สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อน ทุกท่าน
วันนี้มีเรื่องสั้น+เพลงมาฝากอีกแล้วค่ะ
ทำนองคึกคักหน่อยแต่ความหมายดีทีเดียวค่ะ
เนื่องจากเป็นเรื่องสั้นที่แต่งตามโจทย์ตะพาบ กิโลเมตรที่ 82 หัวข้อ
"โดดเดี่ยว"
ลงบล็อคเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖
ซึ่งเป็นวันครบรอบหนึ่งปีของการก้าวสู่ถนนนักเขียนพอดีเลยค่ะ
เลยอยากจะเขียนเพื่อรำลึกถึงอดีตหนึ่งปีที่ผ่านมา
อาจจะมาในแนวพร่ำเพ้อสักเล็กน้อย แต่ขอบอกว่าจากใจเลยค่ะ

บันทึกของความโดดเดี่ยว (เหรอ?)
ฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่องนานนับชั่วโมง อากาศยามค่ำมืดดึกดื่นที่ฝนตกยาวนานอย่างนี้เย็นสบายจน
‘ฉัน’ อดใจไม่ไหวที่จะเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยมาหมาดๆมาแต่งแต้มตัวหนังสือเสียหน่อย ความเคยชินที่จะต้องใช้ราวกับมันเป็นปัจจัยที่ห้า ที่หกยังคงดำเนินอยู่อย่างนี้เรื่อยไป..เรื่อยไป...
ฉันเปิดหน้าเวิร์ดหน้าใหม่ขึ้นมา และนั่งนึกว่าจะพิมพ์อะไรลงไปดี ให้สมกับคำว่า
‘โดดเดี่ยว’ อาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยรู้สึกถึงคำคำนี้ ถึงแม้ว่าหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากภารกิจนอกบ้านมาสักแค่ไหน ฉันก็จะมีโลกที่ใช้เวลาเต็มที่อยู่กับภารกิจส่วนตัวที่ใครก็ไม่สามารถเข้าถึงมันได้ เหมือนจะโดดเดี่ยว แต่ฉันก็ไม่รู้สึกถึงมัน
ทำไมนะ...อาจจะเพราะฉันเป็นคนไม่คิดมากหรือเรียกง่ายๆว่าคิดบวก คิดบวกแล้วมีความสุข ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ไม่เห็นต้องกลัวใครจะว่ายังไง ฉันก็ยังเป็นของฉันแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน ชีวิตง่ายๆมีความสุข ไม่ขวนขวายไปช็อปปิ้งของแบรนด์เนมหรือหาทานอะไรที่คนเขานิยมกัน
บางทีอาจจะง่ายไปจนทำให้ชิวิตขาดสีสัน แต่สีสันของฉันไม่ใช่สีฉูดฉาดนี่นา ฉันชอบทุกสีที่มันอ่อนๆ ทึมๆ ไม่ชอบสีหวานแหววน่ารักเหมือนใครเขา แต่ฉันกลับยังมีความสุขกับสีทึมๆนั้น เอ..ทำไมกันนะ
บางทีฉันอาจจะเป็นพวกชอบสมถะ ถ้าปฏิบัติธรรมเสียหน่อยฉันคงไปโลดแน่นอน แต่ทำไมบางคนไปวัดไปวาแล้วแต่ไม่เห็นตัดได้ บางคนไปวัดเกือบสิบปียังคิดว่านั่นก็ของฉัน นี่ก็ของฉันอยู่เลย ไม่เห็นทิ้งอะไรได้สักอย่าง ไหนว่าละกิเลสแล้วไง หรืออะไรกันทำไมเด็กอย่างฉันจึงไม่เข้าใจ
ในขณะฝนตกแบบนี้ ฉันคิดจะแต่งนิยายหลอนตอนใหม่เสียหน่อย หลังจากได้แรงบันดาลใจจากซีรีย์เกาหลีเรื่องหนึ่ง ฉันก็ตั้งท่าคิดพล็อตตอนใหม่เสียให้วุ่นเพราะพล็อตของเรื่องนั้นมันเจ๋งมากเลยจนฉันอดใจไม่ไหวคิดจะแต่งหลังจากทิ้งร้างกว่าสองอาทิตย์ หรือบางทีฉันจะเขียนนิยายรักดี สต็อกนิยายก็กำลังจะหมด ฉันเริ่มร้อนเหมือนไฟลนแล้วเมื่อคนอ่านทวงถาม ฉันก็เริ่มเครียด พอตั้งใจจะพิมพ์ตอนต่อของนิยายฉันก็นึกได้ว่าวันนี้มีโจทย์อีกแล้วนี่นา แล้วฉันจะเขียนอะไรที่มันโดดเดี่ยวดีล่ะ
โดดเดี่ยว(เหรอ?) จึงเกิดขึ้นในตัวหนังสือต่อไปด้วยประการฉะนี้...
