บังเอิญไปเจอบทความหนึ่งเกียวกับยูโกะจาก
http://melosnomichi.blogspot.com/2011/11/because-you-were-there-for-me-oshima.html ครับ ที่จริงเป็นข่าวเก่าแล้ว (ปี 2010) แต่อ่านแล้วรู้สึกดีครับ เลยลองแปลแบบงูๆปลาๆ มาให้แฟนๆ ได้อ่านครับ
แต่ถ้าใครเคยอ่านมาก่อน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
เพราะคุณพ่อดูแลหนูอยู่ตรงนั้นเสมอมา ขอให้ได้พบรักกับผู้หญิงที่แสนวิเศษนะคะ
โดย โอชิม่า ยูโกะ (ให้สัมภาษณ์กับ Shukan Asahi ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2010)
ฉันเกิดที่โยโกฮาม่าค่ะ เมื่อฉันเรียนอยู่ชั้นประถมหก คุณลุงของฉัน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอิซากายะในจังหวัดโทจิกิ ก็มอบกิจการให้คุณพ่อรับช่วงต่อ ด้วยเหตุนี้นี่เอง ครอบครัวของเราก็ต้องย้ายไปอยู่ที่โทจิกิแทน
การที่ต้องลาจากเพื่อนๆนั้นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับฉันมาก ฉันจึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกความรู้สึกของคุณพ่อได้เท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ท่านไม่มีฝีมือด้านการทำอาหารมาก่อนเลย ระหว่างที่ฝึกทำอาหารนั้น นิ้วก็เป็นแผลมาหลายต่อหลายครั้ง พอฉันเห็นท่านพยายามอย่างมากเพื่อร้านอิซากายะเช่นนั้น ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองต้องยอมรับกับชีวิตของตัวเองค่ะ
พ่อแม่ของฉันหย่าร้างกันตอนที่ฉันเข้าเรียนมัธยมต้น ช่วงนั้นพวกท่านก็พยายามที่จะใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้นะ แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยของความไม่สบายใจที่มีระหว่างท่านทั้งสองคน และแล้ว พวกท่านก็บอกฉันว่าพวกท่านกำลังจะหย่าร้างกันในที่สุด …….ฉันรู้สึกใจสลายเมื่อได้ยินอย่างนั้นค่ะ เพราะในขณะที่เรายังเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น พวกเราก็มีช่วงเวลาที่สนุกสนานอยู่มากมายเหลือเกิน
หลังจากการหย่าร้าแล้วง ฉันก็อยู่ด้วยกันกับคุณพ่อและคุณย่า ส่วนพี่ชายก็แยกออกไปอยู่ที่โยโกฮาม่าด้วยตัวคนเดียวในขณะนั้น ฉันเองเริ่มให้ความสนใจในสายงานบันเทิงเช่นเดียวกับคุณแม่ค่ะ โดยตอนเจ็ดขวบนั้น ฉันก็ได้ทำงานบันเทิงในฐานะดาราเด็กโดยมีคุณแม่เป็นผู้รับรอง ถึงแม้คุณพ่อจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันไปเป็นดาราเด็กก็ตาม แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ฉันคิดว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณพ่อให้ความไว้วางใจคุณแม่ในการดูแลฉันในวงการบันเทิง และท่านก็ต้องการให้ฉันได้ทำสิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดด้วย แต่ก็มีบางครั้งนะคะที่ท่านบอกฉันว่า “ลูกเองก็อย่าหักโหมเกินไปนะ”
