อ่านกระทู้เรื่องความรักของห้องชานเรือนมาสักพักใหญ่ๆ เห็นหลายๆความเห็นมักจะมาแชร์สถานการณ์หรือเหตุการณ์ในทำนองที่ว่า
- แต่งงานกับแฟนแล้ว หรือคบกันแฟนอยู่ แต่ทำไมแฟนไปมีคนอื่น ทำไมเมียน้อยหน้าด้านจัง รู้ทั้งรู้ว่าคบกันแต่ก็เอา ยังแอบติดต่อคุยกันกับสามีเรา ทำไมผู้หญิงอีกคนไม่นึกถึงจิตใจของอีกฝ่ายเลย ไม่นึกถึงหัวอกผู้หญิงด้วยกัน การศึกษาก็ดี งานการก็ดี ทำไมรู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นมีเจ้าของก็ยังเอา บลาๆๆ
หรืออย่างเช่น
- แต่งงานกันแล้ว มีลูกกันแล้ว ทำไมแฟนยังคงมองหาผู้หญิงคนใหม่ ทำไมไม่หยุดที่เรา ทำไมไม่นึกถึงลูก ทำไมไม่รักษาความเป็นครอบครัว
- มีปัญหากะสามีมากมาย แต่อดทน เลิกกันไม่ได้ ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา กลัวครอบครัวไม่สมบูรณ์ กลัวลูกจะรู้สึกขาด ไม่อยากให้ลูกต้องเจอภาวะพ่อแม่แยกทาง
หรือ
- ทำไมผู้ชายไม่เข้าใจ ว่าการเลี้ยงลูกมันเหนื่อย ทำงานมาเหนื่อย ทำไมมุ่งหวังเรื่องบนเตียง ทำไมต้องมีผู้หญิงอื่น ทำไมอ้วน หน้าไม่สวยไม่เป๊ะแล้วไม่รัก ทำไมต้องหาเรื่องบนเตียงที่เด็ดดวงจากหญิงอื่น ทำไมไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
สารพัดเหตุการณ์สารพัดสถานการณ์ต่างๆนานาเหล่านี้
เราไม่ได้จะเข้าข้างเมียน้อย ไม่ได้เข้าข้างมือที่สาม ไม่ได้จะเข้าข้างผู้ชาย หรือมีความคิดเห็นที่ขัดต่อศีลธรรมคุณธรรมใดๆอย่างสุดโต่งนะคะ เพียงแต่ว่าบางทีเราต้องมองมุมอื่นด้วยหรือเปล่า เช่นว่า
- การแต่งงานที่คุณทั้งคู่แต่งกันไป มันไม่ใช่สัญญาใจหรือข้อผูกมัดว่าความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่จะต้องเป็นรักนิรันดร์ตลอดไป เปลี่ยนแปลงไม่ได้ บางทีที่มาของการแต่งงานของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
บางคนอาจแต่งงานเพราะพลาด เพราะผู้ชายพลาดพลั้งไม่ป้องกัน เลยทำผู้หญิงท้อง แต่ต้องรับผิดชอบโดยการแต่งงาน ทั้งๆที่อาจจะไม่ได้รักผู้หญิงสักเท่าไหร่ หรือว่าอาจจะรักในตอนนั้นซึ่งยังเด็กอยู่ รักในตอนแรกๆ แต่พอโตขึ้นมาหรืออยู่กันมาสักพักเรียนรู้การใช้ชีวิตอะไรที่มากขึ้นของกันและกัน ก็รู้ตัวเมื่ออยู่กันไปนานๆว่าไม่ใช่คนที่ใช่ แต่เปลี่ยนแปลงอะไรใดๆไม่ได้ เพราะมีลูกกันแล้ว หรือเพราะจดทะเบียนกันแล้ว แต่งงานจนคนรับรู้กันไปทั่วแล้ว เลยจำเป็นต้องประคับประคองใจกันไป เพื่อรักษาคำว่าครอบครัว เพื่อรับผิดชอบ