ในระหว่างที่
‘ฉัน’ นั่งโดดเดี่ยวพิมพ์ต๊อกแต๊กอยู่หน้าคอม ฉันกลับรู้สึกไม่โดดเดี่ยวเลย เพราะฉันมีเพื่อนๆพี่ๆที่ฉันรู้ว่าเขายังนั่งอยู่หน้าคอมที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย ในโลกใบเดียวกันถึงแม้อาจจะไม่ใช่ประเทศเดียวกันแต่เราก็สื่อสารกันได้อย่างใจคิด
เอาเป็นว่าฉันเขียนถึงเพื่อน
'บล็อก' และ เพื่อน
'ถนนนักเขียน' ดีกว่า..
ฉันเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกในเว็บอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ งานที่เขียนเรื่องแรกจึงเป็นแนวโรมานซ์อย่างที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้บอกว่าการเขียนนิยายโรมานซ์ดีหรือไม่ดี แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีบทบาทกับงานเขียนยุคนี้จริงๆ
อันที่จริงแล้วการเขียนนิยายโรมานซ์ไม่ได้แย่อย่างที่ใครคิด การเขียนอย่างไรให้ได้ความรู้สึกที่คนอ่านสัมผัสกับตัวอักษรทั้งหมดทั้งมวลได้โดยรู้สึกอินไปกับตัวละครเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำได้ ฉันอยากเก่งจริงๆ
สำหรับพันทิป..ฉันใช้ชีวิตอยู่ในห้องอื่น เฉลิมไทย เฉลิมกรุง ฉันชอบนักเรื่องเพ้อฝัน ดารา นักร้อง เรื่องชาวบ้านเป็นงานถนัด แต่วันหนึ่งฉันก็มีโอกาสได้เข้ามายังห้อง
'ถนนนักเขียน' และที่นี่ก็เป็นที่แรกที่ฉันอยากอยู่อย่างแท้จริง ฉันเริ่มเข้ามาสัมผัสด้วยความหวั่นเกรงในกิตติศัพท์ความน่าพรั่นพรึง จากที่ใครๆเขา
'เล่าว่า' ที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่อ่าน ครูบาอาจารย์เยอะ แล้วฉันก็คิดว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ คนแรกที่ฉันคุยด้วยในถนนนักเขียนคือ
คุณscottie ฉันถามเธอว่าที่นี่ลงนิยายฉากเรทได้ไหม นึกไปก็อายกับคำถามโง่ๆของตัวเอง คุณเขาก็เลยอธิบายให้โดยประมาณ ต้องขอขอบคุณมากจริงๆ
พี่วังวน เป็นคนที่สองที่ฉันได้คุยกับพี่อย่างจริงจัง พี่ให้คำแนะนำดีมากสำหรับนักเขียนมือใหม่ที่ไม่ได้เก่งอะไรเลย นิยายเรื่องแรกที่ลงในถนนนักเขียนต้องบอกว่าเป็นเพราะพี่แท้ๆที่เป็นกำลังใจให้ฉันลงจนจบโดยไม่ท้อไปเสียก่อนเพราะไม่มีคนอ่าน คำสอนของพี่ไม่เคยลืมเลย ถึงพี่จะไม่ได้เข้ามาแล้วก็ตาม เพราะพี่บอกว่าจะไม่เขียนนิยายอีกแล้วจนกว่าจะเกษียร
คุณดีแอน, คุณมิสพรหล้า, คุณka-nom-wan, คุณN-Foxtrot, คุณห้าสิบป่าย และพี่วังวน ขอบคุณมากที่อุตส่าห์มาเมนท์นิยายเรื่องแรกให้ ที่มาพร้อมคำถามหรือคำติชม ฉันดีใจมากที่อย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีคนอ่าน โดยเฉพาะคุณดีแอนที่เมนท์ให้ทุกตอนไม่ลืมเลยจริงๆ
