ผมจะตามเรื่องนี้ ไปจนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรี ที่ดูแล กระทรวงพานิช
ที่ผมจั่วหัวไว้ ว่ามือใหม่หัดขับ ก็ เนื่องมาจาก ทั้งรัฐมนตรี และ ช่วย ที่ดูแลงานใหญ่
ขนาดนี้ ไม่มีประสพการณ์ ในการบริหารงาน แบบนี้มาเลย
คุณบุญทรง นอกจากเคยเป็น ประธานอุตสาหกรรมเชียงใหม่ แล้ว ไม่เคย จับงานเกี่ยวกับการค้า
ระหว่างประเทศ มาเลย ไม่เคย จับ งาน เป็นหมื่นล้านมาก่อน นอกจาก ที่เขาว่ากันว่า
เป็นเด็ก เจ้ แล้ว ก้ไม่เห็นว่า เคยมีผลงานอะไรมาบ้าง
ต่อมา นัดวุด นอกจากเป็น นักปาฐก ตัวฉกาจแล้ว เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็ยังไม่ผ่านงาน
ที่เกี่ยวกับ การค้าขาย มาก่อน นอกจาก นโยบาย ร้านโชว์ห่วย ที่ผมว่า ทุ่มไป เป็นพันล้านแล้ว
ยังไม่ประสพ ผลสำเร็จอะไร เห็นผลงาน ก็เอาเงินไป พยุงราคายาง ของชาวไต้ นี่ล่อเข้าไป 3 หมื่นล้าน ซึ่ง
ต้องบอกว่า เฉพาะชาวไต้จริง ๆ เพราะชาว ภาคอีสาณ ที่ปลูกยาง ตัดยาง กันเต็ม ภาค ก็ยัง
70 - 85 บาท เหมือนเดิม แต่เขา ก้พอใจราคานี้ เป็นอันว่า มันเฉพาะชาวไต้ ของนัดวุด เท่านั้น
นอกจากนี้ คนเดินตามหน้าห้อง ของนัดวุด ก้รวยกัน จนไม่รู้ว่าจะซื้อรถ ยี่ห้ออะไรดี ถ้านัดวุด
ไม่รู้ ถามผมมาหน่อย จะแฉให้ฟัง
นี่คือประวัติ ย่อ ๆของคนดูแล ชาวนา ที่มีพื้นฐานจากไม่รู้เรื่องข้าว เลย ไม่รู้เรื่องการบริหาร ที่เกี่ยวข้องกับ
วงจรชีวิต ของชาวนาเลย เขาทั้งสองรู้แค่ว่า ข้าว มันราคามันแย่ พ่อค้าเอาเปรียบ ธนาคาร เอาเปรียบ
ชาวนา มีการกดราคาข้าว อย่างชนิดว่า ถ้าไม่ขายราคานี้ ก้เอาไปโยนที้งให้ไก่กินเสีย
ที่นาของเขา ถูกเปลี่ยนมือ เป็นของนายทุนไปเกือบหมด เป็นอย่างนี้ มากว่า 50 ปีมาแล้ว
ตั้งแต่ จอมพลสฤษฏ์ เริ่มแผนพัฒนาเศษฐกิจ แห่งชาติ ฉบับที่ 1 ตอนนั้น ข้าวเปลือก ราคาเกวียนละ 450 บาท
ผู้คน พากันที้งนาเพื่อเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ที่ มีรายได้ แม้น้อยนิด แต่มันเร็ว ถึงเดือนรัลแล้ว
ตอนนั้น รายได้ กรรมกรขั้นต่ำ ที่ 12 บาท ต่อวัน เขาก็ทำกัน คนจึง ที้งนาที้งไร่ เข้าสู่ระบบนี้ ทั้งหมด
จนภาคเกษตรกรรมถูกทอดที้ง ไม่ได้รับการพัฒนา ตั้งแต่ แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก เทคโนโลยีของข้าว ไม่เคยพัฒนา
