###ITD fanclub### สองสิงห์นักเลงหุ้น ลดสัมพันธ์ ITD เหลือแค่ “กิ๊ก”

กระทู้สนทนา
“ซื้อได้แต่อย่าเยอะ” “นพ.บุญ วนาสิน” และ "เสี่ยป๋อง” วัชระ แก้วสว่าง นักลงทุนไซด์ใหญ่ ลดฐานะหุ้น อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เลือก “เล่นสั้น


พื้นฐานเปลี่ยนมั้ย!!

เมื่อ “อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” (ITD) ของ “เปรมชัย กรรณสูต" ถูกแปรสภาพจาก “เจ้าของ” เหลือเพียง “ผู้รับช่วงงาน” และ “ผู้ถือหุ้นร่วม” ในโครงการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกใหม่ทวาย มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองทวาย ประเทศพม่า “คำถาม” นี้ต้องการ “ผู้รู้” แถลงไข

“เชื่องช้า-ขาดเงินทุน” แรงจูงใจเหล่านี้ เป็นเหตุให้ “รัฐบาลพม่า” ผู้มอบสัมปทานการพัฒนาพื้นที่ให้กับ “อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” ตัดใจปรับ Framework Agreement ใหม่ ด้วยการเปลี่ยนคู่สัญญาจาก “อิตาเลียนไทยฯ” เป็น “Holding Company” ซึ่งเกิดจากร่วมทุนระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่า

ผ่านมา 2 ปี โครงการไร้ความคืบหน้า แต่หุ้นใหญ่อย่าง “เปรมชัย” เปล่าอยู่เฉย “ดิ้นรน” หาเงินทุนและพันธมิตรทุกทิศทาง

แม้ยังหา “คำตอบ” แน่ชัดไม่ได้ว่า โครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลต่อ “อิตาเลียนไทยฯ” อย่างไร แต่ในมุมของราคาหุ้น ITD ถูกตอบรับอย่างดี หลังผลประกอบการ 3 เดือนแรกของปี 2556 ออกมา “เลิศมาก” โกยกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท รายได้ 11,169 ล้านบาท เทียบกับทั้งปี 2555 ที่มีกำไรสทุธิ 126 ล้านบาท และรายได้ 46,977 ล้านบาท “งบสวย” เพราะมีการกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุน แถมมีกาไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น และมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) 9.90 บาท!!

“จุดสูงสุด” ราคา หุ้น ITD ณ วันที่ 19 มี.ค.56 ซึ่งทะยานจาก “จุดต่ำสุด” 4.22 บาท (วันที่ 2 ม.ค.56) ล่าสุดบล.เอเซียพลัส ตั้งโต๊ะวิเคราะห์ว่า การมีภาครัฐเป็นแกนนำโครงการ จะทำให้การระดมุทน เพื่อผลักดันโครงการทวายมีความรวดเร็วมากขึ้น ถือเป็นเรื่องดีต่อพื้นฐานของบริษัท ฉะนั้นแนะนำ “ซื้อ”

“นพ.บุญ วนาสิน” ประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี ในฐานะนักลงทุนรุ่นลายคราม พูดถึงเรื่องนี้ให้ “กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” ฟังว่า ITD มีงานในประเทศให้ทำเพียบ ผลประกอบการปี 2556 มีโอกาสออกมา “สวยเริ่ด” ฉะนั้นภายใน 3 เดือนข้างหน้า “แฟนพันธุ์แท้” ยังซื้อหุ้น ITD ได้
ทว่า “เล่นได้ แต่อย่าให้น้ำหนักมาก”

หากใครจะถือหุ้น ITD ยาวๆ เพราะหวังว่าโครงการทวายจะส่งผลดีต่อพื้นฐานของบริษัท เรื่องนี้ต้องคิดดูดีๆดูยาวๆ “ทางที่ดีอย่าดีกว่า” คิดดูสิผ่านมา 2 ปี บริษัทไม่สามารถทำโครงการได้ตามเป้าหมาย เป็นเหตุให้รัฐบาลเข้ามาทำงานแทน จนถึงวันนี้โครงการก็ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร (ความหลังยังฝังใจ) แต่การที่มีรัฐมาประสานงาน ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็เรียกความเชื่อมั่นคืนกลับมาให้บริษัทได้มาก