พี่มาโซคิส, พี่นุ้ย (นารีจำศีล) ตอนนี้คงต้องเรียกว่า พี่นุ้ย (ปริยาธร) มากกว่า มาเป็นกำลังใจให้ในนิยายเรื่องแรกถึงแม้จะตอนท้ายเรื่องไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่ลืม ยังคงมีความสุขเสมอ ขอขอบคุณมากๆที่ทำให้ไม่โดดเดี่ยวในถนนนักเขียน
หลังจากที่ฉันลงนิยายเรื่องแรกที่ถนนนักเขียนจบ ฉันก็ริอ่านที่จะเอานิยายมาลง 'บล็อค' ทั้งที่ปกติไม่เคยคิดจะเป็นบล็อคเกอร์คนหนึ่ง ไม่รู้จะเขียนอะไร เห็นใครเขามีมุมโปรด นิยายโปรด เพลง หนัง ซีรีย์ ต้นไม้ ดอกไม้ แบบบ้านสวย ข่าวเด่น ธรรมะ อาหาร ขนมนมเนย ฉันก็อยากมีบ้าง อยากทำบ้าง
ครั้งแรกกับการลงบล็อกเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ฉันปล้ำกับมันเหมือนอะไรสักอย่าง ถ้าทางเหนือเขาเรียกว่า ‘อย่างกะหมากั๊นเต่า’ แปลว่า ‘เหมือนกับหมาที่ฟัดเต่าที่กระดองแข็งแรงแต่ก็ยังไม่สำเร็จ’ อย่างไรอย่างนั้น ฉันเสียเวลาไปจนอ่อนใจ ไม่อยากแล้ว เพราะฉันเป็นโรคเบื่อง่ายอีกต่างหาก ฉันก็เลยทิ้งอีก ฉันทิ้งบล็อกไปร่วมสามเดือนเพื่อไปลงที่เว็บอื่นที่ง่ายกว่า
แต่แล้วในที่สุดฉันก็กลับมา และฉันจะอดทนกับบล็อกดูสักครั้ง ตอนนั้นโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง ฉันไม่มีเพื่อนบล็อกเลยสักคนจริงๆ ไม่รู้จักใคร ฉันลงนิยายไปแบบมึนๆ อึนๆ ลุ่มๆ ดอนๆ และชักจะไม่สนุก และคนแรกที่เมนท์นิยายเรื่องแรกในบล็อคให้ก็คือพี่มาโซคิส ตามมาด้วย พี่นุ้ย (ปริยาธร), พี่หมูน้อย ที่เมนท์ให้ตั้งแต่ที่ฉันลงเว็บอื่นแต่หลังๆพี่หายไป, พี่น้ำผึ้ง และท่านอื่นบ้างประปราย ฉันจบเรื่องแรกมาได้ด้วยตอนจบที่เรียกว่าพอจะมีคนอ่าน ตอนนั้นฉันเริ่มท้อเล็กน้อยแล้ว และคิดว่าลาขาดกับถนนนักเขียนและบล็อกจริงๆสักที
ฉันหายไปสามเดือนจากการลงกระทู้ และบล็อก แต่ยังคงมาอ่านนิยายพี่ๆที่ถนนนักเขียนอย่างสม่ำเสมอ ฉันพยายามมาอ่านทุกวันเท่าที่จะทำได้ แต่ฉันก็ยังไม่กล้าลงอยู่ดี ฉันขลาดกลัว เป็นความทรมานกับการต่อสู้กับตัวเอง กับจิตใจตัวเองว่าฉันจะผ่านมันไปได้ไหม แล้วฉันก็ตัดสินใจนั่งลงหน้าคอมและสื่อสารมันผ่านเพื่อนบล็อกที่ต่างก็อยู่ไกลแสนไกลอีกครั้ง
ตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มเข้ามาอ่านเรื่องของพี่ๆที่บล็อกบ้าง นอกจากถนนนักเขียนที่ฉันใช้เวลาตอนค่ำแล้ว ฉันใช้เวลาตอนดึกกับการแวะเวียนบล็อคทุกบล็อคที่ฉันสนใจ และอยากเรียนรู้โลกกว้างที่ไม่ใช่แค่ในนิยายของฉัน ไม่นานฉันก็มีเพื่อน แค่เพื่อนที่มาทักทายไม่ได้อ่านนิยายฉันก็อุ่นใจ รู้สึกไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป...