ไปหลงไหลกับ อุตสาหกรรม เพื่อ จะได้ เป็น นิค ตามที่บอกกัน หารู้ไม่ว่า ไอ้ค่า แรง มันแค่ ไม่ถึง 10 %
ของราคาสินค้า ญี่ปุ่น ขนกำไร กลับประเทศ ด้วยค่าแรง ต่ำ แบบนี้ไปเท่าไรไม่รู้
จนมา แผนพัฒนา ฉบับหลัง ๆจึงหันมาเขียนเรื่องเกษตร กันอีกที่ แต่ก็สายแล้ว เพราะวงจรข้าว ถูก ครอบงำ ด้วยระบบ
การค้า ของ ธนาคาร ของโลกไป ที่มีข้อห้ามมิให้ รัฐ ส่งเสริม ราคาพืชผลเกษตร บอกว่าจะเป็นการ แข่งขัน การค้าไป
อเมริกัน แอบบสนับสนุน ราคาพืชผลด้วย เงิน ปีละกว่า 7 ล้าน ๆ บาท ญี่ปุ่น กว่า 2 ล้าน ๆบาท ก็ไม่เห็นจะมี
ใครหน้าไหนกล้าว่าอะไร
นโยบายของ พรรคเพื่อไทย ที่ กำหนดราคาข้าว ที่ 1.5 หมื่น และ 2 หมื่นตามลำดับ ก้เพื่อยก ระดับ ราคาให้
เกษตรกรชาวนา มีราคาที่เป็นธรรม ให้เขามีเงินพอที่จะใช้จ่าย ในการดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างดี พอสมควร
ประชาชนในประเทศทุกคน ที่รัปทานข้าว อยากมีชิวิตที่ดีจากการทำงาน หนักใช่ไหม ทุกอาชีพ อยากได้
ค่าตอบแทน ที่ดี ให้กับชีวิตการทำงานใช่ไหม เมื่อมีคำตอบกับตัวเอง ก็ เป็นคำตอบของชาวนาเช่นกัน
การทำงาน ที่จะให้โครงการ รับจำนำ เป็นไปอย่างโปร่งใส แล้ว ต้อง ทำด้วยความรู้ อย่างแท้จริงกับการบริหารจัดการ
รู้จักการค้า รู้จัก การเก็บรายละเอียด ที่ให้ประโยชน์ กับ ราชการ คนที่รับผิดชอบโดยตรงคือ รัฐมนตรี
เรามีรัฐมนตรี ต่างตอบแทน มา ทุกยุค ทุกสมัย เรามีรัฐมนตรี ที่ไม่เคยรู้เรื่อง กับการค้าขาย กับ วงจร อุบาทว์
ของการค้าข้าว เรามีรนัฐมนตรี ที่ ไม่ตอบในที่ประชุม ที่ผู้รู้ บ้างเขาถาม แต่ออกมา ตอบ นยอกเวทีการ สัมนา
กับ ราชการ กับ วงของประชาชน ที่ เป็นวงแคบ ๆ ที่คุณรัฐมนตรี จะสั่งให้เขาเอาตัวเลข มาอย่างใด ก้ได้
แม้แต่ข้าว ในมือ ในโกดัง ยังไม่รู้เลยว่ามีเท่าใด ขายไปแล้วเท่าใด ขาดทุนกำไร ในส่วนนั้นเท่าใด
ยังเหลือที่จะส่งออกเท่าใด ทุกอย่างเป็นความลับ
ผมถามทั่นรัฐมนตรีหน่อย ถ้าผมจะซื้อข้าว ของคุณ ชนิดเดียวกัน ผมไม่รู้ เลยหรือว่า ราคาที่คุณขายให้แต่ละประเทศ มันเท่าใด
ขายให้บังคลาเทศเท่าใด ปากี เท่าไร ขายให้บรูไน เท่าใด ฟิลิปปีนส์ เท่าใด อินโด เท่าใด เขาโง่ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ
มันเลยต้องเป็นความลับ
ยี่งเห็นตัวเลข ที่ต้องจ่ายไปสองปีแล้ว 6 แสนกว่าล้าน ยี่ง ต้องเชื่อว่า ต้องเอา คนที่ เป็นงาน เชี่ยวชาญ มาทำงาน
