่ำเริ่มที่ 500,000 บาท เหตุที่ตำรวจต้องรีบทำสำนวนนี้เพราะตามกฎหมายแล้วสามารถคุมตัวผู้ต้องหาได้เพียง 2 วันเท่านั้น ณ เวลาที่เขียนบทความและอัดคลิปนี้น่าจะใกล้ครบสองวันที่จะต้องทำเรื่องฝากขังแล้ว ผมล่ะกลัวผู้ต้องหาตายในคุกเพราะโดนตัดตอนจริงๆ ถ้าพยานปากนี้เสียชีวิตคดีนี้จบนะครับ
ที่สำคัญคดีนี้ผู้เสียหายมีเงินและชื่อเสียงมากพอจะให้ทิปตำรวจเร่งคดีด้วย อิ อิ ไม่ได้ว่าตำรวจรับสินบนนะแต่เป็นน้ำใจให้งานเดินเร็วเพราะตำรวจลงพื้นที่สืบก็ต้องกินข้าวต้องนอนโรงแรมจะรอเบิกหลวงก็นาน แต่คดีที่เป็นข่าวจะได้รับความรวดเร็วเป็นพิเศษเพราะถือว่ากระทบต่อความหวาดกลัวของประชาชน หากปล่อยคดีแบบนี้ลอยนวลประชาชนจะไม่เชื่อถือตำรวจได้
แต่เรื่องมีประเด็นทหารเข้ามาเกี่ยวข้องที่ประชาชนควรรับรู้คือพ่อของนายบอลที่เป็นผู้ต้องสงสัย ตำรวจไปจับกุมหรือออกหมายเรียกไม่ได้เลยเพราะเป็นทหารในราชการต้องขอเชิญมาสอบปากคำโดยจะมีนายทหารพระธรรมนูญมาด้วย สงเกตุระบบนี้ของทหารให้ดีๆนะครับ ถ้าตำรวจสงสัยว่าใครทำแต่เรียกมาหรือจับกุมมาสอบสวนไม่ได้กฎหมายจะเป็นกฎหมายได้อย่างไร เมื่อทหารทำผิดหรือต้องสงสัยว่าทำผิด ตำรวจจับไม่ได้เพราะมีกฎหมายให้อำนาจพิเศษทหารแบบนี้(คดีสนธิ ลิ้มทองกุล ถึงได้ไม่ไปไหนเพราะผู้ต้องสงสัยเป็นทหาร) ว่ากันต่อไปกับอนาคตประเทศไทย