ต้องขอบคุณคุณเปิ้น(fonrin), พี่ก๋า (กะว่าก๋า-ปราชญ์ของเราชาวบล็อก), คุณหญิงแก่น ที่แวะเวียนมาเป็นเพื่อนในทุกเช้า พร้อมภาพสวยๆ เรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันอยู่เสมอ และบ่อยครั้งจนฉันรู้สึกอุ่นใจ ฉันค่อยๆเรียนรู้ที่จะมีเพื่อนมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นพี่ตุ๊ก(ฝากเธอ) ที่มีภาพสวยๆมาฝาก, คุณกาปอมซ่า ที่มีขนมน้ำอร่อยๆ, คุณก้อนเงินที่มีภาพสวยๆมาฝาก, คุณโปร์(Pikake) ที่มีภาพสวยๆ คำห่วงใยมาฝากเสมอ, พี่อุ้ม(อุ้มสี) ที่ไลค์ให้เสมอพร้อมด้วยภาพสวยๆ, พี่อ้อมแอ้ม คนน่ารักที่ฉันชอบไปดูบล็อคน่ารักๆตลอด และอยากทำบล็อคได้น่ารักเหมือนพี่, พี่อ้อ(เริงฤดีนะ) กับบล็อกภาพยนต์ที่สนุกสนานโดนใจ,
คุณพริ้วไหวไปตามลม ที่มีคำพูดดีๆและอาหารอร่อยๆมาฝาก, พี่โอ(เนินน้ำ) ที่เป็นกำลังใจให้อยากหัดทำทั้งอาหารอร่อยๆ และงานนิยาย, คุณปอย(แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ) สำหรับบางเรื่องราวที่ทำให้ฉันอึ้งทึ่งเสียวและเสียใจเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งกัน, คุณนิค (ที่เห็นและเป็นมา) สำหรับภาพสวยๆ ที่ส่งมาให้อย่างสม่ำเสมอ,
พี่แหม่ม(mambymam) สำหรับเพลงเพราะๆที่เข้าไปฟังอยู่เสมอ, คุณลงสะพาน..เลี้ยวขวา สำหรับคำทักทายที่มีให้กัน, คุณเป็ดสวรรค์ ที่ทำให้รู้จักงานตะพาบและร่วมเดินทางไปกับตะพาบด้วย, คุณนก(andrex09) เพื่อนคนแรกในบล็อคที่โหวตให้ และคำอวยพรที่ส่งมาให้เสมอ มิตรภาพของคุณนกขอขอบคุณไม่ลืมเลย
อันที่จริงเยอะมากจนบรรยายไม่หมด แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไม่ใช่ว่าลืม แต่ไม่สามารถบรรยายได้หมด กลัวว่าคนอ่านจะเบื่อเสียก่อนถ้าเอ่ยครบคนจนจะจบบรรทัดสุดท้าย
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ถนนนักเขียนทุกท่านสำหรับความสนุกสนานที่ได้รับจากการอ่านนิยาย การพูดคุย หยอกเย้า สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นพี่มาโซคิส นักเขียนนิยายคนเก่ง, คุณโค อัสดง คนเจ้าบทเจ้ากลอน, อาจารย์จี(Psycho man) ที่เกรงใจ,
พี่น้ำ(บ้านสายไหม) สำหรับคำแนะนำหลังไมค์เสมอ, พี่รามี่(ชนมนธรส) พี่เจ้าเกาะแสนสนุก, คุณนัน(turtle_cheescake) คนอยู่ไกลแต่เหมือนใกล้, พี่หนุ่ย(เกสรผกา) อาจารย์ภาษาไทยของเพื่อนๆ,
คุณทะเลเดือด..พันธ์ร็อค เจ้าพ่อสยองขวัญ, พี่ปราง(Mareeraya) ผู้ให้ชีวิตน้องมะเดี่ยว, คุณคาซารีฟ มาเฟียคนเก่ง, พี่ดีเจบอย(kinkan00) คนน่ารัก, พี่นุ้ย(ปริยาธร) สำหรับคำแนะนำทุกอย่าง แม้กระทั่งสอนทำบล็อคและเฟส และอีกหลายท่านที่บรรยายไม่หมดจริงๆ
มี
'ความสุข' ที่รู้จักทุกคน
ความโดดเดี่ยวที่นั่งอยู่หน้าคอมเครื่องหนึ่งได้แต่ส่งผ่านความรู้สึกไปยังใครหลายคนที่อยู่ปลายทางอย่างตั้งใจ แต่ความตั้งใจก็ยังส่งไปได้ไม่หมดเพราะลงชื่อทุกคนไม่ไหว แต่บอกได้ว่าไม่ลืมยังคงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกค่ำคืน..
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจฉันให้รามือจากคอมเบื้องหน้า แล้วหันมาให้ความสนใจกับเจ้าโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ส่งเสียงเก่งจริงๆ เบอร์โทรศัพท์เคยคุ้นฉันไม่รีรอที่จะกดรับทันใด แล้วเสียงความห่วงใยก็ส่งผ่านเข้ามากระทบโสตประสาทของฉันจนสัมผัสได้
“ตีสองแล้ว..ไฟยังเปิดอยู่เลย นอนได้แล้ว...