ฉันได้พบกับคุณแม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เข้าเรียนมัธยมปลายแล้ว ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะยังติดต่อกันทางโทรศัพท์กันมาตลอด แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับท่านอีกหลังจากที่หย่ากับคุณพ่อ ฉันกับคุณแม่นั้นคล้ายกันมากทั้งในด้านรูปร่างหน้าตาและนิสัยค่ะ เราทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ปล่อยตัวตามสบาย แต่ก็มุ่งมั่นเหมือนๆกัน แต่ถึงเราสองคนจะเข้ากันได้ดีก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ได้พบกับท่านหลังจากการหย่าเลย และแล้วเมื่อฉันมองแผ่นหลังของคุณพ่อที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ทั้งๆที่มีพลาสเตอร์แปะอยู่ที่นิ้ว จู่ๆฉันก็รู้สึกอยากเจอกับคณแม่ขึ้นมาทันทีแต่จะว่าไปแล้วนะคะ แทนที่ความสัมพันธ์ของเราจะเป็นเหมือนแม่และลูก เรากลับเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกันมากกว่าค่ะ
คุณพ่อก็ไม่ได้ให้ความเห็นอะไรนักตอนที่ฉันเข้าวงเอเคบี แบบเดียวกับตอนที่ฉันเป็นนักแสดงเด็กเลย แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก พอฉันคุยเรื่องเอเคบีแบบสบายๆว่า “ในการแสดงที่โรงละครรอบหน้านี่ ทีมเคก็จะได้แสดงเพลงของตัวเองซะที” คุณพ่อก็กล่าวว่า “การแสดงรอบที่ผ่านๆมา คงมีแต่เพลงทีมเอสินะ พ่อยินดีกับหนูด้วย” พอได้ยินอย่างนั้นฉันก็พูดกลับไปว่า “เอ๋ พ่อรู้เรื่องนี้ได้ไงล่ะคะ” ที่จริงแล้ว คุณพ่อติดตามทั้งผลงานของฉันอย่างแข็งขันมาตั้งแต่สมัยที่ฉันยังเป็นนักแสดงเด็ก ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี รายการวิทยุ หรือนิตยรสารต่างๆ พอได้ยินที่คุณพ่อพูดมาแล้ว ฉันก็เลยตระหนักว่า ที่ผ่านมา ท่านคอยสนับสนุนฉันอย่างเงียบๆ ไม่ให้ฉันได้รู้ ท่านจะคอยสนับสนุนฉันจากเบื้องหลังอยู่เสมอมา คุณพ่อของฉันชอบดื่มเหล้ามากค่ะ แล้วก็มักหลุดปากพูดอะไรมาหลายอย่างให้ฉันรู้ในขณะที่ท่านกำลังดื่มอยู่ด้วย ที่ผ่านมาท่านก็ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานไอดอลของฉันมาหลายอย่าง แต่ท่านก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นลบ อย่างเช่นห้ามฉันไม่ให้ทำอะไรบ้างนะคะ คำแนะนำทั้งหมดจะเป็นเรื่องเชิงบวกว่า ฉันควรทำอย่างไรเพื่อพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงมีความมากและเคารพท่านมากขึ้นไปอีก และสิ่งเหล่านี้ก็ช่วยให้ฉันสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ค่ะ
ฉันจะมีอายุครบ 22 ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ (ปี 2010) เนื่องจากฉันยังมีฝันที่ต้องทำให้เป็นจริง ฉันยังไม่คิดจะแต่งงานหรอกค่ะ และฉันก็ไม่ได้คิดที่จะแต่งงานก่อนหน้าที่คุณพ่อจะได้แต่งงานใหม่ด้วย ฉันหวังว่าคุณพ่อจะได้พบกับใครสักคนที่คอยสนับสนุนและให้ท่านเจอแตเรื่องโชคดีในชีวิต คุณพ่อเป็นคนที่สำคัญที่สุดของฉันค่ะ
ป.ล. ความรู้สึกหลังอ่านจบ
1. ไปญี่ปุ่นคราวหน้า ต้องตะลุยทา่นร้านอิซะกะยะที่จังหวัดโทจิกิแล้ว เผื่อแจ็คพ็อต