- หรือบางคู่ อาจจะแต่งงานกันไป ด้วยเหตุผลที่ว่าต่างคนต่างอายุมากแล้ว เลยเห็นว่าไม่อยากให้รอแก่กันกว่านี้ หรืออาจจะครอบครัวกดดันเลยต้องแต่งงานกันไป แต่พออยู่ด้วยกันแล้วไม่ใช่ ก็เลิกกันไม่ได้ เพราะผู้หญิงก็จะบอกเสมอว่าแต่งงานกันแล้วต้องอดทน ต้องประคับประคองชีวิตคู่กันต่อไปให้ถึงที่สุด บลาๆๆ
- หรือบางคนก็อ้างลูก ว่ามีลูกกันแล้ว ผู้ชายจะเลิกไม่ได้ เลิกกันไปลูกจะมีปัญหาครอบครัว ให้เราต้องรักษาสัมพันธ์กันไป ไม่อยากให้เด็กมีปัญหา บลาๆๆ
- หรือเรื่องบนเตียงทำไมผู้ชายต้องการเยอะจัง โน่นนี่นั่น รักกันที่ใจหรือเปล่า หุ่นไม่ดี ไม่ดูแลตัวเองก็ไม่รักแล้วหรืออย่างไร บลาๆๆ
- บางทีก็โทษโน่นโทษนี่ โดยที่ผู้หญิงเราลืมดูตัวเองไปรึเปล่าว่าเรานิสัยไม่ดีจริงๆ งี่เง่า เรื่องมาก จู้จี้จุกจิก น่ารำคาญ เห็นแก่ตัว ร้ายกาจ ความคิดไม่โอเค ไลฟ์สไตล์มันไม่ใช่ สารพัดเรื่องคุยด้วยแล้วไม่คลิ๊กนิสัยเรามันไม่โอเคจริงๆ อยู่ด้วยแล้วผู้ชายประสาทจะกิน แต่ตอนแรกที่เค้ารักเพราะคุณไม่ได้แสดงธาตุแท้ทุกอย่างออกมา เค้าเลยไม่รู้ว่าจริงๆเรานิสัยไม่โอเคเท่าไหร่ มารู้ทีหลัง แต่ก็สายไปละ ดันแต่งงานมีลุกกะผู้หญิงคนนี้ไปซะละ อะไรอย่างงี้
บางที ผู้หญิงเราก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า คนมันหมดใจ มันหมดรักแล้วรึเปล่าค่ะ เอาความจริงแบบไม่โลกสวย ความจริงของใจคน
จะดันทุรังคบกันต่อไป เพื่อรักษาความสัมพันธ์ เพื่อหน้าตาสังคม หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ รู้ทั้งรู้ว่าเค้าฝืน ทำไมผู้หญิงเรายังคงหลอกตัวเองเสมอ ทำไมยังคงพยายามที่จะต้องฝีน ทั้งๆที่ผู้ชายก็ค่อยๆแสดงออกมาบ้างแล้ว ว่าความรักมันเริ่มมีปัญหาแล้วจริงๆ มันเลยจุดที่จะปรับจะจูนเข้าหากันแล้วจริงๆ