สาวน้อย”
****************************************************************************************
++บันทึกของความโดดเดี่ยว(เหรอ?)++ ^เรื่องสั้นครบหนึ่งปีของนักหัดเขียน^
วันนี้มีเรื่องสั้น+เพลงมาฝากอีกแล้วค่ะ
ทำนองคึกคักหน่อยแต่ความหมายดีทีเดียวค่ะ
เนื่องจากเป็นเรื่องสั้นที่แต่งตามโจทย์ตะพาบ กิโลเมตรที่ 82 หัวข้อ "โดดเดี่ยว"
ลงบล็อคเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖
ซึ่งเป็นวันครบรอบหนึ่งปีของการก้าวสู่ถนนนักเขียนพอดีเลยค่ะ
เลยอยากจะเขียนเพื่อรำลึกถึงอดีตหนึ่งปีที่ผ่านมา
อาจจะมาในแนวพร่ำเพ้อสักเล็กน้อย แต่ขอบอกว่าจากใจเลยค่ะ
บันทึกของความโดดเดี่ยว (เหรอ?)
ฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่องนานนับชั่วโมง อากาศยามค่ำมืดดึกดื่นที่ฝนตกยาวนานอย่างนี้เย็นสบายจน ‘ฉัน’ อดใจไม่ไหวที่จะเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยมาหมาดๆมาแต่งแต้มตัวหนังสือเสียหน่อย ความเคยชินที่จะต้องใช้ราวกับมันเป็นปัจจัยที่ห้า ที่หกยังคงดำเนินอยู่อย่างนี้เรื่อยไป..เรื่อยไป...
ฉันเปิดหน้าเวิร์ดหน้าใหม่ขึ้นมา และนั่งนึกว่าจะพิมพ์อะไรลงไปดี ให้สมกับคำว่า ‘โดดเดี่ยว’ อาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยรู้สึกถึงคำคำนี้ ถึงแม้ว่าหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากภารกิจนอกบ้านมาสักแค่ไหน ฉันก็จะมีโลกที่ใช้เวลาเต็มที่อยู่กับภารกิจส่วนตัวที่ใครก็ไม่สามารถเข้าถึงมันได้ เหมือนจะโดดเดี่ยว แต่ฉันก็ไม่รู้สึกถึงมัน
ทำไมนะ...อาจจะเพราะฉันเป็นคนไม่คิดมากหรือเรียกง่ายๆว่าคิดบวก คิดบวกแล้วมีความสุข ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ไม่เห็นต้องกลัวใครจะว่ายังไง ฉันก็ยังเป็นของฉันแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน ชีวิตง่ายๆมีความสุข ไม่ขวนขวายไปช็อปปิ้งของแบรนด์เนมหรือหาทานอะไรที่คนเขานิยมกัน
บางทีอาจจะง่ายไปจนทำให้ชิวิตขาดสีสัน แต่สีสันของฉันไม่ใช่สีฉูดฉาดนี่นา ฉันชอบทุกสีที่มันอ่อนๆ ทึมๆ ไม่ชอบสีหวานแหววน่ารักเหมือนใครเขา แต่ฉันกลับยังมีความสุขกับสีทึมๆนั้น เอ..ทำไมกันนะ
บางทีฉันอาจจะเป็นพวกชอบสมถะ ถ้าปฏิบัติธรรมเสียหน่อยฉันคงไปโลดแน่นอน แต่ทำไมบางคนไปวัดไปวาแล้วแต่ไม่เห็นตัดได้ บางคนไปวัดเกือบสิบปียังคิดว่านั่นก็ของฉัน นี่ก็ของฉันอยู่เลย ไม่เห็นทิ้งอะไรได้สักอย่าง ไหนว่าละกิเลสแล้วไง หรืออะไรกันทำไมเด็กอย่างฉันจึงไม่เข้าใจ
ในขณะฝนตกแบบนี้ ฉันคิดจะแต่งนิยายหลอนตอนใหม่เสียหน่อย หลังจากได้แรงบันดาลใจจากซีรีย์เกาหลีเรื่องหนึ่ง ฉันก็ตั้งท่าคิดพล็อตตอนใหม่เสียให้วุ่นเพราะพล็อตของเรื่องนั้นมันเจ๋งมากเลยจนฉันอดใจไม่ไหวคิดจะแต่งหลังจากทิ้งร้างกว่าสองอาทิตย์ หรือบางทีฉันจะเขียนนิยายรักดี สต็อกนิยายก็กำลังจะหมด ฉันเริ่มร้อนเหมือนไฟลนแล้วเมื่อคนอ่านทวงถาม ฉันก็เริ่มเครียด พอตั้งใจจะพิมพ์ตอนต่อของนิยายฉันก็นึกได้ว่าวันนี้มีโจทย์อีกแล้วนี่นา แล้วฉันจะเขียนอะไรที่มันโดดเดี่ยวดีล่ะ
โดดเดี่ยว(เหรอ?) จึงเกิดขึ้นในตัวหนังสือต่อไปด้วยประการฉะนี้...