2. ถ้ามีโอกาสไปงานจับมือเดี่ยวกับยูโกะคราวหน้า จะพันพลาสเตอร์ที่นิ้วไปสักสองสามแห่ง แล้วพูดว่า "แผลตอนทำครัวน่ะครับ"
5555555555555555555555555
[AKB48] ด้านที่เป็น family girl ของลุงหื่นยูโกะ
แต่ถ้าใครเคยอ่านมาก่อน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
เพราะคุณพ่อดูแลหนูอยู่ตรงนั้นเสมอมา ขอให้ได้พบรักกับผู้หญิงที่แสนวิเศษนะคะ
โดย โอชิม่า ยูโกะ (ให้สัมภาษณ์กับ Shukan Asahi ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2010)
ฉันเกิดที่โยโกฮาม่าค่ะ เมื่อฉันเรียนอยู่ชั้นประถมหก คุณลุงของฉัน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอิซากายะในจังหวัดโทจิกิ ก็มอบกิจการให้คุณพ่อรับช่วงต่อ ด้วยเหตุนี้นี่เอง ครอบครัวของเราก็ต้องย้ายไปอยู่ที่โทจิกิแทน
การที่ต้องลาจากเพื่อนๆนั้นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับฉันมาก ฉันจึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกความรู้สึกของคุณพ่อได้เท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ท่านไม่มีฝีมือด้านการทำอาหารมาก่อนเลย ระหว่างที่ฝึกทำอาหารนั้น นิ้วก็เป็นแผลมาหลายต่อหลายครั้ง พอฉันเห็นท่านพยายามอย่างมากเพื่อร้านอิซากายะเช่นนั้น ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองต้องยอมรับกับชีวิตของตัวเองค่ะ
พ่อแม่ของฉันหย่าร้างกันตอนที่ฉันเข้าเรียนมัธยมต้น ช่วงนั้นพวกท่านก็พยายามที่จะใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้นะ แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยของความไม่สบายใจที่มีระหว่างท่านทั้งสองคน และแล้ว พวกท่านก็บอกฉันว่าพวกท่านกำลังจะหย่าร้างกันในที่สุด …….ฉันรู้สึกใจสลายเมื่อได้ยินอย่างนั้นค่ะ เพราะในขณะที่เรายังเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น พวกเราก็มีช่วงเวลาที่สนุกสนานอยู่มากมายเหลือเกิน
หลังจากการหย่าร้าแล้วง ฉันก็อยู่ด้วยกันกับคุณพ่อและคุณย่า ส่วนพี่ชายก็แยกออกไปอยู่ที่โยโกฮาม่าด้วยตัวคนเดียวในขณะนั้น ฉันเองเริ่มให้ความสนใจในสายงานบันเทิงเช่นเดียวกับคุณแม่ค่ะ โดยตอนเจ็ดขวบนั้น ฉันก็ได้ทำงานบันเทิงในฐานะดาราเด็กโดยมีคุณแม่เป็นผู้รับรอง ถึงแม้คุณพ่อจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันไปเป็นดาราเด็กก็ตาม แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ฉันคิดว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณพ่อให้ความไว้วางใจคุณแม่ในการดูแลฉันในวงการบันเทิง และท่านก็ต้องการให้ฉันได้ทำสิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดด้วย แต่ก็มีบางครั้งนะคะที่ท่านบอกฉันว่า “ลูกเองก็อย่าหักโหมเกินไปนะ”
