สำหรับแฟนแมนฯยู ถ้าเป็นไปได้ขอความเห็นด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ขออภัยสำหรับแฟนลิวเวอร์พูลด่วย ที่ตัดบิล แชงค์ลีย์ออก เพราะคุมทีมไม่ได้แชมป์ UCL แต่แน่นอนว่า ท่านเป็นคนวางรากฐานความสำเร็จทั้งปวงของลิเวอร์พูลในยุค 70,80 เป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
สำหรับแชมป์รีล มาดริคแม้ว่าจะได้แชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 5 สมัยติดต่อกัน แต่โค้ชแทบจะไม่ได้รับเครดิตเลยเพราะเปลี่ยนไปถึง 4 คน ดังนั้น ดิ สเตฟฟาโน่ กับปุสกัส จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนักเตะตลอดกาลในศตวรรษที่ 20 มาโดยตลอด
• เซอร์แม็ทท์ บัสบี้ : แมนฯยู แชมป์ UCL 68, ดิวิชั่น 1 (เดิม) 5 สมัย
ข้อดีของโค้ชท่านนี้ คือ แม้ทีมส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไปเพราะโศกนาฏกรรมมิวนิค แต่ก็สามารถสร้างทีมขึ้นมาใหม่ จากเกือบ 0 และพาแมนฯยูครองความยิ่งใหญ่แรกลิเวอร์พูลจนเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพได้ในที่สุด
ข้อบกพร่องตามความคิดของผม คือ แม้ท่าน retire ไปขณะที่ปีศาจแดงถึงจุดสูงสุด แต่เหมือนกับว่าทิ้งสโมสร เพราะมองไม่เห็นใต้ชคนใดที่จะมาสืบทอดมรดกของท่านได้เลย
• บ๊อบ เพลสลีย์ - ลิเวอร์พูลชุด 2 แชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ 1977,78 + แชมป์ดิวิชั่น 1 ยุโรปเดิม
ข้อดี : โค้ชท่านนี้ เทรนจนลิเวอร์พูลเป็น red machine สมบูรณ์แบบพาลิเวอร์พูลเป็นเจ้ายุโรป 2 สมัย และครองดิวิชั่น 1 เดิมเป็นเวลา
ยาวนาน และวางรากฐานต่อเนื่องจากแชงคลียร์ให้ปักหลักยาวนานกว่าจะตกลงในช่วงต้น '90
ข้อบกพร่องตามความคิดของผม : การรับมรดกทั้งแนวทางการเล่นของทีมและนักเตะบางคนจากแชงคลีย์แสดงว่าท่านไม่ได้เป็นคนริเริ่มวางรากฐานของทีมเป็นคนแรก
• ไรนุส มิเชล ได้รับเครดิตในการเป็นผู้ริเริ่ม total football (แม้ตำนานบางกระแสจะบอกว่าครัฟฟ์เป็นคนเคาะประตูเข้าไปบอกก็ตาม) เริ่มเป็น head coach อาแจ็คส์ในปี 1965 และพาอาแจ็คส์ได้เป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพสมัยแรก 1971,72,73
ข้อดี : ป็นคนวางรากฐานให้เยาวชนอาแจ็คส์เป็นที่รู้จักไปทัวโลก และพาขึ้นไปถึงจุดสูงสุดอีกด้วย
ข้อบกพร่องในความคิดของผมคือ : พึ่งโยฮัน ครัฟฟ์มากไป พอครัฟฟ์ลาจากไปบาเซโลน่า ทีมก็ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม
• เอิร์น ฮัมเบิ้ล (Ernst Happel) นำเฟเยนูด เป็นแชมป์ดัชน์ปี 1971 และเป็นแชมป์ UCL 70 แถมยังพาฮัมบูรก์เป็นแชมป์บุนเดส 82,83 และ UCL 1983
ข้อดี : เป็นโค้ชสุดยอดฝีมือรายนึงที่ได้รับการยกย่องอย่างมากมาย แถมยังทำให้ 2 สโมสรคนละประเทศได้แชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพด้วย
