เรื่องจริงจากเพื่อนสนิทเราเลยค่ะ ขอแท็กในห้องครอบครัวด้วยนะค่ะ เพราะเรื่องนี้มีว่าที่แม่ของเพื่อน(ว่าที่แม่ยายแฟนเพื่อนเข้ามาเอี่ยวด้วย)
ขอแท็กในห้องหว้ากอ ในหมวดเรื่องลึกลับด้วยค่ะ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้
...เพื่อนสาวเราคบกับ(อดีต)แฟนหนุ่มคนนี่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สมัยที่เธอไปเรียนต่อที่อเมริกา ผู้ชายเป็นคนไทยแต่โตที่อเมริกา เรายังไม่เคยเจอหน้า(แต่เห็นในมือถือของเพื่อน) ก็ได้ความว่าเป็นผู้ชายไม่ค่อยโรแมนติกนัก แต่เพื่อนชอบที่เขามีความเป็นผู้นำ มีแบบแผนในการดำเนินชีวิต บุหรี่ เหล้า ไม่เคยแตะ เพื่อนก็เลยคิดว่าอยากฝากชีวิตไว้กับเขา ถึงขั้นว่าเตรียมตัวจะทำกรีนการ์ดย้ายไปอยู่กับเขาเลย และเหมือนจะเห็นแผนแต่งงานอยู่รำไร เพราะผู้ชายบินมาหาแม่ของเพื่อนที่เมืองไทย เปิดบัญชีธนาคารไว้อันหนึ่งให้เพื่อน บอกว่าจะโอนเงินเดือนส่วนหนึ่งเก็บเป็นสินสอดและเงินจัดงานแต่งงาน แค่รอให้เพื่อนเราเรียนจบที่อเมริกาก็พอ
แต่พอเพื่อนเราเรียนจบแล้ว...เพื่อนเรากลับมาบอกว่า จับได้ว่าผู้ชายเลี้ยงดูผู้หญิงไว้คนนึงที่อเมริกา เมืองเดียวกัน ซึ่งพอเพื่อนเค้นถามก็บอกว่า เป็นกิ๊กที่ส่งเสียงเลี้ยงดูกันมานาน แต่เลิกไปสักพักแล้วถึงมาเจอเพื่อนเรา...แต่ก็กลับมาส่งเสียเลี้ยงดูใหม่ เพราะผู้หญิงกำลังมีปัญหาเรื่องเงินทองเลี้ยงครอบครัว ผู้ชายบอกว่าส่งเสียให้ส่วนหนึ่ง เพราะสงสาร แต่ยืนยันว่าไม่ได้กลับไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งซัมติงแต่อย่างใด (เพื่อนเราไม่ได้มีซัมติงกับเขาค่ะ มันสาบานเลย เพราะบ้านเพื่อนเราหัวโบราณมาก และเพื่อนก็หัวแข็ง ไม่ยอมผู้ชายง่ายๆเหมือนกัน)
...เพื่อนเราตอนแรกว่าจะเลิก แต่คิดถึงความดี 3 ปีที่ผู้ชายทำมา ก็เลยยื่นคำขาดว่า เขากับกิ๊กเก่าต้องไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมาแต่งงานกับเธอ ห้ามมีเยื่อใยอะไรอีก...แต่มีบางครั้งเพื่อนเราก็บอกว่า จะอดทนใช้ความดีพิสูจน์ใจให้เขาเห็น เผื่อว่าเขาจะตัดขาดกับทางนู้นได้สักที
...แต่มันไม่ใช่นิยายค่ะ ท้ายสุดเพื่อนเราก็รับกิจการทำงานของบ้านที่เมืองไทย ล้มแผนที่จะไปตั้งรกร้างที่อเมริกาและงานแต่งงาน ร่วมทั้งส่งคืนบัญชีเงินทั้งหมดให้ผู้ชาย...เรามาถามเอาจริงๆว่าจุดแตกหักเป็นยังไง เพื่อนบอกว่า ผู้ชายตัดขาดกิ๊กไม่ได้ แล้วมาขอให้เพื่อนเราเห็นใจ...เพื่อนเราก็ไม่ยอมเด็ดขาด ก็เป็นอันจบ...
