จากกระทู้
http://pantip.com/topic/30554889 รู้สึกว่ายังเขียนขาดๆอยู่ จึงมาเขียนต่ออีกทีให้อ่านเล่น แต่คงไม่ยืนยันอ้างอิงเหมือนท่านอาจารย์ทั้งหลาย เพราะมาเขียนจากประสบการณ์เคยเห็น เคยทำ และฟังในอดีต เมื่อหลังสงครามโลก ปัญหาหนึ่งที่ภาคใต้ยันไปถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์คือ มันมีหลายเชื้อชาติ คนอิสลาม คนจีนที่อพยบมาจากแผ่นดินใหญ่ แะคนแขกอินเดีย ปากีถาน ที่อังกฤษเอามาช่วยรบ
- คนจีน มากันหลายภาษา ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว แคะ กวางตุ้ง กระจายไปทั่ว ที่สิงคโปร์ลงหลักปักฐานค้าขายเป็นฐานสำคัญ ส่วนในมาเลเซีบก็เช่นกัน จนรัฐบาลมาเลเซียสมัยนั้นยายามกีดกันตลอดเวลาไม่ให้คนจีนได้เติบโต ส่วนในเมืองไทยคนจีนกระจายไปทั่วจากนราธิวาสถึงสุราษฎร์ธานี แต่เน้นไปซีกด้านอันดามัน ส่วนซีกอ่าวไทยจะน้อยกว่าเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นที่ต่ำ(Alluvium plain) ศักยภาพโดยมากทำนา ทำไร่ ประมง ฝั่งอันดามันเป็นแหล่งเงืนแหล่งทองด้านแร่ดีบุก ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรังบางส่วน และสื่งสำคัญอีกอย่างคือยางพารา ปลูกทั่วทุกจังหวัด ซึ่งบางคนอาจทันเห็นโรงงานยางพารารมควัน ของเต๊กบีห้าง ก่อนจะเจ้งไปเมื่อ 5-6 ปี เนื่องจากเทคโนโลยี่และเวลาในการขนส่งดีขึ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโจรจีนคอมมูนิสต์มาลายูในภาคแรก เสันทางlogistic มันต้องผ่านมาเลเซียไปสิงคโปร์ไงครับ สินค้าข้ามแดนดีบุก ยางพารา ถูกลำเลียงทางท่าเรือ ภูเก็ต กระบี่ กันตัง ไปปีนังเข้าสิงคโปร์ สินค้าพวกนี้รวมกับอีกฟากอ่าวไทยจึงต้องมาอยู่ในการดูแลของโจรจีนคอมมูนิสต์มาลายู การศึกจึงระเบิดปกป้องผลประโยชน์แล้วรบกันโดยมีไทยที่เกลียดคอมมูนิสต์เข้ากระดูกดำผสมโรงด้วย ยุคนั้นทหารตายเยอะเหมือนกัน เมื่อเกิดการรบในฝั่งมาเลเซีย โจรจีนถอยเข้ามาหลบใน 4 จังหวัดชายแดน ไทยก็ไปช่วยตีตลบหลังให้ ทุนหนุนหลังโจรจีนถามว่ามาจากไหน อาวุธนั้นส่วนมากส่งมาจากจีน เสบียงอาหารก็มาจากเศรษฐีจีนในเมืองไทยคอยหนุน มักจะมีข่าวจับแนวร่วมคอมมูนิสต์อยู่เรื่อยๆ
- คนอิสลาม เมื่อก่อนจะอยู่แบบระบบปิด ไม่คบหาใครนอกศาสนา ไม่พูดภาษาไทย(แต่จริงๆพูดไทยได้) ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนก่อปัญหาใหญ่ตามมา เมื่อก่อนอิสลามแถบ 4 จังหวัดชายแดน เลี้ยงแพะเป็นหลัก ปลูกพืชพออยู่พอกินตามแต่สภาพภูมิประเทศ ถึงแม้จะไม่ค่อยคบหาใคร แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นสงครามเหมือนปัจจุบัน เพียงแต่คนในพื้นที่ต้องรู้ในสิ่งที่ควรทำก็อยู่ร่วมกันได้ ในอดีตช่วงนั้น ต้องไม่พูดเรื่องหมูๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน เคยเดินไปตักน้ำกิน จากบ่ออิสลามด้วยกระบวยสาน(รกมะพร้าว) เขาทิ้งให้เห็นทันที หรือข้าราชการขอกินน้ำในสนาม กินเสร็จล้างแก้วทันที ลักษณะเช่นนี้จะต่างจากอิสลามแถบด้านบนภาคใต้ ถ้าคนเคยผ่านกระบี่ตรงสามแยกเข้าตัวเมือง หรือตามท่ารถประจำทางตรัง พังงา แวะกินแกงใต้อิสลามสบายๆ หรือตรงอ่าวนาง สมัยไม่มีตึกโรงแรม มีแต่มะพร้าวล้วนๆ ผู้หญิงอิสลามตั้งโต๊ะขายมะพร้าวน้ำหอม สัปรดให้ฝรั่งขี้นก เห็นได้ทั่วไป การอยู่แบบที่ว่าจึงกลายมาเป็นช่องโหว่ให้คนจีนแทรกไปในระบบกุมเศรษฐกิจ เพราะคนจีนเอาของมาขายแล้วซื้อที่ดิน เป็นทั่งในมาเลเซียจนต้องออกกฏหมายเพื่อจำกัดสิทธิ์เป็นพลเมืองชั้น2 คนอิสลามมัยนั้นมี 2 สัญชาติ มีบัตรประชาชนทั้งไทย-มาเลเซีย กว่าไทยจะเจรจามาเลเซีย เอาอยู่ก็เสียมวยตั้งนานเพราะเขาได้ประโยชน์
- คนไทย ก็แบบไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขาดอย่างที่รู้ๆกัน ช่วงนั้นสงครามอินโดจีนประทุ เวียดนาม ลาว เขมร เราอยู่ข้างอเมริกา เกลียดคอมมูนิสต์สุดๆ ปัญหาภายในเรื่องหลักทางการทหารจึงเป็นคอมมูนิสต์ เทือกเขาบรรทัด เขาชัยสน เขาพับผ้า พัทลุง รัตภูมิ สงขลา กลางคืนไม่มีธุระอย่าได้ผ่าน มาทางร่อนพิบูลย์ ฉวาง นาบอน นครศรีธรรมราช ยัน เวียงสระ นาสาน กาญจนดิษฐ์ สุราษฏร์ธานี ก็hotมาก ยิงกันทุกวันทุกคืน แต่บนความขัดแย้งมันก็มีผลประโยชน์ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่เหล่านี้อยู่ครบปีได้เหรียญพิทักษ์เสรีชน ไปไหนได้ครึ่งราคาค่าโดยสาร(ไม่รวมค่าธรรมเนียม) อายุราชการทวีคูณหมายถึงบำเหน็จบำนาญสองเท่า และที่ทำกำไรดีก็คืองบลับ งบล่องหน ยื่งรบกันนานมันติดพันไม่อยากให้เลิก ช่างหัวไอ้พวกตัวเล็กๆ ข้าราชการก็เล่นนอกเล่นใน จนเป็นที่เอือมระอา ลูกโซ่ห่วงอาหารถึงปัจจุบัน
ว่าจะเขียนให้จบ กลับว่าจบไม่ลง อ่านเล่นสนุกกันก่อนแค่นี้ อาจจะมาใหม่ครับ
โจรแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ 2
- คนจีน มากันหลายภาษา ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว แคะ กวางตุ้ง กระจายไปทั่ว ที่สิงคโปร์ลงหลักปักฐานค้าขายเป็นฐานสำคัญ ส่วนในมาเลเซีบก็เช่นกัน จนรัฐบาลมาเลเซียสมัยนั้นยายามกีดกันตลอดเวลาไม่ให้คนจีนได้เติบโต ส่วนในเมืองไทยคนจีนกระจายไปทั่วจากนราธิวาสถึงสุราษฎร์ธานี แต่เน้นไปซีกด้านอันดามัน ส่วนซีกอ่าวไทยจะน้อยกว่าเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นที่ต่ำ(Alluvium plain) ศักยภาพโดยมากทำนา ทำไร่ ประมง ฝั่งอันดามันเป็นแหล่งเงืนแหล่งทองด้านแร่ดีบุก ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรังบางส่วน และสื่งสำคัญอีกอย่างคือยางพารา ปลูกทั่วทุกจังหวัด ซึ่งบางคนอาจทันเห็นโรงงานยางพารารมควัน ของเต๊กบีห้าง ก่อนจะเจ้งไปเมื่อ 5-6 ปี เนื่องจากเทคโนโลยี่และเวลาในการขนส่งดีขึ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโจรจีนคอมมูนิสต์มาลายูในภาคแรก เสันทางlogistic มันต้องผ่านมาเลเซียไปสิงคโปร์ไงครับ สินค้าข้ามแดนดีบุก ยางพารา ถูกลำเลียงทางท่าเรือ ภูเก็ต กระบี่ กันตัง ไปปีนังเข้าสิงคโปร์ สินค้าพวกนี้รวมกับอีกฟากอ่าวไทยจึงต้องมาอยู่ในการดูแลของโจรจีนคอมมูนิสต์มาลายู