เรื่องของข้าวทั้งประกัน / จำนำในมุมมองของลูกชาวนา ที่มาเอาดีด้าน IT

ต้องออกตัวก่อนนะครับบ้านผมอยู่ร้อยเอ็ด ตั้งแต่จบป. ตรี วิศวะไฟฟ้ามา ก็มาทำงานด้าน it สายงานการพัฒนา Application มาตลอด จบมาได้ก็เพราะพ่อแม่ทำนาจริงๆๆรายได้ไม่พอส่งลูกเรียนครับ ผมจำได้คือตั้งแต่ผมอยู่ ม. 2 (ตอนนนี้ 38 แล้ว) พ่อ แม่ ต้องหาของป่าไปขายที่ตลาด 3-4 วัน/สัปดาห์ , ส่วนพ่อเป็นช่างไม้ตลอดหน้าแล้งก็ได้หลายหมื่นอยู่ สรุปง่ายๆคือ ต้องปากกัดตีนถีบครับ นี้ขนาดว่าแม่เป็นตนขี้เหนียวนะครับ ทั้งนี้เพราะ

1. ชาวนาอย่างครอบครัวผม ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน ตามบุญตามกรรรมครับ (แต่ก็ได้ทำนาทุกปี ที่นาน่าจะ 30-40 ไร่ครับ เป็นที่ลุ่มผสมที่ดอน)
2. ของที่ซื้อผู้ขายคิดตามหลักต้นทุน + กำไรแล้วขายให้เรา แต่ข้าวเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา (ขนาดบ้านผมได้ราคาดีกว่าบ้านอื่นๆเพราะน้าเป็นพ่อค้าขายข้าว น้าจะเอาไปขายก่อนช่วงกำไรดีและเอาเงินไปหมุน จะใช้เมื่อไหร่ก็ไปบอก สรุปคือราคาข้าว + ดอกที่เอาเงินไปหมุนครับ)
3. พ่อ แม่ทำเองทุกอย่างตั้งแต่เริ่มจนจบ ไม่มีการจ้างครับ (ทุกวันนี้พ่อยังใชควายไถนาอยู่เลย แต่เปลี่ยนจากนาดำมาเป็นนาหว่านแทน เพราะแก่แล้ว)
4. ที่บ้านไม่เคยเป็นหนี้นอกระบบ ธกส. ก็ไม่เคยยืม

ต้องทำขนาดนี้นะครับถึงจะมีปัญญาส่งลูกเรียนจนจบ ป. ตรี มหาวิทยาลัยรัฐบาลได้

ที่บ้านไม่ได้อยากให้รัฐเข้ามาอุดหนุนไม่ว่าจะด้วยวิธีการอะไรทั้งนั้น แค่ให้คิดว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ราคาที่ขายมันเป็น ราคาต้นทุน + กำไร ถ้าได้แบบนี้ก็ OK แล้วครับ (สินค้าเกษตรมันก็ซวยๆๆครับ ขอออกเยอะราคาตก ขอน้อยก็โดนกดราคาไว้ เดี๋ยวคนกินบอกแพง ดูไข่เป็นตัวอย่าง)

เมื่อกลไกราคามันยังไม่เป็นไปตามหลัก ต้นทุน + กำไรทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแทรง ซึ่งก็เป็นมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งประกันราคา  / รับจำนำ ซึ่งที่หมู่บ้านผมก็ได้ใช้บริการมาแล้วทั้งนั้น เท่าที่ผมดูและคุยกับญาติ

  1. เรื่องหักหัวคิวเยอะจนชาวนาแทบไม่ได้อะไรนี้ แถวบ้านผมไม่มี ชาวนาเขาก็รู้อยู่แล้วว่าสมควรเป็นเท่าไหร่ครับ (ก็เขาออกข่าวทาง TV ทุกคนก็ดูข่าวอยู่นี้ครับ ดังนั้นมทุกคนก็ทราบราคา และที่คิดว่านักการเมืองจะมาหักหัวคิวนี้กล้าหรือครับ สมัยหน้าอย่าหวัง) ตัวอย่างเช่น ลุงผมเองตอนที่แกเกี่ยวข้าวผมตก ความชื่นเยอะ แกเลยตัดสินใจตากให้แห้งก่อน แล้วค่อยนำไปขายซึ่งได้เต็ม 100% ไม่โดนหัก แต่พอมาบวก ลบ กลบหนี้แล้ว (ไหนจะต้องตาก ขนขึ้นลงรถหลายรอบ) ไม่ต่างกันครับ หลังจากนั้นก็ไม่เคยเอามาตากเลยครับ แค่หวังว่าช่วงเกี่ยวข้าวฝนอย่าตกครับ (แต่แม่กว่าจะเกี่ยวข้าวเสร็จก็ปาเข้ากลางมกราแล้วครับ เรื่องความชื่นไม่มีครับ ได้เต็ม 100%)