ประเภทมือใหม่หัดขับ แม้แต่จะขาย ของสักฃี้น ยังไม่เคย
ฝาก นัดวุด ไว้เรื่อง ไอ้ร้านโชว์ห่วย ที่ลงทุนไป กว่า 1000 ล้าน น่ะ มัน ขาดทุน กำไร เท่าไร แต่ละร้าน ที่ลงไป
เอาวิธีการซื้อ ขาย แบบ 7 - 11 ไปใช้บ้างหรือเปล่า หรือแค่ โปรโมตว่า กูก็ช่วยแล้ว นะ
แล้ว คน ที่ รับซื้อยางภาคอีสาณ เขาฝากมาถามหน่อย ที่คนจัดคิว ที่เดินตามคุณ น่ะ รวยจนสะดือปลี้นไปแล้วใช่ไหม
ตอนนี้มีความสุขดีอยู่หรือเปล่า หรือตอนนี้เดินหา หัวคิวเรื่องข้าวต่อไป
ผมรักคุณนะ แต่ผมว่าคุณไม่เหมาะกับ หน้าที่นี้จริง ๆ ช่วยบอกท่านนายก ไปอยู่ สำนักนายก ดูแล สื่อ ตามที่คุณเคยทำ
มันจะเหมาะที่สุด ส่วนคุณบุญทรง จะเอาไปไหน ก็ไป แต่อย่ามาค้าขาย
ฝากสุดท้าย คุณมี่งขวัญ แสงสุวรรณ เอาแกมาปัดฝุ่นแต่งตัวหน่อย ดองแกมานาน ได้ข่าวว่า หาว่าแก
เป็นกบฐ ยกโทษให้แกเถอะ เพราะความสามารถแก ระดับ รัฐมนตรี มือใหม่ เดี๋ยวนี้ สู้ไม่ได้สักคน
ถึงเวลาที่จะขุด แกออกจากกรุได้แล้ว
แล้วบอก ท่านนายกด้วย เรื่องข้าว นี่ ขนาดชาวบ้านก็ยัง สงสัยนะครับ แต่เขา เสื้อแดง ที่ไม่มีวัน
ทอดที้ง เพื่อไทย แต่เขาก็เก็บความสงสัย มาคุยให้ผมฟัง รักนะ จึงบอกกล่าว
ข้าว เรื่อง ใหญ่ขนาดนี้ เอาแค่ มือใหม่หัดขับ มาทำงาน
ที่ผมจั่วหัวไว้ ว่ามือใหม่หัดขับ ก็ เนื่องมาจาก ทั้งรัฐมนตรี และ ช่วย ที่ดูแลงานใหญ่
ขนาดนี้ ไม่มีประสพการณ์ ในการบริหารงาน แบบนี้มาเลย
คุณบุญทรง นอกจากเคยเป็น ประธานอุตสาหกรรมเชียงใหม่ แล้ว ไม่เคย จับงานเกี่ยวกับการค้า
ระหว่างประเทศ มาเลย ไม่เคย จับ งาน เป็นหมื่นล้านมาก่อน นอกจาก ที่เขาว่ากันว่า
เป็นเด็ก เจ้ แล้ว ก้ไม่เห็นว่า เคยมีผลงานอะไรมาบ้าง
ต่อมา นัดวุด นอกจากเป็น นักปาฐก ตัวฉกาจแล้ว เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็ยังไม่ผ่านงาน
ที่เกี่ยวกับ การค้าขาย มาก่อน นอกจาก นโยบาย ร้านโชว์ห่วย ที่ผมว่า ทุ่มไป เป็นพันล้านแล้ว
ยังไม่ประสพ ผลสำเร็จอะไร เห็นผลงาน ก็เอาเงินไป พยุงราคายาง ของชาวไต้ นี่ล่อเข้าไป 3 หมื่นล้าน ซึ่ง
ต้องบอกว่า เฉพาะชาวไต้จริง ๆ เพราะชาว ภาคอีสาณ ที่ปลูกยาง ตัดยาง กันเต็ม ภาค ก็ยัง
70 - 85 บาท เหมือนเดิม แต่เขา ก้พอใจราคานี้ เป็นอันว่า มันเฉพาะชาวไต้ ของนัดวุด เท่านั้น
นอกจากนี้ คนเดินตามหน้าห้อง ของนัดวุด ก้รวยกัน จนไม่รู้ว่าจะซื้อรถ ยี่ห้ออะไรดี ถ้านัดวุด
