คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
อันนี้พอช่วยได้เปล่า
---------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ไฟฟ้าสถิต
ไฟฟ้าสถิต (Electrostatics) เป็นแขนงวิชาไฟฟ้าที่กล่าวถึงวิชาไฟฟ้าที่ปรากฏอยู่นิ่งกับที่ เป็นที่ทราบกันมาแต่สมัยโบราณแล้ว คือ เมื่อนำแท่งอำพันมาถูกับผ้าแพร หรือถูกับผ่าสักหลาดแล้วแท่งอำพันสามารถดูดของเบาๆ ได้เช่น ขนนก ชิ้นกระดาษๆ เป็นต้น การที่วัตถุสองชนิดที่นำมาถูกันแล้ว เกิดมีอำนาจดูดของเบาๆ ได้นั้น เรียกว่า วัตถุทั้งสองต่างเกิดมีประจุไฟฟ้า (charge) ขึ้น การกระทำที่ทำให้วัตถุเกิดมีสถานะไฟฟ้าขึ้น เรียกว่า การชาร์จ (charge) วัตถุ หรือ electrify วัตถุเมื่อวัตถุนั้นหมดอำนาจไฟฟ้าแล้ว เรียกว่าวัตถุนั้นเป็นกลาง (neutral)
2. ชนิดของประจุไฟฟ้า แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า
ทดลองนำผ้าแพรถูกับแก้วผิวเกลี้ยง ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการขัดสีมีต่างกันอยู่สองชนิดเท่านั้นจึงได้กำหนดชนิดประจุไฟฟ้า โดยเรียกประจุไฟฟ้าชนิดหนึ่งว่า ประจุไฟฟ้าบวก (positive charge) และเรียกประจุไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งว่า ประจุไฟฟ้าลบ (negative charge)
(1) ประจุไฟฟ้าบวก คือ ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนแท่งแก้วผิวเกลี้ยง ภายหลังที่นำมาถูด้วยผ้าแพร
(2) ประจุไฟฟ้าลบ คือ ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนแท่งอีโบไนต์ (ebonite)ภายหลังที่นำมาถูด้วยขนสัตว์ หรือสักหลาด
ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันย่อมผลักกัน แต่ประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันย่อมดูดกัน
3. บัญชีสิ่งที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต
ผลที่ปรากฏจากการนำวัตถุต่างชนิดที่เป็นคู่ที่เหมาะสมมาทำการถูกัน แล้วเกิดประจุไฟฟ้าบนผิวของวัตถุแต่ละคู่นั้น กล่าวคือ เกิดไฟฟ้าสถิตบนผิวของวัตถุ และประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนผิวของวัตถุคู่หนึ่งๆ จะเป็นประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันเสมอ จึงได้มีการทำบัญชีของวัตถุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตโดยการขัดสีไว้ โดยจัดเรียงตามลำดับของการขัดสีไว้ (frictional order) ดังนี้
1.ขนสัตว์ 11.แก้วผิวขรุขระ
2.ขนแกะหรือสักหลาด 12.ผิวหนัง
3.ไม้ 13.โลหะต่างๆ
4.เชลแลค (shellac) 14.ยางอินเดีย (India rubber)
5.ยางสน 15.อำพัน
6.ครั่ง 16.กำมะถัน
7.แก้วผิวเกลี้ยง 17.อิโบไนต์ (ebonite)
8.ผ้าฝ้าย หรือสำลี 18.ยาง Gutta-perchta
9.กระดาษ 19.ผ้าแพร Amalgamated
10.ผ้าแพร 20.เซลลูลอยด์ (Celluloid)
เมื่อนำวัตถุคู่ใดคู่หนึ่งดับปรากฏในบัญชีมาถูกัน วัตถุที่มีเลขลำดับน้อยกว่า จะปรากฏมีประจุไฟฟ้าบวก ส่วนวัตถุที่มีเลขลำดับมากกว่าจะปรากฏมีประจุไฟฟ้าลบ เช่น นำขนสัตว์ หมายเลข 1 ถูกับแก้วผิวเกลี้ยงหมายเลข 7 แล้วปรากฏว่าผ้าขนสัตว์จะปรากฏมีประจุไฟฟ้าบวกบนผิว ส่วนบนผิวแก้วจะปรากฏมีประจุไฟฟ้าลบ
https://sites.google.com/site/fifasthit/assignment-01
---------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ไฟฟ้าสถิต