ใครจะรู้!! อนาคตโครงการทวายอาจจะเป็น “ตัวถ่วง” บริษัทนี้ก็ได้ แต่นักลงทุนต้องให้โอกาสเขาทำงานก่อน ถ้าไม่ชัดเจน ดูท่าไม่คืบ “หยุด” ลงทุนไปก่อน

“หมอบุญ” บอกว่า ทุกวันนี้โครงการท่าเรือนำลึกทวาย ยังมีปัญหารอการแก้ไข โดยเฉพาะกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำโครงการท่าเรือน้ำลึก ห่างจากตัวเมืองย่างกุ้งเพียง 25 กิโลเมตร พูดง่ายๆ เขาคือคู่แข่งคนสำคัญของโครงการ เพราะทำเหมือนกันเกือบทุกอย่าง สิ่งที่น่ากังวลมากสุดอีกเรื่อง รัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามความร่วมมือกับรัฐบาลพม่า เพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าวแล้ว เรื่องนี้น่าคิดตามนะ กูรู ทิ้งท้ายให้วิเคราะห์ต่อ

อย่าลืม!!! ญี่ปุ่นเขามีเงิน ขณะที่เราเงินไม่พร้อม ถ้าไม่ใช่บริษัทใหญ่ๆอย่าง “ปตท.” (PTT) หรือ “ปูนซิเมนต์ไทย” (SCC) จะลงทุนโครงการใหญ่ๆต้องคิดหนัก

“นักลงทุนรายใหญ่” ประเมินตลาดหุ้นไทยช่วงสั้นๆว่า ไม่อยากให้นักลงทุนซื้อหุ้นหนักๆ ควรชะลอการลงทุนไปก่อน อยากให้รอดูความชัดเจนในภาคของต่างประเทศก่อน กรุณาจับตาสหรัฐอเมริกาและยุโรปดีๆ หลังมีกระแสข่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะหยุดซื้อพันธบัตร ซึ่งจะทำให้เงินทุนไหลกลับประเทศเขาทันที หากเป็นจริงตลาดหุ้นไทยจะออกแนวผันผวน น่าจะเห็นความชัดเจนปลายเดือนมิ.ย.นี้

ถามเรื่องนี้กับ "เสี่ยป๋อง” วัชระ แก้วสว่าง “เซียนหุ้นเทคนิค” ในฐานะผู้ถือหุ้น ITD อันดับ 17 จำนวน 29 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.69% (ตัวเลข ณ 10/4/56) บอกว่า หากจะซื้อลงทุนสั้นๆหุ้น ITD เพื่อรับข่าวเรื่องประมูลงานในประเทศ ลักษณะแบบนี้ โอเค “ช้อน” ได้ เพราะเขามีงานให้ทำเพียบ

แต่ถ้าเก็บระยะยาว เพราะหวังลึกๆว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการทวาย ก็พอช้อปได้นิดหน่อย แม้วันนี้เขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของสัมปทาน 100% แต่ในมุมผู้รับเหมาเขาทำได้ดี เพราะพร้อมทั้งเครื่องมือและบุคลากรที่มีความชำนาญเป็นอย่างดี “ผมคงไม่ให้น้ำหนักเรื่อง โครงการทวายมาก”

“ผมจะถอยทัพทันที ถ้าบริษัทไม่ได้รับงานเหมือนที่เคยลั่นวาจาไว้ ถ้าเป็นอย่างนั้นเผ่นดีกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะถือต่อไป ทุกวันนี้ที่ยังลงทุนอยู่ เพราะลุ้นเรื่องที่เขาจะชนะงานประมูลในประเทศ ถ้าทำได้คงโกยกำไรเพียบ และราคาหุ้นก็จะวิ่งต่อ”

ก่อนหน้านี้เคยซื้อหุ้น ช.การช่าง (CK) และหุ้น ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) แต่ตอนนี้ขายเกลี้ยงละ!!

ทำไมถึงชอบหุ้น ITD? เขาตอบว่า จริงๆซื้อหุ้นตัวนี้มาตั้งแต่ปีก่อน ต้นทุนไม่กี่บาท (แอบปล่อยราคา) เพราะเห็นว่าเขาน่าจะได้งานประมูลภายในประเทศเยอะ ตอนนั้นยังไม่ได้มองเรื่องโครงการทวายด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่าโอกาสเกิดขึ้นด้วย “ลำแข้งตัวเอง” ยากมาก จริงๆ พื้นฐานเขาดี ลำพังงานในประเทศก็มีให้ทำเต็มไม้เต็มมือไปหมดแล้ว โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่ารวม 350,000 ล้านบาท