ข้อบกพร่องในความคิดของผม : ยอมรับว่าไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้สัมผัสตัวตนของท่านมากพอ
• โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ (Glavanni trapattoni) คุมเอซี มิลานเป็นแชมป์ซ๊รีย์อา 2 สมัย 1962, 1968 ยูโรเปี้ยส์คัพ 2 สมัย 1963,69 คุมยูเว่เป็นแชมป์ซีรีย์อา 6 สมัยและแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 1985 แชมป์บุนเดสฯ กับบาเยิร์น 1985 และเบนฟิกาเป็นแชมป์โปรตุกิสลีก 2005
ข้อดี : ท่านประสบความสำเร็จระดับสโมสรสูงสุดในหลายสโมสรในหลายประเทศ โดยเป็นต้นตำรำคาเตนัชโช่ตัวจริงเสียงจริง
ข้อบกพร่องสำหรับผมคือ : เนื่องจากผมชอบเกมรุก ดังนั้น จึงไม่ชอบแท็คติกการเล่นเกมรับในระดับเหนือกว่า 'เอารถบัส' ไปขวางหน้าประตูของเขา
• เดทต้า คราเมอร์ - บาเยิร์น มิวนิคชุดแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 3 สมัยซ้อน 1974,75,76 แชมป์บุนเดสฯ 3 สมัยซ้อน 72,73,74
ข้อดี : ถือเป็น 1 ในยอดโค้ชระดับโลก ครองบุนเดสลีกาและยุโรปในสมัยของเขา โดยทำลายการผูกขาดยุโรปของอาแจ็คส์ (ส่วนหนึ่งเพราะครัฟฟ์ย้ายไปเล่นให้บาซ่า) แถมยังเป็นการวางรากฐานให้เยอรมันจนได้เป็นแชมป์ยูโร 1972 และแชมป์โลก 1974 อีกด้วย
สำหรับข้อบพร่องของท่านนั้น ผมไม่แน่ใจ แต่คงเหมือนโค้ชบุนเดสลีกา ที่มี sport director ช่วยในการซื้อขายและเฟ้นหาตัวนักเตะ
• มาเชโล่ ลิปปี้ – พาทีมยูเวนตุสเป็นแชมป์ UCL 1 สมัย (1996) ซีรีย์อา 5 สมัย 1996,97,98,2002,03
ข้อดี : เป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย
ข้อด้อยในสายตาผม คือ เน้นเกมรับ (สไตล์อิตาลี) มากไปหน่อยเท่านั้น
• อาร์ริโก้ ซาคคี่ - เอ.ซี.มิลานชุดแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ 2 สมัย 1989,90 แชมป์ซีรีย์อา 2 สมัย
ข้อดี : ทำให้เอซีมิลานเล่นโททัล ฟุตบอลได้ดีไม่ด้อยกว่าฮอลแลนด์ชุดรองแชมป์โลก 1974 และแชมป์ยุโรป 1988 การมียอดนักเตะอย่างแวน บาเท่น, กุลลิทและไรท์การ์ด ในปี 1987 ยิ่งทำให้ถือได้ว่า เอซีมิลานในยุคนั้น มีเกมรุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกในยุคนั้น แหกวิธีการเล่นของฟุตบอลอิตาลีโดยสิ้นเชิง ถือเป็นต้นตำรับ pressing football รายแรกของโลก
ข้อบกพร่องในสายตาของผม : โค้ชรายนี้แทบไม่มีข้อให้ตำหนิเลยด้วยซ้ำ เพราะหลังจากที่ไปรับคุมทีมชาติอิตาลี ก็พาอิตาลีเข้าชิงโดยแพ้บราซิลไปเพราะจุดโทษ
• ฟาบิโอ คาเปโล่ - เอ.ซี.มิลานชุดแชมป์ยูโรเปี้ยส์คัพ 1994 แชมป์ซีรีย์อา 4 สมัย, รีล มาดริคเป็นแชมป์ลาลีกา 1997,2007, โรม่าแชมป์กัลโช่ 2001
ข้อดี : ต่อยอดจากชาคคี่ที่มีแผงหลัง 4 คนระดับสุดยอด และทดแทนแวน บาสเทนและกุลลิทด้วยโบบันและซาวิเซวิซ โดยเน้นการ pressing กดดันในเกมรับ มากกว่าเน้นเกมรุกด้วยซ้ำ จนทำให้บาเซโลน่าสมัยครัฟฟ์คุมต้องพ่ายไปถึง 4-0
