สื่อออนไลน์เป็นภัยต่อสังคม

กระทู้คำถาม
บุคคลนี้มีลักษณะ ตัวเตี้ย อ้วน ส่วนสูงประมาณ 155 ซม. ผิวขาว ใส่สร้อยทอง ใช้โทรศัพท์ไอโฟน ใส่นาฬิกาเหล็ก

ปัจจุบันนี้ในโลกของสื่อออนไลน์ สามารถเข้าถึงกันได้อย่างงายดาย เพียงแค่การ “แชท” การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา อาจนำพาความเสียหายทางทรัพย์สินหรือแม้กระทั่งร่างกายมาได้
เรื่องราวที่ดิฉันจะนำมาเล่าให้ฟังต่อจากนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์และข้อคิดเตือนภัยแก่ผู้ที่อาจตกกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปแก่มิจฉาชีพเหล่านี้

ดิฉันได้รู้จักกับบุคคลนี้จากโปรแกรมแชท ไลน์ ชื่อในไลน์ของเขา “ CoTon_fe’ ” ส่วนชื่อเล่นจริงๆคือ “ ฝ้าย ” ซึ่งก็เข้ามาคุยกับดิฉันเหมือนปกติทั่วไป ทักและคุยเล่น หลังจากที่คุยกันได้ซักพักใหญ่ๆ เขาก็ขอเบอร์โทรศัพท์ดิฉันไปและบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย และเขาก็โทรเข้ามาชวนดิฉันไปเที่ยวที่ระยอง ไม่ว่าจะปฏิเสธอย่างไร เขาก็ยังตามตื้อและเซ้าซี้ถามว่า 'ทำไมถึงไม่ไป? ติดธุระอะไรหรอ? มาเถอะเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง แล้วขากลับพี่จะขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ' อะไรประมาณนี้ แต่ดิฉันก็ได้ปฏิเสธไป และหลังจากนั้น เขาก็โทรมาอีกหลายครั้งและเกือบทุกวัน แต่ดิฉันก็ไม่ได้รับสาย แต่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2556 เขาได้โทรหาดิฉันและถามว่าอยู่ไหน? พี่อยู่กรุงเทพฯ ไปกินข้าวกัน และถามดิฉันว่าไปกับใคร ดิฉันจึงตอบว่า ไปคนเดียว เขาก็บอกว่า พี่ไปคนเดียวเหมือนกัน ดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรจึงเดินทางไปยังสถานที่ที่เขานัด คือ ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ เวลาประมาณ 17.30 น. ได้เจอกับเขาและขึ้นไปทานอาหารที่ร้าน เดอะพิซซ่าคอมปะนี พอเข้าไปนั่งในร้านเขาก็สั่งอาหารและชวนดิฉันคุยและทานไปด้วย สักพักเขาก็บอกว่า “ขอยืมดูรูปในไอโฟนหน่อยสิ” ดิฉันก็รู้สึกแปลกใจ ที่ทำไมอยู่ๆถึงขอดูรูป แต่ก็ยื่นให้เขาไป เขาดูและก็คุยไปด้วย แล้วก็คืนโทรศัพท์กลับมา ต่อจากนั้นไม่นาน เขาก็บอกว่า “โทรศัพท์มีเงินมั้ย? พี่ขอยืมโทรฯหาเพื่อนหน่อย พอดีว่านัดเพื่อนไว้อีกคน ขอยื้มหน่อย เดี๋ยวพี่เติมเงินคืนก็ได้ ขอยืมแค่นาทีเดียว พอดีโทรศัพท์พี่มันเงินหมด“ ดิฉันเห็นว่าเขาแค่ขอยืมโทรหาเพื่อนจึง ยื่นโทรศัพท์ให้เขาไป และนั่งมองเขาคุยกับเพื่อน เขารับโทรศัพท์ไปและกดเบอร์ คุยกับเพื่อนชื่อ “แคท” ประมาณว่า ..อะไรนะ? อยู่ไหน เนี่ย..ฝ้ายอยู่ร้านพิซซ่า แล้วหันมาถามว่า นี่ชั้นไหนนะ? ดิฉันก็บอกเขาไป แล้วเขาก็คุยต่อ สักพักก็วางสายโทรศัพท์ แล้วบอกว่า ”สายมันตัด” แล้วเขาก็กดล็อกเครื่อง แล้วถามว่า “พี่เผลอกดล็อกเครื่องอ่ะ ขอรหัสหน่อยครับ” ด้วยสีหน้าที่รีบร้อนและถือโทรศัพท์ดิฉันอยู่ในมือ ไม่ยื่นโทรศัพท์คืนมาให้ ดิฉันจึงบอกรหัสเขาไป เขาก็กดและโทรหาเพื่อนคนเดิมอีกครั้ง แล้วเขาก็ยืนขึ้น คุยกับเพื่อนว่า “นี่ไงชั้นบนอ่ะ เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาสิ” แล้วก็หันมาบอกดิฉันว่า “เดี๋ยวพี่ขอออกไปคุยข้างนอกนะ หน้าร้านพิซซ่า เพื่อนพี่หาร้านไม่เจอ แปปเดียวๆ” และด้วยความที่อาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ ดิฉันจึงไม่กล้าลุกตามออกไป เพราะกลัวพนักงานในร้านจะมองว่า กินแล้วไม่จ่ายเงิน เลยนั่งรออยู่ในร้าน แต่มองตามเขาไป เขาก็เดินคุยแล้วก็ออกนอกร้าน เลี้ยวขวาหายไป ดิฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ดี จึงตัดสินใจวิ่งตามออกไป แต่พอออกไปมองหาบริเวณหน้าร้าน เขาก็ไม่อยู่แล้ว ดิฉันได้ขอยืมโทรศัพท์ของพนักงานในร้านพิซซ่าโทรฯเข้าหาเบอร์ตัวเอง ตอนแรกก็ติดประมาณ 2-3 สาย แต่ไม่มีคนรับ แล้วสักพักก็ไม่สามารถติดต่อได้

ด้วยความที่เราไม่ได้คิดร้ายอะไรและคิดว่าเขาคงไม่ได้คิดร้ายกับเรา เพราะเขามาด้วยท่าทางที่ดี แต่กลับกลายเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่นำเรื่องราวทั้งหมดมาโพส..เพื่ออยากให้เพื่อนๆพี่ๆและน้องๆได้ระวังตัวและอย่าคิดไว้ใจใครง่ายๆ และเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจแก่ตนเองด้วย สุดท้ายนี้ ..อยากจะบอกว่า โลกนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวัน อยากให้ช่วยกันแชร์และเตือนเพื่อนๆที่เรารักและเป็นห่วงเขา เพื่ิอจะได้ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อแบบนี้อีก ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่