ไฟฟ้าสถิต (Electrostatics) เป็นแขนงวิชาไฟฟ้าที่กล่าวถึงวิชาไฟฟ้าที่ปรากฏอยู่นิ่งกับที่ เป็นที่ทราบกันมาแต่สมัยโบราณแล้ว คือ เมื่อนำแท่งอำพันมาถูกับผ้าแพร หรือถูกับผ่าสักหลาดแล้วแท่งอำพันสามารถดูดของเบาๆ ได้เช่น ขนนก ชิ้นกระดาษๆ เป็นต้น การที่วัตถุสองชนิดที่นำมาถูกันแล้ว เกิดมีอำนาจดูดของเบาๆ ได้นั้น เรียกว่า วัตถุทั้งสองต่างเกิดมีประจุไฟฟ้า (charge) ขึ้น การกระทำที่ทำให้วัตถุเกิดมีสถานะไฟฟ้าขึ้น เรียกว่า การชาร์จ (charge) วัตถุ หรือ electrify วัตถุเมื่อวัตถุนั้นหมดอำนาจไฟฟ้าแล้ว เรียกว่าวัตถุนั้นเป็นกลาง (neutral)
2. ชนิดของประจุไฟฟ้า แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า
ทดลองนำผ้าแพรถูกับแก้วผิวเกลี้ยง ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการขัดสีมีต่างกันอยู่สองชนิดเท่านั้นจึงได้กำหนดชนิดประจุไฟฟ้า โดยเรียกประจุไฟฟ้าชนิดหนึ่งว่า ประจุไฟฟ้าบวก (positive charge) และเรียกประจุไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งว่า ประจุไฟฟ้าลบ (negative charge)
(1) ประจุไฟฟ้าบวก คือ ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนแท่งแก้วผิวเกลี้ยง ภายหลังที่นำมาถูด้วยผ้าแพร
(2) ประจุไฟฟ้าลบ คือ ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนแท่งอีโบไนต์ (ebonite)ภายหลังที่นำมาถูด้วยขนสัตว์ หรือสักหลาด
ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันย่อมผลักกัน แต่ประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันย่อมดูดกัน
3. บัญชีสิ่งที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต
ผลที่ปรากฏจากการนำวัตถุต่างชนิดที่เป็นคู่ที่เหมาะสมมาทำการถูกัน แล้วเกิดประจุไฟฟ้าบนผิวของวัตถุแต่ละคู่นั้น กล่าวคือ เกิดไฟฟ้าสถิตบนผิวของวัตถุ และประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนผิวของวัตถุคู่หนึ่งๆ จะเป็นประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันเสมอ จึงได้มีการทำบัญชีของวัตถุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตโดยการขัดสีไว้ โดยจัดเรียงตามลำดับของการขัดสีไว้ (frictional order) ดังนี้
1.ขนสัตว์ 11.แก้วผิวขรุขระ
2.ขนแกะหรือสักหลาด 12.ผิวหนัง
3.ไม้ 13.โลหะต่างๆ
4.เชลแลค (shellac) 14.ยางอินเดีย (India rubber)
5.ยางสน 15.อำพัน
6.ครั่ง 16.กำมะถัน
7.แก้วผิวเกลี้ยง 17.อิโบไนต์ (ebonite)
8.ผ้าฝ้าย หรือสำลี 18.ยาง Gutta-perchta
9.กระดาษ 19.ผ้าแพร Amalgamated
10.ผ้าแพร 20.เซลลูลอยด์ (Celluloid)
เมื่อนำวัตถุคู่ใดคู่หนึ่งดับปรากฏในบัญชีมาถูกัน วัตถุที่มีเลขลำดับน้อยกว่า จะปรากฏมีประจุไฟฟ้าบวก ส่วนวัตถุที่มีเลขลำดับมากกว่าจะปรากฏมีประจุไฟฟ้าลบ เช่น นำขนสัตว์ หมายเลข 1 ถูกับแก้วผิวเกลี้ยงหมายเลข 7 แล้วปรากฏว่าผ้าขนสัตว์จะปรากฏมีประจุไฟฟ้าบวกบนผิว ส่วนบนผิวแก้วจะปรากฏมีประจุไฟฟ้าลบ
https://sites.google.com/site/fifasthit/assignment-01
แสดงความคิดเห็น
ขอข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าสถิตย์หน่อยค่ะ
พอทำเสร็จแล้วครูบอกให้บันทึกผลจากการจับคู่วัสดุ10ชนิดนี้มาถูกัน แล้วบันทึกพร้อมบอกตัวไหนเป็นประจุบวกกับประจุลบ
ตรงนี้แหละค่ะ ครูไม่ได้สอนเกี่ยวกับการหาค่าตัวไหนลบ บวกเลยสรุปไม่ได้ ช่วยหน่อยคาะ
คร่าวๆ