ที่ตั้งกระทู้ครั้งนี้เพราะอยากให้เมียหลวง หรือภรรยา หรือผู้หญิงใดๆก็ตามบนโลกนี้มองความจริงกันสักนิด เพราะอ่านมาแล้วก็เห็นมักจะโทษผู้ชาย ไม่ก็เมียน้อย ไม่ก็ผู้หญิงที่มาคบกับผู้ชาย คือผู้ชายเราเชื่อว่าเค้าก็ไม่ได้อยากจะนอกใจกันซะทุกคนหรอกค่ะ (มันก็ใช่อยู่ ที่หลายๆเคส ผู้ชายไม่รู้จักพอ เจ้าชู้ซะเอง) แต่ก็ในหลายเคส หลายๆคนเช่นกัน เค้าก็ไม่ได้เจ้าชู้ ไม่ได้ไม่รู้จักพอ แต่บางทีตัวเราเองอาจจะไม่ใช่คนที่ถูกใจเค้า เค้าอาจจะเจอคนที่คลิ๊กกันมากกว่า แต่ด้วยเหตุผลอะไรหลายๆอย่าง(อาจจะปัญหาเรื่องลูก เรื่องครอบครัว เพราดันแต่งงานจดทะเบียนกับคุณไปแล้ว บลาๆ) เลยทำให้ยังเลิกกันกับคุณไม่ได้ คุณเลยมองว่าเลวที่ยังไม่เลิกกับคุณ แต่ดันไปคบกับผู้หญิงอีกคน ในภาวะนี้เราควรอยู่บนโลกของความเป็นจริงกันหน่อยไหมคะ ว่าเค้าไม่ได้รักเราแล้ว เค้าหมดใจไปแล้ว หรือเริ่มหมดใจกับคุณจริงๆ เค้าก็ไม่ได้อยากคบซ้อน แต่เมื่อคนที่ใช่มันเข้ามาในเวลานี้แล้ว เค้าจะปล่อยให้โอกาสนี้หายไป แล้วต้องอยู่อย่างทรมานใจกับคุณ เค้าก็คงไม่ไหวจริงๆ
บางทีมาตั้งว่าผู้ชายทำไมเจอเด็กกว่า สดกว่า ใสกว่า ทำไมก็นอกใจ ไม่รักเรา แค่เราอ้วนหรือไม่มีเวลาเรื่องเซ็กซ์โน่นนี่ มองในมุมความจริง ฮอร์โมนเพศชายมันควบคุมไม่ได้ง่ายๆหรือเปล่าคะ ถ้าให้ผู้ชายไม่ต้องหมกมุ่น เราเองก็ควรดูแลตัวเองดูแลเรื่องบนเตียงให้ดีกันหน่อยไหมคะ เซ็กส์นี่ส่วนสำคัญเลยนะคะสำหรับการรักษาสัมพันธ์ความรักเนี่ย ทำไมชอบด่าผู้ชายเรื่องนี้จังคะ
หรือบางทีการมีลูกแล้วไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นคำตอบของชีวิตรักเลย ว่าเราจะเลิกกันไม่ได้ บางทีถ้าเด็กรู้ เด็กอาจจะอยากให้พ่อแม่เลิกกันดีซะกว่าที่จะต้องมามีพ่อแม่ครบถ้วน แต่ทะเลาะกันทุกวัน หรืออาจไม่ทะเลาะกันแต่ว่าไม่ได้รักกันแล้วหรือเปล่า แล้วบางคนชอบบอกว่าเห็นแก่ลูกโน่นนี่ จริงๆแล้วเป็นตัวเองหรือเปล่าที่ไม่ยอมรับความจริง
ผู้หญิงที่มายุ่งกับสามี หรือแฟนคุณก็เช่นกัน บางทีที่เค้ารู้ทั้งรู้แต่อาจจะยังยุ่งเกี่ยวอยู่ เป็นเพราะเค้าก็รักแฟนเราจริงๆ ไม่ได้อยากเลวหรอก แต่ถ้ามาก่อนเราได้ทัน เค้าก็คงไม่อยากเป็นคนมาทีหลังรึเปล่าคะ เพียงแค่เค้าไม่สามารถนั่งเวลาไปไทม์แมชชีนก่อนได้ เค้าเลยต้องกลายเป็นคนมาทีหลังที่ต้องคอยรักแบบซ่อนๆ รึเปล่า?
