เรียงอันดับความกังวลที่ต่างชาติขายจากมากที่สุดไปสู่น้อยที่สุด (ข้อ 1 กังวลมากที่สุด) (ปล.ความคิดเห็นส่วนตัว)
1. แค่กังวล QE ก็หนักหนาพอแล้ว
2. เรื่องเครดิตโครงการรับจำนำข้าว ที่มูดี้ส์จ่อลดอันดับเครดิตแบ็งค์ไทยและรัฐบาลไทย แล้วคุณคิดว่านักลงทุนต่างชาติและสถาบันต่างชาติจะเชื่อรัฐบาลไทยหรือมูดี้ส์ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกค่ะ ยังไงเขาก็เชื่อมูดี้ส์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ มูดี้ส์เป็นสถาบันจัดอันดับของโลกที่ต่างชาติให้การยอมรับ แต่รัฐบาลชุดนี้คงอยู่ไม่นาน (อยู่ครบเทอมหรือไม่ไม่มีใครรู้) ไม่นานก็ครบวาระและมีเลือกตั้งใหม่
3. มาตรการคุมเงินไหลเข้าออกของรัฐบาลที่ดูแล้วเห็นว่าไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจ แทรกแซง ธปท. เกินไป (หรือเปล่า)
4. ดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนต่างกำไรจากค่าเงิน กำไรจากหุ้น
5. ปัญหาการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ข้อนี้คิดว่าต่างชาติให้ความสำคัญน้อยที่สุด)
จะเห็นว่าหุ้นที่ปรับตัวลดลงเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ที่ผ่านมาร้อยกว่าจุด ที่บางคนพูดว่าศุกร์แสนล้าน เป็นการลดลงของ SET INDEX และตลาดฟื้นตัวเร็วมาก เนื่องจากต่างชาติไม่ได้ขายมากนัก ซึ่งนักลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องปัญหาเกาหลีจึงขายกันเอง แต่ต่างชาติเป็นผู้ซื้อเป็นส่วนใหญ่
แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าครั้งก่อนคือต่างชาติขายต่อเนื่อง และยังมีปัญหา 5 ข้อด้านบนเป็นตัวกระตุ้นอีก
ความเห็นส่วนตัวคิดว่ามันมากกว่าการปรับพอร์ตของต่างชาติ ที่ว่ามันไม่ใช่การปรับพอร์ตธรรมดาก็เพราะมันอาจจะกินเวลานานกว่าเดือนมีนาคม 2556 น่าจะเริ่มอยู่ตัวประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2556 น่าจะกินเวลาในการปรับพอร์ตประมาณเกือบ 2 เดือน ซึ่งนานกว่าเดือนมีนาคม 2556 ที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน และเป็นอะไรที่ตรงข้ามที่นักวิเคราะห์พูดคือให้แนวรับเท่านู้นเท่านี้ แต่ตัวเองผสมโรงขายพร้อมต่างชาติ
ปล.ย้ำค่ะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว
ปล. ย้ำค่ะ ลงทุนในหุ้นให้ประสบความสำเร็จคืออย่าเชื่อนักวิเคราะห์ที่มาจากโบรกเกอร์ต่างๆ ที่มันทำพูดจาดี วิเคราะห์ให้ฟังแล้วดูเคลิ้ม ฟังนักวิเคราะห์ได้เพื่อเป็นแนวทาง เพื่อเป็นความรู้ แต่อย่าไปเชื่อมันมาก ให้ตัดสินใจหาหุ้น หาความรู้ด้วยตัวท่านเองเท่านั้น ตลาดหุ้นทุกคนมาหาเงินทั้งนั้น ไม่มีนักบุญหรอกค่ะ เพราะไอ้โบรกเกอร์พวกนี้มันก็เล่นหุ้น แถมยังเอาเปรียบนักลงทุนสารพัด ซื้อขายหุ้นก็ไม่เสียค่าธรรมเนียม แถมเก็บค่าธรรมเนียมเราแพงอีก หน้ำซ้ำชอบโกหกนักลงทุนจนเป็นนิสัย โบรกเกอร์พวกนี้มันก็ลงทุนในหุ้นเหมือนท่านมันคงไม่ให้ท่านกำไรมากกว่ามันหรอก มันวิเคราะห์ตัวไหนดีก็คือมันซื้อหุ้นตัวนั้นไว้เรียบร้อยแล้วรอขายให้ท่านอย่างเดียว