การที่มีรัฐบาลเข้ามาประสานงาน ถือเป็นเรื่องที่ดี โครงการทวายมีขนาดใหญ่มาก ลำพังจะให้อิตาเลียนไทยฯ ทำคนเดียว ก็คงไม่มีปัญญา (หัวเราะ) ทำไม่ไหวหรอก ประเด็นนี้ต้องยอมรับ แว่บแรก!! ที่รู้ว่าบริษัทได้รับสัมปทานโครงการทวายคนเดียว รู้สึก “ตกใจ” ผ่านมา 2 ปีโครงการไม่มีความคืบหน้า (ตกใจกว่า)

โครงการใหญ่มหาศาลจะมีสถาบันการเงินที่ไหนกล้าปล่อยเงินกู้ ที่ผ่านมาฐานะการเงินของบริษัทไม่ค่อยสู้ดีนัก เคยขาดทุนปี 2552 จำนวน 1,774 ล้านบาท และปี 2554 ขาดทุนจำนวน 1,698 ล้านบาท แบงก์เห็นงบเคยไม่สวยแบบนี้ เขาคงปล่อยเงินกู้ง่ายๆหรอก แม้ปีนี้ทิศทางจะดีขึ้นก็ตาม

โครงสร้างทวาย รัฐบาลเดินนำ ITD สุดแฮปปี้

ถามถึงความคืบหน้าโครงการทวายจาก “ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (DDC) ได้คำตอบว่า ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ จะลงนามความร่วมมือเพิ่มเติมในโครงการทวาย โดยรัฐบาลไทยและพม่าจะตกลงร่วมกันในรูปแบบนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) เพื่อกำหนดรูปแบบการลงทุน และการกำกับดูแลโครงการ

ทางรัฐบาลได้เจรจากับพันธมิตร 2 ราย เพื่อชวนเข้าร่วมวงใน SPV จากปัจจุบันที่มีรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าจะถือหุ้นฝั่งละ 30% ที่เหลืออีก 40% เป็นผู้ถือหุ้นจากประเทศอื่นๆ ในส่วนของรัฐบาลไทยจะให้รัฐวิสาหกิจของไทย เช่น บมจ.ปตท.เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณา

ขณะที่ ITD จะลงทุนผ่านนิติบุคคลย่อย (SPC) ที่มีธุรกิจ 8 ประเภท คือ ท่าเรือ ถนน รถไฟ (rail link), โรงไฟฟ้า ระบบจัดการน้ำ, สื่อสาร, นิคมอุตสาหกรรม และเมือง (Township) ตอนนี้ได้จัดตั้งเป็นบริษัทแล้ว ซึ่งบริษัทจะได้สิทธิในการหาผู้ร่วมทุน เพราะแต่ละโครงการมีขนาดใหญ่มาก

“ด็อกเตอร์” ยังบอกว่า เราต้องการเป็นผู้รับเหมา ผู้ลงทุนรวม และมีส่วนบริหารโครงการทวาย การลงทุนผ่านนิติบุคคลย่อย โดยให้บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 25-30% คิดเป็นมูลค่าลงทุนประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 10 ปี ถือเป็นเรื่องที่เรา “แฮปปี้มาก” นักลงทุนมั่นใจเถอะว่า เรามีวิธีหาเงินทุนและพันธมิตร ทำธุรกิจผ่านนิติบุคคลย่อยเป็นเรื่องดี “ไม่เสี่ยง มั่นคง”

หลายคนอาจมองว่า โครงสร้างแบบนี้ คือ รัฐบาลฮุบโครงการทวายจากมือเอกชน ตอบเลย ไม่จริง!!! รัฐบาลเข้ามาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงของโครงการ และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน "สมเจตน์" บอกอย่างนั้น

วันนี้โครงการทวายเริ่มมีความคืบหน้าแล้ว มีการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในส่วนนิคม Early Industrial Estate คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2557 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่คิดว่าจะทำได้ในปี 2559 ส่วนโรงไฟฟ้าได้ติดต่อกับ Shell เพื่อให้จัดหาก๊าซ LNG แล้ว ปัจจุบันมีเอกชนสนใจลงทุนจำนวนมาก คงต้องนำรายชื่อผู้ร่วมทุนเสนอต่อรัฐบาลก่อน หากได้รับความเห็นชอบก็จะเริ่มดำเนินการได้

ที่มา BIZWEEKNEWS
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่