2. สำหรับชาวบ้านได้ชดเชยเท่าไหร่ก็ดีกว่าไม่ได้ (แม้ว่าได้ชดเชยมาแล้วขาดทุน แต่อย่างน้อยก็ขาดทุนน้อยหน่อย)

ดังนั้น เมื่อรัฐต้องเข้ามาแทรกแทรงใน 2 แบบคือปนระกันราคา / จำนำ ถามว่าชอบแบบไหน อันนี้ตอบในมุมมองของผมนะครับ ผมชอบแนวทาง "การรับจำนำครับ"  (ไม่ใช่เพราะได้ราคาดีกว่านนะครับ ต่อให้ได้ราคาเท่ากันก็เลือกรับจำนำอยู่ดี) เหตุผล คือ

1. อย่างทีบอกตั้งแต่ต้น คือ ไม่ได้อยากใหัรัฐมาแทรกแทรก แค่ต้องการให้เป็นไปตามหลักการ ต้นทุน + กำไร  
2. การประกันขาดทุน 100% อยู่ที่วว่ารัฐจะตั้งเป้าว่าปีนั้นจะขาดทุนเท่าไหร่ (แต่พอประกันจะไม่เรียกว่าขาดทุุนเรียกว่าช่วยชาวนาไปเท่าไหร่ ทำให้ดูดีครับ แต่มันก็อันเดียวกัน)
3. การรับจำนำ กลับมีผลออกได้ทั้ง 3 หน้า คือ ขาดทุน ,  เสมอตัว และกำไร
4. คนที่กล้าเลือก Solution รับจำนำ ต้องคิดว่าตัวเองสามารถบริหารจัดการได้ ออกไปในแนวทาง เสมอตัว -> กำไร หรือ ต่อให้ขาดทุนไม่เกินแบบประกันราคา นี้คือเหตุผลที่ผมสนับสนึนแบบนี้ (คิดที่ราคาที่เท่ากันทั้งประกัน / รับจำนำเลยนะครับ)

เท่าที่ผมดูการรับจำนำในขณะนี้ ผมมีข้อเสนอแนะ

1. ขอให้ประเมินราคาต้นทุน + กำไรของข้าวแต่ละประเภทออกมาความเป็นจริง (มันควรจะได้ราคาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันทั้ง 2 แบบ) อันนี้สำคัญมากเพราะจะได้รู้ว่าข้าวมันควรราคาเท่าไหร่กันแน่

2. ทุกวันนี้อยู่ในสภาพซื้อง่าย ขายอยาก สภาพนี้ไม่ว่าอะไรก็มีแต่ขาดทุนครับ
     อันนี้ผมหมายถึงว่าเพราะรัฐเป็นผู้ดำเนินการนะครับ ตอนซื้อนี้ง่ายๆๆ และต้องให้ชาวนาได้เงินเร็วที่สุด แต่ตอนขายนี้ซิครับ อยากมากๆๆๆ ไม่ได้หมายถึงว่าราคาสูงนะครับ แต่ผมหมายถึงระเบียบของราชการครับ ลองคิดดูครับว่า ถ้ารัฐตั้งเป้าว่าขาดทุนไม่มากนัก ซื้อมา 15,000 มีค่าบริหารจัดการ มีเอกชนโทรมาของซื้้อ 16,000 (สมมุติว่า มีค่าบริหารจัดการรวมแล้วเป็น 17,000 ซึ่งดูๆๆแล้วขาดทุน 1000 เดียวเอง)  ถ้าไม่ติดขัดระเบียบนี้เป็นผมตัดสินใจขาดทันทีครับ แค่ระเบียบรัฐทำแบบนี่ีไม่ได้ ขนาดแระมูลกันแล้ว เอกชนที่ประมูลได้ยังไม่กล้าบอกลุกค้าเลยว่าได้ของ 100% ครับ (ยังต้องมาลุ้นอีกจะมีใครร้องศาลไหม)  ผมว่าจุดนี้ต้องแก้ไขครับจำนำถึงจะไปรอด (จะตั้งเป็นบริษัทหรืออะไรก้ได้ครับ)

ก็เป็นแค่ความเห็นหนึ่งครับ

อยากให้ทุกคนพุดคุยกันเพราะอยากให้ชาวนาอยู่ได้ รัฐก็ไม่ต้องมาเสียเงินอุดหนุน  ขออย่าให้ทุกแนวคิดผืดหมดเพราะคนทำคือพรรคการเมืองที่เราไม่ชอบ

ปล.
อาจพิมพ์ผิดบ้างนะครับเบียร์ป๋องยาวหมดไป 2 ป๋องแล้วครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่