หลังคุมเอ ซี มิลาน เข้าคุมรีล มาดริคได้เป็นแชมป์ลาลีกา 2 สมัย ซึ่งระหว่างนั้นที่เข้าคุมรีล มาดริค 2 ช่วงทำให้มาดริคเป็นแชมป์ลาลีกา แถมยังพาโรม่าเป็นแชมป์กัลโช่ได้ด้วย
ข้อบกพร่องในสายตาผม : เป็นโค้ชไม่กี่รายที่แทบไม่มีข้อตำหนิใดๆ ยกเว้นปรัชญาการคุมทีมที่ค่อนข้างเน้นรัดกุม (เพราะผมชอบเกมรุก)
• โยฮัน ครัฟฟ์ – พาบาเซโลน่าเป็นแชมป์ลาลีกา 4 สมัย (1991,92,93,94) และแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 1992
ข้อดี : เป็นนักเตะหมายเลข 1 ในยุคของเขาร่วมกับแบ็คเคนบาวน์ (บางตำนานบอกว่าเขาเป็นคนเคาะประตไปเสนอไนรนุส มิเชลด้วยซ้ำ) นอกจากจะพาบาเซโลน่าเป็นแชมป์ลาลีกา และยูโรเปี้ยนส์คัพ แล้ว ยังเป็นคนวางรากฐานเยาวชนของบาเซโลน่าอีกด้วย
ข้อตำหนิของเขาในความคิดของผม คือ เป็นคนทะนงตัวมากเกินไป ความคิดเห็นก็ค่อนข้าง aggressive บางทีก็เหมือนไม่มีเหตุผล จนเป็นที่ปวดหมองของคนใกล้ชิด
• หลุยซ์ ฟัลกัล – คุมอาแจ็คส์ได้แชมป์ฮอลแลนด์ 1994,95,96 แชมป์ UCL 1995 & คุมบาซ่าเป็นแชมป์ลาลีกา 98,99 & คุม บาเยิร์นแชมป์บุนเดส 2010
ข้อดี : คุมทีมประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นผู้ริเริ่มระบบเยาวชนอาแจ็คส์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในบาเยิร์นก็เป็นผู้นำฟาน บุยเต็ง, ฟิลิปป์ ลาห์ม, บัตสตูเบอร์, ริเบอร์รี่ และร๊อบเบน และพาชไวนี่มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกึ่งรับกึ่งรุก เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้จุ๊ปป์ ไฮเกซพาบาเยิร์นเป็นยอดทีมแห่งยุคปัจจุบัน
ข้อตำหนิของท่านในความคิดของผม : คือ เขาเย่อหยิ่งจองหองมากจนเกินไป และทะเลาะกับฝ่ายบริหารอยู่บ่อยๆ
• เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน - แมนฯยูไนเต็ดชุด 3 แชมป์ แชมป์ UCL 1999, 2007 และ EPL 13 สมัย ได้แชมป์ทั้งหมดกับปีศาจแดง 38 ชิ้น ถ้านับรวมอเบอร์ดีนด้วยก็ 49 ชิ้น
ข้อดี :เป็นผู้วางรากฐานการเล่นของสโมสรและซื้อนักเตะด้วยตัวเองตามระบบผู้จัดการทีมของอังกฤษ กระตุ้นทีมจากที่ไฟอาจจะมอดได้ โดยที่เด่นที่สุดก็คือเรื่องบริหารจัดการทีม จนประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษเป็นระยะเวลายาวนาน สามารถเอาชนะการแทรงขึ้นมาของคู่แข่งได้ทุกสมัยเช่น เวนเกอร์, มูริญโญ่ หรือมันโช่ ได้ สุดท้ายลงจากหลังเสือเมื่อยังอยู่ในจุดสูงสุด แถมยังวางรากฐานนักเตะชั้นยอดให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ไม่ต้องลำบาก
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ อาจจะด้อยเล็กน้อยในเรื่องแท็คติค และแก้ทางระบบ tika taka ของเป๊ปไม่สำเร็จ
• โซเซ่ มูณิญโญ่ – ปอร์โต้ แชมป์โปรตุเกส 2 สมัย+UCL 2003-04 & เชลซี แชมป์ EPL 22005,06 & อินเตอร์ มิลาน 3 แชมป์ 2010 & รีล มาดริค แชมป์ลาลีกา 2012
