'สุขุม'วิพากษ์การเมืองกลับข้าง 'รัฐไม่แก้ปัญหาจากเฉยชาเป็นต่อต้าน'

กระทู้สนทนา
นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลสุดยอดจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


'สุขุม'วิพากษ์'จำนำข้าว'ส่อการเมืองกลับข้าง
'สุขุม'วิพากษ์การเมืองกลับข้าง 'รัฐไม่แก้ปัญหาจากเฉยชาเป็นต่อต้าน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์


          ปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ดูเหมือนว่า "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" กำลังเผชิญกับปัญหาทั้งการเมืองและปัญหาบ้านเมืองที่นับวันจะเริ่มขยายเป็นวงกว้างขึ้น

          โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการบริหารบ้านเมืองบ้านเมืองที่ผิดพลาด เห็นได้จาก "โครงการรับจำนำข้าว" ที่ปัจจุบันกลายเป็นประเด็นร้อน และกำลังมีการมองกันว่า อาจเป็น "จุดตาย" ที่ทำให้รัฐบาลอยู่ลำบาก

          แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา "บุญทรง เตริยาภิรมย์" รมว.พาณิชย์, "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รมช.พาณิชย์ ได้ช่วยกันแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์การบริหารโครงการนี้ของรัฐบาลดีขึ้น

          ก็ขนาด "ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" อดีต รมว.คลัง ที่เคยร่วมทำงานกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากฟังการชี้แจงของ"บุญทรง กับณัฐวุฒิ" เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ทำนอง "ฟังแล้วลมจับ"

          "รัฐมนตรีพาณิชย์แถลงว่า ยังไม่สามารถคำนวณกำไรขาดทุนจำนำข้าวได้ เพราะต้องรอให้ขายข้าวจนหมดเสียก่อน เฮ้อ!!! ฟังแล้วลมจับ สงสัยจะต้องรอไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเสียแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่กำกับดูแลนักบัญชีทั่วประเทศ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามหลักการบัญชีเสียเอง เป็นที่น่าละอายมากนะครับ"

          โครงการรับจำนำข้าวที่เป็น "นโยบายรัฐบาล" ถูกฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาอภิปรายหลายครั้ง พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนไปใช้ "นโยบายประกันราคาข้าว" สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่รัฐบาลก็ยังยืนยันเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไป ซึ่งในทางการเมืองก็พอรับฟังได้ เพราะหากนำ "นโยบายประกันราคาข้าว" มาใช้อาจ "เสียเหลี่ยม"

          แม้ว่า "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) เคยเสนอความเห็นต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ยกเลิกนโยบายรับจำนำข้าว เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางในการทุจริต และสร้างความเสียหายแก่ภาครัฐจำนวนมาก แต่ทางรัฐบาลก็ยังยืนยันเดินหน้าต่อจนฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

          จนกระทั่งฝ่ายค้านนำมาอภิปรายระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ถือเป็นการ "ตอกย้ำ" จนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่ประชาชนคนที่ติดตามข่าวสารเริ่มมีความเคลื่อนไหวและเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับกับข้อมูลของฝ่ายค้าน

          เห็นได้จากระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา "การสำรวจความคิดเห็นประชาชน" จากหลายสถาบันหัวข้อในการสำรวจเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรง โดยเฉพาะการบริหารบ้านเมืองของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีผลต่อเสถียรภาพ ความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล

          เช่น “ความมั่นคงของรัฐบาล ณ วันนี้" เป็นการสำรวจของ "สวนดุสิตโพล”, หัวข้อ "ความเห็นชาวอีสาน ต่อการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้า”เป็นการสำรวจของ "อีสานโพล" หัวข้อ “เผือกร้อนทางการเมือง” เป็นการสำรวจของ "เอแบคโพลล์", หัวข้อ "รัฐบาลกับการพูดคุยสันติภาพ กับกลุ่มบีอาร์เอ็น” เป็นการสำรวจของ "กรุงเทพโพลล์", หัวข้อ  “ข่าวการเมือง” ณ วันนี้ ในทัศนะของประชาชน" เป็นการสำรวจของ "สวนดุสิตโพล”

          ซึ่งผลการสำรวจส่วนใหญ่เสียงที่ออกมาไม่เห็นด้วยกับการดำเนินแนวนโยบายของรัฐบาลหลายเรื่อง เช่น มองว่ารัฐบาลในขณะนี้ไม่ค่อยมั่นคง เพราะมีการประท้วง การเคลื่อนไหวของประชาชนบ่อยมากขึ้น สื่อ นักวิชาการและนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริหารงานของรัฐบาลที่บกพร่อง การทุจริตคอร์รัปชั่น โดยประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของแพงให้ดีขึ้น

          หรือการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง “รัฐบาลกับการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น” หลังจากที่รัฐบาลได้พูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น มาแล้ว 2 ครั้ง พบว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเหตุการณ์ความไม่สงบมีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และเห็นว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นมีความได้เปรียบในการเจรจามากกว่า และเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงจังในการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ตัวอย่างผลสำรวจจากสถาบันต่างๆ เหล่านี้ หากรัฐบาลหรือฝ่ายค้านนำเสียงสะท้อนของประชาชนเหล่านี้ไปปรับปรุงจะเป็นประโยชน์ในการบริหารงานมากยิ่งขึ้น!