ในระหว่างที่ ‘ฉัน’ นั่งโดดเดี่ยวพิมพ์ต๊อกแต๊กอยู่หน้าคอม ฉันกลับรู้สึกไม่โดดเดี่ยวเลย เพราะฉันมีเพื่อนๆพี่ๆที่ฉันรู้ว่าเขายังนั่งอยู่หน้าคอมที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย ในโลกใบเดียวกันถึงแม้อาจจะไม่ใช่ประเทศเดียวกันแต่เราก็สื่อสารกันได้อย่างใจคิด
เอาเป็นว่าฉันเขียนถึงเพื่อน 'บล็อก' และ เพื่อน 'ถนนนักเขียน' ดีกว่า..
ฉันเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกในเว็บอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ งานที่เขียนเรื่องแรกจึงเป็นแนวโรมานซ์อย่างที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้บอกว่าการเขียนนิยายโรมานซ์ดีหรือไม่ดี แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีบทบาทกับงานเขียนยุคนี้จริงๆ
อันที่จริงแล้วการเขียนนิยายโรมานซ์ไม่ได้แย่อย่างที่ใครคิด การเขียนอย่างไรให้ได้ความรู้สึกที่คนอ่านสัมผัสกับตัวอักษรทั้งหมดทั้งมวลได้โดยรู้สึกอินไปกับตัวละครเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำได้ ฉันอยากเก่งจริงๆ
สำหรับพันทิป..ฉันใช้ชีวิตอยู่ในห้องอื่น เฉลิมไทย เฉลิมกรุง ฉันชอบนักเรื่องเพ้อฝัน ดารา นักร้อง เรื่องชาวบ้านเป็นงานถนัด แต่วันหนึ่งฉันก็มีโอกาสได้เข้ามายังห้อง 'ถนนนักเขียน' และที่นี่ก็เป็นที่แรกที่ฉันอยากอยู่อย่างแท้จริง ฉันเริ่มเข้ามาสัมผัสด้วยความหวั่นเกรงในกิตติศัพท์ความน่าพรั่นพรึง จากที่ใครๆเขา 'เล่าว่า' ที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่อ่าน ครูบาอาจารย์เยอะ แล้วฉันก็คิดว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ คนแรกที่ฉันคุยด้วยในถนนนักเขียนคือ
คุณscottie ฉันถามเธอว่าที่นี่ลงนิยายฉากเรทได้ไหม นึกไปก็อายกับคำถามโง่ๆของตัวเอง คุณเขาก็เลยอธิบายให้โดยประมาณ ต้องขอขอบคุณมากจริงๆ
พี่วังวน เป็นคนที่สองที่ฉันได้คุยกับพี่อย่างจริงจัง พี่ให้คำแนะนำดีมากสำหรับนักเขียนมือใหม่ที่ไม่ได้เก่งอะไรเลย นิยายเรื่องแรกที่ลงในถนนนักเขียนต้องบอกว่าเป็นเพราะพี่แท้ๆที่เป็นกำลังใจให้ฉันลงจนจบโดยไม่ท้อไปเสียก่อนเพราะไม่มีคนอ่าน คำสอนของพี่ไม่เคยลืมเลย ถึงพี่จะไม่ได้เข้ามาแล้วก็ตาม เพราะพี่บอกว่าจะไม่เขียนนิยายอีกแล้วจนกว่าจะเกษียร
คุณดีแอน, คุณมิสพรหล้า, คุณka-nom-wan, คุณN-Foxtrot, คุณห้าสิบป่าย และพี่วังวน ขอบคุณมากที่อุตส่าห์มาเมนท์นิยายเรื่องแรกให้ ที่มาพร้อมคำถามหรือคำติชม ฉันดีใจมากที่อย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีคนอ่าน โดยเฉพาะคุณดีแอนที่เมนท์ให้ทุกตอนไม่ลืมเลยจริงๆ