ความรักบางทีมันไม่เหมือนการต่อคิวซื้อของหรือเปล่า ที่ใครมาก่อนก็คิดเงินก่อน บางทีคนที่มาทีหลังแต่เป็นคนที่ใช่จริงๆ เค้าเองก็คงไม่ได้อยากเลว เพียงแต่ว่าคนที่เค้ารัก ดันมาเจอคุณๆก่อน อะไรประมาณนี้ บางความเห็นบอกว่าผู้หญิงหน้าด้านแทนที่จะรอให้คุณเลิกกะสามีก่อน แล้วถึงค่อยมาคบกันจะไม่ว่าอะไรเลย เอาเข้าจริงๆก็เป็นเพราะพวกคุณไม่ยอมเลิก ไม่ยอมรับความจริงว่าผู้ชายเค้าหมดใจรึเปล่าคะ คือคุณก็ไม่ยอมเลิก เรื่องราวมันถึงคาราคาซังมาแบบนี้
อันนี้เป็นมุมมองของเราที่อ่านเรื่องแบบนี้มาทุกๆวันจากปัญหาครอบครัวที่ชอบตั้งกันมา ไม่ได้มีเจตนาเข้าข้างเมียน้อยหรือเข้าข้างผู้ชายนะคะ แค่อยากให้ยอมรับความจริงและมองความรักบนโลกแห่งความเป็นจริงหน่ะค่ะ ว่าบางทีคนมันหมดรักมันหมดใจแล้ว ความสัมพันธ์มันก็ต้องจบรึเปล่าคะ
การแต่งงาน มันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อบ่งบอกป่าวประกาศให้คนรับรู้ ว่าเออ 2 คนนี้มันจะเป็นผัวเมียกันละนะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นเครื่องการันตีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราต้องเป็นรักนิรันดร์นะคะ
การมีลุกก็เช่นกัน เหตุมันเกิดจากคน 2 คนมีอะไรกัน เมื่อลุกออกมาก็รับผิดชอบกันไป แต่ก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันหรือเป็นโซ่คล้องใจว่าสามีภรรยาห้ามเลิกกันแล้วรึเปล่า
หากกระทู้นี้ทำให้ใครไม่พอใจต้องขออภัยด้วยนะคะ แค่อยากแชร์ในมุมของคนที่มาอ่านเรื่องแบบนี้ทุกๆวัน มีใครคิดเหมือนเราบ้างมั้ย??
ขอตั้งกระทู้นี้พลีชีพ การมีลูกกันแล้วแต่งงานกันแล้วบางทีอาจจะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความรักรึเปล่าคะ?
- แต่งงานกับแฟนแล้ว หรือคบกันแฟนอยู่ แต่ทำไมแฟนไปมีคนอื่น ทำไมเมียน้อยหน้าด้านจัง รู้ทั้งรู้ว่าคบกันแต่ก็เอา ยังแอบติดต่อคุยกันกับสามีเรา ทำไมผู้หญิงอีกคนไม่นึกถึงจิตใจของอีกฝ่ายเลย ไม่นึกถึงหัวอกผู้หญิงด้วยกัน การศึกษาก็ดี งานการก็ดี ทำไมรู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นมีเจ้าของก็ยังเอา บลาๆๆ
หรืออย่างเช่น
- แต่งงานกันแล้ว มีลูกกันแล้ว ทำไมแฟนยังคงมองหาผู้หญิงคนใหม่ ทำไมไม่หยุดที่เรา ทำไมไม่นึกถึงลูก ทำไมไม่รักษาความเป็นครอบครัว
- มีปัญหากะสามีมากมาย แต่อดทน เลิกกันไม่ได้ ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา กลัวครอบครัวไม่สมบูรณ์ กลัวลูกจะรู้สึกขาด ไม่อยากให้ลูกต้องเจอภาวะพ่อแม่แยกทาง