ข้อดี : ตอนอยู่ปอร์โต้วางรากฐานด้วยตัวเอง จนนำปอร์โต้แซงแมนฯยูเป็นแชมป์ UCL สำเร็จ ในอิตาลีก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในลาลีกาในที่สุดก็เอาชนะเป๊ปจนได้หลังจากที่พลาดพลั้งอยู่บ่อยๆ จนจนต้องให้ลูกทีมเล่นโหดจนได้ใบแดงบ่อยๆ แต่สุดท้ายก็ชนะแบบแฟร์ๆ จนได้
ข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัด คือ ขี้โม้เอามากๆ, ใช้เงินเป็นตัวสำคัญซื้อความสำเร็จจนเคยตัว และชอบทะเลาะกับผู้บริหารและนักเตะสำตัญๆ ของทีมอย่างเห็นได้
เป๊ป กวาดิโอล่า - บาเซโลน่า แชมป์ลาลีกา 2009-10,11+แชมป์ UCL 2009,10
ข้อดี : พัฒนาระบบ tika-taka ขึ้นมา ทำให้ครองบอลเหนือคู่แข่งทุกราย และนำบาซ่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในฟุตบอลปัจจุบัน
ข้อบกพร่องของท่านสำหรับผม คือ เขาต่อยอดระบบเยาวชนของครัฟฟ์ และสืบทอดตัวนักเตะชั้นยอดจากยุคไรจ์การ์ดหลายคน ส่วนที่ขอออกจากตำแหน่งโค้ชบาซ่า ไม่แน่ใจว่า ไฟตก หรือ เพราะการที่มูฯ เอาชนะเขาได้สำเร็จ
กุส ฮิสดิ้ง – ได้แชมป์พรีเมียร์ดัชท์ 6 สมัยกับ PSV ไอน์โฮเฟ่น 87, 88, 89, 2003,05, 06 และแชมป์ยูโรเปี้ยส์คัพ 1 สมัย 1988
ข้อบกพร่องสำหรับผม คือ พรีเมียร์ดัชท์มีทีมใหญ่เพียง 2-3 ทีม ทำให้ไม่ยากที่จะประสบความสำเร็จ
อ็อตมาร์ ฮิตเฟลด์ พากราซ ฮอบเบอร์ สวีสซุปเปอร์ลีก 2 สมัย, กับดอร์ทมุนด์เป็นแชมป์บุนเดส 95,96 แชมป์ UCL ปี 97 + กับบาเยิร์นเป็นแชมป์บุนเดส 5 สมัย 99,2000,01,02, 2008 และแชมป์ UCL 2001
ข้อดี : สามารถวางรากฐานและต่อยอดจน 3 ทีมที่แตกต่างกันประสบความสำเร็จอย่างสูง
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ การที่บุนเดสลีกามี sport director คอยช่วยในการซื้อและจัดหานักเตะ เช่นเดียวกับโค้ชบุนเดสฯ รายอื่น
จุ๊ปป์ ไฮย์เกซ - พารีล มาดริคเป็นแชมป์ UCL ปี 1998 และบาเยิร์นชุดปัจจุบัน (2013) จนได้เป็น Treble (2?) พัฒนาเกมเพรสซิ่งตั้งแต่แดนหน้า และการโต้กลับเร็ว จนเอาชนะระบบ tika taka ที่ครองยุโรปมาระยะหนึ่งและคนคิดว่าไม่น่าจะมีวิธีเอาชนะได้ด้วยซ้ำ จนได้
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ เป็นการต่อยอดระบบและนักเตะจาก ฟานกัล รวมถึงการได้มัทเธอุส ซามเมอร์ sport director เข้ามาช่วยซื้อนักเตะสำคัญๆ อย่างมาติเนซ และ มานซูคิซเข้ามาทำให้ระบบของไฮเกซเข้าเป้าได้
สำหรับผม ผมเรียงลำดับผู้จัดการสโมสรที่เก่งที่สุดดังนี้
1. อาริโก้ ซาคครี่
2. เดทรา คราเมอร์, ไรนุส มิเชล, โจวานนี่ ตราปัตโตนี่, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, โซเซ่ มูริญโญ่,อ๊อตมาร์ ฮิทซ์เฟลด์, เป๊ป กวาดิโอล่า, จุ๊ปป์ ไฮย์เกซ
3. โยฮัน ครัฟฟ์, มาเชลโล่ ลิปปี้, บ๊อบ เพลสลี่ย์, เซอร์แมทท์ บัสบี้, หลุยส์ ฟัลเกา
* จำเป็นต้องตอบ
1. ใครเป็นผู้จัดการทีมสโมสรที่เก่งที่สุดในโลก *