พี่มาโซคิส, พี่นุ้ย (นารีจำศีล) ตอนนี้คงต้องเรียกว่า พี่นุ้ย (ปริยาธร) มากกว่า มาเป็นกำลังใจให้ในนิยายเรื่องแรกถึงแม้จะตอนท้ายเรื่องไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่ลืม ยังคงมีความสุขเสมอ ขอขอบคุณมากๆที่ทำให้ไม่โดดเดี่ยวในถนนนักเขียน
หลังจากที่ฉันลงนิยายเรื่องแรกที่ถนนนักเขียนจบ ฉันก็ริอ่านที่จะเอานิยายมาลง 'บล็อค' ทั้งที่ปกติไม่เคยคิดจะเป็นบล็อคเกอร์คนหนึ่ง ไม่รู้จะเขียนอะไร เห็นใครเขามีมุมโปรด นิยายโปรด เพลง หนัง ซีรีย์ ต้นไม้ ดอกไม้ แบบบ้านสวย ข่าวเด่น ธรรมะ อาหาร ขนมนมเนย ฉันก็อยากมีบ้าง อยากทำบ้าง
ครั้งแรกกับการลงบล็อกเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ฉันปล้ำกับมันเหมือนอะไรสักอย่าง ถ้าทางเหนือเขาเรียกว่า ‘อย่างกะหมากั๊นเต่า’ แปลว่า ‘เหมือนกับหมาที่ฟัดเต่าที่กระดองแข็งแรงแต่ก็ยังไม่สำเร็จ’ อย่างไรอย่างนั้น ฉันเสียเวลาไปจนอ่อนใจ ไม่อยากแล้ว เพราะฉันเป็นโรคเบื่อง่ายอีกต่างหาก ฉันก็เลยทิ้งอีก ฉันทิ้งบล็อกไปร่วมสามเดือนเพื่อไปลงที่เว็บอื่นที่ง่ายกว่า
แต่แล้วในที่สุดฉันก็กลับมา และฉันจะอดทนกับบล็อกดูสักครั้ง ตอนนั้นโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง ฉันไม่มีเพื่อนบล็อกเลยสักคนจริงๆ ไม่รู้จักใคร ฉันลงนิยายไปแบบมึนๆ อึนๆ ลุ่มๆ ดอนๆ และชักจะไม่สนุก และคนแรกที่เมนท์นิยายเรื่องแรกในบล็อคให้ก็คือพี่มาโซคิส ตามมาด้วย พี่นุ้ย (ปริยาธร), พี่หมูน้อย ที่เมนท์ให้ตั้งแต่ที่ฉันลงเว็บอื่นแต่หลังๆพี่หายไป, พี่น้ำผึ้ง และท่านอื่นบ้างประปราย ฉันจบเรื่องแรกมาได้ด้วยตอนจบที่เรียกว่าพอจะมีคนอ่าน ตอนนั้นฉันเริ่มท้อเล็กน้อยแล้ว และคิดว่าลาขาดกับถนนนักเขียนและบล็อกจริงๆสักที
ฉันหายไปสามเดือนจากการลงกระทู้ และบล็อก แต่ยังคงมาอ่านนิยายพี่ๆที่ถนนนักเขียนอย่างสม่ำเสมอ ฉันพยายามมาอ่านทุกวันเท่าที่จะทำได้ แต่ฉันก็ยังไม่กล้าลงอยู่ดี ฉันขลาดกลัว เป็นความทรมานกับการต่อสู้กับตัวเอง กับจิตใจตัวเองว่าฉันจะผ่านมันไปได้ไหม แล้วฉันก็ตัดสินใจนั่งลงหน้าคอมและสื่อสารมันผ่านเพื่อนบล็อกที่ต่างก็อยู่ไกลแสนไกลอีกครั้ง
ตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มเข้ามาอ่านเรื่องของพี่ๆที่บล็อกบ้าง นอกจากถนนนักเขียนที่ฉันใช้เวลาตอนค่ำแล้ว ฉันใช้เวลาตอนดึกกับการแวะเวียนบล็อคทุกบล็อคที่ฉันสนใจ และอยากเรียนรู้โลกกว้างที่ไม่ใช่แค่ในนิยายของฉัน ไม่นานฉันก็มีเพื่อน แค่เพื่อนที่มาทักทายไม่ได้อ่านนิยายฉันก็อุ่นใจ รู้สึกไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป...