          "รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์" ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ยอมรับว่า กระแสการเมืองในช่วงนี้ทำให้ประชาชนตื่นตัวในการรับรู้ข่าวสารมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากการตอบแบบสอบถามจะมีการเสนอความคิดเห็นลงในแบบสอบถามด้วย ซึ่งต่างจากในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะตอบคำถามสั้นๆ เท่านั้น แสดงว่าประชาชนสนใจและติดตามเรื่องการเมือง

          "เมื่อก่อนหลายคนมองว่าอารมณ์ร่วมของประชาชนจุดไม่ติด แต่เมื่อมีการตอกย้ำตลอดเวลาอารมณ์อาจเปลี่ยนไปได้ เช่น โครงการจำนำข้าว เมื่อก่อนอาจแค่รับฟัง แต่เมื่อฝ่ายค้านนำมาอภิปราย สื่อนำมาเสนอ จะทำให้อารมณ์ของประชาชนเมื่อรับข้อมูลบ่อยๆ ก็เริ่มสงสัย อยากรู้ฝ่ายไหนผิด ฝ่ายไหนถูก หรือกรณีรถหรูแรกๆ ก็อาจสงสัยทำไมไฟไหม้ ต่อมาโยงเรื่องเลี่ยงภาษี และคิดว่ารถเป็นของใครนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่คนคิดเริ่มคล้อยตามข้อมูลที่ได้รับมาอาจจะคิดเกินเลยโยงไปถึงนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวและอาจทำให้อารมณ์ตีกลับจากที่เคยสนับสนุนรัฐบาลอาจต่อต้าน"

          "ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล" มองว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้มีหลายกระแสประเด็นเริ่มจุดติด รัฐบาลแก้สถานการณ์ไม่ทัน ทำให้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนส่วนใหญ่เคยมีอาจสั่นคลอนได้ รัฐบาลต้องตั้งทีมประชาสัมพันธ์ขึ้นมาอย่างเร่งด่วน เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เมื่อก่อนกระแสการเมือง 3-4 วัน ก็มีข่าวอื่นเข้ามาช่วยได้ แต่ปัจจุบันการจุดประเด็นข่าวขึ้นมาแล้วตอกย้ำแง่มุมต่างๆ ประชาชนเมื่อเห็นข่าวตามสื่อก็คิดว่า หากสื่อนำมาเสนอต้องเป็นข้อเท็จจริง และเกิดความเชื่อไปแล้ว หากรัฐบาลไม่เร่งชี้แจงก็เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล

          สวนดุสิตโพลในฐานะที่ส่งนิสิตนักศึกษาลงไปสำรวจความเห็นจากประชาชนได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง "ดร.สุขุม" กล่าวว่าขณะนี้กระแสความเดือดร้อนเรื่องปากท้องเริ่มมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับระยะแรกที่รัฐบาลปรับค่าแรง 300 หรือเพิ่มรายได้ปริญญาตรี 15,000 บาท ขณะนั้นนโยบายรัฐบาลได้สร้างความหวังให้แก่ประชาชนเหล่านั้น ต่อมาเมื่อสินค้าราคาแพงขึ้น ไม่มีเงินเก็บ มีหนี้สิน ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มไม่พอใจ ค่าแรง 300 หรือรายได้ 15,000 บาท เป็นเพียงสร้างความหวัง เพราะบางพื้นที่ก็ไม่ได้รับเงินเท่ากับที่รัฐบาลกำหนด เมื่อมีการนำเสนอข่าวปัญหาปากท้องเหมือนที่คนเหล่านี้กำลังประสบอยู่ทำให้ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลเริ่มลดลง และจะส่งผลให้รัฐบาลไม่มั่นคงตามมา

          "เมื่อเกิดปัญหาใกล้ตัวจากคนที่ไม่เคยสนใจ ก็จะเริ่มสนใจข่าวสาร ติดตาม หากรัฐบาลไม่ออกมาชี้แจงให้เป็นรูปธรรมมีข้อมูลที่ชัดเจน จะทำให้สถานการณ์คนที่เคยสนับสนุนเปลี่ยนไปเป็นต่อต้านแทน" ดร.สุขุม กล่าวปิดท้าย

.................................

(หมายเหตุ : 'สุขุม'วิพากษ์การเมืองกลับข้าง 'รัฐไม่แก้ปัญหาจากเฉยชาเป็นต่อต้าน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)


http://www.komchadluek.net/detail/20130610/160618/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87.html#.UbVb1thXt8Q
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่