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
คุณลืมตอบคำถามที่ * จำเป็นต้องตอบ
[กระทู้โหวต 2013-05-30] มาโหวตกันว่าใครเโค้ชสโมสร ที่เก่งที่สุดเป็นอันดับ 1 ของยุโรป (หรือของโลก)
ขออภัยสำหรับแฟนลิวเวอร์พูลด่วย ที่ตัดบิล แชงค์ลีย์ออก เพราะคุมทีมไม่ได้แชมป์ UCL แต่แน่นอนว่า ท่านเป็นคนวางรากฐานความสำเร็จทั้งปวงของลิเวอร์พูลในยุค 70,80 เป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
สำหรับแชมป์รีล มาดริคแม้ว่าจะได้แชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 5 สมัยติดต่อกัน แต่โค้ชแทบจะไม่ได้รับเครดิตเลยเพราะเปลี่ยนไปถึง 4 คน ดังนั้น ดิ สเตฟฟาโน่ กับปุสกัส จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนักเตะตลอดกาลในศตวรรษที่ 20 มาโดยตลอด
• เซอร์แม็ทท์ บัสบี้ : แมนฯยู แชมป์ UCL 68, ดิวิชั่น 1 (เดิม) 5 สมัย
ข้อดีของโค้ชท่านนี้ คือ แม้ทีมส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไปเพราะโศกนาฏกรรมมิวนิค แต่ก็สามารถสร้างทีมขึ้นมาใหม่ จากเกือบ 0 และพาแมนฯยูครองความยิ่งใหญ่แรกลิเวอร์พูลจนเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพได้ในที่สุด
ข้อบกพร่องตามความคิดของผม คือ แม้ท่าน retire ไปขณะที่ปีศาจแดงถึงจุดสูงสุด แต่เหมือนกับว่าทิ้งสโมสร เพราะมองไม่เห็นใต้ชคนใดที่จะมาสืบทอดมรดกของท่านได้เลย
• บ๊อบ เพลสลีย์ - ลิเวอร์พูลชุด 2 แชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ 1977,78 + แชมป์ดิวิชั่น 1 ยุโรปเดิม
ข้อดี : โค้ชท่านนี้ เทรนจนลิเวอร์พูลเป็น red machine สมบูรณ์แบบพาลิเวอร์พูลเป็นเจ้ายุโรป 2 สมัย และครองดิวิชั่น 1 เดิมเป็นเวลา
ยาวนาน และวางรากฐานต่อเนื่องจากแชงคลียร์ให้ปักหลักยาวนานกว่าจะตกลงในช่วงต้น '90
ข้อบกพร่องตามความคิดของผม : การรับมรดกทั้งแนวทางการเล่นของทีมและนักเตะบางคนจากแชงคลีย์แสดงว่าท่านไม่ได้เป็นคนริเริ่มวางรากฐานของทีมเป็นคนแรก
• ไรนุส มิเชล ได้รับเครดิตในการเป็นผู้ริเริ่ม total football (แม้ตำนานบางกระแสจะบอกว่าครัฟฟ์เป็นคนเคาะประตูเข้าไปบอกก็ตาม) เริ่มเป็น head coach อาแจ็คส์ในปี 1965 และพาอาแจ็คส์ได้เป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพสมัยแรก 1971,72,73
ข้อดี : ป็นคนวางรากฐานให้เยาวชนอาแจ็คส์เป็นที่รู้จักไปทัวโลก และพาขึ้นไปถึงจุดสูงสุดอีกด้วย
ข้อบกพร่องในความคิดของผมคือ : พึ่งโยฮัน ครัฟฟ์มากไป พอครัฟฟ์ลาจากไปบาเซโลน่า ทีมก็ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม
• เอิร์น ฮัมเบิ้ล (Ernst Happel) นำเฟเยนูด เป็นแชมป์ดัชน์ปี 1971 และเป็นแชมป์ UCL 70 แถมยังพาฮัมบูรก์เป็นแชมป์บุนเดส 82,83 และ UCL 1983
ข้อดี : เป็นโค้ชสุดยอดฝีมือรายนึงที่ได้รับการยกย่องอย่างมากมาย แถมยังทำให้ 2 สโมสรคนละประเทศได้แชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพด้วย