การศึกจึงระเบิดปกป้องผลประโยชน์แล้วรบกันโดยมีไทยที่เกลียดคอมมูนิสต์เข้ากระดูกดำผสมโรงด้วย ยุคนั้นทหารตายเยอะเหมือนกัน เมื่อเกิดการรบในฝั่งมาเลเซีย โจรจีนถอยเข้ามาหลบใน 4 จังหวัดชายแดน ไทยก็ไปช่วยตีตลบหลังให้ ทุนหนุนหลังโจรจีนถามว่ามาจากไหน อาวุธนั้นส่วนมากส่งมาจากจีน เสบียงอาหารก็มาจากเศรษฐีจีนในเมืองไทยคอยหนุน มักจะมีข่าวจับแนวร่วมคอมมูนิสต์อยู่เรื่อยๆ
- คนอิสลาม เมื่อก่อนจะอยู่แบบระบบปิด ไม่คบหาใครนอกศาสนา ไม่พูดภาษาไทย(แต่จริงๆพูดไทยได้) ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนก่อปัญหาใหญ่ตามมา เมื่อก่อนอิสลามแถบ 4 จังหวัดชายแดน เลี้ยงแพะเป็นหลัก ปลูกพืชพออยู่พอกินตามแต่สภาพภูมิประเทศ ถึงแม้จะไม่ค่อยคบหาใคร แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นสงครามเหมือนปัจจุบัน เพียงแต่คนในพื้นที่ต้องรู้ในสิ่งที่ควรทำก็อยู่ร่วมกันได้ ในอดีตช่วงนั้น ต้องไม่พูดเรื่องหมูๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน เคยเดินไปตักน้ำกิน จากบ่ออิสลามด้วยกระบวยสาน(รกมะพร้าว) เขาทิ้งให้เห็นทันที หรือข้าราชการขอกินน้ำในสนาม กินเสร็จล้างแก้วทันที ลักษณะเช่นนี้จะต่างจากอิสลามแถบด้านบนภาคใต้ ถ้าคนเคยผ่านกระบี่ตรงสามแยกเข้าตัวเมือง หรือตามท่ารถประจำทางตรัง พังงา แวะกินแกงใต้อิสลามสบายๆ หรือตรงอ่าวนาง สมัยไม่มีตึกโรงแรม มีแต่มะพร้าวล้วนๆ ผู้หญิงอิสลามตั้งโต๊ะขายมะพร้าวน้ำหอม สัปรดให้ฝรั่งขี้นก เห็นได้ทั่วไป การอยู่แบบที่ว่าจึงกลายมาเป็นช่องโหว่ให้คนจีนแทรกไปในระบบกุมเศรษฐกิจ เพราะคนจีนเอาของมาขายแล้วซื้อที่ดิน เป็นทั่งในมาเลเซียจนต้องออกกฏหมายเพื่อจำกัดสิทธิ์เป็นพลเมืองชั้น2 คนอิสลามมัยนั้นมี 2 สัญชาติ มีบัตรประชาชนทั้งไทย-มาเลเซีย กว่าไทยจะเจรจามาเลเซีย เอาอยู่ก็เสียมวยตั้งนานเพราะเขาได้ประโยชน์
- คนไทย ก็แบบไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขาดอย่างที่รู้ๆกัน ช่วงนั้นสงครามอินโดจีนประทุ เวียดนาม ลาว เขมร เราอยู่ข้างอเมริกา เกลียดคอมมูนิสต์สุดๆ ปัญหาภายในเรื่องหลักทางการทหารจึงเป็นคอมมูนิสต์ เทือกเขาบรรทัด เขาชัยสน เขาพับผ้า พัทลุง รัตภูมิ สงขลา กลางคืนไม่มีธุระอย่าได้ผ่าน มาทางร่อนพิบูลย์ ฉวาง นาบอน นครศรีธรรมราช ยัน เวียงสระ นาสาน กาญจนดิษฐ์ สุราษฏร์ธานี ก็hotมาก ยิงกันทุกวันทุกคืน แต่บนความขัดแย้งมันก็มีผลประโยชน์ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่เหล่านี้อยู่ครบปีได้เหรียญพิทักษ์เสรีชน ไปไหนได้ครึ่งราคาค่าโดยสาร(ไม่รวมค่าธรรมเนียม) อายุราชการทวีคูณหมายถึงบำเหน็จบำนาญสองเท่า และที่ทำกำไรดีก็คืองบลับ งบล่องหน ยื่งรบกันนานมันติดพันไม่อยากให้เลิก ช่างหัวไอ้พวกตัวเล็กๆ ข้าราชการก็เล่นนอกเล่นใน จนเป็นที่เอือมระอา ลูกโซ่ห่วงอาหารถึงปัจจุบัน
ว่าจะเขียนให้จบ กลับว่าจบไม่ลง อ่านเล่นสนุกกันก่อนแค่นี้ อาจจะมาใหม่ครับ