ฉันได้พบกับคุณแม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เข้าเรียนมัธยมปลายแล้ว ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะยังติดต่อกันทางโทรศัพท์กันมาตลอด แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับท่านอีกหลังจากที่หย่ากับคุณพ่อ ฉันกับคุณแม่นั้นคล้ายกันมากทั้งในด้านรูปร่างหน้าตาและนิสัยค่ะ เราทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ปล่อยตัวตามสบาย แต่ก็มุ่งมั่นเหมือนๆกัน แต่ถึงเราสองคนจะเข้ากันได้ดีก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ได้พบกับท่านหลังจากการหย่าเลย และแล้วเมื่อฉันมองแผ่นหลังของคุณพ่อที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ทั้งๆที่มีพลาสเตอร์แปะอยู่ที่นิ้ว จู่ๆฉันก็รู้สึกอยากเจอกับคณแม่ขึ้นมาทันทีแต่จะว่าไปแล้วนะคะ แทนที่ความสัมพันธ์ของเราจะเป็นเหมือนแม่และลูก เรากลับเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกันมากกว่าค่ะ
คุณพ่อก็ไม่ได้ให้ความเห็นอะไรนักตอนที่ฉันเข้าวงเอเคบี แบบเดียวกับตอนที่ฉันเป็นนักแสดงเด็กเลย แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก พอฉันคุยเรื่องเอเคบีแบบสบายๆว่า “ในการแสดงที่โรงละครรอบหน้านี่ ทีมเคก็จะได้แสดงเพลงของตัวเองซะที” คุณพ่อก็กล่าวว่า “การแสดงรอบที่ผ่านๆมา คงมีแต่เพลงทีมเอสินะ พ่อยินดีกับหนูด้วย” พอได้ยินอย่างนั้นฉันก็พูดกลับไปว่า “เอ๋ พ่อรู้เรื่องนี้ได้ไงล่ะคะ” ที่จริงแล้ว คุณพ่อติดตามทั้งผลงานของฉันอย่างแข็งขันมาตั้งแต่สมัยที่ฉันยังเป็นนักแสดงเด็ก ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี รายการวิทยุ หรือนิตยรสารต่างๆ พอได้ยินที่คุณพ่อพูดมาแล้ว ฉันก็เลยตระหนักว่า ที่ผ่านมา ท่านคอยสนับสนุนฉันอย่างเงียบๆ ไม่ให้ฉันได้รู้ ท่านจะคอยสนับสนุนฉันจากเบื้องหลังอยู่เสมอมา คุณพ่อของฉันชอบดื่มเหล้ามากค่ะ แล้วก็มักหลุดปากพูดอะไรมาหลายอย่างให้ฉันรู้ในขณะที่ท่านกำลังดื่มอยู่ด้วย ที่ผ่านมาท่านก็ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานไอดอลของฉันมาหลายอย่าง แต่ท่านก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นลบ อย่างเช่นห้ามฉันไม่ให้ทำอะไรบ้างนะคะ คำแนะนำทั้งหมดจะเป็นเรื่องเชิงบวกว่า ฉันควรทำอย่างไรเพื่อพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงมีความมากและเคารพท่านมากขึ้นไปอีก และสิ่งเหล่านี้ก็ช่วยให้ฉันสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ค่ะ
ฉันจะมีอายุครบ 22 ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ (ปี 2010) เนื่องจากฉันยังมีฝันที่ต้องทำให้เป็นจริง ฉันยังไม่คิดจะแต่งงานหรอกค่ะ และฉันก็ไม่ได้คิดที่จะแต่งงานก่อนหน้าที่คุณพ่อจะได้แต่งงานใหม่ด้วย ฉันหวังว่าคุณพ่อจะได้พบกับใครสักคนที่คอยสนับสนุนและให้ท่านเจอแตเรื่องโชคดีในชีวิต คุณพ่อเป็นคนที่สำคัญที่สุดของฉันค่ะ
ป.ล. ความรู้สึกหลังอ่านจบ
1. ไปญี่ปุ่นคราวหน้า ต้องตะลุยทา่นร้านอิซะกะยะที่จังหวัดโทจิกิแล้ว เผื่อแจ็คพ็อต
2. ถ้ามีโอกาสไปงานจับมือเดี่ยวกับยูโกะคราวหน้า จะพันพลาสเตอร์ที่นิ้วไปสักสองสามแห่ง แล้วพูดว่า "แผลตอนทำครัวน่ะครับ"
5555555555555555555555555