ไม่รู้ ถามผมมาหน่อย จะแฉให้ฟัง
นี่คือประวัติ ย่อ ๆของคนดูแล ชาวนา ที่มีพื้นฐานจากไม่รู้เรื่องข้าว เลย ไม่รู้เรื่องการบริหาร ที่เกี่ยวข้องกับ
วงจรชีวิต ของชาวนาเลย เขาทั้งสองรู้แค่ว่า ข้าว มันราคามันแย่ พ่อค้าเอาเปรียบ ธนาคาร เอาเปรียบ
ชาวนา มีการกดราคาข้าว อย่างชนิดว่า ถ้าไม่ขายราคานี้ ก้เอาไปโยนที้งให้ไก่กินเสีย
ที่นาของเขา ถูกเปลี่ยนมือ เป็นของนายทุนไปเกือบหมด เป็นอย่างนี้ มากว่า 50 ปีมาแล้ว
ตั้งแต่ จอมพลสฤษฏ์ เริ่มแผนพัฒนาเศษฐกิจ แห่งชาติ ฉบับที่ 1 ตอนนั้น ข้าวเปลือก ราคาเกวียนละ 450 บาท
ผู้คน พากันที้งนาเพื่อเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ที่ มีรายได้ แม้น้อยนิด แต่มันเร็ว ถึงเดือนรัลแล้ว
ตอนนั้น รายได้ กรรมกรขั้นต่ำ ที่ 12 บาท ต่อวัน เขาก็ทำกัน คนจึง ที้งนาที้งไร่ เข้าสู่ระบบนี้ ทั้งหมด
จนภาคเกษตรกรรมถูกทอดที้ง ไม่ได้รับการพัฒนา ตั้งแต่ แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก เทคโนโลยีของข้าว ไม่เคยพัฒนา
ไปหลงไหลกับ อุตสาหกรรม เพื่อ จะได้ เป็น นิค ตามที่บอกกัน หารู้ไม่ว่า ไอ้ค่า แรง มันแค่ ไม่ถึง 10 %
ของราคาสินค้า ญี่ปุ่น ขนกำไร กลับประเทศ ด้วยค่าแรง ต่ำ แบบนี้ไปเท่าไรไม่รู้
จนมา แผนพัฒนา ฉบับหลัง ๆจึงหันมาเขียนเรื่องเกษตร กันอีกที่ แต่ก็สายแล้ว เพราะวงจรข้าว ถูก ครอบงำ ด้วยระบบ
การค้า ของ ธนาคาร ของโลกไป ที่มีข้อห้ามมิให้ รัฐ ส่งเสริม ราคาพืชผลเกษตร บอกว่าจะเป็นการ แข่งขัน การค้าไป
อเมริกัน แอบบสนับสนุน ราคาพืชผลด้วย เงิน ปีละกว่า 7 ล้าน ๆ บาท ญี่ปุ่น กว่า 2 ล้าน ๆบาท ก็ไม่เห็นจะมี
ใครหน้าไหนกล้าว่าอะไร
นโยบายของ พรรคเพื่อไทย ที่ กำหนดราคาข้าว ที่ 1.5 หมื่น และ 2 หมื่นตามลำดับ ก้เพื่อยก ระดับ ราคาให้
เกษตรกรชาวนา มีราคาที่เป็นธรรม ให้เขามีเงินพอที่จะใช้จ่าย ในการดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างดี พอสมควร
ประชาชนในประเทศทุกคน ที่รัปทานข้าว อยากมีชิวิตที่ดีจากการทำงาน หนักใช่ไหม ทุกอาชีพ อยากได้
ค่าตอบแทน ที่ดี ให้กับชีวิตการทำงานใช่ไหม เมื่อมีคำตอบกับตัวเอง ก็ เป็นคำตอบของชาวนาเช่นกัน
การทำงาน ที่จะให้โครงการ รับจำนำ เป็นไปอย่างโปร่งใส แล้ว ต้อง ทำด้วยความรู้ อย่างแท้จริงกับการบริหารจัดการ
