ความเจ็บที่ไม่มีสิ้นสุัด

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของเรา และได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วค่ะ   ที่จริงเราไม่ต้องการจะรือฟื้น แต่มันมีเหตุให้อยากระบายมากกว่า
เริ่มนะคะ
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อพี  พี่พีเป็นคนค่อนข้างหน้าตาดี ปากหวาน เป็นคนเงียบๆ พูดน้อย โรแมนติก    คบกันโดยที่่ปีแรกเราไม่รู้จักพี่แกเท่าไร   เริ่มรู้จักก็พาไปเที่ยวดูหนัง ฟัีงเพลง ทานข้าว โดยที่เราไม่รู้ว่าพี่พีเป็นใครมาจากไหน

พี่พีพาเราไปเที่ยวต่างจังหวัด เราเริ่มสนิทเป็นความผูกพัน และกลายเป็นความรัก   และเราก็เริ่มรู้จักฐานะหน้าที่การงานของพี่พีขึ้นมาบ้าง   โดสรุปคือพี่พีเรียนจบชั้นระดับสูงสุด ป. เอก  ทำงานในศูยน์ราชการแห่งหนึ่ง   ฐานะทางบ้านดีมาก  มีชื่อเสียงในสังคมระดับหนึ่ง  ส่วนตัวเราเองฐานะธรรมดา  การศึกษาก็ปกติ  เราทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
ปีต่อๆมาพี่พีก็พาเราไปเที่ยวทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศเป็นะระยะๆ  ระหว่างที่ไปเที่ยวกับพี่พีแต่ละทริป ทั้งเราและพี่พีมีความสุขมาก  ไม่ว่าเราเอื้อนเอ่ยอยากไปไหน พี่พีพาเราไปได้ทุกที่  ยิงนกตกปลา ดำน้ำ เราทำไมได้พี่พีจะเป็นคุณครูคอยสอนเราเสมอ  ความผูกพันที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลายเป็นความรักขึ้นมาในระยะเวลา 2 ปีที่คบกัน

    แต่อย่างว่าแหละค่ะ  ความรักต้องมีอุัปสรรคบ้าง   ปีที่ 3ระหว่างนี้ก็มีระหองระแหงกันบ้าง เพราะเราเพิ่งจะจับได้ว่า พี่พีเป็นคนเจ้าชู้ขั้นเทพ  นอกจากจะมีเราคนหนึ่งแล้วที่เขาเรียกว่าในฐานะแฟน  พี่พียังมีผู้หญิงอีักหลายๆคนซึ่งเรียกว่าแฟนเหมือนกัน  
เรารู้ได้อย่างไร   คนแรกที่เรารู้ เพราะวันนั้นเราไปดูหนังกับเพื่อนแล้วไปเจอพี่พีโดยบังเอิญจับมือผู้หญิงคนหนึ่งเดินในห้าง  พอมีโอกาสได้ อยู่ด้วยกัน  เราก็ถามถึงความเป็นมา พี่พีก็บอกว่า ไม่มีอะไร  เราคิดไปเอง ตาฝาดหรือป่าว    ด้วยความรักเราก็คิดว่า พี่พีคงไม่โกหกเรา  แต่มันฝังใจ  ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเราเริ่มมีสัญญาณไม่ดี    เรายังคงคบกันต่อไป  สุขบ้างทุกข์บ้าง แต่เราก็อดทนเพราะรักเขาเต็มหัวใจแล้ว   ระหว่างนั้นเราต้องทุกข์ใจเพราะพี่พีหลายครั้งต่อหลายครั้ง   เช่น เวลาเรานอนหลับตา  ซึ่งพี่พีคิดว่าเราหลับสนิท  เราได้ยินพี่พีคุัยโทรศัพท์กับผู้หญิงพูดจาจ๊ะจ๋า จุ๊บๆ หวานๆ เหมือนคุ๋รักคุยกัน   เรารู้สึกว่ากลิ่นไม่ค่อยดีจริงๆ  หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ต้องทนและทะเลาะกัน  แต่ทุกครั้งเราจะได้รับคำตอบจากพี่พีว่า  เพ้อเจ้อ  เป็นบ้าอีกแล้ว   
  