...ซะที่ไหน เพราะล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว(เลิกกันมาได้ปีเดียว) เพื่อนเราโทรมาบอกว่า...อดีตแฟนโทรขอกลับมาคืนดี โดยอ้างว่า ถูกกิ๊กทำคุณไสยมา ตอนนี้ญาติพาไปเอาของออกจากตัวหมดแล้ว(เขาอ้างว่าญาติสงสัยว่าเขาโดนของ เลยพาไปให้ทำพิธีเอาของออก ปรากฎว่าของที่ใช้ทำเป็นกางเกงในเปื้อนประจำเดือนของกิ๊กเก่า เอาใส่ถุงแล้ววางไว้ใต้ที่นอน ตรงตำแหน่งหมอนที่ผู้ชายนอน) ตัดขาดกับทางกิ๊กเก่าเรียบร้อย และขอให้เพื่อนเราให้อภัย เพราะการกระทำที่เขาทำไปนั้นเกิดจากคุณไสย
เราถามเพื่อนว่ารู้ได้ไงว่าถูกคุณไสยเข้า เพื่อนก็บอกว่าตอนที่ยังไม่เลิกกัน เล่นเว็บแคมแล้วเห็นหน้าแฟนหนุ่ม หน้าตาหมองคล้ำมาก แลดูเหมือนคนโดนของจริงๆ ไหนเรื่องจู่ๆเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เช่น จากที่เคยเป็นคนเด็ดขาดเจ้าระเบียบ กลายเป็นคนลังเลไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่าง เช่น การตัดขาดจากกิ๊ก...คือตอนนี้มันเกิดความลังเล ใจนึงคือเหมือนเพื่อนเราเชื่อนะ สงสารผู้ชาย (แต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อ คิดว่าเป็นข้ออ้างของผู้ชายหรือเปล่า แต่เราเป็นคนนอก ไม่เคยคุยกับเขา จะไปตัดสินแทนเพื่อนที่คบกับเขามา 3 ปีได้ยังไง) (แถมผู้ชายลงทุนง้อซื้อของขวัญแพงๆจากอเมริกา ส่งมาให้เพื่อนเราที่เมืองไทยทุกเดือน)
...แต่พอแม่เพื่อนรู้เรื่องนี้เข้า ก็โวยบอกห้ามเพื่อนเรากลับไปคบเขาอีก เพราะแม่เขาเชื่อว่า คนที่โดนทำของ โดนเอาสิ่งสกปรกใส่ตัว ชีวิตมันก็มีมลทินไม่สะอาดแล้ว ทำอะไรก็ไม่เป็นมงคลชีวิตแล้ว ขืนแต่งงานไปอยู่ด้วยกัน ลูกสาวจะติดร่างแหซวยไปด้วย
...ถ้าคุณเป็นเพื่อนเรา คุณจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องนี้ค่ะ เผื่อเราอาจจะช่วยพูดเรื่องนี้กับเพื่อนเราได้บ้าง
ถ้าคนรักเก่าอ้างว่าโดนทำคุณไสยมา และถอนของออกหมดแล้ว...คุณจะกลับไปรักเขาเหมือนเดิมไหม
ขอแท็กในห้องหว้ากอ ในหมวดเรื่องลึกลับด้วยค่ะ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้
...เพื่อนสาวเราคบกับ(อดีต)แฟนหนุ่มคนนี่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สมัยที่เธอไปเรียนต่อที่อเมริกา ผู้ชายเป็นคนไทยแต่โตที่อเมริกา เรายังไม่เคยเจอหน้า(แต่เห็นในมือถือของเพื่อน) ก็ได้ความว่าเป็นผู้ชายไม่ค่อยโรแมนติกนัก แต่เพื่อนชอบที่เขามีความเป็นผู้นำ มีแบบแผนในการดำเนินชีวิต บุหรี่ เหล้า ไม่เคยแตะ เพื่อนก็เลยคิดว่าอยากฝากชีวิตไว้กับเขา ถึงขั้นว่าเตรียมตัวจะทำกรีนการ์ดย้ายไปอยู่กับเขาเลย และเหมือนจะเห็นแผนแต่งงานอยู่รำไร เพราะผู้ชายบินมาหาแม่ของเพื่อนที่เมืองไทย เปิดบัญชีธนาคารไว้อันหนึ่งให้เพื่อน บอกว่าจะโอนเงินเดือนส่วนหนึ่งเก็บเป็นสินสอดและเงินจัดงานแต่งงาน แค่รอให้เพื่อนเราเรียนจบที่อเมริกาก็พอ