หรือ
- ทำไมผู้ชายไม่เข้าใจ ว่าการเลี้ยงลูกมันเหนื่อย ทำงานมาเหนื่อย ทำไมมุ่งหวังเรื่องบนเตียง ทำไมต้องมีผู้หญิงอื่น ทำไมอ้วน หน้าไม่สวยไม่เป๊ะแล้วไม่รัก ทำไมต้องหาเรื่องบนเตียงที่เด็ดดวงจากหญิงอื่น ทำไมไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
สารพัดเหตุการณ์สารพัดสถานการณ์ต่างๆนานาเหล่านี้
เราไม่ได้จะเข้าข้างเมียน้อย ไม่ได้เข้าข้างมือที่สาม ไม่ได้จะเข้าข้างผู้ชาย หรือมีความคิดเห็นที่ขัดต่อศีลธรรมคุณธรรมใดๆอย่างสุดโต่งนะคะ เพียงแต่ว่าบางทีเราต้องมองมุมอื่นด้วยหรือเปล่า เช่นว่า
- การแต่งงานที่คุณทั้งคู่แต่งกันไป มันไม่ใช่สัญญาใจหรือข้อผูกมัดว่าความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่จะต้องเป็นรักนิรันดร์ตลอดไป เปลี่ยนแปลงไม่ได้ บางทีที่มาของการแต่งงานของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
บางคนอาจแต่งงานเพราะพลาด เพราะผู้ชายพลาดพลั้งไม่ป้องกัน เลยทำผู้หญิงท้อง แต่ต้องรับผิดชอบโดยการแต่งงาน ทั้งๆที่อาจจะไม่ได้รักผู้หญิงสักเท่าไหร่ หรือว่าอาจจะรักในตอนนั้นซึ่งยังเด็กอยู่ รักในตอนแรกๆ แต่พอโตขึ้นมาหรืออยู่กันมาสักพักเรียนรู้การใช้ชีวิตอะไรที่มากขึ้นของกันและกัน ก็รู้ตัวเมื่ออยู่กันไปนานๆว่าไม่ใช่คนที่ใช่ แต่เปลี่ยนแปลงอะไรใดๆไม่ได้ เพราะมีลูกกันแล้ว หรือเพราะจดทะเบียนกันแล้ว แต่งงานจนคนรับรู้กันไปทั่วแล้ว เลยจำเป็นต้องประคับประคองใจกันไป เพื่อรักษาคำว่าครอบครัว เพื่อรับผิดชอบ
- หรือบางคู่ อาจจะแต่งงานกันไป ด้วยเหตุผลที่ว่าต่างคนต่างอายุมากแล้ว เลยเห็นว่าไม่อยากให้รอแก่กันกว่านี้ หรืออาจจะครอบครัวกดดันเลยต้องแต่งงานกันไป แต่พออยู่ด้วยกันแล้วไม่ใช่ ก็เลิกกันไม่ได้ เพราะผู้หญิงก็จะบอกเสมอว่าแต่งงานกันแล้วต้องอดทน ต้องประคับประคองชีวิตคู่กันต่อไปให้ถึงที่สุด บลาๆๆ
- หรือบางคนก็อ้างลูก ว่ามีลูกกันแล้ว ผู้ชายจะเลิกไม่ได้ เลิกกันไปลูกจะมีปัญหาครอบครัว ให้เราต้องรักษาสัมพันธ์กันไป ไม่อยากให้เด็กมีปัญหา บลาๆๆ
- หรือเรื่องบนเตียงทำไมผู้ชายต้องการเยอะจัง โน่นนี่นั่น รักกันที่ใจหรือเปล่า หุ่นไม่ดี ไม่ดูแลตัวเองก็ไม่รักแล้วหรืออย่างไร บลาๆๆ