ต่อมาได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแฟนพี่พีเหมือนกัน เรารู้จักผู้หญิงคนนี้ในเวบบอร์ดแห่งหนึ่ง เํธอบอกว่าเธอเป็นแฟนพี่พีเหมือนกัน เราแลกเปลี่ยนเพสบุค ได้คุยกัน เธอลงรูประหว่างเธอกับพี่พีตลอด   ระหว่างนี้เธอก็บอกกับเราว่าเธอกำลังเสียใจและทะเลาะกับพี่พีเรื่องผู้หญิงเหมือนกัน  เพราะเธอจับได้ว่าพี่พีมีผู้หญิงคนอื่นเช่นกัน  แต่พี่พีจะปฏิเสธกับเธอตลอด  และบอกว่า หญิงคนอื่นก้อแค่คนรู้จัก  ส่วนเธอคือตัวจริง  คือคนที่เขาจะแต่งงานด้วย     (เรีื่่องมันซับซ้อนใช่ไหมคะ)   
เราถามพี่พีว่า  ผู้หญิงคนที่เราคุยด้วยเป็นใคร    เขาแถได้ตลอด บอกว่าเราเพ้อเจ้อ  และบอกว่า  นี่คืออดีตคนที่เขาเคยคบเท่านั้น บอกอีกว่า ผู้หญิงคนนั้นโกหก เป็นโรคจิต  รูปที่เอามาลงก็เป็นรูปเก่าแล้ว   แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่้รูปเก่าค่ะ  เราจับได้ตรงที่เสื้อที่พี่พีใส่ถ่ายรูปกับหญิงคนนั้นก็เป็นเสื้อที่เราซื้อให้เมื่อวันเกิด    เราร้องไห้จนไม่รู้จะทำยังงัยแล้ว    เขาไม่มีทางรับผิด   เราเองยอมรับเลยว่า ในตอนนั้นไม่เข้มแข็งพอ    ใจหนึ่งก็อยากหลุดพ้นกับความรู้สึกแบบนั้น  อีกใจนึงก็ยังไม่แข็งพอที่จะทำ  เพราะด้วยความที่รักมาก และเขาคือแฟนคนแรกของเราจริงๆ     

คบกันปีที่  4   ผ่านไปวันแล้ววันเล่า พี่พียังคงปฏิบัติเหมือนเดิม   คบทั้งเราและคนอื่น   จนเราทนไม่ไหว  หนีไปที่ไกลๆ เราปิดมือถือ  บอกเพื่อนทุกคนที่รู้จักกับพี่พีให้ช่วยปิดเรื่องเรา  เพื่อนทุกคนช่วยเราปิด พี่พีโทรหาเพื่อนเราทุกคนที่เขารู้จัก  ไปหาเราที่ทำงาน  ไปคุยกับหัวหน้างานของเรา ถามถึงเรา แต่ได้รับคำตอบว่า  เราลาหยุดหลายวัน  ไปไหนไม่รู้ พี่พีไปอาละวาดที่ทำงานเรา จนตอนหลังเราต้องออก   และท้ายสุด พี่พีไปหาเราถึงที่บ้าน  ไปเจอแม่เรา  พี่พีถามหาเรา  ได้คุยกับแม่เรา   บอกว่าเป็นแฟนเรา   รักเรามาก  แม่เราถามว่าเกิดอะไรขึ้น
พี่พีบอก่า ทะเลาะกันเล็กน้อย  แม่เราถามว่า มีคนอื่นหรือป่าวล่ะ พี่พีบอกว่า  ไม่มีครับ มีเราคนเีดียว รักเรามาก ไม่อยากเลิกกับเรา แล้วพี่พีก็แสดงอาการดราม่าออกมา น้ำตาไหล (อันนี้แม่บอกตอนหลัง)  แม่โทรไปที่บ้านเพื่อนเรา เพราะมีแม่คนเดียวที่รู้ว่าเราไปไหน   แม่บอกเราว่า ตอนนี้พี่พีมาหาเราที่บ้านนะ  (หลังจากที่คบกันมาได้ 4 ปี  แม่เราเพิ่งรู้จักพี่พีครั้งแรกค่ะ)   แม่ยังตกใจเลยว่า  เราไปมีแฟนตอนไหน