ต้องขอบคุณคุณเปิ้น(fonrin), พี่ก๋า (กะว่าก๋า-ปราชญ์ของเราชาวบล็อก), คุณหญิงแก่น ที่แวะเวียนมาเป็นเพื่อนในทุกเช้า พร้อมภาพสวยๆ เรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันอยู่เสมอ และบ่อยครั้งจนฉันรู้สึกอุ่นใจ ฉันค่อยๆเรียนรู้ที่จะมีเพื่อนมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นพี่ตุ๊ก(ฝากเธอ) ที่มีภาพสวยๆมาฝาก, คุณกาปอมซ่า ที่มีขนมน้ำอร่อยๆ, คุณก้อนเงินที่มีภาพสวยๆมาฝาก, คุณโปร์(Pikake) ที่มีภาพสวยๆ คำห่วงใยมาฝากเสมอ, พี่อุ้ม(อุ้มสี) ที่ไลค์ให้เสมอพร้อมด้วยภาพสวยๆ, พี่อ้อมแอ้ม คนน่ารักที่ฉันชอบไปดูบล็อคน่ารักๆตลอด และอยากทำบล็อคได้น่ารักเหมือนพี่, พี่อ้อ(เริงฤดีนะ) กับบล็อกภาพยนต์ที่สนุกสนานโดนใจ,
คุณพริ้วไหวไปตามลม ที่มีคำพูดดีๆและอาหารอร่อยๆมาฝาก, พี่โอ(เนินน้ำ) ที่เป็นกำลังใจให้อยากหัดทำทั้งอาหารอร่อยๆ และงานนิยาย, คุณปอย(แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ) สำหรับบางเรื่องราวที่ทำให้ฉันอึ้งทึ่งเสียวและเสียใจเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งกัน, คุณนิค (ที่เห็นและเป็นมา) สำหรับภาพสวยๆ ที่ส่งมาให้อย่างสม่ำเสมอ,
พี่แหม่ม(mambymam) สำหรับเพลงเพราะๆที่เข้าไปฟังอยู่เสมอ, คุณลงสะพาน..เลี้ยวขวา สำหรับคำทักทายที่มีให้กัน, คุณเป็ดสวรรค์ ที่ทำให้รู้จักงานตะพาบและร่วมเดินทางไปกับตะพาบด้วย, คุณนก(andrex09) เพื่อนคนแรกในบล็อคที่โหวตให้ และคำอวยพรที่ส่งมาให้เสมอ มิตรภาพของคุณนกขอขอบคุณไม่ลืมเลย
อันที่จริงเยอะมากจนบรรยายไม่หมด แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไม่ใช่ว่าลืม แต่ไม่สามารถบรรยายได้หมด กลัวว่าคนอ่านจะเบื่อเสียก่อนถ้าเอ่ยครบคนจนจะจบบรรทัดสุดท้าย
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ถนนนักเขียนทุกท่านสำหรับความสนุกสนานที่ได้รับจากการอ่านนิยาย การพูดคุย หยอกเย้า สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นพี่มาโซคิส นักเขียนนิยายคนเก่ง, คุณโค อัสดง คนเจ้าบทเจ้ากลอน, อาจารย์จี(Psycho man) ที่เกรงใจ,
พี่น้ำ(บ้านสายไหม) สำหรับคำแนะนำหลังไมค์เสมอ, พี่รามี่(ชนมนธรส) พี่เจ้าเกาะแสนสนุก, คุณนัน(turtle_cheescake) คนอยู่ไกลแต่เหมือนใกล้, พี่หนุ่ย(เกสรผกา) อาจารย์ภาษาไทยของเพื่อนๆ,
คุณทะเลเดือด..พันธ์ร็อค เจ้าพ่อสยองขวัญ, พี่ปราง(Mareeraya) ผู้ให้ชีวิตน้องมะเดี่ยว, คุณคาซารีฟ มาเฟียคนเก่ง, พี่ดีเจบอย(kinkan00) คนน่ารัก, พี่นุ้ย(ปริยาธร) สำหรับคำแนะนำทุกอย่าง แม้กระทั่งสอนทำบล็อคและเฟส และอีกหลายท่านที่บรรยายไม่หมดจริงๆ
มี 'ความสุข' ที่รู้จักทุกคน
ความโดดเดี่ยวที่นั่งอยู่หน้าคอมเครื่องหนึ่งได้แต่ส่งผ่านความรู้สึกไปยังใครหลายคนที่อยู่ปลายทางอย่างตั้งใจ แต่ความตั้งใจก็ยังส่งไปได้ไม่หมดเพราะลงชื่อทุกคนไม่ไหว แต่บอกได้ว่าไม่ลืมยังคงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกค่ำคืน..
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจฉันให้รามือจากคอมเบื้องหน้า แล้วหันมาให้ความสนใจกับเจ้าโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ส่งเสียงเก่งจริงๆ เบอร์โทรศัพท์เคยคุ้นฉันไม่รีรอที่จะกดรับทันใด แล้วเสียงความห่วงใยก็ส่งผ่านเข้ามากระทบโสตประสาทของฉันจนสัมผัสได้
“ตีสองแล้ว..ไฟยังเปิดอยู่เลย นอนได้แล้ว...สาวน้อย”
****************************************************************************************