- บางทีก็โทษโน่นโทษนี่ โดยที่ผู้หญิงเราลืมดูตัวเองไปรึเปล่าว่าเรานิสัยไม่ดีจริงๆ งี่เง่า เรื่องมาก จู้จี้จุกจิก น่ารำคาญ เห็นแก่ตัว ร้ายกาจ ความคิดไม่โอเค ไลฟ์สไตล์มันไม่ใช่ สารพัดเรื่องคุยด้วยแล้วไม่คลิ๊กนิสัยเรามันไม่โอเคจริงๆ อยู่ด้วยแล้วผู้ชายประสาทจะกิน แต่ตอนแรกที่เค้ารักเพราะคุณไม่ได้แสดงธาตุแท้ทุกอย่างออกมา เค้าเลยไม่รู้ว่าจริงๆเรานิสัยไม่โอเคเท่าไหร่ มารู้ทีหลัง แต่ก็สายไปละ ดันแต่งงานมีลุกกะผู้หญิงคนนี้ไปซะละ อะไรอย่างงี้
บางที ผู้หญิงเราก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า คนมันหมดใจ มันหมดรักแล้วรึเปล่าค่ะ เอาความจริงแบบไม่โลกสวย ความจริงของใจคน
จะดันทุรังคบกันต่อไป เพื่อรักษาความสัมพันธ์ เพื่อหน้าตาสังคม หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ รู้ทั้งรู้ว่าเค้าฝืน ทำไมผู้หญิงเรายังคงหลอกตัวเองเสมอ ทำไมยังคงพยายามที่จะต้องฝีน ทั้งๆที่ผู้ชายก็ค่อยๆแสดงออกมาบ้างแล้ว ว่าความรักมันเริ่มมีปัญหาแล้วจริงๆ มันเลยจุดที่จะปรับจะจูนเข้าหากันแล้วจริงๆ
ที่ตั้งกระทู้ครั้งนี้เพราะอยากให้เมียหลวง หรือภรรยา หรือผู้หญิงใดๆก็ตามบนโลกนี้มองความจริงกันสักนิด เพราะอ่านมาแล้วก็เห็นมักจะโทษผู้ชาย ไม่ก็เมียน้อย ไม่ก็ผู้หญิงที่มาคบกับผู้ชาย คือผู้ชายเราเชื่อว่าเค้าก็ไม่ได้อยากจะนอกใจกันซะทุกคนหรอกค่ะ (มันก็ใช่อยู่ ที่หลายๆเคส ผู้ชายไม่รู้จักพอ เจ้าชู้ซะเอง) แต่ก็ในหลายเคส หลายๆคนเช่นกัน เค้าก็ไม่ได้เจ้าชู้ ไม่ได้ไม่รู้จักพอ แต่บางทีตัวเราเองอาจจะไม่ใช่คนที่ถูกใจเค้า เค้าอาจจะเจอคนที่คลิ๊กกันมากกว่า แต่ด้วยเหตุผลอะไรหลายๆอย่าง(อาจจะปัญหาเรื่องลูก เรื่องครอบครัว เพราดันแต่งงานจดทะเบียนกับคุณไปแล้ว บลาๆ) เลยทำให้ยังเลิกกันกับคุณไม่ได้ คุณเลยมองว่าเลวที่ยังไม่เลิกกับคุณ แต่ดันไปคบกับผู้หญิงอีกคน ในภาวะนี้เราควรอยู่บนโลกของความเป็นจริงกันหน่อยไหมคะ ว่าเค้าไม่ได้รักเราแล้ว เค้าหมดใจไปแล้ว หรือเริ่มหมดใจกับคุณจริงๆ เค้าก็ไม่ได้อยากคบซ้อน แต่เมื่อคนที่ใช่มันเข้ามาในเวลานี้แล้ว เค้าจะปล่อยให้โอกาสนี้หายไป แล้วต้องอยู่อย่างทรมานใจกับคุณ เค้าก็คงไม่ไหวจริงๆ
บางทีมาตั้งว่าผู้ชายทำไมเจอเด็กกว่า สดกว่า ใสกว่า ทำไมก็นอกใจ ไม่รักเรา แค่เราอ้วนหรือไม่มีเวลาเรื่องเซ็กซ์โน่นนี่ มองในมุมความจริง ฮอร์โมนเพศชายมันควบคุมไม่ได้ง่ายๆหรือเปล่าคะ ถ้าให้ผู้ชายไม่ต้องหมกมุ่น เราเองก็ควรดูแลตัวเองดูแลเรื่องบนเตียงให้ดีกันหน่อยไหมคะ เซ็กส์นี่ส่วนสำคัญเลยนะคะสำหรับการรักษาสัมพันธ์ความรักเนี่ย ทำไมชอบด่าผู้ชายเรื่องนี้จังคะ