ข้อบกพร่องในความคิดของผม : ยอมรับว่าไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้สัมผัสตัวตนของท่านมากพอ
• โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ (Glavanni trapattoni) คุมเอซี มิลานเป็นแชมป์ซ๊รีย์อา 2 สมัย 1962, 1968 ยูโรเปี้ยส์คัพ 2 สมัย 1963,69 คุมยูเว่เป็นแชมป์ซีรีย์อา 6 สมัยและแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 1985 แชมป์บุนเดสฯ กับบาเยิร์น 1985 และเบนฟิกาเป็นแชมป์โปรตุกิสลีก 2005
ข้อดี : ท่านประสบความสำเร็จระดับสโมสรสูงสุดในหลายสโมสรในหลายประเทศ โดยเป็นต้นตำรำคาเตนัชโช่ตัวจริงเสียงจริง
ข้อบกพร่องสำหรับผมคือ : เนื่องจากผมชอบเกมรุก ดังนั้น จึงไม่ชอบแท็คติกการเล่นเกมรับในระดับเหนือกว่า 'เอารถบัส' ไปขวางหน้าประตูของเขา
• เดทต้า คราเมอร์ - บาเยิร์น มิวนิคชุดแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 3 สมัยซ้อน 1974,75,76 แชมป์บุนเดสฯ 3 สมัยซ้อน 72,73,74
ข้อดี : ถือเป็น 1 ในยอดโค้ชระดับโลก ครองบุนเดสลีกาและยุโรปในสมัยของเขา โดยทำลายการผูกขาดยุโรปของอาแจ็คส์ (ส่วนหนึ่งเพราะครัฟฟ์ย้ายไปเล่นให้บาซ่า) แถมยังเป็นการวางรากฐานให้เยอรมันจนได้เป็นแชมป์ยูโร 1972 และแชมป์โลก 1974 อีกด้วย
สำหรับข้อบพร่องของท่านนั้น ผมไม่แน่ใจ แต่คงเหมือนโค้ชบุนเดสลีกา ที่มี sport director ช่วยในการซื้อขายและเฟ้นหาตัวนักเตะ
• มาเชโล่ ลิปปี้ – พาทีมยูเวนตุสเป็นแชมป์ UCL 1 สมัย (1996) ซีรีย์อา 5 สมัย 1996,97,98,2002,03
ข้อดี : เป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย
ข้อด้อยในสายตาผม คือ เน้นเกมรับ (สไตล์อิตาลี) มากไปหน่อยเท่านั้น
• อาร์ริโก้ ซาคคี่ - เอ.ซี.มิลานชุดแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ คัพ 2 สมัย 1989,90 แชมป์ซีรีย์อา 2 สมัย
ข้อดี : ทำให้เอซีมิลานเล่นโททัล ฟุตบอลได้ดีไม่ด้อยกว่าฮอลแลนด์ชุดรองแชมป์โลก 1974 และแชมป์ยุโรป 1988 การมียอดนักเตะอย่างแวน บาเท่น, กุลลิทและไรท์การ์ด ในปี 1987 ยิ่งทำให้ถือได้ว่า เอซีมิลานในยุคนั้น มีเกมรุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกในยุคนั้น แหกวิธีการเล่นของฟุตบอลอิตาลีโดยสิ้นเชิง ถือเป็นต้นตำรับ pressing football รายแรกของโลก
ข้อบกพร่องในสายตาของผม : โค้ชรายนี้แทบไม่มีข้อให้ตำหนิเลยด้วยซ้ำ เพราะหลังจากที่ไปรับคุมทีมชาติอิตาลี ก็พาอิตาลีเข้าชิงโดยแพ้บราซิลไปเพราะจุดโทษ
• ฟาบิโอ คาเปโล่ - เอ.ซี.มิลานชุดแชมป์ยูโรเปี้ยส์คัพ 1994 แชมป์ซีรีย์อา 4 สมัย, รีล มาดริคเป็นแชมป์ลาลีกา 1997,2007, โรม่าแชมป์กัลโช่ 2001
ข้อดี : ต่อยอดจากชาคคี่ที่มีแผงหลัง 4 คนระดับสุดยอด และทดแทนแวน บาสเทนและกุลลิทด้วยโบบันและซาวิเซวิซ โดยเน้นการ pressing กดดันในเกมรับ มากกว่าเน้นเกมรุกด้วยซ้ำ จนทำให้บาเซโลน่าสมัยครัฟฟ์คุมต้องพ่ายไปถึง 4-0