หุ้นไทยลงครั้งนี้ไม่ใช่กังวล QE เท่านั้น แต่มันมีเรื่องอื่นๆ มาแทรกด้วยเฉพาะกรณีของประเทศไทย อาจลงลึกกว่าเดือน มี.ค. 56
1. แค่กังวล QE ก็หนักหนาพอแล้ว
2. เรื่องเครดิตโครงการรับจำนำข้าว ที่มูดี้ส์จ่อลดอันดับเครดิตแบ็งค์ไทยและรัฐบาลไทย แล้วคุณคิดว่านักลงทุนต่างชาติและสถาบันต่างชาติจะเชื่อรัฐบาลไทยหรือมูดี้ส์ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกค่ะ ยังไงเขาก็เชื่อมูดี้ส์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ มูดี้ส์เป็นสถาบันจัดอันดับของโลกที่ต่างชาติให้การยอมรับ แต่รัฐบาลชุดนี้คงอยู่ไม่นาน (อยู่ครบเทอมหรือไม่ไม่มีใครรู้) ไม่นานก็ครบวาระและมีเลือกตั้งใหม่
3. มาตรการคุมเงินไหลเข้าออกของรัฐบาลที่ดูแล้วเห็นว่าไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจ แทรกแซง ธปท. เกินไป (หรือเปล่า)
4. ดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนต่างกำไรจากค่าเงิน กำไรจากหุ้น
5. ปัญหาการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ข้อนี้คิดว่าต่างชาติให้ความสำคัญน้อยที่สุด)
จะเห็นว่าหุ้นที่ปรับตัวลดลงเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ที่ผ่านมาร้อยกว่าจุด ที่บางคนพูดว่าศุกร์แสนล้าน เป็นการลดลงของ SET INDEX และตลาดฟื้นตัวเร็วมาก เนื่องจากต่างชาติไม่ได้ขายมากนัก ซึ่งนักลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องปัญหาเกาหลีจึงขายกันเอง แต่ต่างชาติเป็นผู้ซื้อเป็นส่วนใหญ่
แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าครั้งก่อนคือต่างชาติขายต่อเนื่อง และยังมีปัญหา 5 ข้อด้านบนเป็นตัวกระตุ้นอีก
ความเห็นส่วนตัวคิดว่ามันมากกว่าการปรับพอร์ตของต่างชาติ ที่ว่ามันไม่ใช่การปรับพอร์ตธรรมดาก็เพราะมันอาจจะกินเวลานานกว่าเดือนมีนาคม 2556 น่าจะเริ่มอยู่ตัวประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2556 น่าจะกินเวลาในการปรับพอร์ตประมาณเกือบ 2 เดือน ซึ่งนานกว่าเดือนมีนาคม 2556 ที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน และเป็นอะไรที่ตรงข้ามที่นักวิเคราะห์พูดคือให้แนวรับเท่านู้นเท่านี้ แต่ตัวเองผสมโรงขายพร้อมต่างชาติ
ปล.ย้ำค่ะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว
ปล. ย้ำค่ะ ลงทุนในหุ้นให้ประสบความสำเร็จคืออย่าเชื่อนักวิเคราะห์ที่มาจากโบรกเกอร์ต่างๆ ที่มันทำพูดจาดี วิเคราะห์ให้ฟังแล้วดูเคลิ้ม ฟังนักวิเคราะห์ได้เพื่อเป็นแนวทาง เพื่อเป็นความรู้ แต่อย่าไปเชื่อมันมาก ให้ตัดสินใจหาหุ้น หาความรู้ด้วยตัวท่านเองเท่านั้น ตลาดหุ้นทุกคนมาหาเงินทั้งนั้น ไม่มีนักบุญหรอกค่ะ เพราะไอ้โบรกเกอร์พวกนี้มันก็เล่นหุ้น แถมยังเอาเปรียบนักลงทุนสารพัด ซื้อขายหุ้นก็ไม่เสียค่าธรรมเนียม แถมเก็บค่าธรรมเนียมเราแพงอีก หน้ำซ้ำชอบโกหกนักลงทุนจนเป็นนิสัย โบรกเกอร์พวกนี้มันก็ลงทุนในหุ้นเหมือนท่านมันคงไม่ให้ท่านกำไรมากกว่ามันหรอก มันวิเคราะห์ตัวไหนดีก็คือมันซื้อหุ้นตัวนั้นไว้เรียบร้อยแล้วรอขายให้ท่านอย่างเดียว