หรือบางทีการมีลูกแล้วไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นคำตอบของชีวิตรักเลย ว่าเราจะเลิกกันไม่ได้ บางทีถ้าเด็กรู้ เด็กอาจจะอยากให้พ่อแม่เลิกกันดีซะกว่าที่จะต้องมามีพ่อแม่ครบถ้วน แต่ทะเลาะกันทุกวัน หรืออาจไม่ทะเลาะกันแต่ว่าไม่ได้รักกันแล้วหรือเปล่า แล้วบางคนชอบบอกว่าเห็นแก่ลูกโน่นนี่ จริงๆแล้วเป็นตัวเองหรือเปล่าที่ไม่ยอมรับความจริง
ผู้หญิงที่มายุ่งกับสามี หรือแฟนคุณก็เช่นกัน บางทีที่เค้ารู้ทั้งรู้แต่อาจจะยังยุ่งเกี่ยวอยู่ เป็นเพราะเค้าก็รักแฟนเราจริงๆ ไม่ได้อยากเลวหรอก แต่ถ้ามาก่อนเราได้ทัน เค้าก็คงไม่อยากเป็นคนมาทีหลังรึเปล่าคะ เพียงแค่เค้าไม่สามารถนั่งเวลาไปไทม์แมชชีนก่อนได้ เค้าเลยต้องกลายเป็นคนมาทีหลังที่ต้องคอยรักแบบซ่อนๆ รึเปล่า?
ความรักบางทีมันไม่เหมือนการต่อคิวซื้อของหรือเปล่า ที่ใครมาก่อนก็คิดเงินก่อน บางทีคนที่มาทีหลังแต่เป็นคนที่ใช่จริงๆ เค้าเองก็คงไม่ได้อยากเลว เพียงแต่ว่าคนที่เค้ารัก ดันมาเจอคุณๆก่อน อะไรประมาณนี้ บางความเห็นบอกว่าผู้หญิงหน้าด้านแทนที่จะรอให้คุณเลิกกะสามีก่อน แล้วถึงค่อยมาคบกันจะไม่ว่าอะไรเลย เอาเข้าจริงๆก็เป็นเพราะพวกคุณไม่ยอมเลิก ไม่ยอมรับความจริงว่าผู้ชายเค้าหมดใจรึเปล่าคะ คือคุณก็ไม่ยอมเลิก เรื่องราวมันถึงคาราคาซังมาแบบนี้
อันนี้เป็นมุมมองของเราที่อ่านเรื่องแบบนี้มาทุกๆวันจากปัญหาครอบครัวที่ชอบตั้งกันมา ไม่ได้มีเจตนาเข้าข้างเมียน้อยหรือเข้าข้างผู้ชายนะคะ แค่อยากให้ยอมรับความจริงและมองความรักบนโลกแห่งความเป็นจริงหน่ะค่ะ ว่าบางทีคนมันหมดรักมันหมดใจแล้ว ความสัมพันธ์มันก็ต้องจบรึเปล่าคะ
การแต่งงาน มันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อบ่งบอกป่าวประกาศให้คนรับรู้ ว่าเออ 2 คนนี้มันจะเป็นผัวเมียกันละนะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นเครื่องการันตีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราต้องเป็นรักนิรันดร์นะคะ
การมีลุกก็เช่นกัน เหตุมันเกิดจากคน 2 คนมีอะไรกัน เมื่อลุกออกมาก็รับผิดชอบกันไป แต่ก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันหรือเป็นโซ่คล้องใจว่าสามีภรรยาห้ามเลิกกันแล้วรึเปล่า
หากกระทู้นี้ทำให้ใครไม่พอใจต้องขออภัยด้วยนะคะ แค่อยากแชร์ในมุมของคนที่มาอ่านเรื่องแบบนี้ทุกๆวัน มีใครคิดเหมือนเราบ้างมั้ย??