รู้จักการค้า รู้จัก การเก็บรายละเอียด ที่ให้ประโยชน์ กับ ราชการ คนที่รับผิดชอบโดยตรงคือ รัฐมนตรี
เรามีรัฐมนตรี ต่างตอบแทน มา ทุกยุค ทุกสมัย เรามีรัฐมนตรี ที่ไม่เคยรู้เรื่อง กับการค้าขาย กับ วงจร อุบาทว์
ของการค้าข้าว เรามีรนัฐมนตรี ที่ ไม่ตอบในที่ประชุม ที่ผู้รู้ บ้างเขาถาม แต่ออกมา ตอบ นยอกเวทีการ สัมนา
กับ ราชการ กับ วงของประชาชน ที่ เป็นวงแคบ ๆ ที่คุณรัฐมนตรี จะสั่งให้เขาเอาตัวเลข มาอย่างใด ก้ได้
แม้แต่ข้าว ในมือ ในโกดัง ยังไม่รู้เลยว่ามีเท่าใด ขายไปแล้วเท่าใด ขาดทุนกำไร ในส่วนนั้นเท่าใด
ยังเหลือที่จะส่งออกเท่าใด ทุกอย่างเป็นความลับ
ผมถามทั่นรัฐมนตรีหน่อย ถ้าผมจะซื้อข้าว ของคุณ ชนิดเดียวกัน ผมไม่รู้ เลยหรือว่า ราคาที่คุณขายให้แต่ละประเทศ มันเท่าใด
ขายให้บังคลาเทศเท่าใด ปากี เท่าไร ขายให้บรูไน เท่าใด ฟิลิปปีนส์ เท่าใด อินโด เท่าใด เขาโง่ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ
มันเลยต้องเป็นความลับ
ยี่งเห็นตัวเลข ที่ต้องจ่ายไปสองปีแล้ว 6 แสนกว่าล้าน ยี่ง ต้องเชื่อว่า ต้องเอา คนที่ เป็นงาน เชี่ยวชาญ มาทำงาน
ประเภทมือใหม่หัดขับ แม้แต่จะขาย ของสักฃี้น ยังไม่เคย
ฝาก นัดวุด ไว้เรื่อง ไอ้ร้านโชว์ห่วย ที่ลงทุนไป กว่า 1000 ล้าน น่ะ มัน ขาดทุน กำไร เท่าไร แต่ละร้าน ที่ลงไป
เอาวิธีการซื้อ ขาย แบบ 7 - 11 ไปใช้บ้างหรือเปล่า หรือแค่ โปรโมตว่า กูก็ช่วยแล้ว นะ
แล้ว คน ที่ รับซื้อยางภาคอีสาณ เขาฝากมาถามหน่อย ที่คนจัดคิว ที่เดินตามคุณ น่ะ รวยจนสะดือปลี้นไปแล้วใช่ไหม
ตอนนี้มีความสุขดีอยู่หรือเปล่า หรือตอนนี้เดินหา หัวคิวเรื่องข้าวต่อไป
ผมรักคุณนะ แต่ผมว่าคุณไม่เหมาะกับ หน้าที่นี้จริง ๆ ช่วยบอกท่านนายก ไปอยู่ สำนักนายก ดูแล สื่อ ตามที่คุณเคยทำ
มันจะเหมาะที่สุด ส่วนคุณบุญทรง จะเอาไปไหน ก็ไป แต่อย่ามาค้าขาย
ฝากสุดท้าย คุณมี่งขวัญ แสงสุวรรณ เอาแกมาปัดฝุ่นแต่งตัวหน่อย ดองแกมานาน ได้ข่าวว่า หาว่าแก
เป็นกบฐ ยกโทษให้แกเถอะ เพราะความสามารถแก ระดับ รัฐมนตรี มือใหม่ เดี๋ยวนี้ สู้ไม่ได้สักคน
ถึงเวลาที่จะขุด แกออกจากกรุได้แล้ว
แล้วบอก ท่านนายกด้วย เรื่องข้าว นี่ ขนาดชาวบ้านก็ยัง สงสัยนะครับ แต่เขา เสื้อแดง ที่ไม่มีวัน
ทอดที้ง เพื่อไทย แต่เขาก็เก็บความสงสัย มาคุยให้ผมฟัง รักนะ จึงบอกกล่าว