หลังคุมเอ ซี มิลาน เข้าคุมรีล มาดริคได้เป็นแชมป์ลาลีกา 2 สมัย ซึ่งระหว่างนั้นที่เข้าคุมรีล มาดริค 2 ช่วงทำให้มาดริคเป็นแชมป์ลาลีกา แถมยังพาโรม่าเป็นแชมป์กัลโช่ได้ด้วย
ข้อบกพร่องในสายตาผม : เป็นโค้ชไม่กี่รายที่แทบไม่มีข้อตำหนิใดๆ ยกเว้นปรัชญาการคุมทีมที่ค่อนข้างเน้นรัดกุม (เพราะผมชอบเกมรุก)
• โยฮัน ครัฟฟ์ – พาบาเซโลน่าเป็นแชมป์ลาลีกา 4 สมัย (1991,92,93,94) และแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพ 1992
ข้อดี : เป็นนักเตะหมายเลข 1 ในยุคของเขาร่วมกับแบ็คเคนบาวน์ (บางตำนานบอกว่าเขาเป็นคนเคาะประตไปเสนอไนรนุส มิเชลด้วยซ้ำ) นอกจากจะพาบาเซโลน่าเป็นแชมป์ลาลีกา และยูโรเปี้ยนส์คัพ แล้ว ยังเป็นคนวางรากฐานเยาวชนของบาเซโลน่าอีกด้วย
ข้อตำหนิของเขาในความคิดของผม คือ เป็นคนทะนงตัวมากเกินไป ความคิดเห็นก็ค่อนข้าง aggressive บางทีก็เหมือนไม่มีเหตุผล จนเป็นที่ปวดหมองของคนใกล้ชิด
• หลุยซ์ ฟัลกัล – คุมอาแจ็คส์ได้แชมป์ฮอลแลนด์ 1994,95,96 แชมป์ UCL 1995 & คุมบาซ่าเป็นแชมป์ลาลีกา 98,99 & คุม บาเยิร์นแชมป์บุนเดส 2010
ข้อดี : คุมทีมประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นผู้ริเริ่มระบบเยาวชนอาแจ็คส์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในบาเยิร์นก็เป็นผู้นำฟาน บุยเต็ง, ฟิลิปป์ ลาห์ม, บัตสตูเบอร์, ริเบอร์รี่ และร๊อบเบน และพาชไวนี่มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกึ่งรับกึ่งรุก เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้จุ๊ปป์ ไฮเกซพาบาเยิร์นเป็นยอดทีมแห่งยุคปัจจุบัน
ข้อตำหนิของท่านในความคิดของผม : คือ เขาเย่อหยิ่งจองหองมากจนเกินไป และทะเลาะกับฝ่ายบริหารอยู่บ่อยๆ
• เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน - แมนฯยูไนเต็ดชุด 3 แชมป์ แชมป์ UCL 1999, 2007 และ EPL 13 สมัย ได้แชมป์ทั้งหมดกับปีศาจแดง 38 ชิ้น ถ้านับรวมอเบอร์ดีนด้วยก็ 49 ชิ้น
ข้อดี :เป็นผู้วางรากฐานการเล่นของสโมสรและซื้อนักเตะด้วยตัวเองตามระบบผู้จัดการทีมของอังกฤษ กระตุ้นทีมจากที่ไฟอาจจะมอดได้ โดยที่เด่นที่สุดก็คือเรื่องบริหารจัดการทีม จนประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษเป็นระยะเวลายาวนาน สามารถเอาชนะการแทรงขึ้นมาของคู่แข่งได้ทุกสมัยเช่น เวนเกอร์, มูริญโญ่ หรือมันโช่ ได้ สุดท้ายลงจากหลังเสือเมื่อยังอยู่ในจุดสูงสุด แถมยังวางรากฐานนักเตะชั้นยอดให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ไม่ต้องลำบาก
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ อาจจะด้อยเล็กน้อยในเรื่องแท็คติค และแก้ทางระบบ tika taka ของเป๊ปไม่สำเร็จ