พี่พีพยายามพูดหว่านล้อมกับเรา  บอกว่า ให้กลับมาหาเขา  มาคบกันต่อ  มาคุยกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของเราในอีกระดับหนึ่ง    เมื่อเขาพูดแบบนี้ คนโง่อย่างเราก็เชื่ออีกจนได้  กลับมาคบกันต่อ  โดยที่เราไม่พุดถึงเรื่องเก่าๆอีกเลย   เขาบอกอีกว่า  เขาไม่มีใครนะ  มีเราคนเีดียว  เราก็ยังเชื่อ  เพราะที่ผ่านมาเขาก็ทำให้เราเห็นเหมือนว่า  มีเรา มีเวลาให้กับเรา และเขาคงเลือกเรา   

พี่พีเพิ่งรู้จักพ่อแม่เราเมื่อปีที่4 ที่คบกัน  ในขณะที่เราไม่เคยรู้จักพ่อแม่พี่น้องพี่พีเป็นการส่วนตัวเลย   รู้จักแบบผิวเผิน  พูดง่ายๆคือ  พี่พีไม่เคยพูดถึง  ไม่เคยเล่า ไม่เคยบอก ไม่เคยพาไปแนะนำอะไรทั้งนั้น     ความช้ำใจเกิดขึ้นเรื่อยในใจเรา  เพราะพี่พีทำตัวเป็นนินจาเหมือนเดิม    เรื่องราวช้ำใจยังพามาให้เรารับรู้เหมือนเคย  ไม่ว่าจะเป็นลิปสติกผู้หญิงที่ตกอยู่ในรถ    ล่าสุดคือ เจอกางเกงในผู้หญิงซุกอยู่บริเวณที่นั่งฝั่งที่เรานั่งประจำบนรถ   เราหยิบให้พี่พีดู  พี่แกทำเฉยๆ  ทำท่าหงุดหงิด  บอกเราว่า  เอาอีกแล้วนะ     

ปีที่ 5 -6 ที่คบกับพี่พี  ทำให้เราได้เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะพี่พีไปอาละวาดไว้นี่เอง  ได้ที่ทำงานใหม่ก็เหมือนเราได้เพื่อนใหม่ไปด้วย    และไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร  เราเป็นผู้หญิงต้องมีบ้างที่อยากโชว์แฟนของตัวเอง  แม้พี่พีจะไม่เคยมาหาหามารับหรือมาส่งเราที่ทำงาน   แต่เราก็ให้เพื่อนๆดูรูปพี่พี  เพราะพี่พีค่อนข้างหน้าตาดีนี่เองก็เลยอยากโชว์    ก็ต้องมาตกใจเมื่อเพื่อนคนนึงทักขึ้นมาว่า หน้าคุ้นๆเนอะ  ถามชื่อจริง  เราก็บอกชื่อจริงไป    เพื่อนก็บอกว่า  ใช้่แล้วคนนี้แหละ  

ูผู้ชายคนนี้เป็นแฟนกับคนรู้จักของเขา  (ขออนุญาติเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแอลนะคะ)  เืพื่อนบอกว่า พี่พีเคยเป็นแฟนของคุณแอล  ซึ่งตอนนี้คุณแอลไปเรียนต่อต่างประเทศ  ไปเรียน5-6 ปีแล้ว   และพี่พีมักจะไปหาคุณแอลที่เรียนอยู่ที่อังกฤษอยู่บ่อยครั้ง  ( ทีแรกก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง)  (แต่พอนั่งนึกดู  ใช่สิ  พี่พีไปอังกฤษบอกว่า และมักจะบอกว่า ไปสัมนา )   เพื่อนยังบอกอีกว่า ปีหน้านี้คุณแอลก็จะเีรียนจบและกลับมาไทยแล้ว  พอกลับมาทั้งสองก็จะแต่งงานกัน    ฟังแ๊ว๊บแรก  ใช่เหรอ ไม่ใช่มั้ง  ถ้าเขามีแฟนอยู่แล้วจริงๆ  แล้วมาคบมาทำความสัมพันธ์กับเราทำไมตั้ง 5-6 ปี    ระหว่างนั้นพี่พีก็ยังคบกับเราอยู่ แต่เราไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่