แต่พอเพื่อนเราเรียนจบแล้ว...เพื่อนเรากลับมาบอกว่า จับได้ว่าผู้ชายเลี้ยงดูผู้หญิงไว้คนนึงที่อเมริกา เมืองเดียวกัน ซึ่งพอเพื่อนเค้นถามก็บอกว่า เป็นกิ๊กที่ส่งเสียงเลี้ยงดูกันมานาน แต่เลิกไปสักพักแล้วถึงมาเจอเพื่อนเรา...แต่ก็กลับมาส่งเสียเลี้ยงดูใหม่ เพราะผู้หญิงกำลังมีปัญหาเรื่องเงินทองเลี้ยงครอบครัว ผู้ชายบอกว่าส่งเสียให้ส่วนหนึ่ง เพราะสงสาร แต่ยืนยันว่าไม่ได้กลับไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งซัมติงแต่อย่างใด (เพื่อนเราไม่ได้มีซัมติงกับเขาค่ะ มันสาบานเลย เพราะบ้านเพื่อนเราหัวโบราณมาก และเพื่อนก็หัวแข็ง ไม่ยอมผู้ชายง่ายๆเหมือนกัน)
...เพื่อนเราตอนแรกว่าจะเลิก แต่คิดถึงความดี 3 ปีที่ผู้ชายทำมา ก็เลยยื่นคำขาดว่า เขากับกิ๊กเก่าต้องไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมาแต่งงานกับเธอ ห้ามมีเยื่อใยอะไรอีก...แต่มีบางครั้งเพื่อนเราก็บอกว่า จะอดทนใช้ความดีพิสูจน์ใจให้เขาเห็น เผื่อว่าเขาจะตัดขาดกับทางนู้นได้สักที
...แต่มันไม่ใช่นิยายค่ะ ท้ายสุดเพื่อนเราก็รับกิจการทำงานของบ้านที่เมืองไทย ล้มแผนที่จะไปตั้งรกร้างที่อเมริกาและงานแต่งงาน ร่วมทั้งส่งคืนบัญชีเงินทั้งหมดให้ผู้ชาย...เรามาถามเอาจริงๆว่าจุดแตกหักเป็นยังไง เพื่อนบอกว่า ผู้ชายตัดขาดกิ๊กไม่ได้ แล้วมาขอให้เพื่อนเราเห็นใจ...เพื่อนเราก็ไม่ยอมเด็ดขาด ก็เป็นอันจบ...
...ซะที่ไหน เพราะล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว(เลิกกันมาได้ปีเดียว) เพื่อนเราโทรมาบอกว่า...อดีตแฟนโทรขอกลับมาคืนดี โดยอ้างว่า ถูกกิ๊กทำคุณไสยมา ตอนนี้ญาติพาไปเอาของออกจากตัวหมดแล้ว(เขาอ้างว่าญาติสงสัยว่าเขาโดนของ เลยพาไปให้ทำพิธีเอาของออก ปรากฎว่าของที่ใช้ทำเป็นกางเกงในเปื้อนประจำเดือนของกิ๊กเก่า เอาใส่ถุงแล้ววางไว้ใต้ที่นอน ตรงตำแหน่งหมอนที่ผู้ชายนอน) ตัดขาดกับทางกิ๊กเก่าเรียบร้อย และขอให้เพื่อนเราให้อภัย เพราะการกระทำที่เขาทำไปนั้นเกิดจากคุณไสย
เราถามเพื่อนว่ารู้ได้ไงว่าถูกคุณไสยเข้า เพื่อนก็บอกว่าตอนที่ยังไม่เลิกกัน เล่นเว็บแคมแล้วเห็นหน้าแฟนหนุ่ม หน้าตาหมองคล้ำมาก แลดูเหมือนคนโดนของจริงๆ ไหนเรื่องจู่ๆเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เช่น จากที่เคยเป็นคนเด็ดขาดเจ้าระเบียบ กลายเป็นคนลังเลไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่าง เช่น การตัดขาดจากกิ๊ก...คือตอนนี้มันเกิดความลังเล ใจนึงคือเหมือนเพื่อนเราเชื่อนะ สงสารผู้ชาย (แต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อ คิดว่าเป็นข้ออ้างของผู้ชายหรือเปล่า แต่เราเป็นคนนอก ไม่เคยคุยกับเขา จะไปตัดสินแทนเพื่อนที่คบกับเขามา 3 ปีได้ยังไง) (แถมผู้ชายลงทุนง้อซื้อของขวัญแพงๆจากอเมริกา ส่งมาให้เพื่อนเราที่เมืองไทยทุกเดือน)
...แต่พอแม่เพื่อนรู้เรื่องนี้เข้า ก็โวยบอกห้ามเพื่อนเรากลับไปคบเขาอีก เพราะแม่เขาเชื่อว่า คนที่โดนทำของ โดนเอาสิ่งสกปรกใส่ตัว ชีวิตมันก็มีมลทินไม่สะอาดแล้ว ทำอะไรก็ไม่เป็นมงคลชีวิตแล้ว ขืนแต่งงานไปอยู่ด้วยกัน ลูกสาวจะติดร่างแหซวยไปด้วย
...ถ้าคุณเป็นเพื่อนเรา คุณจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องนี้ค่ะ เผื่อเราอาจจะช่วยพูดเรื่องนี้กับเพื่อนเราได้บ้าง