• โซเซ่ มูณิญโญ่ – ปอร์โต้ แชมป์โปรตุเกส 2 สมัย+UCL 2003-04 & เชลซี แชมป์ EPL 22005,06 & อินเตอร์ มิลาน 3 แชมป์ 2010 & รีล มาดริค แชมป์ลาลีกา 2012
ข้อดี : ตอนอยู่ปอร์โต้วางรากฐานด้วยตัวเอง จนนำปอร์โต้แซงแมนฯยูเป็นแชมป์ UCL สำเร็จ ในอิตาลีก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในลาลีกาในที่สุดก็เอาชนะเป๊ปจนได้หลังจากที่พลาดพลั้งอยู่บ่อยๆ จนจนต้องให้ลูกทีมเล่นโหดจนได้ใบแดงบ่อยๆ แต่สุดท้ายก็ชนะแบบแฟร์ๆ จนได้
ข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัด คือ ขี้โม้เอามากๆ, ใช้เงินเป็นตัวสำคัญซื้อความสำเร็จจนเคยตัว และชอบทะเลาะกับผู้บริหารและนักเตะสำตัญๆ ของทีมอย่างเห็นได้
เป๊ป กวาดิโอล่า - บาเซโลน่า แชมป์ลาลีกา 2009-10,11+แชมป์ UCL 2009,10
ข้อดี : พัฒนาระบบ tika-taka ขึ้นมา ทำให้ครองบอลเหนือคู่แข่งทุกราย และนำบาซ่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในฟุตบอลปัจจุบัน
ข้อบกพร่องของท่านสำหรับผม คือ เขาต่อยอดระบบเยาวชนของครัฟฟ์ และสืบทอดตัวนักเตะชั้นยอดจากยุคไรจ์การ์ดหลายคน ส่วนที่ขอออกจากตำแหน่งโค้ชบาซ่า ไม่แน่ใจว่า ไฟตก หรือ เพราะการที่มูฯ เอาชนะเขาได้สำเร็จ
กุส ฮิสดิ้ง – ได้แชมป์พรีเมียร์ดัชท์ 6 สมัยกับ PSV ไอน์โฮเฟ่น 87, 88, 89, 2003,05, 06 และแชมป์ยูโรเปี้ยส์คัพ 1 สมัย 1988
ข้อบกพร่องสำหรับผม คือ พรีเมียร์ดัชท์มีทีมใหญ่เพียง 2-3 ทีม ทำให้ไม่ยากที่จะประสบความสำเร็จ
อ็อตมาร์ ฮิตเฟลด์ พากราซ ฮอบเบอร์ สวีสซุปเปอร์ลีก 2 สมัย, กับดอร์ทมุนด์เป็นแชมป์บุนเดส 95,96 แชมป์ UCL ปี 97 + กับบาเยิร์นเป็นแชมป์บุนเดส 5 สมัย 99,2000,01,02, 2008 และแชมป์ UCL 2001
ข้อดี : สามารถวางรากฐานและต่อยอดจน 3 ทีมที่แตกต่างกันประสบความสำเร็จอย่างสูง
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ การที่บุนเดสลีกามี sport director คอยช่วยในการซื้อและจัดหานักเตะ เช่นเดียวกับโค้ชบุนเดสฯ รายอื่น
จุ๊ปป์ ไฮย์เกซ - พารีล มาดริคเป็นแชมป์ UCL ปี 1998 และบาเยิร์นชุดปัจจุบัน (2013) จนได้เป็น Treble (2?) พัฒนาเกมเพรสซิ่งตั้งแต่แดนหน้า และการโต้กลับเร็ว จนเอาชนะระบบ tika taka ที่ครองยุโรปมาระยะหนึ่งและคนคิดว่าไม่น่าจะมีวิธีเอาชนะได้ด้วยซ้ำ จนได้
ข้อบกพร่องของท่านในความคิดของผม คือ เป็นการต่อยอดระบบและนักเตะจาก ฟานกัล รวมถึงการได้มัทเธอุส ซามเมอร์ sport director เข้ามาช่วยซื้อนักเตะสำคัญๆ อย่างมาติเนซ และ มานซูคิซเข้ามาทำให้ระบบของไฮเกซเข้าเป้าได้
สำหรับผม ผมเรียงลำดับผู้จัดการสโมสรที่เก่งที่สุดดังนี้
1. อาริโก้ ซาคครี่
2. เดทรา คราเมอร์, ไรนุส มิเชล, โจวานนี่ ตราปัตโตนี่, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, โซเซ่ มูริญโญ่,อ๊อตมาร์ ฮิทซ์เฟลด์, เป๊ป กวาดิโอล่า, จุ๊ปป์ ไฮย์เกซ
3. โยฮัน ครัฟฟ์, มาเชลโล่ ลิปปี้, บ๊อบ เพลสลี่ย์, เซอร์แมทท์ บัสบี้, หลุยส์ ฟัลเกา